ตอนที่65 ปะทะวิญญาณร้าย (2)
คาถาที่กล้วยท่องออกมาเมื่อครู่นั้นคือคาถาสะกดข่มจิตวิญญาณของศัตรูซึ่งเป็นคาถาระดับแม่ทัพขั้นกลางที่พระฤๅษีคงมีเก็บไว้ในอาศรมและการที่จะใช้คาถานี้ได้ คนผู้นั้นจะต้องมีพลังระดับนายพันขึ้นไปเท่านั้นไม่เช่นนั้น ประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นจะลดน้อยลงไป
ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องคำนึงถึงระดับพลังของศัตรูด้วยถ้าศัตรูมีระดับพลังแข็งแกร่งเกินว่าตัวเองมากเกินไป คาถานี้ก็ไม่ได้ผลเช่นกันแต่สำหรับสถานการณ์ในตอนนี้ ระดับพลังของกล้วยกับวิญญาณร้ายตนนี้ไม่ได้ห่างกันเลยทั้งคู่ต่างก็มีพลังระดับนักรบนายพันขั้นต้น ดังนั้นแล้ว คาถาสะกดข่มจิตวิญญาณศัตรูนี้จึงสามารถใช้ได้ผลเป็นอย่างดี......
“อะ.....เอ็งเป็นใครกัน? ทำไมเอ็งถึงสามารถใช้คาถาระดับแม่ทัพได้?!”
ถึงแม้ว่าวิญญาณร้ายจะตายตกมานานแล้วแต่มันก็รู้จักคาถาที่กล้วยใช้เป็นอย่างดีเพราะทหารระดับแม่ทัพทุกคนจะต้องเรียนคาถานี้ทั้งหมด และตัวมันที่เคยเป็นแม่ทัพคุมกำลังสามพันนายมาก่อนเลยได้เรียนคาถานี้มาด้วยทว่า.....คาถาที่กล้วยใช้ดูเหมือนจะแตกต่างไปจากที่มันเรียนมาเล็กน้อยแต่ประสิทธิภาพกลับสูงกว่าคาถาในแบบเดิมนั่นจึงทำให้มันสงสัยว่ากล้วยเป็นใคร.........
“ข้าเป็นใครมิสำคัญดอก สำคัญที่ว่าวันนี้วิญญาณร้ายเยี่ยงเจ้าจะต้องถูกกำจัด เพราะเจ้าได้ทำกรรมชั่วมาไว้มากมายนักถ้ายังปล่อยเอาไว้เช่นนี้ก็มิรู้ว่าจักต้องมีผู้โคร้ายอีกมากเพียงใดที่ต้องถูกเอ็งฆ่าและกลืนกินวิญญาณไป!”
กล้วยแอบยิ้มอยู่ภายในใจของเขาเมื่อเขาเห็นว่าคาถาฉบับใหม่ที่เขาปรับเปลี่ยนใช้งานได้ดีแถมยังมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิมด้วย ซึ่งจริงๆแล้วถ้าเกิดว่าคาถาฉบับแก้ไขของเขาไม่สามารถใช้ได้ผล เขาก็มีแผนสำรองเตรียมไว้เช่นกันแต่เมื่อมันได้ผลแล้ว เขาก็ไม่จำเป็นต้องงัดแผลสำรองที่เตรียมไว้ขึ้นมาใช้อีกนอกจากเตรียมตัวจัดการกับวิญญาณร้ายตนนี้......
อ้า!
“เกิดอันใดขึ้นกันแน่วะไอ้กล้วย ทำไมเอ็งต้องให้ข้า........ผะ......ผี!”
อะจ๊าก!!
ไอ้จ๋อพึ่งได้สติกลับมาจากความมึนงงเพราะมันดันกระโดดออกจากเพิงแล้วหัวไปชนเสาไม้ข้างเพิงพอดีและเมื่อมันเรียกสติให้คงทีได้แล้ว มันก็ต้องการที่จะถามกล้วยให้รู้แน่ชัดการเกิดอะไรขึ้นแต่ก่อนที่มันจะได้ถามจนจบประโยค ดวงตาของมันก็พลันเบิกโตขึ้นเมื่อสายตาของมันจ้องมองไปเห็นวิญญาณร้ายที่น่าเกลียดน่ากลัวเข้า และด้วยความตกใจมันจึงสลบไปอีกครั้ง.....
เฮ้อ.....
“เอ็งนี่มันไอ้ลิงไม่ได้เรื่องจริงๆ!”
กล้วยอดที่จะส่ายหัวให้ไอ้จ๋อไม่ได้เพราะเขาอุตส่าห์ที่จะหวังพึ่งมัน แต่ในเมื่อมันสลบไปแล้วเขาคงจะหวังอะไรจากมันไม่ได้อีก........
“ข้ายอมรับเลยว่าเอ็งนั้นเก่งแต่เอ็งจักใช้คาถานี่สะกดข้าได้นานเท่าไหร่กันเชียว และเมื่อไหร่ที่เอ็งหมดพลังเมื่อนั้นแหละ ข้าจะกลืนกินวิญญาณของเอ็งและไอ้ลิงตัวจ้อยนั้นซะ!”
วิญญาณร้ายพยายามที่จะสะกดข่มอารมณ์ของตัวเองให้คงทีเพราะต่อให้กล้วยจะสามารถสะกดข่มจิตวิญญาณของมันเอาไว้ได้แต่กล้วยก็คงจะทำอะไรมันไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นมันจึงคิดที่จะรอให้กล้วยหมดพลังก่อนแล้วค่อยเอาคืนทีหลัง........
“มันก็ถูกของเอ็ง ที่เมื่อไหร่ตัวข้าหมดพลังไป เอ็งจักเป็นผู้ชนะแต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่เอ็งคิดผิด เอ็งอยากรู้ไหมว่ามันคือกระไร?”
แสยะ!!
โอม......พลังพละ กัมมัง นะโมพุทธายะ
พึ่บ!!
คาถาเสริมพลังอาวุธรึ?!
เมื่อวิญญาณร้ายได้ยินคาถาที่กล้วยท่องมันก็ขมวดคิ้วของมันเข้าหากันอย่างกังวลก่อนที่จะรีบหันซ้ายและขวาเพื่อมองหาอาวุธที่กล้วยจะใช้แต่ไม่ว่ามันจะมองหาไปทางไหนมันก็มองไม่เห็นดาบหรือหอก หรือแม้แต่อาวุธมีคมใดๆอยู่รอบๆ นี้เลย.....
“นี่เอ็งหลอกข้ากระนั้นรึ?!”
วิญญาณร้ายคิดว่าตัวเองถูกหลอกเข้าใจแล้วดังนั้นมันจึงโมโหและเดือดดาลเป็นอย่างมาก แต่ว่าในขณะนั้นเอง จู่ๆมันก็รู้สึกเจ็บและปวดตามร่างของมันอย่างบอกไม่ถูกราวกับว่าทั่วทั้งร่างของมันมีเข็มนับหมื่นเล่มกำลังพยายามที่จะเจาะลึกและทะลวงเข้าไปข้างในอย่างนั้นแหละ.......
นี่มัน........เม็ดข้าว?!
เมื่อวิญญาณร้ายพยายามที่จะมองดูว่ามันถูกทำร้ายด้วยอะไรมันก็มองไปเห็นเม็ดขาวจำนวนมากที่เกาะติดร่างของมันอยู่เพราะฤทธิ์ของข้าวสารเสกหมดไปแล้วก่อนหน้านี้ มันจึงไม่มีผลอะไรกับวิญญาณร้ายอีกมันจึงไม่ได้สนใจ แต่ใครจะไปคิดละว่าจู่ๆ ข้าวสารเสกพวกนี้กลับมีพลังและกลายเป็นอาวุธที่ทำร้ายตัวมันได้อีกครั้งเช่นนี้.......
“ถูกต้องแล้ว! ไม่ว่าอะไรก็สามารถนำมาเป็นอาวุธได้หากศึกษาและเล่าเรียนให้ดี แต่ดูเหมือนว่าเอ็งจะเรียนมาน้อยนะเพราะเรื่องแค่นี้เอ็งก็ไม่รู้เสียแล้ว!”
พลั่ก!!
วิญญาณร้ายถึงกับกระอักลมออกมาเลยเมื่อได้ยินคำพูดของกล้วยซึ่งถ้ามันสามารถกระอักเลือดออกมาได้มันคงพ่นออกมาแล้วแต่เพราะร่างกายของมันเป็นร่างวิญญาณ มันจึงทำได้แค่พ่นลมออกมาเท่านั้นและเพราะสติที่มันควบคุมไว้หลุดจากการควบคุมคาถาสะกดข่มจิตวิญญาณศัตรูของกล้วยก็ยิ่งได้ผลมากยิ่งขึ้นเข้าไปอีก......
อ๊ากกกกกกกกกก!!
ไม่!ไม่! ไม่!!
มันจะเป็นแบบนี้ไม่ได้!!
ข้าไม่ยอม!!
วิญญาณร้ายพยายามที่จะดิ้นให้หลุดจากการคาถาของกล้วยด้วยพลังทั้งหมดที่มันมีมันรู้ตัวดีว่าถ้ามันยังปล่อยผ่านไปแบบนี้ไม่นานวิญญาณของมันจะต้องดับสูญอย่างแน่นอน......
อ๊ะ!!
ซึ่งมันก็ได้ผลกับกล้วยเช่นกันถึงแม้ว่าจะไม่มากนัก แต่มันก็ทำให้กล้วยรู้สึกมวลที่ท้องเล็กน้อยถ้าไม่ใช่เพราะว่าเขามีจิตสมาธิที่สูงละก็กล้วยก็คงจะหลุดจากการใช้คาถาเช่นกัน........
“ยอมแพ้เสียเถอะ ไม่ว่าเอ็งจะดิ้นให้ตายอย่างไรเอ็งก็มิอาจหลุดพ้นชะตากรรมในครั้งนี้ได้จงสำนึกผิดและลงนรกไปชดใช้กรรมเสียเถอะ!!”
ย๊ากกกกกกกก!!
บู้มมมมมมมมมมม!!
กล้วยเองก็พยายามที่จะเพิ่มพลังญาณสมาธิของเขาเข้าไปที่เม็ดข้าวอีกเช่นกันเพราะยิ่งเม็ดข้าวมีพลังมากเท่าไหร่มันก็ยังเจาะร่างวิญญาณของวิญญาณร่างได้เร็วขึ้น และไม่นานมันก็จะเข้าไปทำลายแก่นวิญญาณของวิญญาณร้ายตนนี้.......
จึก!จึก! จึก!!
อ๊ากกกกกกกกกก!!
ไม่!!!!!!!!ตู้ม!!!!!!!
ตุบ!
สำเร็จ!!
ในที่สุดวิญญาณร้ายก็ถูกจัดการลงซึ่งในตอนที่แก่นวิญญาณของมันถูกทำลายไปแล้วนั้นคลื่นพลังงานที่วิญญาณร้ายตนนี้เก็บสะสมไว้ก็พลันหลอมรวมเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นลูกแก้วก้อนกลมขนาดเท่าไข่ไก่ลอยอยู่กลางอากาศก่อนที่จะตกลงสู่พื้นและแน่นิ่งไป.......
หมับ!
“นี่มัน...........ลูกแก้วจิตวิญญาณระดับต้น?!”
ถ้าเป็นชาวบ้านทั่วๆไป พวกเขาคงไม่รู้ว่าลูกแก้วนี้คืออะไร แต่สำหรับนักรบแล้วลูกแก้วจิตวิญญาณนี้ถือว่าเป็นของล้ำค่าเลยทีเดียวแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ลูกแก้ววิญญาณระดับต้นแต่ราคาของมันก็สูงหลายหมื่นเงินขาวทีเดียว.......
อ้า!!
“นี่หัวข้าไปโดนอะไรมา ทำไมถึงได้เจ็บเยี่ยงนี้? อ๊ะ!ผี! ผีหลอก! กล้วย! ข้าเจอผี!!”
ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นไอ้จ๋อก็พลันตื่นขึ้นมาพอดี และเมื่อมันได้สติดีแล้วมันก็แหกปากส่งเสียงร้องตะโกนออกมาอย่างดังและรีบวิ่งเข้ามาหากล้วยด้วยท่าทางหวาดกลัว......
“ไหนเอ็งบอกไม่กลัวผีไงไอ้จ๋อ? แต่ดูท่าทางของเอ็งสิขนหัวลุกจนตั้งชันไปหมดแล้ว!”
ฮ่าฮ่า ฮ่า!
เอ็ง!!
ไอ้จ๋อไม่คิดว่ากล้วยจะกล่าวซ้ำเติมมันเช่นนี้และเมื่อมันเห็นสีหน้าที่เยาะเย้ยของกล้วยแล้วความกลัวที่เคยมีก่อนหน้านี้ก็พลันหายไปหมดสิ้นเลย.......
“แล้วไอ้ผีตนนั้นไปไหนแล้ว? หรือว่า......หรือว่ามันเป็นแค่ภาพลวงตา?”
ถึงแม้ว่าจะหายกลัวแล้วแต่ไอ้จ๋อก็ยังไม่วางใจและถามกล้วยอีกครั้ง.......
“ก็อยู่ข้างหลังเอ็งนั่นไง แฮ่!”
เอ้ย!!!
ไหน!? ไหน?!มันอยู่ไหน?!!
ไอ้จ๋อรีบกระโดดหลบออกไปอีกทางทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่กล้วยบอกซึ่งในเวลานี้สติของมันที่พึ่งกลับมาได้กระจายหายไปอีกแล้ว.......
ฮ่าฮ่า ฮ่า!!
“เอ็งนี่ตลกชะมัดเลยวะไอ้จ๋อ หลอกแค่นี้ก็กลัวแล้ว นี่เอ็งเป็นนักรบนะไม่ใช่ลิงน้อยทั่วไป”
เอ็ง........ไอ้กล้วย!!!
คราวนี้ไอ้จ๋อไม่อาจที่จะทนกับการกลั่นแกล้งของกล้วยได้อีกต่อไปมันรีบยืนขึ้นและกระโดดถีบขาคู่เข้าใส่กล้วยในทันทีเพื่อที่จะระบายความโกรธที่มีอยู่ออกไป.........
“ข้าหยอกล้อเอ็งแค่นี้ เอ็งถึงกับต้องใช้กำลังกันเลยรึ?”
ก็เออไง!
เจอลูกถีบขาคู่หน่อยเถอะ!!
“หยุดเดี๋ยวนี้นะไอ้จ๋อ! ข้าบอกให้หยุดไง!”
พึ่บ!ตุบ! ปัง!!!
......................................
เช้าวันถัดมา........
หาวววววววววว!!
“เพราะเอ็งตัวเดียวเลยไอ้จ๋อ เมื่อคืนข้าคงไม่ได้นอน ดูสิ!เพิงพักพังหมดแล้ว แบบนี้ใครจะไปนอนได้กันละห๊ะ?!”
“ก็ใครใช้ให้เอ็งมาแกล้งหยอกข้ากันละ ไม่ใช่เอ็งคนเดียวหรอกที่ไม่ได้นอนข้าเองก็ไม่ได้นอนเหมือนกัน ดูขอบตาข้าสิ! ดำเป็นนักเค้าแมวเลยเห็นไหม!!”
ทั้งกล้วยและก็ไอ้จ๋อเลยพวกเขาทั้งคู่ต่างก็ไม่ได้นอนเพราะมัวแค่ไล่ตีไล่ต่อยกัน จนในที่สุดเพิงพักที่พังแม้แต่พื้นที่รอบๆ ก็เละไม่เป็นท่า ทำให้พวกเขาไม่มีพื้นที่ให้นอนหลับกันอย่างสบายต้องนั่งหลับข้างๆ กองไฟแทน และโชคดีที่กองไฟยังคงอยู่ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงได้นอนหนาวกันแน่.......
ตุบ!ตุบ! ตุบ!
หือ?
กล้วย!?
ซึ่งในเวลานั้นเองชายวัยกลางคนและชายหนุ่มอีกสองสามคนก็เดินเข้ามาก่อนที่ชายวัยกลางคนที่อยู่หน้าสุดจะตะโกนเรียกกล้วยด้วยน้ำเสียงที่สงสัยและเป็นห่วง......
ท่านลุงพันลำ!
พี่ยม!
ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ก็คือพันลำและก็คนในหน่วยของเขานั่นเองเพราะพันลำรู้สึกเป็นห่วงกล้วยและกลัวว่ากล้วยจะได้รับอันตราย เขาจึงรีบมาดูกล้วยแต่เช้าก่อนที่เขาจะพบว่าพื้นที่รอบๆ ที่กล้วยกับไอ้จ๋ออยู่นั้น พังเละเทะไปหมดราวกับพึ่งเกิดการต่อสู้หนักมาอย่างนั้นแหละ......
“เกิดอันใดขึ้นกระนั้นรึ? เหตุใด.......มันถึงได้เละเทะเยี่ยงนี้?”
เมื่อพันลำเดินมาถึงตัวกล้วยเขาก็เปิดปากถามกล้วยในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่......
เอ่อ.......
“อันที่จริงแล้ว ที่นี่มีวิญญาณร้ายอาศัยอยู่จริงๆและเมื่อคืนข้ากับมันก็ได้สู้กัน จนในที่สุดข้าก็สามารถเอาชนะมันได้ส่วนเพิงและเศษซากพวกนี้มันเป็นเพราะไอ้ลิงบ้าตัวนี้เลยที่ออกอาละวาดไล่ทุบตรงนั้นที! ตรงโน้นที! ข้าละปวดหัวกับมันจริงๆเลย ท่านลุงดูสิ ขอบตาข้าดำไปหมดเนื่องจากไม่ได้หลับไม่ได้นอนเพราะมันเลย!”
กล้วยตอบกลับพันลำในทันทีเขาอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้พันลำและพรรคพวกได้รู้โดยไม่ปิดบังใดๆแต่เขาแค่บอกว่าสามารถเอาชนะวิญญาณร้ายได้ไม่ได้บอกว่าเอาชนะด้วยวิธีไหนและได้อะไรตอบแทนจากการกำจัดวิญญาณร้ายและเพื่อกันไม่ให้อีกฝ่ายถาม กล้วยจึงได้ยกเอาเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นระหว่างเขากับไอ้จ๋อขึ้นมาพูดตบท้าย......
“เพราะข้ากระนั้นรึ? ถ้ามิใช่เพราะเอ็งแกล้งหลอกข้ามีหรือที่ข้าจะอาละวาดใส่เอ็ง? ทั้งหมดเป็นเพราะเอ็งนั่นเองที่ทำให้ข้าทำแบบนั้น!”
แน่นอนว่าไอ้จ๋อไม่คิดที่จะยอมความอยู่แล้วเมื่อเห็นว่าตัวเองถูกใส่ร้ายมันก็รีบพูดแก้ต่างและโยนความผิดกลับไปให้กล้วยทันที.....
เพราะเอ็งนั่นแหละไอ้จ๋อ!
เพราะเอ็งนั่นแหละกล้วย!
เพราะเอ็ง!
เพราะเอ็ง!
เห้ย!!
พอแล้ว!พอแล้ว!!
พันลำถึงกับส่ายหัวอย่างเหนื่อยหน่ายเลยเมื่อเห็นแบบนี้แต่เมื่อเขาเห็นว่ากล้วยกับไอ้จ๋อไม่เป็นอะไรเขาก็ดีใจก่อนที่จะถอนหายใจยาวออกมาอย่างโล่งใจและพูดต่อท้ายว่า......
“เอาละ ในเมื่อเรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะพวกเอ็งทั้งสองคนจักหิวข้าวกันแล้ว กลับเข้าไปในหมู่บ้านกับข้าก่อนเถอะข้าจักได้หาข้าวหาน้ำให้พวกเอ็งกิน”
อ้า!
“ขอบน้ำใจท่านลุงพันลำมากขอรับ เช่นนั้นข้าขอฝากท้องไว้กับท่านลุงด้วยนะจ๊ะ!”
“ข้าก็ด้วย แต่ข้าขอสองเลยนะ ข้าหิว!”
เอิ่ม........
พันลำถึงกับหน้าแหย่เลยเมื่อเห็นท่าทางของกล้วยกับไอ้จ๋อที่เปลี่ยนกลับมาเป็นปกติในพริบตาเหมือนกับไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเช่นนี้แต่ในเมื่อทั้งสองเลิกทะเลาะกันแล้วมันก็ดีสำหรับเขาที่ไม่ต้องมาฟังเสียงโต้เถียงกันไปมาเช่นนี้อีก......
“เช่นนั้นพวกเราก็กลับหมู่บ้านกันเถอะ!”
ขอรับ!!