ในหมู่ไส้ศึกนั้นไม่ได้มาจากฝ่ายศัตรูฝ่ายเดียว ที่รู้เพราะว่ามีห้าคนที่กัดยาพิษยอมตายไม่บอกว่าใครส่งมา จึงคาดได้ว่าคนเหล่านี้เป็นนักฆ่าที่ถูกฝึกมา พวกนี้หาจังหวะมาเพื่อฆ่าแม่ทัพหยางโดยตรงแต่ไม่มีโอกาสเพราะองครักษ์เงาที่อยู่รอบๆ ตัวเขาป้องกันหนาแน่นมาก
จะวางยาก็กลายเป็นว่าอาหารเป็นซองแจก วางยาในแหล่งน้ำก็ไม่มีโอกาสเพราะการวางกับดัก ไว้ทั่วๆ มีการควบคุมที่แน่นหนามาก
“เหลือแค่ยี่สิบสามคนแล้ว” หยวนอิงตอบ
"เอาพวกมันไปสอบสวน อันดามากับข้า
ทุกคนแยกย้ายไปตามหน้าที่
“เดี๋ยวก่อนขอรับ ในเมื่อจับไส้ศึกได้แล้วพวกข้าของยาถอนพิษได้เลยหรือไม่” หยวนอิงก็ถามเพราะกลัวไส้จะขาด
“ไม่มีหรอก” อันดาตอบ
“แต่ผงสีดำนั่น” หยวนอิงยังประทับใจไม่หายเลย
“อ้อ นั่นเรียกว่าถ่านกัมมันต์ไม่ใช่ยาถอนพิษ แล้วยาเม็ดเขียวที่ให้พวกท่านกินน่ะไม่ใช่ยาพิษเสียหน่อย” อันดาตอบ
“งั้นเป็นยาอะไร ทำไมกินแล้วท้องรู้สึกเย็นๆ” หยวนอิงไม่เข้าใจ
“มันเป็นยาช่วยย่อยน่ะ เห็นกินกันอิ่มเกินไปเยอะ มีสมุนไพรช่วยย่อย ที่เจ้าแห้งคลื่นไส้เพราะมันกินยาเม็ดดำนั่นต่างหาก มันเป็นยากินเพื่อให้อาเจียน ข้าทำเอาไว้แกล้งคนน่ะ ไม่มีผลกับร่างกายแค่ทำให้อาเจียนจนหมดไส้หมดพุงแค่นั้นแหละ” อันดาเฉลยด้วยรอยยิ้มสดใส
ไม่น่าเชื่อว่าคนสวยจะโหดร้ายเยี่ยงนี้ เรื่องริบของกลางก็ทีนึงแล้ว นี่ยังโกหกตาใสเรื่องยาพิษกับยาทำให้อาเจียนอีก หยวนอิงที่แอบหลงใหลในความงามของว่าที่พระชายาตอนนี้กลายเป็นขยาดผู้หญิงสวยไปเรียบร้อยแล้ว
“ท่านหมอ ท่านมียาเม็ดเขียวนั่นอีกหรือไม่ขอรับ” นายกองว่านยื่นหน้ามาเรียกเธอก่อนที่เธอจะหันไป
“กินดีใช่ไหมเล่า ที่ข้ามีติดตัวอยู่เท่านี้เอาไปแบ่งให้คนที่ท้องอืดง่ายๆ พวกเจ้าต้องเปลี่ยนอาหารกันยกใหญ่แล้ว” อันดายื่นยาช่วยย่อยให้นายกองว่านไป ไม่ทันไรก็ถูกแม่ทัพหยางจูงมือไปทางห้องนอน
“ฝันดีนะ” แม่ทัพหยางส่งนาง
“อย่าทำงานหนักเกินไป” เพราะอันดารู้ว่าคืนนี้เขาคงอยู่สอบปากคำไส้ศึกแน่ๆ
ในเมื่อเขาทำงานเธอก็อยากทำอะไรให้เกิดประโยชน์เสียหน่อย สิ่งที่อันดาทำคือการทำยาพิษจริงๆ แต่ไม่ใช่ยาพิษที่คร่าชีวิต แต่คร่าการยับยั้งชั่งใจ เธอกำลังทำยากล่อมประสาทให้คนที่กินยาเข้าไปยอมตอบความจริง สงสัยงานนี้คงต้องใช้เยอะอยู่ ดูท่าคนในวังคงไม่มีใครพูดจริงสักคน
“ทำเป็นผงหอมด้วยดีกว่า” อันดานึกขึ้นได้ว่าคงหาวิธีใช้ในหลายโอกาส
กว่าอันดาจะได้นอนก็เช้าแล้วมีคนมาเคาะประตูคาดว่าน่าจะเป็นแม่ทัพหยางจึงวิ่งออกไปเปิดแต่ปรากฏว่าคนที่ยืนอยู่หน้าห้องนั้นกลับเป็นชายหนุ่มตัวสูงใหญ่ หน้าตาหล่อเหลาเอามากๆ หล่อจริงๆ ยืนยิ้มหวานทำเอาเธอที่กำลังสะลึมสะลือนั้นตื่นเลย
“ท่านเป็นใคร” อันดาขยี้ตา แววตาที่คุ้นเหมือนเหมือนจะเคยเห็นที่ได้ คิ้วเข้มจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากได้รูปหยักขึ้นเหมือนกำลังยิ้มเยาะคนตลอดเวลา แต่เวลายิ้มแล้วเล่นเอาใจละลาย
ไม่ได้นะอันดาเธอมีคนรักแล้ว อันดาตบหน้าตัวเอง อย่าเห็นแก่รูปลักษณ์ภายนอก แต่นี่สเปคเธอเลย หล่อใจละลาย แล้วนี่ท่านแม่ทัพของเธอไปอยู่ไหนกันทำไมปล่อยให้ชายอื่นมาปลุกเธอถึงหน้าห้อง
“ยังไม่ตื่นดีหรือ” เสียงก็คุ้น
“อย่าเข้ามานะ อย่าได้มาฉวยโอกาส รู้หรือไม่ข้าเป็นใคร” อันดาตั้งหลักเดินถอยหลังไปหยิบปืนขึ้นมาชี้หน้าคนตัวโตที่ดูเหมือนกำลังจะเข้าห้องมา
“แล้วเจ้าเป็นใคร” ชายรูปงามถาม
“ข้าเป็นใครมันเกี่ยวอะไรกับเจ้า” อันดานึกไม่ออกว่าจะขู่ยังไง
“ก็เจ้าถามข้าเองว่ารู้หรือไม่” ชายรูปงามยิ้มให้เธอ
“ข้าเป็นคนของท่านแม่ทัพหยาง หยางเจียจุ้น เขาเป็นท่านอ๋องด้วย แล้วข้าก็มีอาวุธร้ายแรงยิงออกไปเจ้าตายแน่” อันดายิงขู่ชายหนุ่ม
“เข้าคิดว่าปืนอันเล็กแค่นั้นจะหยุดข้าได้หรือ” ชายรูปงามถามแล้วยิ้ม ที่จริงแค่ยิ้มของเขาก็ฆ่าคนได้แล้ว
“ข้าไม่ฆ่าคน แต่ถ้าจวนตัวข้าก็เลือกตัวเองก่อนจะลองมั้ยล่ะ อ๊ะ” ขณะที่เธอกำลังจะปลดเซพ ชายหนุ่มก็ถึงตัวเธอปัดปืนตกแล้วล็อกเธอจากด้านหลัง
อันดาเตะสูงจนปลายเท้าเกือบถูกคางของเขาแล้วโดดหนีออกมาจากห้องแต่ช้ากว่าชายหนุ่มคนนั้นที่เข้ามารวบตัวเธออีกครั้ง อันดาพยายามดิ้นก็ไม่สามารถหลุดจากแขนที่แกร่งนั่นได้เธอจึงตัดสินใจกัดแขนที่ล็อกเธอจนเลือดไหล
“จำข้าไม่ได้จริงๆ หรือ” เมื่อหันหลังให้แล้วได้ยินแต่เสียงเธอจึงจำเขาได้
“หยางเจียจุ้น!” อันดาหันไปมองข้างหลังเธอ แต่นอกจากชายหนุ่มรูปงามแล้วเธอไม่เห็นเงาของคนรักของเธอ หรือว่า
“ข้าเอง อะไรกันจำข้าไม่ได้เลยหรือ” หยางเจียจุ้นคลายแขนออกแต่ไม่ปล่อยเธอ แล้วจับเธอนั่งบนตักของเขา
“เป็นท่านจริงๆ เหรอ โอ้โหท่านหล่อมาก รูปงามขนาดนี้เลยหรือ ใช่ท่านจริงๆ หรือเนี่ย” อันดาจำได้แล้วว่าเป็นเขาตอนนี้เธอตื่นแล้ว เสียงนี่ก็ของเขา ดวงตาจมูก ของเขา เพิ่งจะเห็นริมฝีปากทรงเสน่ห์ก็ตอนนี้แหละ
“ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าเด็กน้อย เป็นข้าเอง” เขาขำที่อันดาแปลกใจชมขาใหญ่ และสำรวจใบหน้าของเขาเพื่อให้มั่นใจว่าเป็นเขาจริงๆ
“กรี๊ด” อันดาวิ่งออกจาก ไปยืนแล้วกระโดดกรี๊ด
"โอปป้า! เจ้าข้าเอ๊ยข้ามีแฟนหล่อมาก" อันดากระโดดกรี๊ดดีใจเหมือนตอนไปดูคอนเสิร์ตวงเคป๊อปเลย
“อันดา! เจ้าเป็นอะไร” หยางเจียจุ้นเห็นอาการของคนรักแล้วรู้สึกเป็นห่วง หรือว่าความหล่อเหลาของเขาจะทำให้เธอเสียสติไปแล้ว
“โอ๊ย! ไม่เป็นไรหรอก ข้าแค่ดีใจมากเวอร์น่ะ” อันดากลับมานั่งบนตักเขาอีกครั้ง
“คำพูดเจ้าช่างประหลาด” หยางเจียจุ้นหัวเราะ เขารู้ดีว่านี่เป็นแค่การแสดงความดีใจของเธอเท่านั้น
“กอดหน่อย” อันดาซุกตัวเข้าไปในอกของเขา
และหยางเจียจุ้นก็กอดเธอเอาไว้
“ท่านแม่ทัพ โอ๊ย!” หยวนอิงที่เข้ามาไม่ดูตาม้าตาเรือโดนถ้วยชาบินเข้าหน้า
“สม” สิบสี่ที่ยืนอยู่บนต้นไม้ส่ายหัวให้เจ้าซื่อบื้อนี่จริงๆ
“สมเหรอ นี่แน่ะ” หยวนอิงได้ยินเลยเขวี้ยงถ้วยชาไปที่กิ่งไม่ที่สิบสี่ยืนอยู่ แต่สิบสี่ก็ไม่ได้ร่วงตามกิ่งไม้ลงมา
“เจ้านี่เจ้าคิดเจ้าแค้น” สิบสี่ทีปีนต้นไม้สูงขึ้นไปอีก
ข้างนอกทะเลาะกันวุ่นวายใครจะมีแก่ใจจู๋จี๋กันอีก
“ทำไมไม่นอน” แม่ทัพหยางถามคนรัก
“รู้ได้ยังไง” อันดาถาม
“ขอบตาเจ้าน่ะสิ คล้ำขนาดนี้ บอกว่าว่าเมื่อคืนทำอะไร” แม่ทัพหยาง
“นี่ไง เห็นว่าท่านจะสอบสวน ใช้แรงมากไป ทำคนเจ็บตัว ใช้ยากล่อมประสาทนี่พวกเขาจะพูดความจริงโดยที่ท่านไม่ต้องลงแรงเลย” อันดาหยิบหลอดยาออกมา
“ใช้อย่างไร”
“ก็อันนี้ฉีดเข้าเส้นเลือด อันนี้ผสมน้ำให้ดื่ม อันนี้เป็นผงให้สูดดม ส่วนครีมในตลับนี้คือยาแก้ป้ายใต้จมูก” อันดาหยิบของออกมาเรียงบนโต๊ะ
“เจ้ารักข้าหรือไม่” แม่ทัพหยางเป่าผงสัจจะใส่หน้าเธอ
“ไม่รัก” อันดาตอบ พร้อมยกนิ้วที่ครีมไม่อยู่ที่นิ้วแล้ว
“เจ้าเล่ห์นักนะ” แม่ทัพหยางดึงเธอมาจูบจริงๆ คราวนี้คงไม่เจ็บแล้ว
_____________________________________
คิดว่าเล่นทีเผลอกับใครคะท่านแม่ทัพ