ย้อนเวลามาปลูกผักในวันที่โลกล่มสลาย

    ประเภทของดันเจียน

    “ยืนตามสบายเถอะ!”

     

    สมิธถึงกับเมื่อยแทนเมื่อเห็นหน่วยพิเศษทั้งสามยืนเรียงแถวหน้าดานรอเขา ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามายืนตรงนี้ตั้งแต่กี่โมงแต่ก็น่านานน่าดูเพราะดินบริเวณที่ทั้งสามยืนยุบไปแล้ว

     

    “ฉันจะเข้าเรื่องเลยแล้วกันดันเจียนทางใต้ที่เป็นปัญหากับพวกนายมันเป็นดันเจียนประเภทเงื่อนไข องค์กรของพวกนายหรือเรื่องนี้หรือเปล่า?” แต่ก่อนที่สมิธจะลงรายระเอียดเพิ่มเติมสมิธต้องถามพวกเขาก่อนว่าพวกเขาในตอนนี้มีข้อมูลเรื่องประเภทของดันเจียนหรือยังเพราะถ้าไม่มีเขาจะได้อธิบายให้ฟังเพิ่มเติมแต่ถ้ารู้อยู่แล้วเขาจะได้ตรงเข้าประเด็นเลยไม่ต้องอธิบายอะไรอีก

     

    “พวกเราพอจะรู้อยู่บ้าง!” หนึ่งในหน่วยพิเศษผู้ถูกกรีนชิลดมัดไว้กับต้นไม้ตอบคำถามสมิธด้วยความไม่แน่นอน

     

    “ถ้างั้นฉันจะอธิบายโดยประมาณให้ฟังแล้วกัน จดด้วยข้อมูลที่ฉันกำลังจะบอก...” สมิธตัดสินใจอธิบายเรื่องประเภทของดันเจี้ยนให้หน่วยพิเศษฟังเพิ่มเติม เหตุผลที่สมิธเลือกที่จะบอกเพิ่มเพราะไม่ฟรีแน่นอนข้อมูลต่อไปนี้

     

    “ฉันเดาว่าพวกนายคงพอรู้ว่าดันเจี้ยนมีการจัดประเภท แต่แค่พวกนายไม่รู้รายละเอียดเบื้องลึกว่าแต่ละประเภทคืออะไรเดี๋ยวฉันจะอธิบายให้ฟังเตรียมจดได้เลย! โดยหลักๆแล้วประประเภทดันเจียนที่พบเจอมากที่สุดมีด้วยกัน 3 ประเภทนั้นคือ ประเภททั่วไป ประเภทเวลา ประเภทเงื่อนไข”

     

    “ดันเจียนประเภททั่วไปก็เป็นดันเจียนทั่วไปไม่มีความพิเศษอะไรแม้แต่นิดเดียวและฉันว่าพวกนายคงเคยเคลียร์ดันเจียนประเภทนี้แล้วเพราะมันแค่เข้าไปล่าจัดการทุกสิ่งมีชีวิตแค่นั้นจบไม่มีอะไรซับซ้อน เป็นประเภทดันเจียนที่ง่ายที่สุด”

     

    “ดันเจียนประเภทเวลาเป็นดันเจียนที่มีอัตราเสียชีวิตมากที่สุดในบรรดาดันเจียนทุกประเภท! เพราะเงื่อนไขในการเคลียร์ดันเจียนไม่ใช่การล้างบางทุกสิ่งมีขีวิตภายในดันเจียนหากแต่เป็นการเอาตัวรอดให้ได้จนกว่าเวลาที่กำหนดจะจบลงซึ่งแต่ละดันเจียนเวลาไม่เคยเหมือนกันสักครั้ง ดังนั้นแล้วขึ้นอยู่กับทักษะการเอาตัวรอดทั้งสิ้น ส่วนนี้จดแบบเน้นย้ำเลยนะ ‘เวลาของแต่ละดันเจียนมีตั้งแต่อยู่แค่ 5 นาทีจนไปถึง 1 สัปดาห์’”

     

    “และท้ายสุดดันเจียนประเภทเงื่อนไข ประเภทที่พวกนายกำลังเผชิญอยู่เพราะดันเจียนทางใต้คือดันเจียนประเภทเงื่อน โดยดันเจียนประเภทนี้มีความซับซ้อนมากที่สุดเพราะการจะปิดดันเจียนนี้ได้ใช้แค่พลังอย่างเดียวมันไม่พอต้องใช้การสังเกตและการวิเคราะห์ที่สูงมาก! เพราะเงื่อนไขของแต่ละดันเจียนจะแตกต่างกันออกไปมีตั้งแต่ระดับง่ายชนิดที่ว่าเด็กก็สามารถแก้ไขมันได้จนไปถึงระดับใช้คนหลักร้อยหลักพันในการคิดวิเคราะห์ อาจฟังดูเหมือนโหดร้ายใช่โหดร้ายจริงดันเจียนประเภทเงื่อนไข แต่ไม่ต้องห่วงไปภายในดันเจียนมักมีร่องรอยให้ตามหรือสังเกตเสมอ…”

     

    “อย่างเช่นดันเจียนเงื่อนไขดันเจียนหนึ่ง ภายในดันเจียนแห่งนั้นมีสิ่งมีชีวิตอยู่ไม่กี่สายพันธุ์และพวกนายเลือกที่จะล่ามันทั้งหมดเหมือนที่ทำตามปกติแต่ไม่ว่าจะล่ามันสักเท่าไหร่พวกมันจะกลับมาเกิดใหม่ทุกครั้งด้วยจำนวนเท่าเดิมตลอด จนกระทั้งพวกนายสังเกตุเห็นบางอย่างจากกำแพงดันเจียนซึ่งบนกำแพงนั้นมีภาพวาดจางๆของสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์หนึ่งที่นายพึ่งจะฆ่าไปอยู่”

     

    “ลองตอบมาสิถ้าพวกนายเป็นคนกลุ่มนั้นนายจะทำอย่างไรกับสถานการณ์ตอนนั้น?” สมิธขอความคิดเห็นกับหน่วยพิเศษทั้งสาม

     

    “ก็คงลองฆ่าเฉพาะแค่ตัวที่อยู่บนกำแพงนั้นละมั้ง”

     

    “ใช่แล้ว! ใช่นั้นเป็นคำตอบที่ถูกต้อง จดนี้อีกจดแล้วเน้นด้วย ‘ดันเจียนประเภทเงื่อนไขใช้ตาและสมองนำมากกว่ากำลัง’”

     

    “แล้วอีกอย่างข้อมูลนี้ไม่ฟรีนะ บอกองค์กรพวกนายด้วยว่าติดหนี้ฉันหนึ่งครั้ง” จบการอธิบายเบื้องต้นของประเภทดันเจียน

     

    หลังจากอธิบายเสร็จสมิธหยิบกระเป๋าที่ภายในมีเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวอีกเล็กน้อย สาเหตุที่ต้องเตรียมก็เพราะการเดินทางในครั้งนี้จะเป็นการเดินทางยาว เอาแค่เดินทางไปฟาร์มแห่งนั้นอย่างเดียวก็ใช้เวลาถึง 2 วัน แล้วช่วงขับรถกลับบ้านเพิ่มไปอีก 2 วัน แค่การเดินทางไปกลับก็ใช้เวลาไปถึง 4 วัน ยังไม่รวมเวลาที่ออกไปตามหาฟีนิกซ์สมิธจึงคิดว่าการเดินทางในครั้งนี้ใชเวลา 7 วันเป็นอย่างต่ำ

     

    “อย่าลืมรดน้ำล่ะ แล้วก็รดน้ำแค่วันละครั้งเท่านั้นนะอย่าให้มากไปกว่านี้เด็ดขาด” สมิธบอกกับหน่วยพิเศษทั้งสามก่อนจะเริ่มออกเดินทาง ทั้งสามไม่จำเป็นจะต้องเข้าร่วมปาร์ตี้แต่อย่างใดก็สามารถรดน้ำได้เพราะสมิธได้ทดสอบกับกรีนชิลดแล้ว ทั้งสามสามารถรดน้ำได้ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

     

    “ไปกรีนชิลดพวกเราออกตามหาฟีนิกซ์กันดีกว่า”

     

     

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาปลูกผักในวันที่โลกล่มสลาย ที่คุณอ่าน