"ผมจะปล่อยขายหุ้นทั้งหมด" วินเทอร์พูดขึ้นมาอย่างไม่แยแส
"..." คุณฟู่ได้แต่นั่งตากะพริบปริบๆ เวลานี้เขาไม่เข้าใจความคิดของวินเทอร์เลยจริงๆ
ขณะที่ทั้งสามกำลังนั่งพูดคุยสนทนากันอยู่นั่นเอง ส้มที่กำลังลากกระเป๋าเดินทาง ก็ได้ตรงเข้ามาหากลุ่มของพวกเขา
"สวัสดีค่ะลุงฟู่, สวัสดีจ้าน้องวินเทอร์ น้องซัมเมอร์!" ส้มพูดทักทายขึ้นมาด้วยถ้อยคำที่อ่อนหวาน
"พี่ส้ม!" ซัมเมอร์อุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ พร้อมะโเข้าไปกอดพี่ส้มของเธอ
"งั้นอั๊วจะอธิบายให้ลื้อฟังเลยทีเดียวเลยนะ จากนี้ไปอาวินกับหนูส้มจะมาอาศัยอยู่ที่นี่ หนูส้มจะเป็เลขาคอยจัดการเื่ต่างๆให้กับอาวิน จากนี้ไปลื้อก็ไม่เหงาแล้วนะ มีทั้งอาวินและหนูส้มอยู่ด้วย เอิ๊กๆ" คุณฟู่หัวเราะออกมาด้วยความยินดี
ั้แ่ภรรยาของเขาจากไป ซัมเมอร์ก็ต้องอยู่ตัวคนเดียว นอกจากเปิดเทอมไปโรงเรียนเพื่อเจอเพื่อนแล้ว เธอก็ต้องอาศัยอยู่แต่ในเขตพื้นที่ส่วนตัวขนาดใหญ่มากกว่าหมื่นไร่ แต่เธอก็ไม่ค่อยออกไปด้านนอกเท่าไหร่อยู่แต่ในคฤหาสน์เท่านั้น นอกจากเล่นพูดคุยกับตุ๊กตาก็มีแค่การเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง อ่านนิยาย ที่ช่วยบรรเทาความเหงาของเธอ
แม้ว่าคุณฟู่จะอำนาจยิ่งใหญ่ปกคุมเอาไว้ได้ทั้งภาคตะวันออก แต่ก็อาจจะมีคู่อริ ศัตรูชาติปางก่อนมาลอบทำร้ายลูกสาวของเขาได้ ถ้าเกิดปล่อยให้เธอออกไปเที่ยวเล่น ถึงจะมีลูกน้องคอยสอดส่องตามดูแล แต่ถ้าประกบติดมากไปก็อาจทำให้ลูกสาวเขาอึดอัดใช้ชีวิตไม่สะดวก
แถมนานๆทีคุณฟู่ก็จะได้กลับบ้านมาเจอลูกสาวสุดที่รักของเขา เพราะเขาต้องคอยควบคุมดูแลกลุ่มแก๊ง และกิจการต่างๆภายใต้เขา เลยทำให้มีเวลาอยู่กับลูกสาวน้อยมาก การที่มีอาวินและหนูส้มมาอยู่ด้วย คงช่วยคลายความเหงา ความโดดเดี่ยวให้กับลูกสาวเขาได้มากเลย
เมื่อซัมเมอร์ได้ยินคำอธิบายจากพ่อของเธอ ก็ได้หันไปมองวินเทอร์พร้อมกับหรี่ตาลง แล้วยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย
วินเทอร์ที่เห็นท่าทางเช่นนี้ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เขาจึงหันไปคุยกับคุณฟู่ต่อเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
"สาเหตุที่ผมต้องขายบริษัท ก็เพราะว่ามีคนที่พร้อมจะทุ่มเงินซื้อมันอยู่ แม้ว่าบริษัท White Knight Co.,Ltd จะมีมูลค่าอยู่ที่ 146,067,156 บาท แต่เราสามารถปล่อยขายมันได้ที่ 200,000,000 บาท" วินเทอร์อธิบายออกมา
"ลื้อบริหารเองไม่ดีกว่าเหรอ? ด้วยอำนาจของอั๊วและยังมีหนูส้มคอยช่วยเหลือ การที่จะทำให้บริษัทมีมูลค่าเพิ่มขึ้นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร แถมธุรกิจยังเติบโตขยายไปได้อีก" คุณฟู่ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
"ไม่ครับ ผมมีแผนที่ใหญ่กว่านั้น เพื่อการนั้นแล้วพวกเราต้องยอมสละสิ่งเล็กๆน้อยๆออกไป" วินเทอร์พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ลึกลับ
"หมายความว่ายังไง?" เวลานี้ คุณฟู่รู้สึกอยากรู้อยากเห็นเป็อย่างมาก
เขารู้สึกได้เลยว่า เวลานี้วินเทอร์ไม่ใช่เด็กหนุ่มวินเทอร์วัยสิบห้าปี แต่เป็วินเทอร์อีกคน เป็วินเทอร์แบบเดียวกันกับที่เขาได้เจอเมื่อวานนี้
ภายในใจคุณฟู่ได้เกิดความรู้สึกว่าตอนนี้ เขากำลังได้นั่งคุยกับเ้าพ่อมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่ง แม้ว่าเขาจะเป็ระดับเ้าพ่อเช่นเดียวกัน แต่วินเทอร์ที่อยู่ตรงหน้าเขานั้น เหมือนกับว่าเขาได้อยู่คนละระดับไปอย่างสิ้นเชิง
ถ้าให้เปรียบเทียบง่ายๆ ก็เหมือนกับว่าคุณฟู่คือผู้ใหญ่บ้าน ส่วนวินเทอร์คือกษัตริย์ที่ปกครองประเทศ ในประเทศของเขามีเป็ร้อยเป็พัน และอาจจะมีหลายหมื่นหมู่บ้าน คุณฟู่ที่มีอำนาจยิ่งใหญ่แค่ในหมู่บ้านที่มีประชากรไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น ส่วนวินเทอร์มีอำนาจปกครองนับหมื่นหมู่บ้าน ต่อหน้าวินเทอร์แล้ว คุณฟู่เป็ได้แค่ตัวตนเล็กๆเท่านั้น
ส่วนส้มที่ได้เห็นท่าทีของวินเทอร์เวลานี้ เหมือนกับที่เขาแสดงออกมาเมื่อวานเลย หัวใจดวงน้อยๆของเธอสูบฉีดขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง มันเต้นแรงตุบๆ O/////O
ทุกการกระทำของวินเทอร์ยามนี้มันไม่ใช่สิ่งที่เด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีควรจะมี เขาทั้งดูนิ่ง ดูมีความสุขุม แฝงไปด้วยความเ็า และยังมีความโเี้ เด็ดขาด ส้มสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าเด็กหนุ่มแบบนี่คือสเปคในฝันของเธอเลย พวกเด็กผู้ชายที่ส้มเจอมาแต่ละคน ก็มีแต่ผู้ชายดูอบอุ่น ใจดี อ่อนโยน เฟรนลี่ อาจจะมีประเภทที่ดูนิ่งเงียบเ็าอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ชวนให้ความรู้สึกที่ดูอันตรายแบบวินเทอร์เลยสักนิด
ส่วนประเภทที่ขี้โม้ ดีแต่พูด อ้างบารมีปู่ย่าตายาย หรือจะพวกง้องแง้ง งี่เง่า ไม่รู้จักโต พวกนี้ที่ว่ามานั้นได้ถูกพ่อของเธอตีตั๋วสายตรงพาทัวร์ยมโลกไปหมดแล้ว
คนแบบประเภทวินเทอร์ที่ให้ Feel Daddy ตรงตามสเปคของเธอ ก็คงจะมีแต่รุ่นพ่อ รุ่นลุง รุ่นปู่ รุ่นตานู้นแล้ว การที่จะมีเด็กหนุ่มที่ดูเป็ผู้ใหญ่โดยธรรมชาติแบบนี้ เรียกได้ว่าไม่มีเลย พวกที่เหลือมันก็แค่เด็กแก่แดดเท่านั้นแหละ
ก็แหงละ แม้ว่าภายนอกวินเทอร์จะเป็เด็กอายุสิบห้าปี แต่ภายในก็เป็คุณปู่อายุปาไปหกสิบแปดปีแล้ว! มันจะไปมีเด็กหนุ่มที่เป็ผู้ใหญ่โดยธรรมชาติแบบนี้ได้ยังไงกันละ? มนุษย์เราก็ต้องเติบโตไปตามวัย แม้จะมีโตเกินวัยไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ไกลขนาดนั้น เด็กอายุสิบสองสิบสามอาจดูแก่แดดเหมือนคนอายุยี่สิบสามสิบปี แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นข้ามรุ่นไปวัยห้าสิบหกสิบปีแบบวินเทอร์
"ผมรู้ว่าเตี่ยได้สืบมาแล้ว ว่ากิตติพศ้าที่จะหุบบริษัทเป็ของตน แต่...ทำไมกิตติพศ้ายึดบริษัทเป็ของตัวเองด้วยละ?" วินเทอร์ยิ้มออกมาอย่างเฉยเมย
คุณฟู่ที่ได้รับฟังอยู่ก็ขมวดคิ้วและคิดตาม เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน กิตติพศก็เป็ถึงรองประธาน และยังถือหุ้นไว้ตั้ง 33% แม้จะได้บริษัททั้ง 100% ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมเท่าไหร่ นี่เป็เพียงแค่บริษัทเล็กๆในอุตสาหกรรมเคมีเท่านั้น ไม่ได้เป็บริษัทใหญ่โตที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้สักหน่อย มันแทบจะไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลย
ส้มที่ได้ฟังอยู่ก็คิดตามเหมือนกัน แต่ว่าสำหรับความคิดของเธอ เธอคิดว่ากิตติพศคงจะมีความโลภ ้าที่จะปกครองยึดอำนาจบริษัทมาเป็ของตนแต่เพียงผู้เดียว เลยต้องกำจัดเสี้ยนหนามอย่างพ่อของวินเทอร์ออกไป แต่พอเธอมาลองคิดดูดีๆแล้ว ก็รู้สึกว่าไม่เห็นมีความจำเป็ต้องทำแบบนี้เลย
บางทีกิตติพศอาจจะทำเพื่อความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน แต่สำหรับบริษัทเล็กๆมูลค่าแค่ร้อยล้านบาท ไม่ได้มีนัยสำคัญอะไรเลยแม้แต่น้อย แถมการทำแบบนี้ก็อาจเกิดปัญหาต่างๆมากมายต้องจัดการในภายหลังอีกมากมาย เรียกได้ว่าไม่คุ้มเสียเอาซะเลย
"ที่กิตติพศทำแบบนี้ เพราะเขา้าอำนาจอย่างหมดจด เพื่อที่เขาจะได้ขายบริษัทนี่" วินเทอร์ค่อยๆ อธิบายออกมา
"ขาย? ขายให้ใครกัน? แบบที่ลื้อบอกน่ะหรือว่าจะขายหุ้นทั้งหมด แล้วจะขายไปทำไมกัน?"
"ฟูลเฮาส์ (Full House) " วินเทอร์พูดชื่อหนึ่งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย
เมื่อคุณฟู่ได้ยินชื่อนี้ ก็ถึงกับตัวแข็งทื่อ และหรี่ตาลงเหมือนกับอสรพิษ นัยย์ตาของคุณฟู่เวลานี้เต็มไปด้วยจิตสังหาร
"ฟูลเฮาส์? อย่าบอกนะว่า.."
วินเทอร์พยักหน้าและแสยะยิ้มออกมาด้วยความเ็า "อย่างที่เตี่ยคิดนั่นแหละครับ ฟูลเฮาส์ พวกเศษเดนที่เอาแต่หลบซ่อนหัวกันอยู่ในหลืบ"
"มารดามันเถอะ! พวกมันกล้ารุกเข้ามาถิ่นของอั๊วอย่างงั้นรึ!" คุณฟู่ที่ดูเป็คนอารมณ์ดี ใบหน้าผ่องใสอ้วนกลมเหมือนพระสังกัจจายน์ ถึงกับหลุดสบถออกมาด้วยความโกรธ
"สาเหตุที่กิตติพศ้าหุ้นทั้งหมด เพื่อที่เขาจะได้ขายบริษัทนี่ให้กับพวกมัน ในราคา 200,000,000 บาท เป็กำไรมากกว่าห้าสิบล้านเลยนะเนี่ย" วินเทอร์ยักไหล่ขึ้นมาอย่างไม่แยแส และพูดต่อไปอีกว่า "พวกมันจะใช้บริษัทนี่เป็ฉากหน้าและเป็จุดศูนย์กลางในการแทรกแซงภาคตะวันออก ในเมื่อบริษัทนี่ได้ทำอุตสาหกรรมเคมีแล้วยิ่งเป็เื่่าย ที่พวกมันจะผลิตสารเสพติดเพื่อที่กระจายส่งออกขายทั่วทั้งภาคตะวันออก"
"ลงทุนซื้อบริษัทแค่ 200,000,000 บาท ต้นทุนการผลิตที่ต่ำมาก แต่ผลิตยาเสพติดกระจายส่งออกได้กำไรเป็หลายพันล้านเลยนะเนี่ย คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว! ยิ่งเป็ทางภาคตะวันออก ที่พวกทางการไม่ค่อยกล้ายุ่งหรือล้ำเส้นกับพวกมาเฟียด้วยแล้ว พวกมันก็ผลิตส่งออกกันสบายเข้าไปใหญ่เลย" วินเทอร์ยิ้มออกมาจางๆ
"ลื้อจะบอกว่า ที่พวกรัฐบาลปรสิตไม่กล้าจะมายุ่งกับทางฝั่งโลกใต้ดินเพราะหวั่นเกรงต่ออำนาจของอั๊ว เลยทำให้พวกมันใช้จุดนี้เป็ช่องโหว่แทรกแซงเข้ามาสินะ?" เวลานี้น้ำเสียงของคุณฟู่ดูสั่นๆ เต็มไปด้วยความโกรธที่พร้อมจะปะทุออกมา
วินเทอร์ไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไป เพียงแค่ยิ้มออกมาด้วยท่าทีที่สบายๆ
"ไอพวกกาฝาก! มันแอบอ้างบารมีของอั๊วไม่พอ ยังจะมาแย่งผลประโยชน์ในถิ่นของอั๊วหน้าด้านๆอีก อาเทียน! อาเสือ!" คุณฟู่กำหมัดแน่นด้วยความโกรธ พร้ะโกนเรียกลูกน้องคนสนิททั้งสอง
"ครับ! พ่อใหญ่!" ชายวัยกลางคนที่ชื่อเทียนกับเสือรีบวิ่งมาคุณฟู่ทันที เมื่อพวกเขาได้ยินเสียงเรียกจากคุณฟู่
"พวกลื้อไปเรียกคนของเรามา บอกให้พวกมันออกตามล่ากำจัดไอพวกเวรฟูลเฮาส์ที่อยู่ในเขตของอั๊วทั้งหมดให้สิ้นซาก! อย่าปล่อยให้พวกมันสักตัวรอดออกไปได้!" คุณฟู่บัญชาคำสั่งออกมา ด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น
"ครับ!" สองชายวัยกลางคนรีบตอบรับคำสั่งทันทีโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย พวกเขาไม่ถามอะไรทั้งนั้นว่า ทำไม? เพราะคำสั่งของคุณฟู่คือที่สุด และนี่ยิ่งเป็คุณฟู่เวลาโกรธด้วยแล้ว
ขณะที่ทั้งสองเตรียมที่จะออกไปและถ่ายทอดคำสั่งให้กับลูกน้องที่เหลือเขาก็ถูกวินเทอร์หยุดเอาไว้ซะก่อน
"เดี๋ยวก่อนครับ!" วินเทอร์ะโขึ้นมา และพูดต่อไปอีกว่า "ผมมีแผนที่ดีกว่านั้น ด้วยแผนนี้พวกเราสามารถถอนรากถอนโคนพวกมันได้ทั้งหมด ไม่ใช่แค่ในภาคตะวันออกเท่านั้น แต่เป็การลบกลุ่มขยะของพวกมันทั้งหมดให้หายออกไปจากโลก!"
Writer : สุขสันต์วันสงกรานต์นะน้าบทุกคนนนน ???????? เดี๋ยวไรท์จะอัพให้วันละ 2 ตอนเลย พิเศษสำหรับวันสงกรานต์! เดี๋ยวตอนเช้าจะลงให้อีกตอนนะน้าบ
และสุดท้ายนี่ก็ขอบคุณทุกคนที่ติดตามมากันจนถึงตอนนี้ด้วยนะน้าบ ขอบคุณทุกไลค์ ทุกหัวใจ ทุกแชร์ ทุกคอมเม้นมากๆเลยนะน้าบ! ❤️???? ทุกสิ่งทุกอย่างเป็กำลังใจให้ไรท์ในการเขียนต่อไปได้มากเลย