คลินิก JSV ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นตร้ามีรูปแบบการจัดสร้างที่เหมือนกัน ทั้งภายนอกและภายใน ราวกับคัดลอกจากแม่พิมพ์เดียวกัน
เจมส์พยักหน้าชื่นชมให้กับการทำงานของสไปร์
ในส่วนนี้ดูเหมือนวุ้นเส้นจะไม่ค่อยพอใจ ระหว่างนั่งกินข้าวกับเขาก่อนกลับบ้านสีหน้าจึงแง่งอน
พอมาถึงบ้าน วางกระเป๋าไว้บนโต๊ะโซนรับแขก กระแทกก้นลงบนโซฟาสีครีม
แม่ของหล่อนที่นั่งดูทีวีอยู่ก็หันศีรษะมาถาม “วุ้นเส้นเป็นไงบ้างลูก ธิติทำงานได้ดีหรือเปล่า เนี่ยแม่เขาโทรมาถาม รวมถึงบอกว่าหากมีเวลาว่างก็ไปกินข้าวที่บ้านด้วยนะ ดูเหมือนฝ่ายนู้นจะชอบลูกมากเลยล่ะ”
วุ้นเส้นที่หงุดหงิดอยู่แล้วหันมองคุณแม่ตาเขียวปั๊ด “แม่คะ! หยุดพูดเรื่องธิติเถอะค่ะ แค่นี้หนูก็รู้สึกแย่พอแล้ว”
“มันเกิดอะไรขึ้น เขาทำให้ลูกไม่พอใจเหรอ?”
“ใช่น่ะสิคะ!” วุ้นเส้นกระแทกเสียง เริ่มเล่าเหตุการณ์ช่วงเช้าแสนอับอายขายหน้าให้แม่ฟัง
หลังจากที่ได้ฟังเรื่องเล่าจากปากลูกสาว หล่อนถึงกับมีสีหน้าดูไม่ได้
“ตายจริงแล้วแบบนี้คุณเจมส์จะโกรธลูกหรือเปล่า...”
เธอไม่เคยเห็นหน้าเจมส์ว่าเป็นคนแบบไหน เพียงแค่ได้ยินมาจากปากลูกสาว เห็นว่าเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เป็นคนรวยตัวจริงเสียงจริง ธิติเทียบไม่ได้แม้แต่ขี้เล็บ
วุ้นเส้นมีใบหน้าแง่งอน “แล้วแม่คิดว่าไงคะ วันนี้ทั้งวันคุณเจมส์เอาแต่เอาอกเอาใจยายสไปร์ ปล่อยให้หนูเดินกับทอยคนเดียว แถมชุดยูนิฟอร์มพนักงานที่อุตส่าห์จ้างนักออกแบบมาก็ไม่ได้ใช้งาน ทั้งหมดเป็นเพราะธิติ!”
เห็นลูกสาวเป็นแบบนั้นผู้เป็นแม่ก็รู้สึกผิด
เป็นเพราะหล่อนเองที่แนะนำธิติ ด้วยความที่รู้จักกับนางอร เพื่อนสนิทตั้งแต่เรียนประถม
“คราวหลังแม่จะระวัง รับรองว่าจะไม่แนะนำคนแบบนี้ให้ลูกอีก”
วุ้นเส้นถลึงตาใส่ดุๆ กระแทกเท้าตึงตังเดินกลับห้องทันที
........
เสร็จงานวันนี้เจมส์ยังพักอยู่ที่กรุงเทพฯ มาที่คอนโดของแฟนสาวอย่างปิ่น ซึ่งตอนนี้ได้เป็นนักแสดงตัวรองเพราะมีแมวมองมาเห็นแววจากโฆษณาแซลมอนดองซอสเกาหลี ผู้จัดละครพริ้งพราวนั่นเอง
ดาราสาววัยแรกรุ่นอยู่ในชุดเดรสตัวยาว ผมถูกทำเป็นลอนสวย ใบหน้าถูกแต่งแต้มเครื่องสำอางแบบพอเหมาะ สำหรับงานเลี้ยงคืนนี้
เจมส์คิดว่าจะได้อยู่กับแฟนสาวสองต่อสองแล้วมีอะไรกันจนถึงเช้า เป็นต้องว่าวเพราะหล่อนมีงานเลี้ยงที่ต้องไป จะไม่ไปก็ไม่ได้เพราะคนที่ชวนคือพริ้งพราว ผู้จัดละครมากความสามารถ
“แต่งตัวเสร็จแล้วค่ะ ไปกันเลยไหม” ปิ่นหันมายิ้มหวานให้ หลังจากเสียเวลาอยู่หน้ากระจกนานเป็นชั่วโมง
“แต่ผมไม่ได้รับเชิญนะ ไปแบบนี้จะไม่เป็นไรแน่เหรอ?” ชายหนุ่มมีสีหน้ากังวล
ปิ่นส่ายหน้าแล้วเข้ามาจับมือ “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ยังไงซะคุณก็รู้จักคุณพริ้งพราว เข้างานได้สบายหายห่วง อีกอย่างงานวันนี้ก็มีแต่คนแก่เป็นเสียส่วนใหญ่ งานบริจาคเงินให้มูลนิธิเด็กกำพร้า ก็มีแต่คนแบบนี้ทั้งนั้น ไม่ก็พวกอยากได้หน้า”
“แล้วคุณจัดอยู่ในประเภทไหน” เจมส์บีบจมูกเธอทีหนึ่ง ผ่านมาไม่ทันไรหญิงสาวเริ่มมองออกถึงแวดวงสังคมหน้ากาก
“ฉันจัดอยู่ในส่วนที่ต้องพรีเซ็นต์ตัวเอง ให้พวกเขารู้ว่าฉันมีความสามารถ สปอนเซอร์จะได้เข้าเยอะๆ ถ้าให้บริจาคแข่งกับพวกเขาด้วยเงินหลายล้านบาท คงไม่ไหวหรอกค่ะ”
ทั้งสองหัวเราะชอบใจครู่หนึ่ง แล้วนั่งรถไปงานการกุศลยามค่ำคืน
ผู้คนในงานก็เป็นอย่างที่ปิ่นบอก
โดยส่วนใหญ่มีแต่ผู้มีอายุ แต่ใช่จะไม่มีหนุ่มสาว เพราะหนึ่งในนั้นเจมส์รู้จักดีเพราะทำธุรกิจร่วมกันที่พัทยา
ปิ่นแยกกับเจมส์เดินไปทักทายพริ้งพราว ส่วนชายหนุ่มเดินไปอีกด้านของงาน
“บังเอิญจังนะครับที่พบคุณที่นี่ แต่สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลยนี่นา ใครทำให้โกรธหรือเปล่า”
โจ คนรวยรุ่นที่สองซึ่งมักจะควงแขนผู้หญิงไม่ซ้ำเงยหน้ามองอีกฝ่าย
“นายคือ...”
เขาจำอีกฝ่ายไม่ได้ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเจมส์ต่างจากปีก่อนมาก
“อะไรกันลืมผมไปแล้วเหรอ เจมส์ไงที่ขายวัตถุดิบจากทะเลให้คุณ ลองนึกดูสิที่คุณขึ้นเรือวันนั้นไง” เจมส์ถือวิสาสะนั่งลงข้างๆ เขา ท่าทางไร้มารยาทจนคนที่รู้จักนิสัยโจดีต้องคิดว่าหมอนี่กำลังจะถูกจับโยนออกมา
โจหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาคู่นั้นฉายความประหลาดที่ไม่สามารถปิดได้
“นายนั่นเอง เปลี่ยนไปขนาดนี้เลย?”
ความจริงโจไม่อยากพูดคุยกับใครเวลานี้ แต่เพราะชายหนุ่มตรงหน้าเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ถ้าหากบอกว่าไม่ตกใจก็คงเป็นเรื่องแปลก จึงหลงลืมเรื่องอื่นไปชั่วขณะ
“กาลเวลาทำให้คนเปลี่ยน คุณว่างั้นไหม”
“ก็จริงของนาย แต่สำหรับฉันนายเปลี่ยนไปเยอะมากจริงๆ ไปเกาหลีมาหรือเปล่าเนี่ย”
เจมส์เกือบจะพ่นไวน์ในปาก ต้องกลั้นขำไว้จนหยดสุดท้าย “ผมแค่ดื่มน้ำสะอาด ตื่นตีห้า นอนสามทุ่ม ออกกำลังกายตอนเช้าตรู่”
โจหัวเราะชอบใจ “คำตอบของนายทำให้ฉันนึกถึงพี่สาวในวงการบันเทิง”
“เอ๋...คุณมีพี่สาวในวงการบันเทิงด้วย?” เจมส์เลิกคิ้วอย่างสนใจ
“ทำไม หรือนายอยากจีบพี่สาวฉัน?”
“ไม่หรอกน่า ก็แค่อยากรู้เท่านั้นเอง”
“จะจีบก็ได้นะ”
“ไม่หวงเหรอ...”
“หึ! เพราะฉันรู้ไงว่านายไม่มีทางทำสำเร็จ”
เจมส์เผยรอยยิ้มหน่อยนึง
สำหรับเขาตอนนี้การจีบผู้หญิงไม่ใช่เรื่องยากแบบเมื่อก่อน แต่ใช่ว่าจะจีบได้ทุกคน โดยเฉพาะผู้หญิงบ้านรวยแบบพี่สาวโจ
“เฮ้อ...วันนี้นี่แย่จริงๆ กำลังจะขับรถไปโรงแรมกับดาราคนหนึ่ง แต่มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ดันขับรถมาชน เสียเวลาชะมัด” โจหยิบวิสกี้ขึ้นมาดื่ม ใบหน้าทอแววเดือดดาล
เจมส์พึงเข้าใจว่าเพราะเหตุใดชายหนุ่มจึงมีสีหน้าแบบนี้
“คนสมัยนี้มีรถขับใช่จะขับเป็น บางคนกลับยัดเงินซื้อใบขับขี่มา คุณไม่เป็นไรก็ดีแล้ว” เจมส์ปลอบอีกฝ่าย
“แหงละระบบเซฟตี้รถของฉันดี จะไปมีบาดแผลได้ยังไง ส่วนคู่กรณีก็โคตรแย่ทั้งที่ขับรถมาชนฉันแท้ๆ กลับบอกว่าไม่ได้ขับ แล้วจะไม่ให้ฉันโมโหได้ยังไง!” พูดจบก็จัดการวิสกี้อีกแก้ว ใบหน้าเริ่มขึ้นสี
เดี๋ยวนะ...เหตุการณ์นี้ฟังดูคุ้นๆ
“แล้วคนขับชื่ออะไร คุณจัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”
หากเป็นเวลาปกติคำถามนี้ค่อนข้างแปลก แต่เพราะโจเริ่มเมาเจมส์จึงกล้าถาม
“เห็นว่าชื่อธิติกับเขต ไอ้ระยำสองตัวนี่โกหกหน้าตาย ขับรถมาชนฉันแท้ๆ ยังกล้าปฏิเสธ”
เจมส์เกือบจะหลุดขำเสียงดัง ก็นึกว่าทอยขับชนแลมโบร์กินีของใครที่ไหน ที่แท้ก็ของโจนั่นเอง มีหวังงานนี้สภาพธิติและเขตคงดูไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะกลับมาครบสามสิบสองไหม
เจมส์นั่งคุยกับโจครู่หนึ่งก็ลุกไปหาปิ่น ทักทายผู้จัดละครคนสวยซึ่งตอนนั้นเกือบจะถูกแบ็คเมล์เป็นเมียคนอื่น
.....
วันถัดมาเขามุ่งหน้าไปที่โรงงานอุตสาหกรรมในสัตหีบ
เข้ามาในโรงงานผลิตลูกชิ้นปลาด้วยรถยนต์ BMW X5
คนงานในไลน์ผลิตยังคึกคักแข็งขันเช่นเคย โดยเฉพาะคนงานเก่าซึ่งมีอายุสี่สิบปี
ผู้อำนวยการคนสวยอย่างกาญณ์ดาเข้ามาต้อนรับเจมส์ โดยปกติหล่อนต้องเป็นฝ่ายใช้งานคนอื่นชงกาแฟให้แต่เพราะตอนนี้ประธานใหญ่เดินทางมาถึงที่ สกิลการชงกาแฟสมัยทำหน้าที่เลขาจึงได้กลับมาใช้งาน
“ขอบคุณ” เจมส์รับกาแฟหอมกรุ่นแล้ววางไว้บนโต๊ะ
เห็นว่าท่านประธานมาโดยไม่แจ้งบอกก่อนผู้อำนวยการคนสวยก็ยิ่งเป็นกังวล
“ท่านประธาน นี่คือรายรับช่วงเดือนที่ผ่านมาค่ะ สินค้าของเราตอนนี้ได้กระจายไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ จะมีแบรนด์ลูกชิ้นปลาของเราวางขายอยู่บนชั้นสินค้า...”
เจมส์กวาดตาอ่านเอกสาร สักพักจึงวางลงไปตามเดิม
“ผมไม่ได้มาที่นี่เพราะเรื่องโรงงานลูกชิ้นปลา”
“เอ๋...ถ้างั้นแล้วเรื่องอะไรเหรอคะ?” กาญณ์ดาอกสั่นขวัญแขวน หรือว่าเธอทำงานผิดพลาดประธานจึงหาเรื่องไล่ออก และถ้าหากเป็นแบบนั้นก็แย่แน่
ชายหนุ่มเจ้าของถุงมือดำลุกขึ้นยืน มองออกไปนอกหน้าต่าง “ผมจะสร้างโรงงานแปรรูปอาหาร โดยวัตถุดิบหลักจะเน้นทางทะเล จึงอยากให้คุณหาโรงงานหรือไม่ก็ที่ว่างเปล่าในนิคมอุตสาหกรรมสัตหีบให้หน่อย”
กาญณ์ดารู้สึกโล่งใจเมื่อรับรู้ถึงจุดประสงค์ในการมาเยือนครั้งนี้ “เข้าใจแล้วค่ะ แต่เรื่องนี้ต้องมีการตรวจสอบก่อน ขอถามได้หรือเปล่าคะว่าท่านประธานต้องการพื้นที่กว้างเท่าไหร่ ดิฉันจะได้แนะนำถูก”
“กว้างเท่าไหร่ยิ่งดี ไม่สำคัญว่าจะมีอุปกรณ์ภายในโรงงานไหม”
“ทราบแล้วค่ะ”
เรื่องนี้สำหรับกาญณ์ดาไม่ยาก โดยเฉพาะโรงงานที่ไม่ต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือ พื้นที่โล่งโจ้ง มีอยู่หลายแห่งเลยเชียว
แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องตรวจสอบให้ดี ไม่งั้นอาจตกหล่นรายละเอียดที่ทำให้เราเสียเงินไปหลายล้านบาทโดยไม่จำเป็น
เจมส์ไม่เร่งเร้าผู้อำนวยการสาว หลังจากที่'ถุงมือ'กินสายฟ้าเจ็ดสี ทุกอย่างก็ดูจะง่ายขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจัยหลักที่นำมาสร้างโรงงานอุตสาหกรรมคือเงิน
........
วันเปิดเรียนนักศึกษาวิทยาลัยกุหลาบขาวมาถึง
อาจารย์หนุ่มที่เพิ่งย้ายมาใหม่ แต่งตัวชุดสูทโก้หรู หวีผมเรียบแป้เดินเข้าไปในรั้วมหาวิทยาลัยด้วยใบหน้าชื่นมื่น
ด้วยใบหน้าสุดแสนจะเพอร์เฟค เขาเชื่อว่านักศึกษาสาวต้องหลงเสน่ห์เขาเพียงแค่เห็นหน้า
แต่ครั้นเดินไปได้ไม่กี่ก้าว หางตาเริ่มกระตุกเมื่อมีชายหนุ่มลงมาจากรถ BMW X5 พร้อมกับผู้หญิงสองคน
“ไอ้เวรนั่นมีแฟนสองคน!” อาจารย์หนุ่มรู้สึกทนไม่ได้ ต้องรีบนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับอาจารย์ในวิทยาลัยให้สอบสวนนักศึกษาไร้กฏระเบียบรายนี้!