เทพทัตนอนไขว้เท้าอยู่ในเปลซึ่งผูกเอาไว้ระหว่างต้นมะม่วงสองต้นหลังบ้านพักทั้งที่อากาศกำลังเย็นสบายชวนให้งีบหลับนอนกลางวันทว่าเขากลับไม่มีความรู้สึกง่วงเลยสักนิด เมื่อในมือมีหนังสือเล่มหนึ่ง
มันเป็หนังสือที่เขาไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้หยิบมาอ่านเสียด้วยซ้ำหากการออกปฏิบัติหน้าที่ครั้งล่าสุดกลับทำให้เขาต้องโทรหาเพื่อนที่กรุงเทพ เพื่อไหว้วานให้ซื้อหนังสือที่้าส่งมาให้ท่ามกลางความแปลกใจของอีกฝ่าย
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มหรี่ลงและมีรอยยิ้มพร่างระยับสลับกับริมฝีปากหยักหนาที่เหยียดออกเล็กน้อยยามกวาดสายตาผ่านตัวอักษรบนหน้ากระดาษแล้วพลิกไปหน้าแล้วหน้าเล่าจนหลงลืมเวลา
“ผู้กอง!ผู้กองอยู่ไหมครับ ผู้กอง” น้ำเสียงเรียกคุ้นเคยทำให้เทพทัตถอนหายใจโดยไม่รู้ตัว
ชายหนุ่มละสายตาจากหน้าหนังสือเหมือนเสียดายก่อนจะผงกหัวขึ้นมองหาเ้าของเสียงแล้วก็เห็นจ่าถวัลย์เดินลัดเลาะมาจากหน้าบ้านผ่านประตูที่เขาเผลอเปิดทิ้งไว้เข้ามา
“ผมอยู่นี่”ชายหนุ่มตอบรับ ขยับลุกขึ้นนั่งตัวตรงเหวี่ยงเท้าลงมาแตะพื้นดินทั้งสองข้างแต่ไม่ยอมวางหนังสือในมือขณะที่นิ้วชี้ยังคั่นค้างอยู่ระหว่างหน้าที่กำลังอ่านค้างคาและอ่านวนอยู่หน้านี้ซ้ำๆ มาสองสามรอบแล้ว
“มีอะไรหรือจ่า”เทพทัตถามผู้มาเยือน เมื่ออีกฝ่ายมาหยุดยืนเบื้องหน้า
ในตอนบ่ายของวันหยุดเช่นนี้ถ้าจ่าถวัลย์ไม่มาชวนเข้าไปในเมืองก็คงหนีไม่พ้นชวนไปสังสรรค์ที่บ้านของเพื่อนตำรวจคนใดคนหนึ่งจากนั้นก็จะติดพันยาวไปจนถึงเย็นย่ำค่ำคืน
“พอดีคืนนี้มีงานเลี้ยงการกุศลที่โรงเรียนมัธยมประจำอำเภอเราครับครูแววเมียหมวดแต้มจองโต๊ะเอาไว้ก็เลยให้ผมแวะมาชวนเผื่อผู้กองจะสนใจงานนี้ฟรีครับไม่เสียสตางค์” ประโยคสุดท้ายเป็การโฆษณาล่อใจกันสุด ๆ
เทพทัตขมวดคิ้วคำนวณวันเวลาแล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่าสารวัตรธนูเคยเกริ่น ๆเื่งานเลี้ยงนี้อยู่เหมือนกันเพราะนอกจากจะเป็งานการกุศลที่ทำให้บรรดาศิษย์เก่าของโรงเรียนได้กลับมาพบกันแล้วยังเป็งานที่รวบรวมเอาบุคคลผู้มีชื่อเสียงมีอิทธิพลและเป็ที่นับหน้าถือตาของคนในอำเภอให้มาชุมนุมกันอีกด้วย
“ไปสิจ่าว่าแต่มีที่ว่างให้ผมจริง ๆ นะ” หลังจากคิดอ่านแล้วว่าพอจะได้อะไรจากในงานบ้าง ผู้กองหนุ่มก็ตอบรับด้วยท่าทางกระตือรือร้น
“อย่าห่วงเลยครับผมว่าไม่ได้มีแค่ครูแววหรอก งานนี้สารวัตรเองก็ต้องจองไว้อย่างน้อย ๆก็สามโต๊ะละผมว่า” จ่าถวัลย์แสดงอาการโอ่อวดนิด ๆการได้กินอาหารแถมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แม้จะเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆฟรีตลอดงานนั้นถือว่าเป็์ของข้าราชการเงินเดือนน้อยซ้ำยังถูกเมียริบไปหมดอีกด้วย
“ว่าแต่จะมีสาวๆ มาเยอะไหมนะ” ชายหนุ่มเปรยยิ้ม ๆ ความจริงเขาไม่ได้ใส่ใจเื่นี้เป็พิเศษนัก แต่เพราะเขายังเป็หนุ่มโสดเทพทัตก็เลยต้องเล่นให้สมบทบาทหน่อย
“โอ๊ยงานชุมนุมศิษย์เก่านะครับ มีั้แ่รุ่นแม่ยันรุ่นลูก แล้วแต่ผู้กองจะเลือกเลย” จ่าวัยค่อนคนจาระไน“เสียดายถ้าผมอายุเท่าผู้กองนะ ฮึ่ม...”
“อย่างผมนี่จ่าว่าเหมาะกับรุ่นไหนล่ะครับ” เขาหรี่ตาลงถามหมายมาด
“แบบผู้กองต้องรุ่นหลานครับช่วยค่าเทอมไปเลย” จ่าถวัลย์พูดด้วยความคะนองปาก ตามด้วยเสียงหัวเราะชอบใจ
“เคยแต่จับคนอื่นเข้าคุกสงสัยต้องนอนคุกเองแล้วมั้งจ่า”ชายหนุ่มกล่าวทีเล่นทีจริง
“ถ้าผู้ปกครองยินยอมก็ไม่ต้องเข้าครับเขาจะดีใจเสียอีกที่มีคนมาช่วยแบ่งเบาภาระ” คนพูดยังยิ้มแป้น
“แหม...จ่านี่รู้ดีจริง ๆ ทำไมไม่หาไว้เองสักคนเลยล่ะ”
“ผมพูดเล่นหรอกนะครับถ้าคนที่บ้านได้ยินคงโดนฟันหัวแบะ” จ่าถวัลย์ทำหน้าสยอง ก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อน
“ถึงจ่าไม่มาบอกสารวัตรคงบอกให้ผมไปอยู่ดีจ่าคิดว่าคืนนี้จะมีคนใหญ่คนโตคนสำคัญ ๆ ไปกันเยอะไหมครับ” ”เทพทัตวนกลับมาเข้าเื่ที่คุยกันค้างไว้
“ผู้กองนี่ก็หายใจเข้าหายใจออกเป็งานไปหมดเลยนะครับ”
“นิดหนึ่งน่ะผมไม่อยากให้อะไรรอดหูรอดตาไป”
การเข้าจับกุมครั้งล่าสุดยังอยู่ในความคิดคำนึงของเทพทัตรวมไปถึงใบหน้าของผู้ต้องสงสัยที่คอยวนเวียนมารบกวนจิตใจให้หงุดหงิดอยู่บ่อยๆ
“ผมว่าก็คงมาเกือบครบละครับจริงสิ!ผู้กองเพิ่งย้ายมายังไม่ถึงปีคงรู้จักใครไม่ครบทุกคน”ในดวงตาของจ่าถวัลย์มีแววระลึกได้
เทพทัตตามมาช่วยงานรุ่นพี่ทางด้านปราบปรามยาเสพติดโดยเฉพาะทีแรกชายหนุ่มคิดว่าอำเภอเล็ก ๆ ใกล้ตัวจังหวัดเช่นนี้คงไม่มีสิ่งใดน่าสนใจ หากเมื่อได้มาััด้วยตัวเองเขาจึงรู้ว่าความโดดเด่นของพื้นที่นี้คือการเหมาะจะเป็ที่พักยาเสพติดและของผิดกฎหมายอื่นๆ นั่นเอง
“งานใหญ่ระดับนี้ผมคงมีโอกาสได้รู้จักคนใหญ่คนโตจริงๆ เสียที ขอบคุณนะครับจ่าที่มาส่งข่าว”
“ผู้กองแต่งตัวให้หล่อสุดๆ ไปเลยนะครับ รับรองสาว ๆ มองกันเหลียวหลัง”
“ตกลงครับ”เทพทัตตอบพร้อมพยักหน้าเป็เชิงรับคำ แต่ก็อดขำกับคำแนะนำของลูกน้องไม่ได้ชายหนุ่มรู้ว่าตัวเองนั้นหน้าตาดีเพราะมีคนชมและพูดให้ได้ยินบ่อย ๆแต่เขาไม่เคยคิดจะทำให้ใครมองตามตนจนเหลียวหลังเลยจริง ๆ นอกจาก...
“นั่นผู้กองอ่านอะไรอยู่เหรอครับ”เสียงเจื้อยแจ้วของจ่าถวัลย์ทำให้ชายหนุ่มหยุดความคิดของตัวเองไว้แค่นั้น
หลังพูดธุระเสร็จแทนที่จะขอตัวจากไปง่ายๆ จ่าวัยสี่สิบปลาย ๆ กลับถามต่อเพราะความใฝ่รู้ ซึ่งมีชื่อเรียกตรง ๆว่าเสือกนั่นเอง
“นิยายของนักเขียนคนนั้นผมอยากรู้ว่าเขาเขียนอะไร” ผู้กองหนุ่มออกตัว ขยับวางหนังสือไว้ข้างกายนึกแปลกใจอยู่ครามครันว่าทำไมตนเองไม่วางลงั้แ่ต้น
“แล้วสนุกไหมครับ”ผู้มาเยือนเลียบเคียงถามพลางเขม้นมองหน้าปกที่เห็นเป็รูปชายหญิงแค่ครึ่งหน้า
ฝ่ายชายสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวไม่ติดกระดุมอวดแผงอกกำยำซึ่งมีซิกแพคเป็ลอนสวยขณะที่แขนข้างหนึ่งโอบเอวหญิงสาวที่เสื้อแสงหลุดลุ่ยอวดเนินอกกว่าครึ่งเต้าเข้าแนบชิดจนไม่เหลือให้จินตนาการต่อว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นซ้ำร้ายแค่อ่านชื่อเื่ก็เดาเื่ราวในเล่มได้ทะลุปรุโปร่ง
“ก็พออ่านแก้เซ็งได้ไม่รู้สิไม่ใช่แนวผมเท่าไร”
ปกติเทพทัตไม่ชอบอ่านนิยายอยู่แล้วไม่เคยคิดว่าจะอ่านเลยด้วยซ้ำ หนังสือที่เขาอ่านส่วนใหญ่จะเน้นหนักไปทางแนวสารคดีการท่องเที่ยว เกี่ยวกับอาวุธยุทโธปกรณ์ หรือไม่ก็ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีหากแต่วันนี้เขากลับอ่านมันแล้วพบว่าหนังสือนิยายนอกจากจะให้ความบันเทิงแล้วยังแฝงความรู้เอาไว้อยู่เหมือนกัน
“ผมก็ว่างั้น”จ่าถวัลย์มองปกหนังสือในมือของผู้กองหนุ่มอีกครั้งแล้วอมยิ้ม“ไม่รู้ว่าคืนนี้คุณนักเขียนจะได้รับเชิญไปงานเหมือนเราไหมนะครับ”
“คงไม่มั้งจ่าเขาเพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่และไม่เคยเรียนที่นั่นไม่ใช่เหรอ”
ตอบไปแล้วแต่ไม่รู้ว่าทำไมความรู้สึกบางเสี้ยวในหัวใจของเทพทัตจึงอยากให้หญิงสาวผู้นั้นไปร่วมงานด้วย
“ก็ไม่แน่หรอกครับบางทีเธออาจจะพอรู้จักใครที่จะชวนไปงานด้วยก็ได้ ผู้กองอยากให้เธอไปด้วยใช่ไหมล่ะ”จ่าถวัลย์กระเซ้าถามเหมือนส่องกล้องเข้ามาสำรวจความในใจของเขาไปเรียบร้อยแล้ว
“ผมจะอยากให้เขาไปทำไมกันจ่าไม่มีเหตุผลเลย”
“เื่ของภาษาใจบางทีเหตุผลก็ไม่เกี่ยวนะครับ” แม้จะเป็คำแซวด้วยความคะนองปากตามความเคยชินแต่เทพทัตก็รู้สึกว่าหน้าตัวเองร้อนขึ้น... ทั้งยังหาคำพูดมาโต้ตอบไม่ได้นอกจาก...
“ผมว่าจ่ากลับไปเตรียมตัวไปงานคืนนี้เถอะ”ชายหนุ่มขยับตัวจะลุกขึ้น
“ผมคนมีลูกมีเมียแล้วแต่งตัวยังไงก็ไม่มีสาวๆ ที่ไหนมามองหรอกครับ”
“งั้นจ่าก็แก้ผ้าไปเลยผมรับรองว่ามีคนมองทั้งงาน” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงหกฟุตกับอีกสองนิ้วนั้นก่อนจะบิดตัวไล่ความเมื่อยขบ
“ถ้าไม่กลัวว่าจะโดนผู้กองจับข้อหาทำอนาจารมันก็ไม่แน่นะครับ”
“ไปได้แล้วจ่าเถียงกับจ่านี่ไม่มีวันจบจริง ๆ”
เทพทัตบ่นพร้อมกับโบกมือไล่ ทั้งขำทั้งรำคาญ ลูกน้องของเขาแต่ละคนห่าม ๆ กันทั้งนั้นแม้แต่คนสูงวัยกว่าใครเพื่อนก็ไม่เว้นแถมยังทะเล้นหนักว่าคนอื่นเสียอีก
พอจ่าถวัลย์กลับไปชายหนุ่มก็หันมาหยิบหนังสือเดินตามเทพทัตกลับเข้าไปในห้องนอนแล้ววางมันเอาไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียงชายหนุ่มมองหน้าปกอีกครั้ง ก่อนรอยยิ้มบาง ๆ จะผุดขึ้นบนริมฝีปากจากนั้นจึงเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหาชุดหล่อ ๆ ตามคำสั่งของลูกน้อง