ไม่ผิดแน่ มันคือเทพวานรโลกันตร์ประหลาด!
เพราะหากอิงตามบันทึกในตำราที่เมิ่งฝานเคยได้ศึกษามาก่อนหน้านี้ก็จะพบว่าเทพวานรโลกันตร์นั้นมีรูปร่างที่แตกร้าวเป็นทางควบคุมพลังแห่งเปลวเพลิงซ้ำยังเป็นเปลวเพลิงที่ร้อนระอุเป็นอย่างยิ่งอีกต่างหาก
แต่ก็มีความฉลาดในระดับที่ไม่สูงนักซึ่งหากเทพวานรโลกันตร์ตัวใดบังเอิญได้เปลี่ยนแปลงเป็นอสูรประหลาดจะมีผนึกปรากฏขึ้นที่หน้าผากของพวกมัน!
เขามองไปยังเทพวานรโลกันตร์ที่อยู่เบื้องหน้าแล้วกระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปากเมื่อมองเห็นผนึกที่อยู่บนหน้าผากของสัตว์อสูรตรงหน้าซึ่งบ่งบอกว่าเทพวานรโลกันตร์ตัวนี้ได้กลายเป็นอสูรประหลาดไปแล้ว
หากเป็นเทพวานรโลกันตร์ที่ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงก็จะเป็นสัตว์อสูรในระดับห้าแต่เมื่อมันได้เปลี่ยนไปกลายเป็นอสูรประหลาดสิ่งที่สามารถนำมาอธิบายได้ถึงศักยภาพของมันได้ก็คือ...จวนจะถึงขั้นปราณทะลวง!
เมิ่งฝานรู้ดีว่าหากมันเป็นเทพวานรโลกันตร์ในขั้นนี้ต่อให้ตนเองใช้พลังกายามหาธาตุก็คงจะลอยกระเด็นแม้มันใช้เพียงฝ่ามือเดียว!
ให้ตายสิ!
แล้วเช่นนี้ข้าจะไปเอาโลหิตบริสุทธิ์ของมันมาได้อย่างไรต้องบอกว่ามันจะมาสังหารข้าจึงจะถูก!
เมิ่งฝานกัดฟันแน่น ใบหน้าแสดงความจนปัญญา
หลังจากที่เทพวานรโลกันตร์ได้กลืนกินวารีดึงวิญญาณไปก็หันหลังคล้ายดั่งมุ่งหมายจะเดินจากไปเมิ่งฝานทำได้เพียงมองมันทำเรื่องดังกล่าวอย่างไม่อาจทำสิ่งใดได้
เมิ่งฝานมองแผ่นหลังของเทพวานรโลกันตร์ด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากยอมจำนนแล้วกัดฟันแน่นก่อนจะเดินตามหลังเทพวานรโลกันตร์ไปดั่งดวงวิญญาณที่ตามติด
แม้จะไม่อาจสังหารเทพวานรโลกันตร์ได้ในเวลานี้แต่เมิ่งฝานก็จะหาโอกาสจัดการ ซึ่งนั่นก็คือยามที่เทพวานรโลกันตร์พักผ่อนนั่นเอง
เมิ่งฝานสกัดการหายใจของตนเองแล้วทะยานไปในทะเลทรายอย่างรวดเร็วเพื่อตามติดเทพวานรโลกันตร์ตัวนั้นไป
แต่เทพวานรโลกันตร์กลับไม่ได้รีบร้อนมันยังคงย่างก้าวไปบนทะเลทรายอย่างเกียจคร้าน ฝ่าเท้าขนาดใหญ่เหยียบย่ำลงไปบนพื้นสร้างความสั่นสะเทือนที่ทำให้สัตว์อสูรตัวอื่นไม่กล้าย่างกรายเข้ามาใกล้
หลังจากที่เวลาผ่านไปราวหนึ่งก้านธูปเทพวานรโลกันตร์ก็เดินมาถึงเนินทรายขนาดใหญ่ซึ่งเขาเองก็นึกไม่ถึงว่าจะมีถ้ำที่เกิดตามธรรมชาติแห่งหนึ่งอยู่ ซึ่งมันถูกทรายกลบเอาไว้และหากไม่ใช่เพราะเทพวานรโลกันตร์เดินมาที่นี่เมิ่งฝานคงจะหามันไม่เจอ!
เขาเดินตามเทพวานรโลกันตร์เข้าไปในภายในถ้ำสีหน้าของเมิ่งฝานพลันเปลี่ยนไปเพราะสัมผัสได้ว่าภายในมีระลอกคลื่นแห่งพลังปราณที่แปลกประหลาดบางอย่างอยู่ซึ่งจะต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่เขาเดินตามทางเดินขนาดใหญ่เข้าไปโดยมีเทพวานรโลกันตร์เดินอยู่เบื้องหน้าอย่างเงียบงันคล้ายว่าไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อยว่ามีเมิ่งฝานผู้ทำทีว่าเป็นหางของมันตามมาเช่นนี้!
เพียงไม่กี่อึดใจเทพวานรโลกันตร์ก็มาถึงสุดทางถ้ำก่อนจะนั่งลงที่ข้างต้นไม้ใหญ่ ขณะเดียวกันเมิ่งฝานที่ปีนป่ายขึ้นไปบนผนังหินก็มาใกล้จะถึงสุดทางถ้ำแล้วแต่เขาไม่กล้าเข้าไปใกล้เทพวานรโลกันตร์เท่าใดนัก
ภายในถ้ำเต็มไปด้วยกลิ่นสาบรวมถึงมูลของเทพวานรโลกันตร์อีกไม่น้อยเมิ่งฝานจึงอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นปิดปากด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก
เมื่อเขามองไปก็ถึงกับต้องตกใจรูม่านตาของเขาหดเล็กลงเพราะท่ามกลางถ้ำที่มากไปด้วยของมากมายนั้นคือต้นไม้ที่สะดุดตาเป็นอย่างยิ่งมันเกิดขึ้นมาจากบนพื้น มีสีแดงทั้งต้นไม่เว้นแม้แต่ใบ เมื่อมองจากที่ไกลๆ ก็พบว่ามันเปล่งประกายสวยงามไม่น้อย
ต้นเพลิงวิญญาณ!
เพียงชั่วพริบตาสีหน้าของเมิ่งฝานก็เปลี่ยนไปเขาจ้องมองต้นไม้ขนาดยักษ์ที่อยู่ไม่ไกลนั้นอย่างไม่ละสายตา ยามนี้เขาไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดเทพวานรโลกันตร์จึงพัฒนาร่างได้เป็นเพราะมันตามหาถ้ำซึ่งอันมีต้นเพลิงวิญญาณเติบโตอยู่ภายในเจอนี่เอง!
ต้นเพลิงวิญญาณเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับห้าที่เลิศล้ำกว่าวัตถุศักดิ์สิทธิ์ในระดับเดียวกันเจริญเติบโตในทะเลทรายอันกว้างใหญ่และหาได้ยากในรอบหลายสิบปีเพราะมันกลืนกินพลังแห่งฟ้าดินเป็นอาหารและผลที่เติบใตขึ้นมาก็คือผลเพลิงวิญญาณซึ่งอัดแน่นไปด้วยพลังปราณมหาศาล
หากกลืนกินมันลงไปก็จะทำให้พลังการบำเพ็ญเพิ่มพูนขึ้นมากมาย!
ในชั่วพริบตานี้ต่อให้เป็นเมิ่งฝานก็ยังรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งหัวใจต้นเพลิงวิญญาณที่เบื้องหน้าเขานั้นมีอายุถึงร้อยกว่าปีและเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์แล้วเหนือต้นเพลิงวิญญาณนั้นก็คือผลไม้ที่โน้มลงมาตามแรงโน้มถ่วงซ้ำยังสุกงอมดีแล้วด้วย
ดูท่าสถานที่ที่เทพวานรโลกันตร์ตัวนี้ตามหาเจอจะมากไปด้วยประโยชน์! เมิ่งฝานจ้องมองผลเพลิงวิญญาณนั้นอย่างไม่ละสายตา รู้ดีว่าหากตนเองได้มันมาครอบครองจะต้องพัฒนาขึ้นไปอีกระดับเป็นแน่
ทว่าถึงแม้เบื้องหน้าจะเป็นของล้ำค่าสูงสุดมันก็มีอันตรายที่ยิ่งใหญ่รออยู่ด้วยเช่นกัน!
ดูเหมือนว่าคนของตระกูลมู่แห่งอาณาจักรต้าก้านข้างนอกนั้นจะเดินทางมายังที่นี่เพราะผลเพลิงวิญญาณเช่นกันแต่เมิ่งฝานมาถึงก่อนแล้ว! เขากระตุกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยในเมื่อมาถึงที่แล้วต้องลองดูเสียหน่อย
เพียงชั่วพริบตาเมิ่งฝานก็ออกแรงที่นิ้วทั้งห้าเพื่อจับผนังถ้ำเอาไว้พลางปีนป่ายเข้าไปใกล้เทพวานรโลกันตร์ทางฝั่งของเทพวานรโลกันตร์ก็ยังคงนั่งอยู่กับที่ด้วยท่าทีที่คล้ายดั่งว่าพอใจกับที่นั่งของตนเองเป็นอย่างยิ่งมันอ้าปากขนาดใหญ่ของตนเองแล้วนอนราบลงไปใต้ต้นเพลิงวิญญาณแลบลิ้นออกมาแล้วปล่อยให้ของเหลวจากต้นไม้ไหลเข้าไปในปาก
ของเหลวนั้นล้วนแต่เป็นพลังแห่งฟ้าดินของต้นเพลิงวิญญารที่จับตัวควบแน่นแม้ว่าพลังของมันจะไม่ได้มากมายเท่ากับผลเพลิงวิญญาณแต่ก็นับว่าเป็นยาบำรุงชั้นดี! มันลิ้มรสของเหลวนั้นพร้อมทั้งเฝ้ามองผลเพลิงวิญญาณด้วยความโลภ
แม้ว่ามันจะสุกงอมแล้วแต่เทพวานรโลกันตร์ก็ยังไม่มีความคิดที่จะกลืนกินมันลงไปแต่กลับรอให้ตนเองก้าวขึ้นเป็นเป็นราชาสัตว์อสูรอย่างแท้จริงเสียก่อนจึงจะถือว่ามีประโยชน์ที่มากมายอย่างแท้จริงที่นัยน์ตาของเทพวานรโลกันตร์นั้นมีความต้องการและความโลภที่ไม่อาจปิดบังปรากฏขึ้นมาแต่แล้วในชั่วพริบตาหลังจากนั้นกลับมีเงาร่างของมนุษย์พุ่งทะยานไปยังต้นเพลิงวิญญาณ!
เพราะในชั่วพริบตาที่เทพวานรโลกันตร์กำลังเฝ้ามองผลเพลิงวิญญาณอย่างมีความสุขก็คือช่วงเวลาที่มันผ่อนคลายที่สุด!
เมิ่งฝานกัดฟันแน่นและไม่ยอมปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไปจึงขยับร่างด้วยวิชาของยาตราเซียนเหินขั้นสูงสุด พุ่งทะยานไปด้วยความเร็วดั่งดาวตกแล้วมาอยู่ข้างต้นเพลิงวิญญาณในวินาทีต่อมา
เมื่อเห็นว่าภายในถ้ำแห่งนี้มีมนุษย์ผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาเทพวานรโลกันตร์จึงร้องคำรามเสียงดังแล้วลุกขึ้นยืนในวินาทีต่อมาด้วยความเดือดดาลอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ทว่าเมื่อมันลุกขึ้นยืนเมิ่งฝานก็ยืนอยู่บนต้นเพลิงวิญญาณแล้วอ้าปากพลางตวาดเสียงดัง!
หย๊า!!!
เสียงนี้ก้องกังวานไปทั่วบริเวณดุจดั่งเสียงของปรากฏการณ์แผ่นดินไหวที่สะท้อนกลับไปมา ภายในแฝงไปด้วยพลังจิตที่ถูกปล่อยออกมาอย่างสุดกำลังและแฝงอยู่ในเสียงตวาดอย่างไม่ได้ออมมือต่อให้เป็นเทพวานรโลกันตร์ก็ยังต้องชะงักงันชั่วครู่ ในหัวของมันยามนี้เหมือนมีสายฟ้านับฟันฟาดลงมาพร้อมกันจนทำให้รู้สึกวิงเวียน
แต่ในชั่วพริบตานี้เมิ่งฝานกลับมีสติครบถ้วนเขาพุ่งไปยังผลเพลิงวิญญาณอย่างไม่รีรอก่อนจะคว้าวัตถุศักดิ์สิทธิ์นั้นมาไว้ในมือจากนั้นเมื่อฝ่าเท้าหาที่เหยียบได้ก็ระเบิดพลังเพื่อถอยออกมาอย่างฉับพลัน
หากเอาเปรียบอีกฝ่ายแล้วยังไม่รีบหนีเขาคงต้องกลายเป็นซากศพใต้ความเดือดดาลของเทพวานรโลกันตร์!
เพียงชั่วพริบตาเมิ่งฝานพลันม้วนตลบออกมาไกลหลายเมตรจากนั้นก็หันหลังกลางอากาศแล้ววิ่งออกมาอย่างไม่คิดชีวิต
ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาเพียงชั่วพริบตาสุขุม มั่นคง หากมีผู้ใดมาพบเห็นคงต้องตกตะลึงอย่างยิ่งเป็นแน่แม้ว่าเมิ่งฝานจะมีอายุที่ไม่มากแต่กลับรอบคอบเสียยิ่งกว่าผู้ทรงคุณวุฒิบางคน!
แล้วในที่สุดเทพวานรโลกันตร์ที่ได้สติจากอาการวิงเวียนก็มองไปยังเมิ่งฝานที่วิ่งหนีตายนัยน์ตาของมันเต็มไปด้วยไฟแห่งความเดือดดาลแล้วเสียงแห่งความโมโหก็ก้องกังวานไปทั่วบริเวณถ้ำ
ในวินาทีต่อมาร่างกายขนาดยักษ์ของมันพลันขยับแล้ววิ่งตามเมิ่งฝานไปอย่างรวดเร็วและดุดันดุจดั่งหินก้อนใหญ่มันนึกไม่ถึงว่าผลเพลิงวิญญาณของตนเองจะถูกมนุษย์แย่งไป หากจิตสังหารในดวงตาสามารถสังหารผู้ใดได้เมิ่งฝานคงจะถูกแผดเผาไปนับพันครั้งแล้ว
เมื่อฝ่ามือขนาดใหญ่ของมันวาดออกมาก็มีระลอกคลื่นแห่งเปลวเพลิงอันแข็งแกร่งและยิ่งใหญ่ปรากฏมันเป็นขุนเขาสูงใหญ่ที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามาคล้ายดั่งจะทับร่างของเขา
เพลิงธรณี!
เมิ่งฝานสั่นสะท้านไปทั้งหัวใจเขารู้ว่าจะปล่อยให้เพลิงนี้โดนร่างกายไม่ได้ เพราะร่างกายของเขาในยามนี้ไม่อาจรับมือได้เป็นแน่เมื่อฝ่ามือของเมิ่งฝานขยับพลันมีพลังปราณมหาศาลถาโถมออกไปดั่งสายธารหลาก
“สมุทรพิโรธภพฟ้าสิ้น!”
กระบวนท่าที่ห้าแห่งทะลวงธาราเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเทพวานรโลกันตร์ที่มีพลังในขั้นจวนปราณทะลวงเมิ่งฝานจึงไม่กล้าที่จะออมมือหรือประมาทเพียงชั่วพริบตาฝ่ามือขนาดใหญ่พลันปรากฏขึ้นมาในอากาศ กลิ่นอายพลังแผ่ซ่านไปทั่วสารทิศมันคือกระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดของเมิ่งฝาน ลมปราณพุ่งทะลวง แข็งแกร่งทรงพลัง ปะทะเข้ากับเพลิงธรณีของเทพวานรโลกันตร์ในอากาศอย่างดุดัน!
ตู้ม!
วิชาทะลวงธาราทะลวงคลื่นธารานับหมื่น ทำลายทุกสรรพสิ่ง พลังอันแข็งแกร่งอย่างน่าสะพรึงของมันทำให้เพลิงธรณีแตกซ่านแม้แต่ฝ่ามือของเทพวานรโลกันตร์ก็ยังมีรอยแผลจากการแตกร้าวปรากฏ เลือดสีแดงหลั่งไหลแล้วร่วงหล่นลงไป
ทว่าเมิ่งฝานน่าอนาถยิ่งกว่าเขากระเด็นออกไปพร้อมทั้งกระอักเลือดเปื้อนไปทั้งชุดที่สวมใส่ซึ่งมันก็เป็นเลือดที่เขาไม่รู้เลยว่าเป็นของตนเองหรือของเทพวานรโลกันตร์!
ขั้นจวนปราณทะลวงแข็งแกร่งเช่นนี้เอง!
ยามนี้เมิ่งฝานสัมผัสได้ว่าเส้นแขนงปราณในร่างกายของตนเองเสียหายไปกว่าครึ่งเขายิ้มเจื่อนขึ้นมาอีกครั้งเพราะโชคดีที่ตนเองกระเด็นออกมาไกลจึงได้โอกาสในการหลบหนี
ในวินาทีต่อมาเมิ่งฝานก็สับขาวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตพุ่งทะยานไปยังปากถ้ำดุจดั่งลูกศรหลุดจากคันธนู ซึ่งแม้ว่าเทพวานรโลกันตร์ที่อยู่ด้านหลังนั้นจะมีศักยภาพที่ยิ่งใหญ่แต่เรื่องความเร็วก็หาใช่คู่ต่อสู้ของเมิ่งฝานไม่
......
ในขณะเดียวกันนั้น
สีหน้าของจอมยุทธ์แห่งตระกูลมู่ที่อยู่นอกถ้ำต่างก็เปลี่ยนไปตามๆกัน หลังจากนั้นจึงมองมายังถ้ำทะเลทราย นัยน์ตาของชายชราชุดเทาที่เป็นผู้นำวาวโรจน์ก่อนที่เขาจะเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่เยือกเย็น“มันคือระลอกคลื่นแห่งพลังปราณ ดูท่าคงมีคนมาถึงก่อนพวกเราแล้วและคงจะรู้เรื่องผลเพลิงวิญญาณด้วย รีบไปเร็วเข้า!”
เมื่อสิ้นเสียงนั้นสีหน้าคนของตระกูลมู่ทั้งหลายก็เปลี่ยนไปพวกเขาลงทุนลงแรงจำนวนมากเพื่อเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ในที่สุดก็จะได้เห็นผลเพลิงวิญญาณเสียทีแล้วในวินาทีต่อมาพวกเขาทั้งหลายต่างก็ขยับร่างเพื่อมุ่งตรงไปยังถ้ำแห่งนั้น
ในชั่วพริบตานี้เมิ่งฝานเองก็พยายามวิ่งไปยังปากถ้ำเพื่อหนีตายเช่นกันทุกย่างก้าวขยับไปด้วยความเร็วปานสายฟ้าพลังปราณภายในร่างกายถูกแผดเผาอย่างบ้าคลั่งกระทั่งมาถึงปากถ้ำ
แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้ผ่อนคลายลงเพราะยามนี้บนร่างกายเขามีเลือดของเทพวานรโลกันตร์อยู่ฉะนั้นมันจะต้องไม่ยอมปล่อยเขาไปแน่นอน
นอกเสียจากว่าเขาจะสามารถออกไปจากทะเลทรายผืนใหญ่แห่งนี้ได้มิฉะนั้นแล้วเทพวานรโลกันตร์จะต้องตามกลิ่นเขาอย่างไม่ยอมเลิกราเป็นแน่!
แล้วในวินาทีต่อมานัยน์ตาของเมิ่งฝานก็วาวโรจน์เพราะไกลออกไปนั้นมีเงาร่างของกลุ่มคนกำลังพุ่งเข้ามาซึ่งพวกเขาเหล่านั้นก็คือคนของตระกูลมู่นั่นเอง
ชายชราชุดสีเทาที่เป็นผู้นำอยู่ในจุดที่ห่างจากเมิ่งฝานเพียงสิบเมตรกลิ่นอายพลังสยบทุกสิ่งทั่วบริเวณ เขาประสานมือเอ่ยว่า “ท่านช่างรวดเร็วเสียจริงไม่ทราบว่าได้มาหรือไม่?”
ตระกูลมู่!
เมิ่งฝานยืนอยู่กับที่โดยถือผลเพลิงวิญญาณเอาไว้แน่นเขารู้ดีว่าคำถามนี้เป็นเพียงสิ่งที่ไร้ประโยชน์เพราะสายตาของพวกเขาทั้งแปดล้วนแต่จับจ้องมายังผลเพลิงวิญญาณอย่างไม่ละสายตาและมันก็เป็นสายตาที่บ่งบอกถึงความกระหายอย่างไม่อาจปิดบังด้วย
เมิ่งฝานมองไปยังชายชราแล้วยิ้มเจื่อนยามนี้ด้านหลังของเขาคือพยัคฆ์ร้ายซ้ำเบื้องหน้ายังเป็นฝูงหมาป่าที่หิวกระหายหากไม่ระวังเขาคงจะต้องสิ้นชีพลง ณ สถานที่แห่งนี้
สีหน้าของเมิ่งฝานเปลี่ยนไป ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น“ได้มาแล้ว ไม่ทราบว่าท่านคือ?”
ชายชราชุดสีเทากระตุกยิ้ม แล้วเอ่ยเสียงเรียบ“ข้าน้อยมู่เฉวียนแห่งตระกูลมู่จากอาณาจักรต้าก้านผลเพลิงวิญญาณในมือของท่านนั้นสำคัญต่อตระกูลมู่ของพวกข้าอย่างยิ่ง ไม่ทราบว่าท่านจะตัดใจมอบมันให้แก่พวกข้าหรือไม่พวกข้ายินดีที่จะมอบสิ่งอื่นเป็นสิ่งตอบแทน!”
เมื่อสิ้นเสียงนั้นเมิ่งฝานก็กระตุกยิ้ม
สิ่งตอบแทน? เกรงว่ายังไม่ได้มอบสิ่งตอบแทนก็คงจะเข้ามาช่วงชิงผลเพลิงวิญญาณไปก่อนเสียมากกว่า
ทั้งแปดคนนั้นล้วนแต่เตรียมตัวเพื่อต่อสู้อย่างดีพวกเขาผนึกรอบกายของเมิ่งฝานเอาไว้ทั้งหมด เดิมทีแล้วเมิ่งฝานก็เงยหน้าขึ้นหมายจะปฏิเสธทว่าในวินาทีต่อมานัยน์ตาของเขาพลันวาวโรจน์ก่อนจะกลืนคำนั้นลงไป
มุมปากของเมิ่งฝานกระตุกขึ้นเล็กน้อยจากนั้นก็พึมพำอยู่ในใจ “ในเมื่อเอ่ยออกมาเช่นนี้ก็คิดเสียว่าตนเองตกที่นั่งลำบากแล้วกันถ้าอย่างนั้น....มาเป็นตัวตายตัวแทนให้ข้าก็แล้วกัน!”