ตอนที่เจ็ดสิบเจ็ด Villain’s Victorious
อาจารย์คงยื่นสุราที่ผสมกับเลือดงูมาให้กับผม
ผมก็ดื่มลงไปรู้สึกร้อนวูบวาบในท้องขึ้นมา
“เดียรัจฉานวิชา กลับกันเถอะพ่อแกละพ่อจุก”
หลวงพ่อส่ายหน้าเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรน่าสนใจแล้วจึงพาเจ้าจุกและเจ้าแกละกลับวัด
ส่วนผมรู้สึกสัมผัสในร่างกาบจากการพยายามใช้ความรู้สึกและฌานได้รับรู้ว่าของเหลวนั้นไหลไปในลำคอช่องท้องและเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย
คือช่วงที่เปลี่ยนแปลงจาก “สิ่งอื่น”กลายเป็น “ร่างกายของเรา”
“พ่อเจิด คิดข้อห้ามคลำที่จะควบคุมนางตะเคียนทองเอาไว้ด้วยว่าอะไรคือสิ่งที่จะปลดปล่อยและควบคุมนางได้”
อาจารย์คงกล่าวอย่างเคร่งขรึม
ตามหลักการเงื่อนไขและสัตย์สาบาน
ข้อห้ามคือข้อที่จะปลดปล่อยนางตะเคียนออกจากการควบคุมของเราซึ่งผมก็คิดเอาไว้แล้ว
แม้อาจารย์คงจะแนะนำของมาตรฐานอย่าง
“เลือดหมาดำ”
“งาช้างแฝด”
“เพชรตาแมว”
การทำลายอาคมและของอาคมที่หายากคือของมาตรฐาน
แต่ผมตอบว่า
“รักแท้”
สร้างความประหลาดใจให้กับคนรอบข้างอีกครั้งแม้จะบอกกันมาก่อนแล้ว
อาจารย์คงส่ายศีรษะ
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าจะควบคุมนางตะเคียนให้ฟังคำสั่งไม่ได้หรอกนะการผูกมัดนั้นมันขึ้นอยู่กับของคลำข้อห้ามด้วย หากเจ้าผูกมัดอย่างเขี้ยวเสือหรือเลือดหมาดำเจ้าจะสามารถบังคับให้นางตะเคียนเจ็บปวดได้หากไม่ฟังคำสั่งเจ้าแต่รักแท้ไม่ใช่ของที่มีพลังสร้างความเจ็บปวดได้”
ผมพยักหน้ารับอาจารย์คง
ที่ไม่ค่อยเข้าใจว่ารักแท้มันมีประโยชน์อย่างไรแบบเดียวกับโวลเดอมอร์
อาจารย์คงและโวลเดอมอร์ถึงจะมีความรู้ด้านศาสตร์มืดอ่านตำราและมีประสบการณ์มามากก็ตาม
แม้จะเคยอ่านเจอแต่ไมเชื่อถือในรักแท้เสียเท่าไรเพราะมองว่าเลื่อนลอยไม่มีอำนาจจริงๆ
แต่ผมคิดเสมอมาว่าหากมันใช้ได้ดีต่อบรรดานางฟ้าในเจ้าหญิงนิทราหรือแฮร์รี่พอตเตอร์มันก็ดีพอสำหรับผม
“ผมสาบานต่อฟ้าดินและพ่อปู่หากมีรักแท้มาผมจะปลดปล่อยนางตะเคียนจากการผูกมัดนี้”
อืม
อาจารย์คงรับคำพยักหน้า
มองว่าการคลำด้วย “รักแท้” คงลำบากในการควบคุมผีที่ตนเลี้ยงให้ทำตามสิ่งที่ตนเองต้องการแต่คนหนุ่มมันก็ต้องฝึกไปนั่นล่ะจะค่อยๆเข้าใจเองว่าทำไมคนมีประสบการณ์ถึงต้องใช้เขี้ยวเสือ งาช้างกันในการควบคุมวิญญาณในการปกครอง
ผมสูดลมหายใจ จมูกคัดข้างซ้ายเลยก้าวเท้าขวา
ใช้ออกด้วคาถาสุรสีหนาท
ในการตวาดให้คนหวาดกลัวด้วยเสียงดังฟังชัด
“รักแท้นั้นมีอยู่จริงดังนั้นข้าจะปลดปล่อยเจ้าหากมีรักแท้มาปล่อยเจ้าได้”
เลือดและสุราที่ทาลงบนไม้ตะเคียนทองก็ไหลแทรกซึมเข้าไปราวกับจะเป็นรอยสักที่มีมายาวนาน
ร่างของนางตะเคียนทองก็ปรากฏและกราบที่แทบเท้าผม
“ข้าขอรับใช้ท่าน”
เสียงของเธอราวกับดังมาจากในหัวของผม
อาจารย์คงก็ผงกศีรษะรับว่า
“เอาล่ะเจ้าคงต้องเลี้ยงเหล้าข้ามากกว่าสองลังล่ะนะ”
วายร้ายทุกคนก็หัวร่อกันจากชัยชนะของความร่วมมือกันของทุกคน
“พี่เจิดเลี้ยงอาจารย์ได้อยู่แล้ว”
ไอ้ห้อยไอ้โหนกล่าวเสริม
“ฮัดช้า อินี่ขอทานเนื้อย่างอีก”
“ข้าเลี้ยงพวกเอ็งทุกคนนั่นล่ะไม่ต้องแย่งกัน”
“พวกเราทุกคน เจ๊กฮงก็ด้วย ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นชั้นเลี้ยงทุกคนนั่นล่ะ”
“ไอ๊หยา อาเจิกดีนะที่ไม่ใช้งานอั๊วฟรีๆ”
เจ๊กฮงกล่าว
“ชวนไอ้พวกเด็กๆไปด้วยละกันไม่ต้องกินเหล้าให้ขนมทานก็พอ”
ผมกล่าวในการเลี้ยงคนที่ช่วยเหลือและที่สำคัญต้องเลี้ยงพ่อปู่และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ
พร้อมกับต้องเรียกนักวิทยาศาสตร์สามคนไปเลี้ยงข้าวและอาหารด้วย
ตามหลักการของ Multiculturalism ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและแนวคิดวิทยาการท่ำทให้พวกเราเอาชนะนางตะคียนทองไปได้
“แต่ชั้นไม่สามารถทานสุราหรือสูบบุหรี่ได้แล้วนะชั้นให้คลำไปแล้ว”
ตามหลักการของพี่หมาคู ยิ่งมีคลำข้อห้ามมากขึ้นก็ยิ่งมีเวทย์ที่เก่งกล้ามากขึ้น
อาจารย์คงและบาบูบาบอนถอนหายใจว่าคนหนุ่มคิดน้อยเกินไปจริงๆถึงได้เลือกการไม่ดื่มสุราและสูบบุหรี่(ยกเว้นของจากพิธีกรรมสามารถทานได้)
แต่ยังดีที่ไม่สิ้นคิดขนาดงดเว้นเรื่องเพศสัมพันธ์