EP3ป่วนตลาด
วันหนึ่ง ซูเสวี่ยหลินรู้สึกเบื่อๆ จึงไปพบกับบิดาของตน ซูจิ้นไห่ซึ่งเป็เสนาบดีกรมพิธีการ นางเดินเข้าไปในห้องทำงานของบิดาพร้อมรอยยิ้ม
“ท่านพ่อ วันนี้ข้าอยากออกไปข้างนอกสักหน่อยเ้าค่ะ”
ซูจิ้นไห่เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร และมองบุตรสาวคนเล็กอย่างแปลกใจ “ออกไปไหนกันล่ะเสวี่ยหลิน? ปกติแล้วเ้ามักไม่อยากออกไปไหนมิใช่หรือ?”
“ข้าอยากไปเที่ยวตลาดเ้าค่ะ” นางพูดพลางยิ้มหวาน“ข้าอยากไปดูว่าในตลาดมีอะไรขายบ้าง และถ้าเป็ไปได้ ข้าอยากไปคาเฟ่ด้วย”
ซูจิ้นไห่ขมวดคิ้ว “คาเฟ่? นั่นคือสิ่งใดกัน?ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน”
ซูเสวี่ยหลินหัวเราะเบาๆ “คาเฟ่เป็สถานที่ที่สามารถนั่งพักผ่อน ดื่มชาหรือรับประทานขนมอร่อยๆ ได้เ้าค่ะ” นางอธิบายด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
บิดาของนางหัวเราะออกมาเบาๆ “เ้าช่างคิดอะไรแปลกๆ เสวี่ยหลิน แต่ถ้าเ้าอยากไปตลาด ข้าจะให้คนติดตามเ้าไป”
“ไม่เอาเ้าค่ะ! ข้าอยากให้ท่านพ่อไปกับข้า”นางส่งสายตาอ้อนวอน
ซูจิ้นไห่ถอนหายใจ แต่ก็พยักหน้าในที่สุด “ก็ได้เช่นนั้นเราจะออกเดินทางกันเถอะ”
ซูเสวี่ยหลินะโด้วยความดีใจ การไปเที่ยวตลาดกับบิดาครั้งนี้จะต้องสนุกแน่นอนและบางที นางอาจจะเริ่มต้นไอเดียเปิดคาเฟ่ แห่งแรกในต้าหลางก็ได้!
ซูจิ้นไห่ถอนหายใจแต่ก็พยักหน้าในที่สุด “ก็ได้ เช่นนั้นเราจะออกเดินทางกันเถอะ”
เมื่อถึงตลาด ซูเสวี่ยหลินรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก นางเดินไปตามตรอกแคบๆ ที่เต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าและเสียงเจรจาซื้อขายนางแวะร้านขายขนมและเลือกซื้อขนม อบที่ดูน่ากินหลายอย่าง
“ท่านพ่อเ้าคะ ข้านึกขึ้นได้ว่าคนยากจนในเมืองนี้มีไม่น้อยข้าขอซื้อขนมแจกเด็กๆ และคนชราได้หรือไม่เ้าคะ?”
ซูจิ้นไห่พยักหน้าด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“เ้ามีน้ำใจดีนัก ทำเช่นนั้นเถิด”
ซูเสวี่ยหลินสั่งขนมเพิ่มอีกหลายชิ้นและแจกให้เด็กๆ และคนชราที่เดินผ่านไปมา เด็กๆ ยิ้มแย้มด้วยความดีใจทำให้นางรู้สึกอิ่มเอมใจ
หลังจากเดินตลาดมาพักใหญ่ นางและบิดาก็แวะร้านน้ำชาเพื่อพักผ่อน นางเลือกชาหอมหมื่นลี้มาดื่มพร้อมกับขนมเปี๊ยะไส้ถั่วแดง
“ท่านพ่อเ้าคะ ข้าสังเกตว่าตลาดแห่งนี้มีพื้นที่ว่างตรงหัวมุมถนนน่าจะเป็ทำเลที่ดีในการค้าขาย”
ซูจิ้นไห่เลิกคิ้ว“เ้าอยากทำการค้าหรือ?”
ซูเสวี่ยหลินยิ้มกว้าง“ใช่เ้าค่ะ ข้าอยากเปิดร้านขายขนมและน้ำชา แบบคาเฟ่ที่ข้าเคยพูดถึง”
ซูจิ้นไห่หัวเราะ“เ้าช่างคิดการณ์ไกลนัก เอาเถิด หากเ้าตั้งใจ ข้าจะสนับสนุน”
ซูเสวี่ยหลินตื่นเต้นนางรู้ว่านี่คือก้าวแรกของการสร้างธุรกิจในโลกใบใหม่!
ท่านพ่อเ้าคะข้าได้ยินมาว่ามีอาคารว่างอยู่ใกล้ตลาดแห่งนี้ ข้าอยากไปดูสักหน่อย”นางกล่าวด้วยความกระตือรือร้น
ซูจิ้นไห่พยักหน้าอย่างครุ่นคิด “เ้าคิดจะซื้ออาคารด้วยตนเองหรือ?”
ซูเสวี่ยหลินหัวเราะแห้งๆ “เอ่อ…ตอนนี้ข้ายังไม่มีเงินมากนัก ท่านพ่อช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ก่อนได้หรือไม่เ้าคะ? เมื่อข้าทำธุรกิจสำเร็จแล้วข้าจะคืนเงินให้ท่าน”
ซูจิ้นไห่เลิกคิ้ว“เ้ายังเด็กนัก อีกไม่นานเ้าก็ต้องไปเรียนหนังสือต่อแล้วจะมีเวลามาดูแลกิจการหรือ?”
ซูเสวี่ยหลินยิ้มมั่นใจ“ข้าจะหาทางบริหารให้ได้เ้าค่ะ! ข้าอยากลองทำสิ่งนี้จริงๆ”
ซูจิ้นไห่มองบุตรสาวอย่างพิจารณาและในที่สุดก็พยักหน้า “เอาเถิด ข้าจะพาเ้าไปดูอาคาร
ซูเสวี่ยหลินยิ้มกว้างนี่คือจุดเริ่มต้นของความฝันของนาง!
จากนั้นนางเดินไปพบเ้าของอาคารที่้าซื้อและเริ่มต้นการเจรจาต่อรองราคา
“ท่านเ้าของร้านเ้าคะ อาคารนี้เดิมทีขายเท่าใด?” นางถามด้วยรอยยิ้ม
เ้าของร้านเป็ชายวัยกลางคนที่มองนางด้วยความสงสัย“ราคาของมันอยู่ที่สองร้อยตำลึงทอง”
ซูเสวี่ยหลินขมวดคิ้วเล็กน้อย“สองร้อยตำลึงทองหรือ?ข้าว่ามันแพงเกินไปหน่อย ดูจากสภาพอาคารแล้วคงต้องซ่อมแซมอีกไม่น้อยข้าว่า...หนึ่งร้อยห้าสิบตำลึงทองน่าจะสมเหตุสมผลกว่า”
เ้าของร้านหัวเราะ“คุณหนูช่างต่อรองเก่งจริงๆ เช่นนั้นหนึ่งร้อยแปดสิบตำลึงทองเป็อย่างไร?”
ซูเสวี่ยหลินแกล้งทำท่าครุ่นคิด“หนึ่งร้อยห้าสิบตำลึงทอง และข้าสัญญาว่าจะซื้ออุปกรณ์ทั้งหมดจากร้านของท่าน”
เ้าของร้านคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า“ตกลง!”
ซูเสวี่ยหลินหันไปยิ้มให้บิดา“ท่านพ่อเ้าคะ ข้าจะคืนเงินให้ท่านแน่นอน!”
ซูจิ้นไห่หัวเราะเบาๆ“ข้ารอดูว่าเ้าจะทำได้จริงหรือไม่”
ซูเสวี่ยหลินยิ้มมั่นใจนี่คือจุดเริ่มต้นของความฝันของนาง!