บทที่77 บึงบัวปริศนา
ร่างของปู้ชิงเถาจมดิ่งลงสู่ธารธารา กระแสที่ไหลเชี่ยวพัดพามันให้หมุนเคว้งใต้มวลน้ำร่างกายบอบซ้ำสาหัสจากการต่อสู้กับประมุขพรรคเอกยาจกพึ่งฟื้นฟู เมื่อครู่ยังถูกหนึ่งฝ่ามือของประมุขนางนั้นเล่นงานอย่างถนัดถนี่มันจึงยิ่งมีอาการจวนเจียนจะตกตายได้ทุกเมื่อ อาการภายในก็ส่วนหนึ่ง กระแสน้ำที่พัดพาก็อีกส่วนยังมีอสรพิษวารีที่พุ่งฝ่ากระแสน้ำมาที่มันจึงนับเป็นสถานการณ์ที่ย่ำแย่เป็นอย่างมาก
บนน้ำยังเคลื่อนไหวได้ปราดเปรียว แต่พอเป็นใต้น้ำไหนเลยมนุษย์จะปราดเปรียวดั่งมัจฉาได้จึงเป็นอสรพิษวารีที่ดูจะมีเปรียบในสมรภูมิมากที่สุด!
คมเขี้ยวที่แหลมคมยังมิน่ากลัวเท่าพิษที่ฝังอยู่หากคมเขี้ยวนี้จมอยู่บนร่างของชายหนุ่ม มันได้กลับกลายเป็นร่างอันไร้ชีวิตภายใต้ท้องน้ำแห่งนี้แน่!
ขณะที่อสรพิษวารีกำลังพุ่งมาถึง ขณะที่คมเขี้ยวซึ่งเต็มไปด้วยพิษกำลังจะขบลงยังร่างของบุรุษหนุ่มจู่ๆ อสรพิษวารีเหล่านั้นกลับหยุดชะงักแลวกทิศทางการเคลื่อนที่ในทันที ปู้ชิงเถาซึ่งกำลังจะตกอยู่ในห้วงแห่งความวิกฤติก็รู้สึกแปลกใจว่าเพราะเหตุใดอสรพิษวารีเหล่านั้นจึงหยุดที่จะจู่โจมตน
จวบจนกระทั่งหางตาได้เหลือบไปเห็นรอบกายว่ามีผงชนิดหนึ่งกำลังลอยน้ำปกคลุมอยู่พอพินิจมองก็เห็นว่าผงนี้ออกมาจากอกชุดคลุมของตน มันกลับเป็นยาสมุนไพรถอนพิษของฮุ่ยจวินที่ปรุงขึ้นแลมอบให้แก่ตนเก็บไว้ส่วนหนึ่งพอยานี้ละลายน้ำ พอตัวยากำจายออกมารอบกาย อสรพิษวารีที่เข้ามาในรัศมีก็ถึงกับเผ่นหนีหายทันที
ปู้ชิงเถาได้แต่คิดในใจ
“โอสถของน้องร่วมสาบานเรากับพิเศษขนาดนี้มันยิ่งกว่าหมอเทวดาแล้ว"
หากมิได้โอสถของฮุ่ยจวิน ปู้ชิงเถาคงได้ทอดร่างอันไร้ชีวิตใต้กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากนี้ทว่าความคลายใจพึ่งก่อเกิดมันกลับมารู้ตัวที่หลังว่ากระแสน้ำอันเชี่ยวกรากได้พัดพามันมาสู่รูร่องกลางแม่น้ำอันไร้ก้นบึ้งที่น่าหวาดหวั่นนั่นแล้ว!
ด้วยมวลน้ำที่ไหลตกอย่างหนักหน่วง ยากนักที่ปู้ชิงเถาจะฝืนธารกระแสนี้กอปรกับอาการที่สาหัสแม้มันจะพยายามฝืนก็มิต่างจากไม้แห้งขอนหนึ่งท่ามกลางเกลียวคลื่นแม้แต่น้อย!
ร่างของปู้ชิงเถาจึงร่วงตกยังรูร่องขนาดใหญ่กลางแม่น้ำร้อยลี้หลุมกลางแม่น้ำนี้เป็นหลุมขนาดลึกที่มองไม่เห็นแม้แต่ก้น ร่างที่ร่วงไปเห็นเพียงกระแสน้ำที่ราวกับน้ำตกที่ร่วงไหลแรงการตกพร้อมกับมวลน้ำที่มหาศาลนี้ทำให้ร่างของชายหนุ่มหมุนเคว้งหล่นวูบราวกับมีขุนเขามามัดถ่วงก็ปาน
ปู้ชิงเถาตกลงสู่หลุมลึกกลางแม่น้ำร้อยลี้โดยมิอาจต้าน!
มาถึงตอนนี้ชายหนุ่มไร้ซึ่งหนทางแก้ไข มองไปที่ใดก็ล้วนแล้วแต่พบพานความมืดมนเมื่อมองไปมิอาจเห็นสิ่งใด เช่นนั้นมันจึงได้แต่หลับตาลง พอหลับตาจิตสมาธิก็คล้ายถูกฉุดดึงคืนกลับจากภาพของมวลน้ำที่ร่วงหล่นลงในหลุมร่างของมันก็เพียงรู้สึกว่าตนหมุนเคว้งกลางอากาศที่หนาหนัก เมื่อตามองไม่เห็นภาพ สัมผัสทางด้านความรู้สึกก็ก่อรวมทำให้มันรู้สึกว่ารอบกายเหมือนมีสิ่งใดกำลังเคลื่อนผ่านไป
ปู้ชิงเถาอาศัยเพียงความรู้สึก มันจึงเอื้อมมือไปตามความรู้สึกมือที่สาวออกไปนั้นจึงคล้ายคว้าถูกใบหญ้าที่ไหวลู่กอหนึ่ง นี่เป็นเพียงสิ่งเดียวกลางมหานทีที่ร่วงหล่นที่ให้มันสัมผัสแลยึดจับได้เช่นนั้นมันจึงกำสิ่งที่เหมือนกอหญ้าไว้แน่นมิคิดปล่อยมือ และเพียงชั่วพริบตาความรู้สึกที่คล้ายหมุนเคว้งกลางอากาศที่หนาหนักของมันก็หายไป
ปู้ชิงเถายังไม่ลืมตา แต่สัมผัสที่มันรับรู้ในตอนนี้ก็คืออากาศที่ปลอดโปร่งโล่งสบายไม่ได้มีความอึดอัดคับข้องเหมือนตอนที่จมอยู่ในห้วงมหานทีอีกแล้ว เช่นนั้นตาที่หลับอยู่จึงค่อยๆลืมขึ้น มันเห็นแสงแดดที่อาบไล้บนผิวกายให้ความอบอุ่นแลฟื้นฟูพลังความมีชีวิตชีวาได้อีกอักโขเมื่อเห็นแสงแดดหัวคิ้วของมันก็ขมวดแน่น
มันตกลงยังหลุมลึกกลางแม่น้ำร้อยลี้มิใช่หรือเหตุใดจึงปรากฏสถานที่เช่นนี้ หรือนี่คือดินแดนแห่งความตาย!
ช่วงที่ชายหนุ่มกำลังครุ่นคิด มันค่อยพบว่ามือของตนยังคงคว้าจับสิ่งหนึ่งไว้แน่นมันจึงมองไปที่สิ่งที่คว้าจับ ความรู้สึกแรกมันนึกว่าเป็นกอหญ้า แต่พอได้มองเห็นอย่างชัดตานั่นกลับเป็นผ้าคลุมผืนหนึ่ง
ปู้ชิงเถามองผ้าคลุมที่มีลักษณะแปลกประหลาดทำมาจากพืชน้ำที่มีความเรียบลื่นเพราะเมือกที่เกาะคลุม มันมองไปที่ต้นตอของชุดคลุมนี้ก็พบร่างที่ราวกลับตัวประหลาดนอนแผ่หลาหายใจรวยรินอยู่ที่ไหนได้สิ่งที่มันคว้าจับกลับมิใช่กอหญ้า แต่นี่คือตัวประหลาดที่ดูราวกับมัจฉาทว่าร่างเทียบเท่ามนุษย์ตัวหนึ่ง!
ปู้ชิงเถาได้เห็นก็ถึงกับตื่นตะลึงตกใจมันค่อยๆ พินิจมองร่างที่คล้ายกับพืชน้ำที่เต็มไปด้วยเมือกตรงหน้าด้วยความระแวดระวังเห็นบริเวณศีรษะมีนัยน์ตาลูกใหญ่เท่ากำปั้นสีแดงก่ำ มันก็นึกว่าเป็นตัวประหลาดประเภทใดเพราะตัวประหลาดลักษณะนี้มิเคยปรากฏในตำราบนผืนปฐพีมาก่อน
ทางหนึ่งก็รู้สึกสงสัยแลตื่นตกใจว่าตนกำลังประสบกับสิ่งใดและมาปรากฏที่ไหน อีกทางหนึ่งก็เห็นเสียงลมหายใจที่ติดขัดรวยริน พร้อมกับร่างที่บิดไปมาคล้ายเจ็บปวดปู้ชิงเถาจึงบังเกิดความเห็นใจ มันก็ได้คิดว่าบางทีอาจเป็นเพราะตนคว้าถูกร่างของมันตนจึงรอดชีวิตจากหลุมกลางน้ำอันเป็นปริศนานั่นได้ มันจึงนับว่ามีพระคุณกับตนหนึ่งส่วนปู้ชิงเถาเป็นคนเปิดเผยไม่คิดติดค้างบุญคุณใครถ้าไม่จำเป็น มันจึงพยายามมองทั่วร่างของตัวประหลาดเพื่อหาร่องรอยอาการบาดเจ็บ พอมันสัมผัสกายของตัวประหลาด ตัวประหลาดก็คล้ายขัดขืนมิให้มันสัมผัสกายตนปู้ชิงเถาจึงกล่าวว่า
“ข้ามิได้ประสงค์ร้าย”
ไม่รู้ว่าภาษาพูดของมันจะทำให้ตัวประหลาดเข้าใจได้หรือไม่แต่น้ำเสียงที่จริงใจเปิดเผยนี้กลับทำให้ตัวประหลาดหยุดนิ่ง โดยไม่ทราบว่าการหยุดนี้เกิดจากคำพูดของปู้ชิงเถาหรือจากการทานทนพิษบาดแผลไม่ไหวแต่ปู้ชิงเถาก็ไม่ใส่ใจ เพราะมันได้เห็นสิ่งที่ทำให้ตัวประหลาดกำลังเจ็บปวดทรมานแล้ว
ที่แท้มันก็ถูกอสรพิษวารีขบกัดที่ขาข้างหนึ่ง
ปู้ชิงเถาจึงมองที่รอยคมเขี้ยวสองรอย ภายใต้ผิวที่ขาวผ่องผุดแซมออกมาจากผิวหนังที่คล้ายหญ้าเมือกทำให้ปู้ชิงเถาได้พินิจมองเสียใหม่ว่าตัวประหลาดอาจจะมิใช่ตัวประหลาด หรือแท้จริงมันอาจเป็นคนที่สวมชุดให้ดูราวกับตัวประหลาดเท่านั้น
คิดมาถึงตรงนี้มันก็เตรียมที่จะยื่นปากลงไปดูดเอาโลหิตที่มีพิษออกมาปากยังไม่ถึงรอยแผล มันก็นึกขึ้นมาได้ว่าพิษของอสรพิษวารีร้ายกาจขนาดแม้ถูกผิวหนังยังแสบร้อนทรมานเช่นนั้นมันจึงไม่ดูดพิษออกมาโดยตรง มันได้ใช้ยาสมุนไพรแก้พิษที่ยังไม่ละลายน้ำทั้งหมดนำมาผสมน้ำที่เปียกชุ่มในชุดคลุมของตนแล้วใส่ลงไปทางบาดแผล
“ไม่รู้ว่ายานี้ใช้ขับพิษด้วยวิธีใด ข้าเองก็มิใช่หมอหวังว่าจะช่วยได้"
เมื่อตัวยาออกฤทธิ์ทำลายพิษที่กำลังจะแพร่ไปตามเส้นเลือดพิษนั้นก็ถูกขจัดและขับออกมาทางปากแผลทันที ยาถอนพิษของฮุ่ยจวินนับว่าล้ำเลิศ เพียงไม่นานพิษที่ทำให้ตัวประหลาดเจ็บปวดทรมานก็ถูกขับออกมาแทบทั้งหมด
แล้วจากนั้นปู้ชิงเถาก็ฉีกเอาชุดคลุมมัดที่เหนือปากแผลเพื่อป้องกันมิให้พิษที่อาจหลงเหลือแล่นเข้าสู่หัวใจได้เสร็จสรรพมันก็กล่าวว่า
“ตัวข้านั้นมิได้คิดล่วงเกินหรืออยากรุกล้ำในอาณาเขตพื้นที่ใครเพียงแต่คิดมาแสวงหาวาสนาที่บึงด้านบนเท่านั้น แต่ระหว่างทางถูกเหล่าคนทำร้าย ถูกธรรมชาติอันร้ายกาจพัดพาจนตกมาที่หลุมลึกนี้ที่นี่เป็นที่ใดก็มิทราบ ท่านพอจะชี้นำทางออกให้แก่ข้าได้หรือไม่”
ตัวประหลาดยังใช้นัยน์ตาแดงก่ำกลมโตจ้องมองบุรุษหนุ่มที่คมคายและทื่อตรงผู้นี้แต่ยังมิได้กระทำสิ่งใด ตัวประหลาดอีกนับสิบก็พลันแทงหอกแหลมคมเข้าใส่ปู้ชิงเถาก่อนแล้ว!
ปู้ชิงเถามิต้องการสร้างความบาดหมางหรือสร้างศัตรูที่ไม่รู้จักมันจึงเพียงคิดที่จะหลบหลีกไม่ลงมือตอบโต้ ทว่าเพียงตัวประหลาดที่มันพึ่งช่วยถอนพิษยกมือที่คล้ายกับฝ่าเท้าของกบขึ้นหอกแหลมคมนับสิบก็หยุดยั้งทันที
ตัวประหลาดนับสิบที่มาล้วนเคารพตัวประหลาดผู้นั้นทั้งสิ้นมันคงจะเป็นผู้นำของเหล่าตัวประหลาดทั้งหมดแล้ว
ตัวประหลาดที่บาดเจ็บตนนั้นถูกประคองขึ้นมันมองที่ปู้ชิงเถาก่อนชี้นิ้วไปทางม่านน้ำตกที่ร่วงหล่นซึ่งอยู่ด้านหลัง ปู้ชิงเถาก็เข้าใจได้ทันทีว่าบริเวณแห่งนั้นอาจเป็นจุดทางออกจึงประสานมือขึ้นแทนคำขอบคุณ ทว่าปู้ชิงเถายังมิทันจะได้ก้าวเดินไป เสียงครืนใหญ่หลังม่านน้ำตกก็ดังมาปลายหัวเรือลำใหญ่ที่ไม่สมควรจะแล่นใต้น้ำตกอันเชี่ยวกรากนี้ได้กับค่อยๆ โผล่พ้นออกมาเมื่อธงบนเรือปรากฏ ตัวอักษรคำว่าบุปผาพิษม่วงบนธงลู่ไหว ตัวประหลาดที่กำลังบาดเจ็บอยู่ก็คว้าเอาแขนของปู้ชิงเถาทันใดโดยที่ปู้ชิงเถายังมิทันได้ตั้งตัว ร่างของมันก็ถูกฉุดดึงทะยานลงบึงบัว พร้อมเคลื่อนไปใต้ธารธาราที่เต็มไปด้วยรากบัวแล้ว
ถูกฉุดลากใต้บึงน้ำอยู่เนิ่นนาน ดำผุดดำว่ายขึ้นมาสูดอากาศหลายครั้งคราไม่รู้เวลาผ่านไปเท่าไหร่ ไม่รู้เดินทางมาไกลขนาดไหน พอมันถูกฉุดดึงร่างขึ้นมาอีกทีก็พบว่าที่แห่งนั้นเป็นลานไม้กลางบึงบัวแล้ว
ปู้ชิงเถานอนแผ่หลาหอบหายใจนัก มันยังมิทันจะได้ว่ากล่าวสิ่งใดสายตาก็พลันได้เหลือบเห็นอาคารไม้หลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านเรียงรายรอบบึงบัวอันวิจิตรอาณาบริเวณโดยรอบก็มีต้นไม้นานาพันธุ์ที่ออกดอกออกผลผุดแซมตามอาคารให้ความรู้สึกงดงามราวกับแดนเซียนเหนือขุนเขาสูงปู้ชิงเถายังคงงุนงงสงสัยว่าแม่น้ำร้อยลี้มีสถานที่แห่งนี้ได้อย่างไร หรือมันคือดินแดนลับแลที่ไม่มีตัวตนจริงๆบนผืนปฐพีแห่งนี้
ขณะที่กำลังคิดวุ่นวาย มันก็เห็นสตรีชราที่เหมือนกับมนุษย์ทั่วไปเดินออกมาด้วยความร้อนใจเบื้องหลังของนางก็เต็มไปด้วยคนจำนวนไม่น้อยที่ดูไม่ใช่ตัวประหลาดติดตามมามิห่าง สตรีชรานางนั้นวิ่งมาประคองตัวประหลาดที่กำลังบาดเจ็บด้วยแววความกังวลแลร้อนใจ
“เหลียนเอ๋อ หลานบาดเจ็บที่ใดบ้าง"
ตัวประหลาดผู้นั้นก็พลันยื่นมือที่คล้ายกับฝ่าเท้ากบออกไปฉีกผิวหนังเมือกบนใบหน้าแท้จริงร่างที่เหมือนตัวประหลาด นัยน์ตาที่กลมโตแดงก่ำกลับมิใช่รูปลักษณ์ที่แท้จริงของมันทันทีที่ผิวหนังเมือกถูกลอกออก ผมดำขลับก็สยายออก ใบหน้าอันขาวผ่องงดงามก็ปรากฏ คิ้วเรียวตาคมโต ปากรูปกระจับอมชมพูนั้นสะกดสายตาของปู้ชิงเถาแทบมิอาจละ ภาพทิวน์ทัศน์ที่งดงามรอบบึงบัวอาจงดงามมิเท่าสตรีวัยยี่สิบเศษที่เบื้องหน้าแม้แต่น้อย
สตรีนางนั้นลอกชุดเมือกที่ราวกับตัวประหลาดออกทั้งหมดก่อนประคองแขนของสตรีชรา แลแย้มยิ้มตอบว่า
“ท่านย่ามิต้องเป็นห่วง หลานผู้นี้ตายยากนัก"
สตรีชราคล้ายพานพบเรื่องสะเทือนใจมามากนางจึงมีน้ำตารื้อชื้นขึ้น
“หน้าที่ปกป้องอาณาเขตให้คนอื่นไปทำเถอะเจ้าเป็นเพียงสตรี อย่าชอบทำเรื่องเสี่ยงอันตรายอีกเลย"
กล่าวจบนางก็ไอออกมาอย่างรุนแรง โลหิตสีแดงก่ำผุดออกมาที่มุมปากใบหน้าขาวซีดลงอย่างเห็นได้ชัด จนสตรีสะคราญโฉมนางนั้นต้องรีบเข้าประครองแลกล่าวอย่างร้อนใจ
“อากาศเบื้องนอกเย็นนัก ท่านมิสมควรออกมา"
สตรีชราเกาะกุมมือของสตรีนางนั้นด้วยความทนุถนอม
“เจ็บป่วยเพียงกายจะนับเป็นสิ่งใด แต่ชีวิตย่าเหลือหลานอยู่เพียงสองคนหากเห็นหลานต้องประสบภัยนั่นนับเป็นความทรมานทางใจที่สาหัสยิ่งกว่า"
“หลานจะมิทำให้ท่านย่าต้องเป็นห่วงอีกแล้ว"
สตรีชราลูบศีรษะของสตรีตรงหน้าแผ่วเบา ก่อนที่นางจะหันไปมองบุรุษหนุ่มวัยสิบเจ็ดสิบแปดปีที่ดูอ่อนแอแลขี้อายซึ่งยืนอยู่เบื้องหลัง
“เทียนเอ๋อ มาพาพี่สาวเจ้าเข้าไปพักรักษาตัว"
“ขอรับท่านย่า"
แล้วสตรีชราก็มองไปที่ปู้ชิงเถาด้วยหัวคิ้วที่ขมวดแน่นสตรีที่ถูกเรียกว่าเหลียนเอ๋อก็กล่าวตอบทันที
“มันผู้นี้คือผู้มีพระคุณช่วยชีวิตหลานที่จำเป็นต้องนำมันมาด้วยเพราะว่าเรือลำนั้นกลับมาพอดี และมันผู้นี้ก็มิได้เป็นคนไม่ดีอันใด"
กล่าวถึงเรือลำนั้น สตรีชราก็เข้าใจขึ้นมาทันทีนางไม่ไต่สวนหาความใดเพราะคนที่สามารถทำให้หลานตนเชื่อใจจนพามายังที่นี่ได้ย่อมเป็นคนที่ดีผู้หนึ่งนางจึงเพียงคารวะต่อปู้ชิงเถาด้วยความขอบคุณ
“ขอบพระคุณที่ช่วยเหลือหลานสาวข้า ระหว่างนี้เพื่อความปลอดภัยของท่านเองและจนกว่าอาการบาดเจ็บของท่านจะทุเลาลงให้หลบอยู่ที่บึงบัวแห่งนี้ก่อน เมื่อเหตุการณ์คลี่คลายแล้วข้าจะให้คนไปส่งท่านเอง"
ปู้ชิงเถาไม่รู้ว่าคนเหล่านี้เป็นใคร สถานที่ที่เต็มไปด้วยปริศนานี้อยู่ที่ไหนแต่มันรู้สึกได้ว่าสตรีชรานางนี้ไว้ใจได้ ทั้งยังดูเหมือนว่านางมิได้ร้ายกาจหรือมีพิษสงใดมันจึงประสานมือรับน้ำใจพร้อมกับขอบคุณอย่างนอบน้อม
“ขอบพระคุณผู้อาวุโส”
ระหว่างนั้นสายตาของปู้ชิงเถาก็ยังมองตามสตรีสะคราญโฉมแทบจะลืมตัวซึ่งก็มีจังหวะหนึ่งที่สตรีสะคราญโฉมนางก็มองกลับมาเช่นเดียวกัน แต่ก็เป็นช่วงเวลาชั่วครู่เพราะสตรีชราได้ให้คนของตนพามันไปยังห้องพักรับรองเสียก่อน