ระบบความเกลียดชัง

    ตอนที่ 22 อย่าไปยุ่งกับเธออีก

    หลังจากเลิกเรียนคาบบ่าย 


    เซี่ยปิงเดินออกจากห้อง เขาก็กลายเป็นดาราดังโดยไม่รู้ตัว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาหลายสิบคู่ชี้ชัดมาที่เขา ราวกับสัตว์หายากใกล้สูญพันธุ์ 


    “ดูนั่นเร็วเข้า เซี่ยปิงบุรุษในตำนาน”


    “ไม่เห็นจะหล่อตรงไหน เนี่ยเหรอคนที่ทำให้เทพธิดาของโรงเรียนเราท้อง”


    “อย่าตัดสินหนังสือจากปก เช่นเดียวกับที่นายไม่สามารถหยั่งวัดความลึกของมหาสมุทรได้ด้วยตา”


    “ผู้ชายคนนี้เป็นเหมือนอาชญากรดีๆ นี่เอง”


    “รอดูสิ ไม่ช้าก็เร็วเขาต้องโดนตำรวจจับไปอีกราย ฉันได้ยินว่าเพื่อนร่วมชั้นสองคนของพวกเขา ถูกตำรวจจับเพราะวิ่งแก้ผ้ารอบโรงเรียน ตอนนี้ยังไม่ถูกปล่อยตัวเลย”


    “ไม่เคยได้ยินหรือไง นกประเภทเดียวกันมักรวมฝูงกัน เขาเองก็ไม่ใช่คนดีแน่นอน”


    สายตาของนักเรียนที่อยู่รอบๆ จับอยู่ที่เซี่ยปิง ปากเอ่ยวิจารณ์ไม่หยุด 


     “เฮ้อ...ให้ตายสิ ข่าวนี้แพร่กระจายเร็วอย่างเหลือเชื่อ” เซี่ยปิงไม่คิดว่าเรื่องราวดังกล่าวจะถูกแพร่ออกไปไวเสียยิ่งกว่าแสง เพียงวันเดียวทุกคนในโรงเรียนก็รู้เรื่องทั้งหมด


    ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนของระบบ “ขอแสดงความยินดี ตอนนี้คุณได้รับคะแนนความเกลียดชังทั้งหมด เจ็ดร้อยสามสิบหกคะแนน”


    “อะไรนะ เจ็ดร้อยสามสิบหกคะแนน!”


    เซี่ยปิงใบ้กินไปพักใหญ่ เมื่อไม่กี่วันก่อน เขาวางแผนสร้างความเกลียดชังให้กับผู้คนมากมาย ทั้งจุดชนวนการประลองที่เพิ่งจบไปอย่างสวยงาม แต่รวมๆ แล้วยังได้คะแนนความเกลียดชังมาไม่ถึงสามร้อยคะแนน 


    แต่ลองดูตอนนี้สิ เพราะข่าวอื้อฉาวที่แพร่ออกไป เขาจึงกลายเป็นที่เกลียดชังของผู้คนจำนวนมาก ส่วนสาเหตุนั้นมาจาก เพราะข่าวลือระหว่างเขากับเทพธิดาประจำโรงเรียน นี่มันไม่ดูไร้สาระเกินไปหน่อยหรือไง 


    เขาไม่ปฏิเสธความจริงที่ว่า มีคนเกลียดเขาเพราะเจียงหย่าหรู เพราะเธอคือผู้หญิงสวยที่ได้รับความนิยม ไม่ว่าจะมองมุมไหนมันก็ทำให้ผู้ชายหลายคนอิจฉาริษยาและโกรธแค้นเขาอยู่จริงๆ คะแนนจึงออกมาแบบนี้


    “หรือว่าฉันไม่จำเป็นต้องหาเรื่องเยาะเย้ยคนอื่นเพื่อให้ได้คะแนนความเกลียดชัง แค่เดินหน้าจีบผู้หญิงก็เพียงพอแล้ว” เซี่ยปิงคิดคำนวณถึงผลลัพธ์ที่ดีและเร็วที่สุด 


    “แกคือเซี่ยปิงสินะ”


    ขณะที่เซี่ยปิงทบทวนผลได้ผลเสียอยู่ มีเสียงแหบห้าวดังจากทางด้านหลัง เขาหันกลับไปจึงเห็นว่า ผู้มาเป็นนักเรียนคนหนึ่ง มีใบหน้าโดดเด่นเป็นสง่า รูปร่างสมส่วนกำยำ แฝงกลิ่นอายทรงพลังน่าเกรงขาม 


    เขาก้าวเข้ามาที่เซี่ยปิงยืนอยู่พร้อมกับพรรคพวกอีกห้าหกคน ล้วนมีพลังการต่อสู้แข็งแกร่ง กลุ่มนักเรียนรอบๆ ต่างพากันหลีกทางให้พวกเขา 


    “เขาคือโจวไท่อันนักเรียนมัธยมปลายจากห้องหนึ่งไม่ใช่หรือไง ว่ากันว่าเขาบรรลุระดับนักสู้ขั้นที่หกและติดสามอันดับแรกของโรงเรียน ฝึกวิชาหมัดห้าขุนเขาซึ่งเป็นทักษะอันทรงพลังขั้นกลาง แข็งแกร่งยิ่งกว่าสงป้าเทียนเสียอีก”


    “ไม่ใช่แค่พรสวรรค์ของเขาเท่านั้นที่น่าทึ่ง แต่สถานะทางครอบครัวยังร่ำรวย เขามีโรงแรมระดับห้าดาวในเมืองเทียนสุ่ยด้วยทรัพย์สินมูลค่ามากกว่าหนึ่งร้อยล้านเหรียญ ฉันเห็นเขาขับรถหรูมาโรงเรียนไม่ซ้ำกันสักคัน”


    “ไม่รู้มีผู้หญิงกี่คนที่ชื่นชอบเขา แต่น่าเสียดายคนที่เขาชอบคือเจียงหย่าหรู เขาจึงปฏิเสธผู้หญิงทุกคนที่เข้ามา”


    “ชักน่าสนใจแล้วสิ เด็กคนนั้นไม่ใช่แฟนหนุ่มของเจียงหย่าหรูในข่าวลือหรอกเหรอ ดูเหมือนพวกเขากำลังเผชิญหน้ากันอยู่”


    นักเรียนหลายคนจับตาดูเรื่องนี้โดยไม่คลาดสายตา เห็นได้ชัดว่าโจวไท่อันกำลังโกรธและต้องการสร้างปัญหาให้กับเซี่ยผิง


    “ถ้าใช่แล้วจะทำไม ต้องการอะไรจากฉัน” เซี่ยปิงมองโจวไท่อันที่กำลังเดินเข้ามา 


    โจวไท่อันใช้สายตาพิจารณาเซี่ยปิง “แกก็น่าจะรู้อยู่แล้วนิ ทำไมฉันถึงตามหาแก ถ้าไม่ใช่เรื่องของเจียงหย่าหรู” มีประกายแสงพาดผ่านดวงตาของเขา กระจายแรงกดดันอันทรงพลังออกมา คล้ายต้องการจะมองเซี่ยปิงให้ทะลุทุกความลับทั้งหมดที่มี 


    “ฉันได้ยินข่าวลือในโรงเรียนผ่านหูมาบ้าง แต่ฉันก็ไม่ปักใจเชื่ออยู่ดีว่าเจียงหย่าหรูจะเป็นผู้หญิงแบบนั้น ฉันมาที่นี่เพื่อบอกกับแกเรื่องเดียว.... เลิกยุ่งกับเธอซะ”


    น้ำเสียงของโจวไท่อันเคลือบแฝงการข่มขู่อย่างรุนแรงเอาไว้ 


    “ดั้นด้นมาที่นี่เพื่อเตือนฉันแค่เนี่ย” เซี่ยปิงรู้สึกไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ 


    โจวไท่อันหัวเราะเยาะหยัน “ถูกต้อง จะคิดว่าฉันเตือนก็ได้ แค่เอาชนะสงป้าเทียนได้ก็อย่าคิดว่าแกเก่งขนาดนั้น พูดถึงสงป้าเทียน มันก็แค่พวกตัวตลกในโรงเรียนตัวหนึ่ง ก่อนหน้าที่ฉันไม่ยุ่งกับมัน เพราะมันไม่ได้ทำอะไรขวางหูขวางตาฉัน” 


    “อ๋อเกือบลืมไป ฉันสืบเรื่องของแกมาเล็กน้อย พ่อชื่ออะไรนะ อ่า...เซี่ยชวนหลิว เป็นแค่ฉันราชการระดับล่าง ส่วนแม่ของแก....หวงหลันซิน แม่ค้าขายเร่ตามข้างถนน รวมรายได้ต่อเดือนแค่เศษเหรียญเจ็ดแปดพัน ไหนยังจะมีหนี้อีกหลายแสนเหรียญ” 


    “แต่กับเจียงหย่าหรู ไม่เหมือนแก เธอคืออัจฉริยะและเป็นเทพธิดาของสวรรค์ อนาคตของเธอไม่ได้อยู่ในเมืองเล็กๆ อย่างเมืองเทียนสุ่ย แต่อาจจะเป็นสถาบันหยานหวงหรือโลกแห่งเมฆา ฉะนั้นสำเหนียกตัวเองหน่อย แกกับเธอมันอยู่คนละโลกกัน”


    “แกมีอะไรบ้าง ภูมิหลังครอบครัวก็อย่างที่เห็น ผลการเรียนแสนธรรมดา สอบเข้าเรียนในสถาบันชั้นรองได้ก็บุญหัวแล้ว แกจะมีปัญญาที่ไหนมาทำให้เจียงหย่าหรูอยู่อย่างสุขสบายได้ ช่วยมองสภาพความเป็นจริงหน่อย” การแสดงออกของโจวไท่อันเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง ประหนึ่งคนที่ยืนอยู่บนภูเขาสูง ทอดมองลงมาที่เซี่ยปิงด้วยความรู้สึกที่เหนือกว่า 


    เซี่ยปิงได้ยินคำพูดอันแสนชอบธรรมของโจวไท่อัน เขาก็ยิ้มเยาะ “โจวไท่อัน แค่เพียงเพราะมีคนบอกว่านายหล่อเหลาที่สุดในโรงเรียน แข็งแกร่งที่สุด ครอบครัวมีทั้งอำนาจทั้งเงินตรา แล้วมันจะทำให้นายมีสิทธิ์เข้ามายุ่งกับเรื่องของฉันได้อย่างนั้นเหรอ คนอื่นอาจจะยกหางนาย พร่ำประจบประแจงเอาใจ ทว่าในสายตาของฉัน นายไม่ได้เป็นตัวอะไรสักอย่าง”


    “ฉัน—เซี่ยปิงคนนี้ ไม่จำเป็นต้องสาธยายให้นายฟังว่า ฉันต้องทำอะไรหรือชอบอะไร” 


    เซี่ยปิงจ้องโจวไท่อันอย่างไม่คิดหลบเลี่ยง ดวงตาของเขาดูเย็นชาและไร้ความเกรงกลัว  


    "นี่แก!"


    ม่านตาของโจวไท่อันหดรัด เขาไม่คิดว่าไอ้เด็กคนนี้จะกล้าประจันหน้ากับเขาตรงๆ ไม่ใช่แค่มองฉันมเขา แต่อีกฝ่ายยังโต้กลับ จนทำให้เขารู้สึกเสียหน้า 


    เมื่อเขาอยู่ในโรงเรียนทุกคนต่างก็ให้เกียรติเขา ไม่ว่าจะเป็นรุ่นน้องหรือเพื่อนรุ่นเดียวกัน แม้แต่อาจารย์ยังต้องมองสีหน้าก่อน แต่ไอ้เวรตะไลนี่มันกล้าพูดใส่หน้าเขาว่า เขาไม่ได้เป็นตัวอะไรในสายตาของอีกฝ่าย ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดเข้าแล้วจริงๆ 


    “เซี่ยปิง แกชักจะโอหังเกินไปแล้ว”


    “หัวหน้าโจวมีสถานะอะไร แล้วนายมีสถานะแบบไหน กล้าพูดออกมาแบบนี้ได้ยังไง”


    “แกพูดว่าหัวหน้าโจวไม่ได้เป็นตัวอะไรสักอย่าง สภาพอย่างแกนับเป็นตัวอะไร”


    “แค่เอาชนะตัวละครตลกๆ ตัวหนึ่งอย่างสงป้าเทียนได้ นายคิดว่านายไร้พ่ายแล้วหรือไง”


    “ในโรงเรียนนี้ยังมีคนที่เก่งกว่าแกอีกเยอะ!”


    พรรคพวกที่มากับโจวไท่อันด่าตอบโต้เซี่ยปิง โจวไท่อันหรือหัวหน้าของพวกเขาเป็นถึงนักเรียนระดับชั้นยอด ติดอยู่ในสามอันดับแรกของโรงเรียน แล้วอีกฝ่ายเป็นใคร เซี่ยปิงคิดจะตีตัวเสมอกับหัวหน้าของเขา มันไม่ตลกเกินไปหน่อยหรือไง 


    “เซี่ยปิง!”


    โจวไท่อันมีสีหน้าเย็นชา “ฉันเจอคนมากมายที่รู้จักวิธีพูดให้สวยงาม แน่นอน...แกไม่ใช่คนแรก บางคนประกาศตัวว่าอยู่คงกระพันในรุ่นเดียวกัน แต่เมื่อยืนอยู่เบื้องหน้าความแข็งแกร่งแท้จริงกลับไร้พลัง 


    ฉันได้ยินมาว่าแกจะเป็นตัวแทนของชั้นเรียนเข้าร่วมการแข่งขัน แกควรภาวนาไว้ล่วงหน้าว่าอย่าให้เจอฉันในการแข่งขัน ไม่เช่นนั้น ฉันจะแสดงให้แกเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างอัจฉริยะกับมดธรรมดา เพราะฉันคือคนที่แกไม่สามารถทำตัวตีเสมอด้วยได้ จำไว้ให้ขึ้นใจ”


    เขารวบหมัดเข้าหากันช้าๆ เกิดเสียงกระดูกลั่นกึก พลังปราณพลันระเบิดออกมารอบทิศทาง กลิ่นอายความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากร่างราวกับสัตว์ร้าย บรรดานักเรียนที่ยืนดูอยู่รอบๆ รีบหดตัวถอยร่นออกไปหลายก้าว


    เซี่ยปิงไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงมองดูอย่างไม่สะทกสะท้าน 


    “พวกเรากลับกันเถอะ!”


    โจวไท่อันจ้องมองเซี่ยปิงครั้งสุดท้าย ก่อนหันหลังเดินจากไปพร้อมกับผู้ติดตามของเขา