เกิดใหม่ทั้งที..แต่มาอยู่ในร่างของขอทาน

    ตอนที่ 31 : ประคำหินสีดำ

            "นายน้อย" ฮุ่ยหมิงร้องเรียกเย่ซวนอีกครั้งเพราะยังไม่เห็นเขาลงมาจากรถม้า 


            "อ่อ..อืม" เย่ซวนตั้งสติได้เมื่อได้ยินเสียงของฮุ่ยหมิง เขาค่อยๆเดินลงมาจากรถม้า เมื่อรูปลักษณ์ของชายหนุ่มปรากฏทำให้ผู้คนแถวนั้นตกตะลึงรวมไปถึงลู่ฟางด้วยเช่นกัน


            นางมั่นใจในรูปโฉมของตนเป็นอย่างมาก แต่ตอนนี้เมื่อเห็นเย่ซวนความมั่นใจของนางเริ่มที่จะค่อยๆลดลงทีละน้อย ถึงแม้เย่ซวนจะเป็นผู้ชายก็ตามแต่รูปลักษณ์ของเขาต่อให้เป็นผู้หญิงยังต้องหวั่นเกรง


            เมื่อลงจากรถม้า เย่ซวนก็หันมองรอบๆ เขาเพิ่งจะสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ เพราะตอนนี้คนมากมายต่างยืนมองมาตรงที่เขายืนอยู่


            "เกิดอะไรขึ้นหรือ ?" เย่ซวนหันไปถามฮุ่ยหมิง


            "ตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยดีนายน้อย" 


            "พวกเราเข้าไปด้านในกันก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าค่อยเล่าให้ฟัง"


            เย่ซวนพยักหน้าก่อนที่จะเดินเข้าไปภายในโรงเตี๋ยม ฮุ่ยหมิง และพวกของลู่ฟางเองก็เดินตามเย่ซวนเข้ามาพร้อมๆกัน 


            "พวกท่านจะทานอาหารก่อนหรือไม่" เมื่อเดินเข้ามาภายในโรงเตี๊ยม ลู่ฟางหันไปถามเย่ซวน


            เย่ซวนหันไปตามเสียง เมื่อเห็นใบหน้าของลู่ฟาง เย่ซวนก็อดที่จะชมนางในใจไม่ได้


            "ไม่ทราบว่าท่านคือ ?"


            "ข้าน้อยลู่ฟางเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมแห่งนี้" นางยิ้มให้กับเย่ซวน


            "เถ้าแก่เนี้ยนี้เอง ข้าน้อยเย่ซวน"


            "เรื่องอาหารไม่ต้องหรอก" เย่ซวนส่ายหน้า "เถ้าแก่เนี้ยให้คนนำทางพวกข้าไปยังห้องพักเถอะ" 


            "ได้ เดี๋ยวข้านำทางให้พวกท่านเอง" นางพยักหน้ายิ้ม ก่อนที่นางจะเดินนำพวกเย่ซวนขึ้นไปด้านบน ระหว่างทางพวกเขาตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนที่นั่งทานอาหารอยู่ภายในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ 


            พวกเขาที่นั่งอยู่ด้านในบางคนก็ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้พวกเขามองเย่ซวนอย่างหมั่นไส้เพราะพวกเขาเห็นลู่ฟางเป็นคนนำทางให้กับเย่ซวน คนที่มาอุดหนุนโรงเตี๊ยมแห่งนี้ส่วนมากเป็นพวกคุณชายที่หลงเสน่ห์ของลู่ฟางทั้งนั้น


            ลู่ฟางพาเย่ซวนมายังชั้น 4 ซึ่งเป็นชั้นรองสุดท้ายของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ส่วนชั้นที่ 5 นั้นเป็นที่พักของลู่ฟ่างไม่อนุญาตให้ใครขึ้นไปเด็ดขาด ทางขึ้นจะมีองครักษ์ที่เป็นผู้หญิงท่าทางดุดันยืนเฝ้าอยู่สองคน


            "ห้องนี้คือห้องของพวกท่าน" นางพาเย่ซวนมาหยุดอยู่ที่ห้องด้านปีกซ้ายของโรงเตี๊ยม


            "ต้องขอโทษด้วยที่ห้องพักเหลือเพียงห้องเดียวเท่านั้น"


            "ไม่เป็นอะไร เถ้าแก่เนี้ยอย่าได้ใส่ใจ" เย่ซวนยิ้มตอบ


            "ท่านกับข้าอายุพอๆกัน ให้เรียกข้าว่าลู่ฟ่างก็พอ"


            เย่ซวนมองอย่างแปลกใจ ก่อนที่เขาจะพยักหน้ารับ "ได้ แม่นางลู่"


            เมื่อเห็นแบบนั้นนางก็ยิ้มให้กับเย่ซวนก่อนที่จะขอตัวจากไป "พวกท่านเชิญพักผ่อนให้สบายเถอะ ข้าน้อยขอตัวก่อน"


            หลังจากที่ลู่ฟางจากไป เย่ซวนกับฮุ่ยหมิงก็เข้ามาในห้อง มันเป็นห้องขนาดใหญ่มีข้าวของเครื่องใช้ครบถ้วนทำให้คนอยู่รู้สึกถึงความสะดวกสบาย


            เย่ซวนนั่งฟังเรื่องราวต่างๆจากคำบอกเล่าของฮุ่ยหมิง


            "ทำไมท่านถึงต้องลงมือรุนแรงขนาดนั้นล่ะ" เย่ซวนคิดตาม เรื่องแค่นี้ไม่เห็นจำเป็นต้องลงมือถึงขั้นฆ่ากันเลย


            "นายน้อยคนพวกนี้ ถึงพวกเราไม่ลงมือแล้วยอมอ่อนข้อให้พวกเขา พวกเขาก็ไม่มีทางปล่อยเราไป" ฮุ่ยหมิงเคยเจอคนมาหลากหลายประเภท ประเภทที่น่าลำคาญที่สุดก็คงเป็นประเภทที่บ้าอำนาจและไม่เห็นหัวคนอื่นแบบหยวนเหวินคัง เพราะขนาดคนรับใช้อย่างอี้คังยังโอหังได้ขนาดนั้น


            "อืม" เย่ซวนพยักหน้าคิดตาม "พรุ่งนี้เราคงต้องเจอกับปัญหาแน่ๆ" 


            "นายน้อยไม่ต้องกังวล พวกเขาจะไม่ลงมือกับเราจนกว่าพวกเขาจะยืนยันตัวตนของพวกเราได้"


            "วันนี้ลำบากท่านฮุ่ยหมิงแล้ว"


            "ท่านไปพักผ่อนเถอะ" 


            "ขอรับนายน้อย" ฮุ่ยหมิงพยักหน้าก่อนที่จะเดินไปนั่งพักอยู่ที่เตียงไม้ขนาดเล็ก ส่วนเตียงขนาดใหญ่เขาปล่อยให้เป็นของเย่ซวน


            ...


            เช้าของวันต่อมาหลังจากที่เย่ซวนตื่นนอนแล้วเขาก็ได้ไปนั่งทานอาหารกับฮุ่ยหมิงก่อนที่พวกเขาจะออกเดินทางไปยังร้านค้าขายเมล็ดพันธุ์ต่างๆ พวกเขาใช้เวลาไม่นานก็ซื้อเมล็ดพันธุ์ที่ต้องการจนครบ


            "เหมือนจะมีคนแอบสะกดรอยตามพวกเรา" เย่ซวนพูดขึ้นให้ได้ยินเพียงสองคนกับฮุ่ยหมิง


            "ข้าเองก็สัมผัสได้" ฮุ่ยหมิงพยักหน้า "ข้าว่าน่าจะเป็นคนของตระกูลหยวนพวกนั้น"


            รถม้าค่อยๆแล่นไปเรื่อยๆไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ฮุ่ยหมิงพาเย่ซวนแวะร้านค้าต่างๆ ที่เย่ซวนสนใจ


            "ข้าแปลกใจจริงๆ ทำไมถึงไม่มีคนของทางการมาตามหาพวกเรา" เย่ซวนถามขึ้นระหว่างที่พวกเขากำลังนั่งอยู่ในร้านน้ำชาเล็กๆแห่งหนึ่ง


            "ข้าเอกก็แปลกใจเช่นกัน ข้าว่าพวกตระกูลหยวนน่าจะอยากจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง"


            "พวกเขาเลยไม่ได้ไปแจ้งทางการ"


            เป็นอย่างที่ฮุ่ยหมิงคิด หลังจากที่หยวนเหวินคังกลับไปที่ตระกูล เขาก็เล่าเรื่องต่างๆให้พ่อของตนฟัง หยวนติง ที่เห็นพ่อของหยวนเหวินคัง และ ยังเป็นประมุขของตระกูลหยวน พอได้ฟังก็โกรธเป็นอย่างมาก 


            ตอนแรกเขาเตรียมสั่งคนให้ไปจัดการฮุ่ยหมิงทันที แต่ก็ถูกท่านเก้า ห้ามเอาไว้ ตอนแรกหยวนติงเองก็ไม่พอใจ แต่เมื่อฟังเหตุผลของท่านเก้า เขาเลยต้องคิดไตร่ตรองอีกที


            เขาเลยสั่งให้สายลับของตระกูลแอบตามสืบข้อมูลต่างๆของพวกเย่ซวนก่อน


            "ท่านว่าพวกเขาจะลงมือกับพวกเราตอนไหน" เย่ซวนถามความคิดเห็น


            "ถ้าไม่ยังไม่รู้ตัวตนของพวกเรา พวกเขาจะไม่ลงมือภายในเมืองแห่งนี้"


            "หรือไม่ถ้าพวกเขาไม่รู้ตัวตนของพวกเรา พวกเขาต้องลงมือทันทีหลังจากที่พวกเราออกจากเมืองเสิ่นหยางแห่งนี้"


            เย่ซวนพยักหน้าเข้าใจ "เมื่อวานท่านบอกว่ามีคนมุ่งดูเหตุการณ์มากมาย"


            "เรื่องนี้จะไม่รู้ไปถึงหูของเจ้าเมืองเสิ่นหยางเลยหรือ ?" เย่ซวนอดสงสัยไม่ได้


            "ข้าเองก็ไม่แน่ใจ หรือไม่บางทีเจ้าเมืองเสิ่นหยางอาจจะคอยดูอยู่ห่างๆ"


            "เพราะตระกูลหยวนไม่ได้ไปแจ้งกับพวกเขา พวกเขาเลยให้ตระกูลหยวนจัดการเอาเอง"


            "ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงจนเกินไปพวกเขาคงไม่สอดมือเข้ามายุ่ง"


            เย่ซวนพยักหน้าเข้าใจ พวกเขานั่งดืมชาได้ครึ่งชั่วยามก็ออกเดินทางเดินชมเมืองเสิ่นหยางต่อ ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้ใช้รถม้า เพราะเย่ซวนอยากที่จะเดินดูสินค้าต่างๆที่วางขายอยู่ข้างทาง


            "เจ้าหยุดนะ" เสียงตะโกนไล่ดังมาจากด้านหลังของเย่ซวน เมื่อหันไปก็มีขอทานน้อยวิ่งชนเข้ากับท้องของเย่ซวน ตอนแรกเย่ซวนคิดที่จะหลบแต่ก็เปลี่ยนใจปล่อยให้นางวิ่งชน


            ขอทานน้อยเงยหน้ามองเย่ซวนก่อนที่ดวงตาน้อยๆของนางจะเบิกโพลงขึ้น นางจ้องเย่ซวนอยู่นานสองนาน ก่อนที่จะมีชายวัยกลางคนวิ่งตามหลังมาทัน


            "ในที่สุดก็เจอเจ้า เจ้าขอทาน" เขายืนหอบหายใจ


            "เจ้าคืนของที่ขโมยมานะ" เขาพยายามที่กระชากนางออกจากเย่ซวน แต่มือน้อยๆของนางเกาะชุดของเย่ซวนไม่ยอมปล่อย


            เมื่อเห็นแบบนั้นชายวัยกลางคนก็ขมวดคิ้วก่อนที่จะมองเย่ซวนแบบชัดๆอีกครั้ง 


            "ท่านเป็นใคร" ชายวัยกลางคนถามขึ้น


            เย่ซวนกำลังจะตอบ ก็ถูกเสียงน้อยๆพูดขึ้นก่อน "ท่านพ่อ"  


            "ท่านพ่อรึ ?" เย่ซวนก้มมองนาง


            "ท่านเป็นพ่อของนางรึ" ไม่รอให้เย่ซวนตอบชายวัยกลางคนก็พูดออกมาอีกครั้ง "ท่านจ่ายค่าของกินที่นางขโมยมาเลยนะ"


            "ข้าไม่.." เย่ซวนยังพูดไม่จบประโยคก็ถูกมือน้อยๆดึงเสื้อและเรียกเขาว่าพออีกครั้ง "ท่านพ่อ" ครั้งนี้ที่หางตาของนางมีน้ำตาไหลออกมาด้วย


            "ข้าไม่สน ในเมื่อนางเรียกท่านว่าพ่อ ท่านก็ต้องจ่ายแทนนาง" ชายวัยกลางคนขึ้น ถึงแม้ในใจเขาจะรู้ว่าเย่ซวนไม่ใช่พ่อของขอทานน้อยคนนี้ก็ตาม


            "นางขโมยอะไรของท่านกัน" เย่ซวนถาม


            "ก็มี.." เขาพูดสิ่งต่างๆที่นางเคยขโมยออกมา "ก็มีเท่านี้" 


            เมื่อได้ฟังเย่ซวนก็ตกใจ "นางขโมยมาเยอะขนาดนั้นได้ยังไงกัน" เย่ซวนพูดก่อนที่จะก้มลงมองขอทานน้อย


            "นางไม่ได้ขโมยแค่ครั้งเดียว นายมาขโมยของที่ร้านข้าหลายครั้งแล้ว"


            "แต่ทุกครั้งข้าไม่สามารถตามจับนางได้ทัน" 


            "ท่านจ่ายเงินมาได้แล้ว" ชายวัยกลางคนเร่งเร้า


            ก่อนที่เย่ซวนจะพยักหน้าให้กับฮุ่ยหมิง "ท่านฮุ่ยหมิงท่านช่วยจ่ายเงินให้กับชายคนนี้ที" 


            "ได้ขอรับนายน้อย"


            "ขอบคุณพวกท่านทั้งสอง" หลังจากที่ได้เงินชายวัยกลางคนก็รีบจากไปทันทีเพราะกลัวพวกเย่ซวนจะเปลี่ยนใจ


            เย่ซวนกับฮุ่ยหมิงมองไปทางที่ชายวัยกลางคนวิ่งหายไปก่อนที่พวกเขาจะหันมามองหน้ากันแล้วส่ายหัว เมื่อเย่ซวนหันกลับมา เขาก็ต้องประหลาดใจเพราะขอทานน้อยนั้นหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้


            "นางหายไปไหนแล้ว ?" เย่ซวนหันมองรอบๆ ฮุ่ยหมิงเองก็เช่นกัน


            "เอาเถอะ พวกเราเดินดูของกันต่อดีกว่า" เย่ซวนเลิกสนใจและเดินดูของต่างๆต่อ


            ...


            ยามซวี เย่ซวนก็กับมายังโรงเตี๊ยมของลู่ฟาง พวกเขานั่งทานอาหารอยู่ 1 ก้านธูป ก่อนที่จะกลับขึ้นห้องไปพักผ่อน


            เมื่อเข้ามาภายในห้องเย่ซวนก็ปรึกษาเรื่องต่างๆกับฮุ่ยหมิงอีกครั้ง ในตอนแรกพวกเขาจะเดินทางกลับหุบเขาจันทราในวันพรุ่งนี้ 


            แต่ระหว่างเดินดูสิ่งของต่างๆนั้น พวกเขาได้ข่าวว่าอีก 2 วันจะมีขบวนสินค้าขนาดใหญ่ผ่านมายังเมืองเสิ่นหยาง เจ้าเมืองเลยเปิดเมืองให้พวกเขาเข้ามาตั้งร้านค้าชั่วคราวภายในเมืองแห่งนี้ 


            เย่ซวนเลยอยากที่จะอยู่รอ เผื่อมีสิ่งที่เขาสนใจ


            หลังจากที่พูดคุยกับฮุ่ยหมิงเรียบร้อยเย่ซวนก็มานั่งมองสำรวจกล่องที่ได้มาก่อนหน้านี้อีกครั้ง


            'มันมีอะไรอยู่ภายในกันนะ'


            'เอ๊ะ !' เย่ซวนสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง


            'นี้มันลวดลายอะไรกัน ทำไมครั้งก่อนข้าไม่เห็นกัน' เย่ซวนมองลวดลายจางๆที่เกิดขึ้นข้างกล่อง


            เมื่อสังเกตดีๆ ลวดลายที่เย่ซวนเห็นมีความคล้ายกับมังกร แต่ก็ยังไม่ชัดเจนเพราะรอยมันยังจางอยู่ เย่ซวนค่อยๆใช้มือลูปไปที่ลวดลายนั้น 


            'เกิดอะไรขึ้นกับเรากัน ?' เย่ซวนตกใจ เพราะอยู่ดีๆ เขาก็รู้สึกว่าเลือดลมในร่างกายของเขารู้สึกร้อนวูบวาบ ดวงตาของเขาเริ่มกลายเป็นสีแดงเข้มเกือบที่จะดำ แต่เขาไม่รู้ตัวก่อนที่เขาจะรู้สึกปวดหัวขั้นรุนแรง จนร้องออกมา


            "โอ้ย !" เขาทิ้งกล่องใบนั้นลงและใช้มือสองข้างกุมไปที่ข้างขมับทั้งสองด้าน


            "เกิดอะไรขึ้นนายน้อย !" ฮุ่ยหมิงรีบเดินมาเมื่อได้ยินเสียงร้องของเย่ซวน


            "ป่าว ท่านฮุ่ยหมิงไปพักผ่อนต่อเถอะ" เย่ซวนก้มหน้าส่ายหัวให้เพื่อบอกว่าไม่เป็นอะไร


            ฮุ่ยหมิงลังเลก่อนที่จะเดินกลับไปพักผ่อนเช่นเดิม


            'เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นกับเรากัน' เย่ซวนสงสัย ตอนนี้ร่างกายของเขากลับมาเป็นปกติแล้ว เขาก้มลงมองกล่องใบนั้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ลวดลายที่เห็นเมื่อกี้ข้างกล่องหายไปแล้ว


            'ช่างเป็นกล่องที่แปลกประหลาดจริงๆ' 


            'ยังมีเวลาหาความลับของกล่องใบนี้อีกเยอะ' เย่ซวนส่ายหน้าและเลิกสนใจกล่องใบนี้ 


            เย่ซวนนั่งเข้าฌานทำให้จิตใจสงบ มือทั้งสองข้างนั่งจับประคำแล้วค่อยๆนั่งนับทีละเม็ดไม่เร็วไม่ช้า


            ประคำเส้นนี้เย่ซวนได้มาจากร้านค้าแห่งหนึ่งระหว่างที่เดินเลือกซื้อของ สร้อยประคำเส้นนี้ทำมาจากหินชนิดหนึ่ง ซึ่งเจ้าของร้านเองก็ไม่รู้ว่าสร้อยประคำนี้ทำมาจากอะไร เย่ซวนรู้สึกสนใจเลยซื้อกลับมาด้วย


            ประคำเส้นนี้มีทั้งหมด 108 เม็ด หินแต่ละก้อนมีสีดำสนิท เวลาสัมผัสให้ความรู้สึกเย็นไปทั่วร่างกาย


            ตอนนี้เย่ซวนกลับมามีกลิ่นอายของพระพุทธองค์อีกครั้งแล้ว


            ...


            ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ


            ยามซวี (戌:xū) คือ 19.00 – 20.59 น.


            ตกลงพระเอกจะไปแนวไหนกันแน่นะ หรือ จะให้พระเอกออกบวชเป็นไต้ซือรูปหล่อดี ฮ่าๆ


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที..แต่มาอยู่ในร่างของขอทาน ที่คุณอ่าน