ตอนที่ 10 ใต้หน้าผา (10)
สิ้นคำกล่าวของหญิงสาว ั์ตาของซวนเตาอวีพลันขยายโตกว้าง หางคิ้วกระตุกเป็ระยะ ดวงใจที่นิ่งสงบกลับกลายเป็ท่วงทำนองอันบ้าคลั่ง ล้วนหยาดเหงื่อพร่างพรายทั่วใบหน้า…
ซวนเตาอวีผู้นี้เป็ถึงผู้าุโฝ่ายในของสำนักอันดับสองแห่งัมหาธรณี เนื่องด้วยชื่อเสียงของสำนัก ชื่อแซ่จึงมิอาจเป็ความลับไปได้ อย่างไรก็ตาม ตัวตนของผู้าุโฝ่ายในของสำนักกระบี่คู่ส่วนใหญ่ล้วนเป็ความลับ แม้จะล่วงรู้ชื่อเสียงเรียงนามและเกียรติศักดิ์ หากไม่เคยรู้จักหน้าคร่าตา เพราะน้อยนักที่จะเปิดเผยตัวสู่สาธารณชน ยิ่งการมาเยือนเมืองบงกชขาวในคราวนี้ มีเพียงตระกูลโก่วเท่านั้นที่ทราบนามของซวนเตาอวี
นามกรที่ถูกกล่าวผ่านปากขององค์หญิงัยากจะเป็เื่โกหกไปได้ ผนวกกับอากัปกิริยาของผู้ชราเฒ่าที่แปรเปลี่ยนไป สิ่งนี้ราวกับได้ยืนยันคำของหลงซูโหรวไปแล้วครึ่งหนึ่ง ชาวบ้านแทบทุกคนได้ปักใจเชื่อในทันที ว่า ผู้ทะยานฟ้าคนนี้ชื่อแซ่ ซวนเตาอวี…
“ซวนเตาอวี…”
“กลับเป็ผู้าุโซวน…”
“ผู้าุโฝ่ายในซวนเตาอวี เล่ห์กระบี่…”
ยามได้ยินนาม “ซวนเตาอวี” ชาวบ้านทุกคนที่นี่ย่อมรู้จักเขา ซวนเตาอวีนั้นโด่งดังในเื่ความฉลาดหลักแหลม เ้าเล่ห์เพทุบาย ความแข็งแกร่งเป็เลิศ เพลงกระบี่จับทางยากสมกับฉายาเ้าเล่ห์ของมันเช่นกัน เป็บุคคลที่อยู่ในเงามืดอย่างแท้จริง ออกตัวสู่สาธารณชนครั้งล่าสุดคงจะเป็ตอนที่จักรพรรดิัออกมาตามหาแพทย์ยอดฝีมือ… ซึ่งนั่นก็เป็เื่เมื่อสิบปีก่อน การที่ซวนเตาอวีมาปรากฏตัวที่เมืองบงกชขาว นับว่าเป็เื่น่าเหลือเชื่อจริงๆ ทุกคนที่นี่เพิ่งจะเคยได้เห็นหน้าตาจริงของ “เล่ห์กระบี่”
สีหน้าของซวนเตาอวีซีดเผือดราวกับไร้โลหิต หันมองไปทางโก่วหานที่อยู่เบื้องล่าง ใบหน้าของชายหนุ่มที่มองไปยังหลงซูโหรวราวกับเห็นภูตผี ผู้เฒ่าตระหนักได้ในทันทีว่า หายนะมาเยือนแล้ว! ด้วยประสบการณ์อันโชกโชนและสภาพจิตใจที่เหนือกว่าคนปกติหลายขุม ผู้เฒ่าพลันสงบจิตสงบใจ ทันใดนั้น ความตื่นเต้นก็ลดลงอย่างรวดเร็วจนกลับคืนสู่ความเยือกเย็นดังเดิม
“เ้าเป็ใคร…” ซวนเตาอวีกล่าวถามออกไป ใน่เวลานั้นคิ้วของชายชราเลิกสูงขึ้นราวกับเกิดการหยั่งรู้ ความเป็ไปได้หนึ่งวาบผ่านเข้ามาในห้วงความคิด เมืองที่มีแพทย์เทวะอาศัยอยู่ พร์ขั้นต่ำขั้นหกที่ทั่วทั้งัมหาธรณีมีอยู่แค่จักรพรรดิัหนึ่งเดียวเท่านั้น เมื่อคิดถึงจุดนี้ ความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปีได้พังทลายอีกครั้ง “นะ---นี่เ้าเป็…”
หลงซูโหรวจับจ้องซวนเตาอวีพลางยกยิ้ม “นึกออกแล้วหรือ เหตุใดข้าจะไม่ทราบความสัมพันธ์ภายในระหว่างสำนักกระบี่คู่และวังัในขณะนี้ คิดว่าเ้าสำนักบรรลุเคล็ดวิชาเจตกระบี่คู่แฝดแล้วจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์พวกเ้าได้? ไม่ ไม่ ไม่ ถ้าเปลี่ยนแปลงได้เหตุใดเ้าต้องลงมือสังหารแพทย์เทวะ กลัวการเติบโตของข้าองค์หญิงขนาดนั้นเชียวหรือ!!”
ในรอบหลายร้อยปีมานี้ วาจาของหญิงสาววัยปักปิ่นผู้หนึ่งกลับทำให้ยอดฝีมือชั้นทะยานฟ้าเกิดเส้นขนลุกชูชันขึ้นทั่วทั้งร่าง!! ซวนเตาอวีถึงกับร่างแข็งทื่อชั่วขณะหนึ่งประดุจดั่งโลกทั้งใบถูกผนึกปิดโดยสมบูรณ์ ไม่ใช่เพียงผู้เฒ่าทะยานฟ้า จากคำพูดของหลงซูโหรว ฝูงชนโดยรอบคล้ายเข้าใจสถานการณ์ขึ้นมาหลายส่วน เื่ลับลมคมใน… หรือความสัมพันธ์ของสำนักกระบี่คู่และวังัไม่ได้เป็เหมือนที่เขาลือกัน? ความสงสัยมากมายต่างเกิดขึ้นที่นี่ตอนนี้…
“กล่าวอันใดไม่ออกเลยรึ” หลงซูโหรวเคลื่อนศีรษะมองไปยังร่างของชูฉินที่ถูกตรึงไว้ บังเกิดความเวทนาในจิตใจ อัจฉริยะที่ถูกยกย่องหวนคืนสู่สามัญ บิดาหนึ่งเดียวอันเป็ที่พึ่งสิ้นชีพลง เพียงเื่แรกนั้นที่นางเข้าใจเป็อย่างดีที่สุด การหวนคืนสู่สามัญ… ถ้าไม่ได้แพทย์เทวะช่วยเอาไว้ นางคงมิอาจกลับคืนสู่ความรุ่งโรงน์ได้ตลอดกาล… รวมถึงชีวานี้ก็รักษาไว้ไม่ได้เป็แน่แท้…
จึงเข้าใจเลยว่า สภาพจิตใจของชูฉินนั้นแหลกสลายเพียงใด หม่นหมองและทรมานเพียงใด
หลงซูโหรวหันมองกลับไปที่ซวนเตาอวีที่ลอยนิ่งกลางอากาศราวกับก้อนหิน ก่อนหันขวับไปทางโก่วหานที่สีหน้าไม่ต่างอันใดไปจากศพไร้เื ยิ่งบ่งชัดว่า แผนการของพวกมันทั้งสองถูกนางเจาะอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว
ซวนเตาอวีในขณะนี้หาได้มีเื่ราวมากมายในสมองไม่ มันกลับขาวโพลนสนิท ใจนคิดสิ่งใดไม่ออก แผนการที่ดำเนินกันมาพังทลายไม่เหลือชิ้นดี ดังคำกล่าวว่า ‘ไม่กลัวหนึ่งหมื่น กลัวแต่หนึ่งในหมื่น [1] ’ หากทว่า สัญชาตญาณของผู้เฒ่าย่อมเลือกทางที่ถนัดและสร้างผลลัพธ์ได้ดีที่สุด ซวนเตาอวีพลันขับเคลื่อนลมปราณภายในร่าง ปราณกระบี่บินปรากฏขึ้นพุ่งเข้าใส่หญิงสาวเบื้องล่างด้วยความเร็วสูงสุด ‘คนตายเท่านั้นที่เก็บความลับได้ดีที่สุด’
ปราณกระบี่บินดุจฉีกกระชากห้วงอากาศเกิดเสียงแหลมสูงบาดแก้วหู ในชั่วพริบตานั้นก็ประชิดใบหน้าของหลงซูโหรวด้วยระยะเพียงหนึ่งฝ่ามือกั้น การลงมือนี้จงใจสังหารถึงตาย… กลับกลายเป็ว่า ปราณกระบี่บินเล่มนี้พลันหยุดลงกะทันหัน
หลงซูโหรวเพิ่งฟื้นคืนสติขึ้นมาได้ หญิงสาวตากลมโตด้วยความตกตะลึงงัน ก้าวถอยหลังครึ่งก้าวโดยไม่รู้สึกตัว ถ้าซวนเตาอวีไม่หยุดปราณกระบี่บินนี้ลง คมกระบี่ย่อมทะลวงศีรษะของนางอย่างง่ายดาย มันรวดเร็วจนหญิงสาวไม่ทันรู้สึกถึงความตายที่ใกล้เข้ามาแม้แต่น้อย!! นี่สืบเนื่องจากชายชราที่สวมอาภรณ์ลวดปักลายัที่ยืนอยู่ข้างหลังของนาง ท่ามกลางสายตานับพันคู่ การปรากฏตัวของผู้ชราเฒ่าคนนี้ราวกับออกมาจากความว่างเปล่าอย่างแท้จริง
ซวนเตาอวีตกตะลึงลืมหายใจเร่งรัดสลายปราณกระบี่บินด้วยความเร็วสูงที่สุดเท่าที่มันจะรีดเค้นออกมาได้ พลันทิ้งกายดิ่งลงมาจากนภากาศราวกับปักษาร่วง บึ้ม! เสียงดังสะท้านหนึ่งจังหวะ พื้นโดยรอบแตกกระจายศูนย์กลางของมันคือซวนเตาอวีที่อยู่ในท่าก้มกราบศีรษะแนบติดพื้น
“ขะ ขะ ข้าน้อยไม่มี… ข้าน้อยไม่มีเจตนาจะสังหารองค์หญิงเลยนะขอรับ…”
น้ำเสียงของมันตะกุกตะกักหาใดเปรียบ ปราศจากราศีสูงศักดิ์ของชนชั้นทะยานฟ้า ชาวบ้านต่างเบิกตาโพลงต่อเหตุการณ์เบื้องหน้า ผู้าุโฝ่ายในผู้เลื่องชื่อของสำนักอันดับสองแห่งัมหาธรณีกำลังก้มหัวกราบกราน สามัญสำนึกของพวกเขากำลังบิดเบี้ยว นั่นมันบุคคลชนชั้นทะยานฟ้า…
“เกิดอะไรขึ้น” ในสมองของทุกคนล้วนบังเกิดคำถาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโก่วหาน แผนการของเขาเหมือนถูกทุบทำลายไปแล้วอย่างสิ้นเชิง ยิ่งััได้ถึงภัยร้ายแรงที่กำลังเข้าใกล้ตัว ชายหนุ่มล่วงรู้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้าุโซวนเตาอวีมาจากบิดามากมาย ก่อนจะทำการค้าย่อมต้องมีข้อมูลอีกฝ่ายอยู่บ้าง ในขณะนี้เขาถึงได้เข้าใจถ่องแท้ ซวนเตาอวีที่น่าหวาดกลัวผู้นั้นกลับก้มหัวให้ชายชราที่มาตรวจสอบพิธีกรรมพร์รุ่นเยาว์ เดิมทีโก่วหานคิดว่าเป็แค่ผู้เฒ่าขั้นทะยานฟ้าจากคนของราชวงศ์ัธรรมดา ๆ ไม่น่าเป็ปัญหากับผู้าุโซวนที่เป็ถึงผู้าุโฝ่ายในของสำนักกระบี่คู่ ซึ่งเขาคิดผิดมหันต์
“ไม่มีเจตนางั้นรึ” ผู้าุโหลงฝานสืบเท้าออกมาข้างหน้าจ้องมองซวนเตาอวีพลางขมวดคิ้วเป็ปมแน่น “เห็นข้าไร้ั์ตา”
เื้ัหลงฝานปรากฏมายาัทองสูงสิบจั้ง แรงกดดันอันน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงแผ่ขยายปกคลุมไปทั่ว ทันใดนั้น ทวารทั้งเจ็ดของซวนเตาอวีพลันหลั่งโลหิต เสียงร้องโหยหวนทรมานตามติดมา “อ๊ากกกก ท่านจ้าวัโปรดเมตตา ท่านจ้าวัโปรดเมตตา…”
ผู้ที่ได้ฉายาว่าเล่ห์กระบี่กำลังดิ้นพล่านราวกับโดนน้ำร้อนลวก พื้นหินเริ่มเกิดบ่อเืขึ้นมาอย่างช้า ๆ “ท่านจ้าวัโปรดเมตตา… ท่านจ้าวัโปรดเมตตา ถ้าข้าน้อยสิ้นชีพ…สำนักกระบี่คู่จะพลิกแผ่นดินสืบหา… ท่านเ้าสำนักไม่อยู่เฉยเป็แน่!”
หลงฝานเค้นเสียงเ็า “ตอนชื่อเสียงข้าสะท้านใต้หล้า เด็กน้อยนั่นไม่ทันลืมตาดูโลก”
ซวนเตาอวีตัวสั่นระรัวริก มันที่เผ้าผมกลายเป็สีขาวโพลนอยู่นานร่วมร้อยกว่าปีกลับไม่มีความกล้าต่อต้านบุคคลตรงหน้าแม้เพียงนิด จักรพรรดิัผลัดเปลี่ยนมาถึงสามองค์ มันกลับยังเป็หลงฝานที่ดำรงอยู่เช่นเดิม สัตว์ประหลาดเฒ่าตนนี้มิอาจมีปัญหากับมันอย่างเด็ดขาด
ผู้ที่ตกตะลึงที่สุดคงจะเป็ชาวเมืองที่นี่ ใต้หล้าในมุมมองของพวกเขานั้นคับแคบนัก คิดว่าขั้นทะยานฟ้าสูงส่งไร้คู่เปรียบ แต่ทว่า ความคิดนี้กำลังถูกทุบทำลาย ผู้าุโหลงฝานเพียงแค่จ้องมองก็สามารถทำให้ขั้นทะยานฟ้าคนหนึ่งหลั่งโลหิตทั่วทวารทั้งเจ็ด นี่มันพลังอำนาจฟ้าดินเช่นใดกัน? ความรู้สึกของทุกคนที่มีต่อผู้เฒ่าหลงฝานพลิกผันสุดขั้ว ผู้เฒ่าหลงประดุจดั่งเทพเซียนจากตำนานโบราณอย่างไรอย่างนั้น เพียงจ้องมองก็ทำให้ทะยานฟ้าหลั่งเืดิ้นพล่าน!!
โก่วหานราวกับิญญาหลุดออกจากร่าง เขาได้แต่ทอดมองผู้าุโซวนเตาอวีที่พ่ายแพ้โดยสมบูรณ์
จบสิ้นแล้ว…
ซวนเตาอวีกระอักเืคำโต “ข้าน้อยมิกล้า ข้าน้อยมิกล้า… ท่านจ้าวัโปรดเมตตาด้วย…” มันถึงกับยกมือขึ้นไหว้ร้องขอชีวิตต่อหลงฝาน ไม่สนใจชื่อเสียงใดอีกแล้ว
่เวลานั้นเองที่แรงกดดันจากหลงฝานคลายกระจ่าง “ในอีกสามวันหลังจากนี้สำนักกระบี่คู่ต้องส่งมอบ ดอกบัวทองพิสุทธิ์ความบริสุทธิ์ไม่ต่ำกว่าแปดส่วน รากไม้คงกระพันอายุไม่ต่ำกว่าร้อยปีและแก่นชีวิตขั้นหนึ่งความบริสุทธิ์สิบส่วนสามอันให้แก่ข้า”
ดวงตาของซวนเตาอวีขยายโตกว้าง วัตถุแต่ละอย่างที่กล่าวนั้นมีมูลค่าเหนือประมาณ หากนี่ล้วนหมายความว่าจ้าวัจะปล่อยให้มันรอดชีวิตกลับไปได้อีกสามวัน ถ้าทำตามประสงค์ไม่ได้ชะตากรรมก็บัญญัติให้สำนักกระบี่คู่ต้องล่มสลายในวันนั้น ซวนเตาอวีรวบหมัดกำแน่น โทษเพียงนี้ต้องพึ่งพาคลังสมบัติของสำนักเท่านั้น อาศัยเพียงมันคนเดียวย่อมไม่สามารถ
“ท่านจ้าวัเมตตามากล้น ท่านจ้าวัเมตตามากล้น! ซวนเตาอวีพร้อมนำสิ่งที่ท่านจ้าวัประสงค์ไปให้ในอีกสามวัน!” ซวนเตาอวีกระแทกศีรษะกับพื้นครั้งแล้วครั้งเล่า
หลงซูโหรวหันมองมาที่หลงฝานพลางขมวดคิ้วเป็ปมแน่น “ข้าควรจะมองข้ามเื่นี้งั้นรึ รอบหน้าก็ส่งคนมาฆ่าข้าใหม่ ไม่สำเร็จก็ส่งของขวัญล้ำค่าเทียมฟ้าก็พอ เช่นนี้งั้นรึ?”
“องค์หญิง เื่บางเื่มิอาจยอมความได้จริง หากทรัพยากรสำหรับการฝึกฝนนั้นหายากยิ่งยวด ทำเช่นนี้สามารถตัดทรัพยากรศัตรูและเพิ่มพูนความเร็วในการพัฒนาแก่ท่าน ต่อให้เป็วังั ข้อเสนอของข้าก็สูงจนต่อให้เป็จักรพรรดิัยังต้องวิตกร้ายแรง โปรดองค์หญิงมองผ่าน หรือถ้าท่านไม่พอใจในทางที่ข้าชี้แนะ ข้าก็จะลงมือสังหารมันและล้างบางสำนักกระบี่คู่แบบนี้ดีหรือไม่?”
ซวนเตาอวีได้ฟังล้วนตัวสั่นงก ๆ จ้าวัพูดเื่การล้างบางกองกำลังชั้นแนวหน้าขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย หาทั่วทั้งสี่สัตว์เทพมหาธรณีก็เกรงว่าจะไม่มีผู้ใดกล้าโอหังได้เพียงนี้ ล้างบางสำนักกระบี่คู่…
ชีวิตของมันและชีวิตของทุกคนในสำนักกระบี่คู่ขึ้นอยู่กับคำตอบของหลงซูโหรว
“ครั้งนี้ข้าตามใจเ้า ทรัพยากรฝึกฝนนั้นหาได้ยากจริง ปล่อยพวกมันไปดิ้นรนหาเตรียมทรัพยากรเอาเองดีกว่าคนวังัต้องดิ้นรน”
“องค์หญิงปราดเปรื่องนัก” หลงฝานกล่าว
ชูฉินตื่นขึ้นมาได้ประมาณหนึ่งเค่อแล้ว ทัศนียภาพยังคงพร่ามัว หากสามารถมองเห็นชายชราที่ลงมือกับตนเองได้ลาง ๆ มันกำลังก้มกราบผู้เฒ่าคนหนึ่ง ข้างกายของผู้เฒ่าเป็หญิงสาวที่ชายหนุ่มคุ้นเคยดี เมื่อได้เห็นหลงซูโหรว สายตาของชูฉินพลันเริ่มชัดเจนมากยิ่งขึ้น เขาพยายามขยับแขนกลับเพิ่งรู้สึกว่า ยามนี้ตนเองถูกตรึงโซ่ไว้กับไม้กางเขนทั้งแขนทั้งขา
ฝูงชนที่เห็นชูฉินได้สติ สีหน้าของพวกเขาหลงเหลือเพียงความสับสน ชาวบ้านบางคนอยู่เห็นชูฉินมาั้แ่ยังเป็ทารกจนเติบใหญ่ พวกเขาเชื่อไม่ลง ยากจะเชื่อลงได้… ชูฉินน่ะหรือจะฆ่าท่านจูเก้อ… นี่ล้วนจึงมีแต่ผู้ที่้าความกระจ่างในเื่ราวทั้งสิ้น
“ฉินเอ๋อร์!! เ้าสังหารท่านจูเก้อจริงหรือ…” ยายเฒ่าคนหนึ่งะโดังสุดเสียง หลังที่โก่งงอราวกับกุ้ง สายตาที่ราวกับปิดแทบตลอดเวลานั้นพยายามจะเปิดตาให้กว้างที่สุดเพื่อมองหน้าของชูฉินให้ชัดเจน
ฝูงชนทั้งหลาย้าคำตอบจากเขา…
พอพูดถึงเื่ของจูเก้อ ภาพที่บิดาของเขานอนอาบเือยู่ในกระท่อม น้ำตาของชายหนุ่มล้วนทะลักล้นดั่งสายธารไหล ข่มกลั้นกัดริมฝีปากเพื่อมิให้ส่งเสียงร้องน่าอนาถให้ผู้คนได้ยิน “ขะ…ข้า…ม---”
“ชูฉินไม่มีทางทำหรอก!!” หลงซูโหรวแผดเสียงดังลั่นขณะก้าวเดินไปหาชูฉินมากขึ้นเรื่อย ๆ นางกำหมัดแน่นยิ่ง เล็บจิกลงไปในเนื้อจนเกิดรอยแดง “เขาไม่มีทางทำแน่! เป็พวกตระกูลโก่วที่ใส่ร้ายเขา!!”
ชูฉินที่เห็นหลงซูโหรวมีความไว้ใจต่อเขามากขนาดนี้ ชายหนุ่มก็มิอาจข่มกลั้นหยาดน้ำตาได้อีกต่อไป เขาร่ำไห้ออกมาเสียงดัง “ข้าไม่ได้---” ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้กล่าวต่อ มันกลับเป็ผู้ชราเฒ่าที่เอ่ยตอบขึ้นเสียงดังกังวาน
“ชูฉินคือผู้ลงมือ”
หลงฝานกล่าวกระชับสั้น หากทำให้โลกทั้งใบตกสู่ความเงียบในบัดดล ทุกคำที่ชูฉินกำลังจะกล่าวต่อล้วนติดค้างอยู่ที่ลำคอมิอาจกล่าวสิ่งใดขึ้นได้ ในแววตาสุกใสปรากฏความตกตะลึงลาน เหตุใด… เหตุใดท่านผู้เฒ่ากล่าวเช่นนั้น…
หลงซูโหรวหันขวับมาทางหลงฝาน ตาของนางเบิกโพลงโตดั่งไข่ห่าน “ตาแก่---นี่เ้าว่าอันใดนะ…”
มิเพียงองค์หญิงัที่ตกตะลึงงัน มันล้วนเป็ชาวเมืองทุกคนที่ตื่นตะลึงดั่งิญญาหลุดจากร่าง
หลงฝานยังไม่ได้กล่าวอันใดต่อ เป็ฝ่ายของหลงซูโหรวที่สาวเท้าอย่างรวดเร็วเสียงดัง ตึง! ตึง! ตึง! เข้ามาทางหลงฝาน บนใบหน้าของนางสามารถสังเกตเห็นเส้นเืที่ปูดขึ้นบริเวณขมับทั้งสองข้าง นางกระชากเสื้อของหลงฝานอย่างแรง
“ข้าได้ยินไม่ผิดใช่หรือไม่… เ้ากล่าวว่าอันใดนะ!!”
ในสมองของหลงซูโหรวล้วนเกี่ยวโยงถึงกองกำลังที่สาม นางกลัวว่าผู้เฒ่าจะถูกซื้อตัว ผนวกกับความไม่เชื่อและยากจะทำใจได้จนทำให้หญิงสาวมิอาจระงับโทสะได้อีกต่อไป การที่นางทนฟังข่าวจูเก้อตายโดยไม่อาละวาดยกใหญ่ก็นับว่าเก่งกาจมากแล้ว ส่วนการที่ชูฉินเป็คนลงมือสังหารจูเก้อเองนี้ ให้นางฟังอีกกี่รอบนางก็รู้ว่านี่มันกุเื่ขึ้นชัด ๆ เป็การใส่ร้ายป้ายสีอย่างแท้จริง อย่างเขาน่ะเหรอจะทำแบบนั้น!!
เมื่อความกลัวว่าหลงฝานจะเข้าข้างสำนักกระบี่คู่หรือกองกำลังที่สาม รวมเข้ากับการที่นางมิอาจยอมรับได้ว่าชูฉินเป็คนกระทำ มันทำให้องค์หญิงที่เคยสงบนิ่งมากคนหนึ่งแสดงกิริยาเฉกเช่นนี้ออกมา
“องค์หญิงโปรดสำรวมกิริยา” หลงฝานกล่าว ผู้ชราเฒ่าไม่สะทกสะท้านอันใด ห้วงอารมณ์ยังคงราบเรียบสงบ “ข้าผู้เฒ่าย่อมมีเหตุมีผลเสมอ ข้ารับใช้ราชวงศ์ัมาสามแผ่นดินและจะเป็เช่นนี้ต่อไปจนตราบข้าสิ้นใจ”
ไม่กลัวหนึ่งหมื่น กลัวแต่หนึ่งในหมื่น [1] = เื่พลาดพลั้งหรือเื่ที่ทำให้เสียแผน แม้มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก หากยังมีความเป็ไปได้ จึงควรป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้น