บัดนี้หน้าจ้าวเหว่ยเชี่ยน ถูกครอบด้วยหน้ากากเหล็กครึ่งซีก แขนที่หัก ก็ถูกผ่าตัดเปลี่ยนเป็แขนกล ผสมกับเืเนื้อ แต่ที่หมัดซ้ายเป็เหล็ก ทั้งหมด
“ พอดี ลูกชายของฉันไม่เชื่อว่า ฉันจะเอาชนะแกได้ ฉันเลยบอกเขาว่า ฉันจะสู้กับแกอีกครั้ง แล้วอัดคลิปไปให้เขาดู”
“ ไอ้บ้า ใครจะไปสู้กับ ไซบอร์กแบบนี้ได้ ”
“ แล้วทีแกล่ะ แอบซ่อน สนับมือแล้วต่อยฉัน จนกลายสภาพเป็แบบนี้ แกต้องได้รับบทเรียนเสียบ้าง”
“ อย่านะ อย่าเข้ามาเว้ย ”
ช้าไปแล้ว หมัดซ้ายที่กลายเป็เหล็กกล้า ต่อยเข้าที่ท้องแชมป์ กระดูกซี่โครง หักไปในทันทีสองซี่ มูฮาเหม็ด คิงส์ ถึงกับทรุด แล้วก็ถูก จ้าวเหว่ยเชี่ยน เตะเข้าที่ลำตัวจนกระเด็น
“ลุกขึ้นมาซิ แชมป์โลกห้าสถาบัน ลีลาแชมป์หายไปไหนหมดล่ะ”
มูฮาเหม็ด คิงส์ ลุกขึ้นยืนมาอย่างช้าๆ แล้วตั้งการ์ดมวยอย่างระมัดระวังที่สุดในชีวิต จ้าวเหว่ยเซี่ยน เดินมุดเข้าหา แล้วระดมต่อยซ้าย ต่อยขวา ทุกหมัดแม้นถูกการ์ดที่ตั้งรับ กระดูกแขนของ แชมป์ถึงกับแตกร้าว กระเด็นกระดอนไปมา ไม่อาจต้านทานได้
“ ลุกขึ้นมาซิ แชมป์ ยังไม่ถึงยกเลย”
หลังจากที่ทุกคนที่ด้านนอกได้ยินเสียงดัง ออกมาจากห้องพัก ของมูฮาเหม็ดคิงส์ ก็รีบเปิดเข้ามา แต่ไม่สามารถเปิดได้ จึงต้องพังประตูเข้ามา เห็นแชมป์ลงไปนอน เืท่วมตัว บอดี้การ์ดหลายคนเข้ามา หมายจะหยุดด้วยปืน แต่ไม่ทันจะยิง ก็ถูกกำปั้นไม่มีรู อัดลงไปกองกับพื้น ไปหลายคน จนกระทั้ง อาเปียว กับ หยางเทียนเข้ามา แล้วจะใช้ปืนยิง แต่ก็ถูกขู่ว่า จะบีบคอแชมป์
“โยนปืนออกมาให้หมด ถ้าไม่อยากให้มันตาย”
หยางเทียนยกมือขวางทุกคนเอาไว้ เพราะจำได้ คนผู้นี้คือ จ้าวเหว่ยเชี่ยน
“ จ้าวเหว่ยเชี่ยน ปล่อยเขาไปเถอะ เขาได้รับกรรมที่เขาก่อแล้ว ผมเป็แฟนคลับของคุณ ผมรู้ว่าเขาใช้สนับมือ ทำให้คุณเป็แบบนี้”
“ เป็นายนี่เอง ที่อัดแชมป์ต่อหน้าแฟนๆ ของมันจนเละเทะเช่นนี้ ดี ถ้าเช่นนั้นฉันก็อยางลองเหมือนกัน ว่าฉันกับ นาย ใครมันจะแน่กว่ากัน หากชนะฉันได้ ฉันจะปล่อยไอ้สวะนี้ไป โยนปืนมาทางนี้ให้หมด” หยางเทียนพยักหน้าบอกทุกคนให้ทำตามที่สั่ง แล้วจ้าวเหว่ยเซี่ยน ก็เหวี่ยงร่างของ มูฮาเหม็ดคิงส์ เอาไว้ด้านหลัง
ทุกคนเห็นมือเหล็กมีพลังขนาดนี้ หยางเทียนจะไปสู้อะไรได้ แต่ทุกคนจำเป็ต้องถอยออกไป ทำให้ห้องกลายเป็ลานต่อสู้ทันที ทั้งสองตั้งการ์ดมวย วนไปสองสามก้าว แล้วก็เข้าปะทะกันทันที
หมัดของจ้าวเหว่ยเชี่ยน ที่มือขวา เป็หมัดธรรมดา ก็หนักแล้ว แต่หากโดนหมัดซ้ายที่เป็เหล็กเข้าไปละก็ หมอไม่รับเย็บแน่ หยางเทียนเข้าใจดี จึงได้แต่หลบหลีก และพยายามต่อยแย็บ ออกไป แต่ว่า จ้าวเหว่ยเชี่ยน กลับสามารถมองเห็นแล้วโยกหัวหลบได้ตลอด จนหยางเทียนต้อง คลุกเข้าวงใน แล้วต่อยอัดลำตัว ทำให้หมัดเหล็กของ จ้าวเหว่ยเชี่ยนทำอะไรได้ยากลำบาก แต่ จ้าวเหว่ยเชี่ยน ก็สมแล้วที่เป็ยอดมวย ใช้ไหล่ชนและเบียดจน หยางเทียนต้องห่าง แล้วก็เผลอโดนหมัดขวาเข้าอย่างจัง จนกระเด็นไปกองกับพื้น
“ ไม่เลวนี่ สมแล้วที่เคยเอาชนะ มูฮาเหม็ดคิงส์ได้ ถ้าไม่ถูกโกงเสียก่อน”
“ นายก็ไม่เลว อายุแค่นี้ สามารถหลบหลีก หมัดของฉันได้ แต่คราวนี้ฉันเอาจริงแล้วละนะ”
หยางเทียน คราวนี้ พุ่งเข้าประชิดวงในอีกครั้ง หมัดแขนกลชกวืดไป หยางเทียนเหวียงเข่าเข้าที่ซี่โครงขวา จ้าวเหว่ยเชี่ยนถึงกับทรุด หยางเทียนสะบัดศอกเข้าที่กรามซ้าย แล้วแทงเข่าขวา เข้าที่หน้าอกอีกที ร่างของ จ้าวเหว่ยเชี่ยน หงายท้องลงไปนั่งกับพื้นจุกแน่น
“ นี่มวยสากล นายใช้ศอก กับ เข่าได้ยังไงกัน”
“ คุณเอง ก็ใส่แขนกลมาชกเช่นนี้ มันใช่กติกามวยสากลไหมล่ะ”
“ ได้ งั้นเจอกัน”
คราวนี้จ้าวเหว่ยเชี่ยน เหวี่ยงเท้าใส่หยางเทียนบ้าง แต่ถูกหยางเทียนเหยียบแล้วพุ่งเข่าคู่เข้าใส่กลางอก จนต้องถอยออกไป พอหายใจได้ทั่วท้อง ก็จู่โจมใส่หยางเทียนโดยการะโเข้าฟาดหมัดแขนกลใส่หยางเทียนอย่างแรง แต่ว่าหยางเทียน หมุนตัวถีบไซด์คิก เข้าซี่โครง จนจ้าวเหว่ยเชี่ยนแทบจะหายใจไม่ทัน หยางเทียนตีลังกา เอาฝ่าเท้าฟาดกลางกระบาลอีกที แล้วหมุนตัวตวัดปลายเท้า ฟาดเข้าลำคอ จ้าวเหว่ยเชี่ยน ถูกก้านคอลูกนี้ หลับกลางอากาศทันที
ทีมงานของแชมป์ กับ บอดี้การ์ดทั้งหลาย มองการต่อสู้ของทั้งสอง ต่างก็ลุ้นตัวเกร็งไปพร้อมกัน ยิ่งเห็นการปล่อยอาวุธของหยางเทียนด้วยแล้ว ทั้งเกร็ง ทั้งลุ้น พอเห็นท่าสุดท้ายของหยางเทียน ฟาดเข้าก้านคอ จนสลบ ทั้งหมดก็ถึงกับ ะโปรบมือดีใจ เหมือนกับได้ดูมวยคู่พิเศษ ชั้นริงไซด์เลยทีเดียว
ส่วน มูฮาเหม็ด คิงส์ เห็นการต่อสู้ของทั้งคู่ก็ได้แต่อ้าปากตาค้าง หากเป็ตนคงร่วงไปั้แ่ นาทีแรกแล้ว
“ พาแชมป์กลับไปที่พักก่อน ส่วนผมจะจัดการกับ จ้าวเหว่ยเชี่ยนเอง”
หยางเทียนบอกแบบนี้ ทุกคนก็ไม่ว่าอะไร ทำตามที่หยางเทียนบอกทันที
พอ จ้าวเหว่ยเชี่ยนตื่นขึ้นมา ก็พยายามตะเกียกตะกายลากสังขารของตน เพื่อเอา วีดีโอ ที่ถ่ายเอาไว้ จนหยางเทียนทนดูไม่ได้ ต้องไปหยิบมาให้
“ ตำรวจคงใกล้จะมาแล้ว ฉันขอร้องนายเื่หนึ่งได้ไหม ช่วยเอาคลิปวีดีโอ ที่ฉันชกกับ เ้ามูฮาเหม็ดคิงส์นี้ ไปให้ลูกชายฉันภายในคืนนี้ ก่อนที่เขาจะตาย บอกเขาว่า พ่อเขาทำสำเร็จแล้ว แต่ช่วยลบ ตอนที่ฉันสู้กับนายด้วยนะ อย่าให้เขาเห็นเป็อันขาด ฉันไม่อยากให้เขาเห็นพ่อที่เป็ฮีโร่ อยู่ในสภาพอเน็จอนาจแบบนั้น”
“ ลูกคุณเป็อะไร”
“ เขาเป็โรคโควิด 51 ตอนนี้เชื้อร้ายมันเข้าไปที่ปอดแล้ว คงอยู่ได้ไม่เกินคืนนี้”
“ เขาไม่ได้ฉีดวัคซีนต้านไวรัส?”
“ เขาเป็ภูมิแพ้ั้แ่เด็ก ร่างกายเขาไม่สามารถรับวัคซีนได้ ครั้งที่แล้ว เขาดูถ่ายทอดสด ฉันพ่ายแพ้ ทำให้เขาเสียใจมาก อาการเลยทรุดหนักลงไปอีก ฉันจึงต้องทำเื่แบบที่นายเห็นนี่แหละ”
“ ผมจะพา คุณกลับโรงพยาบาลด้วยกัน ไม่มีการแจ้งความ ไม่มีอะไรทั้งสิ้น คุณไม่ได้ผิดอะไร สบายใจได้”
“ จริงหรือครับ ขอบคุณมาก”
หยางเทียนเข้าพยุงร่างที่บอบช้ำ ลุกขึ้น แล้วพาเดินไปด้านนอกแล้วเรียกเท็กซี่ไปส่งโรงพยาบาลหัวเฉียว ทั้งสองเข้ามาในห้อง ไอซียู หมอเข้ามาบอกกับ จ้าวเหว่ยเซี่ยน ว่า
“ ตอนนี้ปอดของเขาถูกเชื้อร้ายกินไปมากกว่า 85 % แล้ว ร่างกายไม่สามารถรับการรักษาได้แล้ว รอให้คุณจ้าว มาเซ็นเอกสารยินยอมถอดเครื่องช่วยหายใจ แล้วแต่คุณจ้าวตัดสินใจก่อนก็ได้ครับ แล้วค่อยบอกกับผม”
จ้าวเหว่ยเชี่ยน ถือเอกสารที่จะปะาลูกชาย ด้วยมือของเขาเองด้วยมือที่สั่นระริกๆ น้ำตาไหลพราก ขาที่อ่อนแรง ก็แทบจะทรุดลงไปคลานกับพื้น หยางเทียนรู้เลยเข้ามาประคองเอาไว้ แล้วพาเดินเข้าไปที่ห้องของบุตรชาย วัย 9 ขวบ ที่นอนหลับตา ใช้เครื่องช่วยหายใจ สอดเข้าไปในคอ อยู่ในห้องกระจกที่ปิดเอาไว้อย่างหนาแน่น ไม่มีใครเข้าไปได้ หากจำเป็ต้องเข้าไป ต้องใส่ชุดพีอี ป้องกันยังกับมนุษย์อวกาศ
“ เสี่ยวเหวิน ลูกพ่อ ไม่น่าเลย ทำไมฟ้าดินถึงไม่ปราณี ทำไมไม่เอาชีวิตผมไปแทน เอาเด็กที่บริสุทธิ์ไปแบบนี้ได้ยังไง”
“ ผมขอเข้าไปหาลูกชายผมใกล้ๆ ได้ไหม เขาอยากเห็น วีดีโอที่ผมถ่ายให้เป็ครั้งสุดท้าย”
“ ไม่ได้ค่ะ คุณเข้าไปก็จะเป็อันตรายต่อคุณ และคนอื่นๆ ด้วยนะคะ ทางโรงพยาบาลไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปในห้องเป็อันขาด ต้องขออภัยด้วยจริงๆ ค่ะ”
“ พวกเขาแค่ทำตามหน้าที่ ว่าเขาไม่ได้ ทำใจเสียเถอะ”
หยางเทียนได้แต่ปลอบใจ แต่ก็พยายามส่งััเข้าไปในห้องนั้น พบว่ามีเชื้อไวรัส ที่เป็พิษจริงๆ เขาเองแม้มองไม่เห็น แต่ก็ััได้
ทันใดนั้นเอง บรรยากาศก็เกิดเย็นระเยือก ขึ้นกระทันหัน หยางเทียนคิดถึงที่ ห้องของแม่เสี่ยวิ บรรยากาศเหมือนกันไม่มีผิด แล้วเงาดำยมทูตปรากฏขึ้นสองคน พอเห็นหยางเทียน ก็ใ มองหน้ากับเพื่อนไม่รู้จะพูดอะไร หยางเทียนเลยส่งกระแสจิตถามไปว่า
“ พวกท่านทั้งสอง จะมาเอาชีวิตใคร?”
“ เสี่ยวเหวิน ขอรับ” ยมทูตเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“ ผมอยากจะให้เสี่ยวเหวิน ใช้ชีวิตต่อไปอีก สัก 60 ปี ต้องทำยังไงบ้าง”
“ อ้อ ไม่ต้องทำอะไรเลย ถ้าเป็ความ้าของท่าน พวกเราสามารถแก้ไขตามที่ท่านสั่งมาได้เลย”
“ ง่ายดายอย่างนั้นเชียว ผมไม่ต้องทำอะไรจริงๆ?”
“ ขอรับ ตกลงเสี่ยวเหวิน อายุขับเพิ่มอีก 60 ปีนะขอรับ”
“ อืม”
“ ตามที่ท่านบัญชาเลย ขอรับ” ยมทูตทั้งสองเขียนปากกาสีทองลงไปบนแผ่นหนัง
จากนั้นก็มีแสงวาบขึ้นมาจากหยางเทียนพุ่งเข้าไปในร่างของ เสี่ยวเหวิน ยมทูตทั้งสองก็หายวับไป
ทันใดนั้นเอง เสี่ยวเหวินก็ลืมตาขึ้นมา อัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนในร่างกาย ความดันโลหิต ระบบการหายใจ ก็กลับมาเป็ปกติ เสี่ยวเหวินโบกมือให้กับ พ่อของเขาที่กำลังจะเซ็นชื่อ เพื่อปลิดชีพลูกของตน กระดานแผ่นนั้นตกลงพื้น จ้าวเหว่ยเชี่ยน ใช้มือเกาะ กระจกร้องบอกหมอกับพยาบาล ว่า
“ หมอ เสี่ยวเหวินฟื้นแล้วครับ ลูกผมยังไม่ตายนะครับ”
หมอกับพยาบาลมาดูกัน หมดแล้วก็เกิดอาการใ ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ไม่รู้เครื่องมอนิเตอร์ที่ตรวจร่างกาย เสียหรือเปล่า หมอทำการฉีดยาฆ่าเชื้อ ภายในห้อง แล้วส่งให้พยาบาลสวมชุด พีอี เข้าไปตรวจสอบด้วยตัวเอง แล้วรีบทำการตรวจเือีกครั้ง
ผลออกมาเป็เนกาทีฟ หมอใ รีบเอาเครื่องเอกซ์เรย์ เข้ามาทาบที่ปอดยิ่งใแทบสิ้นสติ ปอดที่หายไป กลับฟื้นฟูขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนเป็ปกติแล้ว
หมอสั่งให้พยาบาล นำเครื่องช่วยหายใจออก แล้วขอคุยกับ จ้าวเหว่ยเซี่ยน
“ เคสนี้แปลกประหลาดมาก ผมไม่เคยพบเจอมาก่อน คนไข้ที่ติดเชื้ออาการโคม่า ปอดหายไปแทบหมดแบบนี้ กลับฟื้นคืนมาเป็ปกติ ผมอยากให้เขาอยู่โรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบโดยละเอียด และไม่แน่ว่า ลูกคุณอาจมีแอนตี้ไวรัส บางอย่างที่รักษาโรคร้ายนี้ก็เป็ได้”
หยางเทียนคิดในใจไปกันใหญ่แล้ว แต่ จ้าวเหว่ยเซี่ยนกลับบอกว่า ตามสบายเลย ขอให้ลูกเขาปลอดภัย ก็มีความสุขแล้ว
หยางเทียนค่อยๆ เดินออกมาจากโรงพยาบาล เพราะเขาหมดหน้าที่แล้ว หามีใครสนใจเขาไม่ ในขณะที่กำลังลงลิฟท์ มีหมอหญิงคนหนึ่ง อยู่ในลิฟท์อยู่แล้ว มองหน้าหยางเทียนด้วยความสนใจ แต่หยางเทียนหาได้สนใจด้วยไม่ พอลิฟท์เปิดก็เดินออกมาทันที แต่ว่ามีเสียงเรียกเขาดังมาข้างหลัง
“ จางเทียน ใช่ไหม?”
หยางเทียนหันไปมองหน้า หมอหญิงคนนี้ แล้วถอดแมสให้เธอเห็นหน้า หมอหญิง ก็ถอดแมสออกมาเช่นกัน
“ จางเทียน” หมอหญิงคนนี้ โผเข้ากอดหยางเทียนน้ำตาไหลพราก
“ เธอยังไม่ตายจริงๆ ด้วย มีคนบอกว่าเธอตายไปแล้ว ฉันไม่เห็นศพเธอ ฉันได้แต่เฝ้ารอเธอมาเป็เวลาสามปีกว่าแล้วนะ” หมอหญิงคนนี้พูดไปเรื่อยๆแล้วกอดหยางเทียนแน่นไม่ปล่อย ไม่สนใจคนที่เดินผ่านไปมาเลย
“ คุณครับ ผมคือจางเทียน แต่ว่า...ผมจำคุณไม่ได้จริงๆ”
“ ฉัน จี้เฟยหยานไง นี่เธอจำฉันไม่ได้จริงๆ เหรอ?” หยางเทียนส่ายหัว ก็จำไม่ได้จริงๆนี่
เฟยหยานดึงมือของหยางเทียนมานั่งเก้าอี้ แล้วเอ่ยต่ออีกว่า
“ ตอนนี้เธอจำอะไรได้บ้าง”
“ ก็ั้แ่เด็กจนถึงอายุ 18 ปีจำอะไรไม่ได้ แต่จำแม่กับน้องสาวได้เท่านั้น”
“ อืม ถ้าเช่นนั้น ่เรียนมัธยม จนสอบเข้าที่มหาลัยแพทย์ เธอก็ลืมหมดน่ะซิ”
“ ใช่ลืมหมดเกลี้ยงเลย”
“ ไม่เป็ไร ต่อไปนี้ฉันจะเป็ เมมโมรี ให้เธอเอง” เฟยหยานเอ่ยด้วยน้ำเสียงและแววตาสดใส ทำให้หยางเทียนอดยิ้มออกมาไม่ได้
“ ขอบใจมากนะ แต่บางที ความทรงจำบางครั้ง ก็ควรจะลบไปบ้าง เพื่อเริ่มต้นใหม่ ในสิ่งที่ดีกว่านะ”
“ เธอจะลืมอะไร ก็ลืมได้ แต่ห้ามลืมฉันเป็อันขาด”
“ เพราะอะไร?”
“ ก็ฉันเป็แฟนของเธอน่ะซิ”
หยางเทียนใทำตาโต ไม่คิดว่าเขาจะมีแฟนหน้าตาดี น่ารักเช่นนี้
ไม่ทันที่หยางเทียนจะพูดอะไรต่อ ก็มีหมอหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามา แล้วเอ่ยว่า
“เฟยหยานมาทำอะไรที่นี่ ไม่ขึ้นวอร์ด เสียที”
“ อ้อ กำลังไปแล้วค่ะ อาเทียนเอามือถือมาเร็ว” หยางเทียนยื่นมือถือให้
เฟยหยานกดหมายเลขของเธอใส่มือถือหยางเทียน แล้วช่วยทำการ เมมโมรีแล้ว สแกนไลน์ ให้จนเสร็จเรียบร้อย
“ พรุ่งนี้ออกเวรแล้ว จะทักไปนะ”
หมอหนุ่มมองหน้าหยางเทียนด้วยสายตาที่ใครๆ มองก็รู้ นี่มันสายตาอัมหิตชัดๆ
“ จี้เฟยหยาน ยินดีที่ได้รู้จัก” ......