สายลับเนโครแมนเซอร์แห่งสถาบันเวทมนตร์

    ตอนที่ 39 รากฐานเดียวกัน

    เสียงระฆังดังขึ้นจากด้านนอกอาคาร

    กังวานไปทั่วห้องเรียน

    บทสนทนาที่กระจัดกระจายอยู่ตามมุมต่าง ๆ ค่อย ๆ เงียบลง นักเรียนที่ยังยืนอยู่ต่างกลับไปยังที่นั่งของตัวเอง



    ผมยังคงนั่งอยู่แถวบนสุด

    เนเรียอยู่ข้าง ๆ

    เอเลน่านั่งถัดออกไป

    ผมไม่ได้สนใจคนอื่นมากนัก เพียงมองไปยังแท่นบรรยายตรงกลางห้อง

    ไม่นานนัก...



    เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านหน้า

    ตึก...

    ตึก...



    ประตูด้านข้างของแท่นบรรยายเปิดออก

    หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา

    สิ่งแรกที่สะดุดตาคือเส้นผมสีเขียวเข้มของเธอ ซึ่งยาวลงมาถึงช่วงไหล่และแกว่งไปมาตามจังหวะการเดิน



    ร่างของเธอค่อนข้างเล็ก

    สูงเพียงประมาณหนึ่งร้อยสี่สิบเซนติเมตร

    เมื่อเดินขึ้นมายืนบนแท่นบรรยาย เธอต้องเงยหน้ามองนักเรียนหลายคนเล็กน้อย

    แต่สีหน้าของเธอกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม



    "สวัสดีตอนเช้าค่า!"



    น้ำเสียงสดใสร่าเริงดังไปทั่วห้อง

    ไม่มีใครตอบกลับในทันที

    เธอกะพริบตา

    ก่อนจะยิ้มกว้างกว่าเดิม

    "เงียบจังเลยนะคะ!"



    เธอเอียงศีรษะ

    "หรือทุกคนยังไม่ตื่น?"



    มีนักเรียนบางคนหลุดหัวเราะเบา ๆ

    หญิงสาวหัวเราะตามทันที



    "ดีค่ะ อย่างน้อยก็ยังมีคนตื่นอยู่"



    เธอวางหนังสือเล่มหนาลงบนแท่น



    "ฉันชื่อ เมลินดา กรีนเวลล์"



    "เป็นอาจารย์ประจำวิชาพื้นฐานเวทมนตร์และเป็นอาจารย์ประจำห้องเรียนของพวกคุณ"



    เธอหยุดเล็กน้อย

    "แต่เรียกอาจารย์เมลก็ได้ค่ะ"



    เธอยิ้ม

    "จำง่ายกว่าเยอะ"



    ผมมองเธออยู่ครู่หนึ่ง

    ตัวเล็ก...



    แต่ปริมาณมานาที่สัมผัสได้กลับไม่ธรรมดา

    เส้นมานาภายในร่างกายของเธอไหลเวียนอย่างเป็นระเบียบ แตกต่างจากนักเรียนทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด



    อาจารย์เมลหยิบแท่งชอล์กขึ้นมา

    เขียนคำหนึ่งลงบนกระดาน

    มานา



    "ก่อนจะเริ่มบทเรียน"



    เธอหันกลับมา



    "ฉันอยากถามคำถามง่าย ๆ ก่อนค่ะ"



    เธอชี้ไปที่คำบนกระดาน



    "พวกคุณคิดว่า..."



    "ทำไมสถาบันเวทมนตร์ถึงรับนักเรียนจากสายอาชีพที่แตกต่างกันมากขนาดนี้?"



    ไม่มีคำตอบทันที



    อาจารย์เมลยิ้ม

    "จอมเวท"



    เธอเขียนอีกคำหนึ่ง

    "นักบวช"



    อีกคำ

    "อัศวิน"



    สุดท้ายเธอเขียน

    "ผู้ใช้วิญญาณธาตุ"



    คำทั้งห้าปรากฏอยู่บนกระดาน

    "ถ้ามองจากภายนอก"



    เธอหันกลับมา

    "พวกคุณอาจคิดว่าสิ่งเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกันเลย"



    "จอมเวทใช้คาถา"



    "นักบวชใช้พลังศักดิ์สิทธิ์"



    "อัศวินใช้ดาบ"



    "ส่วนผู้ใช้วิญญาณธาตุก็เรียกพลังของธาตุออกมา"



    เธอวางชอล์กลง

    "แต่ทั้งหมดนั้น..."



    เธอเคาะนิ้วลงบนคำว่า มานา

    "มีรากฐานเดียวกันค่ะ"



    ห้องเรียนเงียบลงเล็กน้อย

    อาจารย์เมลยกมือขึ้น

    มานาจาง ๆ ปรากฏขึ้นรอบปลายนิ้ว



    "มานาคือพลังพื้นฐานที่อยู่ในสิ่งมีชีวิต"



    "แต่สิ่งสำคัญคือ..."



    เธอวาดวงกลมเล็ก ๆ บนกระดาน

    "แต่ละสายไม่ได้ใช้มานาด้วยวิธีเดียวกัน"



    "จอมเวทย์ทั่วไปจะสะสมและควบคุมมานาหลักผ่าน หัวใจมานา"



    เธอแตะบริเวณหน้าอกของตัวเอง



    "หัวใจทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวบรวม กลั่น และส่งมานาไปทั่วร่างกาย"



    เธอวาดเส้นออกจากวงกลมไปตามแขนขา



    "เพราะแบบนั้น จอมเวทย์จึงสามารถเปลี่ยนมานาให้กลายเป็นคาถาได้"



    เธอหยุด

    จากนั้นวาดวงกลมอีกวงหนึ่ง



    "แต่..."



    "อัศวินไม่ได้ทำแบบเดียวกัน"



    ผมเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย

    อาจารย์เมลเขียนคำว่า

    แก่นกาย

    ลงบนกระดาน



    "มานาของอัศวินจะถูกส่งผ่านและหล่อเลี้ยงไปตามร่างกาย โดยมีแก่นกลางอยู่ภายในโครงสร้างร่างกาย"



    "พูดง่าย ๆ ก็คือ..."



    เธอชูกำปั้นขึ้น

    "อัศวินไม่ได้เอามานามาทำคาถา"



    "แต่เอามานามาทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น"



    มานาจำนวนหนึ่งไหลเข้าสู่แขนของเธอ

    กล้ามเนื้อไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด

    แต่แรงกดดันที่แผ่ออกมากลับเพิ่มขึ้นทันที



    "ความแข็งแกร่ง"



    "ความเร็ว"



    "ประสาทสัมผัส"



    "ความทนทาน"



    "รวมถึงการเสริมพลังอาวุธ"



    เธอพูดพลางกางนิ้ว

    "ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะการควบคุมมานา"



    เธอหันไปเขียนอีกบรรทัด

    คราวนี้เขียนคำว่า



    นักบวช

    "ส่วนสายศาสนจักร..."



    เธอหยุดเล็กน้อย

    "พวกเขาไม่ได้สร้างพลังศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาจากความว่างเปล่า"



    "พลังศักดิ์สิทธิ์ก็ยังต้องอาศัยมานาเป็นพื้นฐาน"



    เธอแตะสร้อยที่ห้อยอยู่ตรงคอ



    "เพียงแต่ผ่านการเปลี่ยนรูปด้วยความเชื่อ พิธีกรรม และโครงสร้างเวทเฉพาะของศาสนจักร"



    ผมนึกถึงเอลิสเซียขึ้นมาเล็กน้อย

    พลังของเธอ...



    แตกต่างจากเวทมนตร์ทั่วไปอย่างชัดเจน

    แต่ถ้ามองผ่านดวงตาของผม มันก็ยังมีโครงสร้างของมานาอยู่ภายใน



    เพียงแต่บริสุทธิ์และเป็นระเบียบกว่าปกติมาก

    อาจารย์เมลเขียนคำสุดท้าย

    ผู้ใช้วิญญาณธาตุ



    "ส่วนผู้ใช้วิญญาณธาตุ..."



    รอยยิ้มของเธอกว้างขึ้น

    "อันนี้น่าสนใจที่สุดค่ะ"



    เธอวาดวงกลมขนาดใหญ่

    "พวกเขาจะสร้างความสัมพันธ์กับวิญญาณธาตุ แล้วใช้มานาของตัวเองเป็นสื่อกลาง"



    "ไฟ"

    "น้ำ"

    "ลม"

    "ดิน"

    "หรือธาตุที่หายากกว่านั้น"



    เธอเขียนคำว่า วิญญาณ

    "พวกเขาไม่ได้สร้างธาตุขึ้นมาจากตัวเองทั้งหมด"

    "แต่ใช้มานาเป็นสะพานเชื่อมระหว่างตัวเองกับวิญญาณ"



    อาจารย์เมลวางชอล์กลง

    บนกระดานตอนนี้มีเพียงคำเดียวที่เชื่อมทุกสายเข้าด้วยกัน

    มานา



    "เห็นไหมคะ?"



    เธอยิ้ม

    "พวกคุณต่างกันมาก"



    "วิธีฝึกต่างกัน"



    "วิธีต่อสู้ต่างกัน"



    "แหล่งพลังที่ใช้ก็แตกต่างกัน"



    เธอชี้ไปยังคำว่า มานา

    "แต่รากฐานเดียวกัน"



    "เพราะแบบนั้น..."



    เธอกวาดตามองห้องเรียน

    "สถาบันลูนาเรียจึงไม่สนใจว่าพวกคุณจะถือดาบ ถือธนู สวดมนต์ หรือร่ายคาถา"



    "สิ่งที่เราต้องการคือ..."



    เธอเคาะกระดานเบา ๆ

    "ให้พวกคุณเข้าใจว่าพลังของตัวเองทำงานอย่างไร"



    "และเข้าใจว่าพลังของคนอื่นทำงานอย่างไร"



    เธอยิ้ม

    "เพราะในสนามจริง..."



    น้ำเสียงของเธอจริงจังขึ้นเล็กน้อย

    "คุณไม่ได้ต่อสู้กับคนที่ใช้ศาสตร์เดียวกับคุณเสมอไป"



    "บางครั้ง..."



    "สิ่งที่ช่วยชีวิตคุณอาจเป็นสิ่งที่คุณไม่เคยคิดว่าจะต้องเรียนรู้"



    ห้องเรียนเงียบลง

    อาจารย์เมลหยิบชอล์กขึ้นมาอีกครั้ง

    "เอาล่ะค่ะ"



    เธอเขียนหัวข้อใหม่ลงบนกระดาน

    โครงสร้างมานาภายในร่างกาย

    "คาบแรกของพวกเราวันนี้..."



    เธอยิ้มอย่างร่าเริงอีกครั้ง

    "จะเริ่มจากเรื่องที่ทุกคนคิดว่าตัวเองรู้ดีที่สุด"



    "มานาของตัวเองค่ะ"



    ผมมองคำบนกระดาน

    ก่อนจะเอนหลังพิงเก้าอี้เล็กน้อย

    คล้ายกับเรื่องสายลับเนโครแมนเซอร์แห่งสถาบันเวทมนตร์ ที่คุณอ่าน