ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 55 จุดจบของปรมาจารย์!

           “ปรมาจารย์? แค่นั้นยังไม่เพียงพอ!”

            เย่เทียนไม่ได้ไว้หน้าเหยาเย่แม้แต่นิดเดียว

            หืม!!!

            ผู้คนรอบด้านต่างตกตะลึง ในขณะนี้รอบๆ ที่พักของตระกูลซุนมีคนมามุงดูอยู่ไม่น้อยพวกเขาประหลาดใจที่เย่เทียนมีความกล้ามากมายขนาดนั้น เพราะคนผู้นั้นคือปรมาจารย์!ไม่ว่าเย่เทียนจะแข็งแกร่งแค่ไหน เขาก็ไม่มีทางที่จะสามารถต่อกรกับปรมาจารย์ได้

            “ปรมาจารย์เหยาเย่ โปรดช่วยตระกูลซุนของเราด้วย!”

            นักรบผู้เชี่ยวชาญสองคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่ของตระกูลซุนเดินไปหาเหยาเย่และคุกเข่าอ้อนวอน

            “ได้โปรดท่านปรมาจารย์เหยาเย่ ให้ความเป็นธรรมกับตระกูลซุนของเราด้วย!”

            คนของตระกูลซุนจำนวนมากคุกเข่าลงกับพื้นและและขอร้องอ้อนวอนเหยาเย่

            “ไม่เป็นไร ฉันมาด้วยเหตุนี้!” เหยาเย่กล่าวเสียงเรียบ

            ในความเป็นจริง เขาไม่สนใจเกี่ยวกับชีวิตหรือความตายของตระกูลซุนเลยแต่ด้วยตระกูลซุนเป็นตระกูลใหญ่ของฐานเขี้ยวเหล็กหากตระกูลใหญ่ของฐานเขี้ยวที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ได้ไม่นานนั้นถูกผู้ฝึกยุทธ์จากฐานหลินไห่ทำลายมันจะส่งผลกระทบต่อขุมอำนาจอื่นๆ ที่มาจากฐานเขี้ยวเหล็กอย่างมาก

            ด้วยเหตุนี้ หากหนึ่งในสองปรมาจารย์ของฐานเขี้ยวเหล็กไม่เริ่มเคลื่อนไหวมันจะกลายเป็นการแสดงออกว่าฐานเขี้ยวเหล็กนั้นเกรงกลัวฐานหลินไห่

            หากเป็นเช่นนั้น กลุ่มอำนาจของฐานเขี้ยวเหล็กจะควบคุมฐานหลินไห่ได้อย่างไร?

            ดังนั้นเพื่อความน่าเกรงขามของนักรบจากฐานเขี้ยวเหล็กเขาต้องปราบปรามเหล่านักรบของฝ่ายฐานหลินไห่ และไม่สามารถปล่อยให้เย่เทียนทำลายตระกูลซุนต่อไปได้

            นี่เป็นเหตุผลว่าทําไมเขาถึงรีบมาเมื่อรู้ว่าเกิดปัญหาที่ตระกูลซุน

            “หนุ่มน้อย ฉันจะให้ทางเลือกแก่นาย ขอโทษตระกูลซุนซะแล้วฉันจะไม่เอาเรื่องที่นายล่วงเกินฉัน!”

            เหยาเย่กล่าวออกมาด้วยท่าทางหยิ่งยโสราวกับว่าเขานั้นเป็นตัวตนอันแสนสูงส่ง

            อันที่จริงในฐานะปรมาจารย์ เขาคุ้นเคยกับการทำตัวเป็นผู้สูงส่งเมื่ออยู่ต่อหน้ามดปลวกในตอนอยู่ที่ฐานเขี้ยวเหล็กเขาคิดว่าด้วยอำนาจของปรมาจารย์ ไม่ว่าใครก็ตามต่างก็เป็นแค่มดปลวกแม้แต่นักรบผู้เชี่ยวชาญขั้นสูงสุดอย่างซุนคงก็ไม่ได้อยู่ในสายตาเขา สำหรับเขาอีกฝ่ายเป็นเพียงมดปลวกที่มีพลังมากขึ้นเท่านั้น

            ในความจริงก็เป็นเช่นนั้น ถ้าปรมาจารย์ต้องการสังหารนักรบผู้เชี่ยวชาญนักรบผู้เชี่ยวชาญก็คงยากที่จะต้านทานได้บางทีก็ถูกอีกฝ่ายตัดหัวทิ้งโดยที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว

            ในอดีต ปรมาจารย์แห่งฐานเขี้ยวเหล็กล้วนมีนิสัยหยิ่งยโสเช่นนี้กันหมด

            ยิ่งไปกว่านั้น เขายังไม่เคยเห็นเย่เทียนลงมือเห็นเพียงแต่เสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งของเย่เทียนเท่านั้นมันเลยทำให้ภาพลักษณ์ของเย่เทียนในขณะนี้มันดูน่าสมเพชมากนักรบเช่นนี้ไม่มีทางที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของระดับปรมาจารย์ที่แท้จริงอย่างเขาได้แน่นอนมิฉะนั้นเขาคงไม่ถูกตระกูลซุนทำให้ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้

            ด้วยความเข้าใจผิดเหล่านี้จึงทำให้เหยาเย่ไม่เห็นเย่เทียนอยู่ในสายตา

            “ตาแก่ แกชื่อเหยาเย่ใช่ไหม? ฉันจะให้ทางเลือกกับแกขอโทษฉันแล้วไสหัวไปซะ แล้วฉันจะไม่เอาเรื่องแกที่มาล่วงเกินฉันไม่อย่างนั้นแกจะตายที่นี่เหมือนคนตระกูลซุน!”

            คําพูดของเย่เทียนทำให้เหยาเย่โกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมากและยังทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนตกใจ เด็กหนุ่มคนนี้กล้าข่มขู่แม้กระทั่งปรมาจารย์ช่างกล้าหาญยิ่งนัก!

            ตรงกันข้ามกับคนของตระกูลซุน พวกเขาต่างรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก

            “หึ!! รนหาที่ตาย! แกกล้าล่วงเกินปรมาจารย์! เดี๋ยวพอมันถูกฆ่าตายแล้วพวกเราก็จะปลอดภัย!”

            “ตาย!”

            เหยาเย่ใช้นิ้วของเขาชี้ออกไปด้วยความเร็วสูงสุดถึงสิบเท่าของความเร็วของเสียงด้วยความเร็วเช่นนี้ แม้แต่นักรบผู้เชี่ยวชาญก็ไม่มีทางตอบสนองได้ทัน

            หากเป็นนักรบผู้เชี่ยวชาญเช่นซุนคงที่เผชิญหน้ากับเหยาเย่แม้ว่าจะปลดปล่อยพลังปราณทั้งหมดออกมามันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะต้านทานการโจมตีของเหยาเย่ได้และเขาอาจได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือกระทั่งเสียชีวิตในทันทีนี่เป็นหนึ่งในข้อได้เปรียบของความเร็ว

            น่าเสียดายที่เหยาเย่ประเมินเย่เทียนต่ำเกินไป

            เย่เทียนขยับดาบและดีดนิ้วของเหยาเย่ออก ปากกล่าวออกมาด้วยความเหยียดหยาม

            “แกช้าเกินไป”

            “น่าสนใจจริงๆ นายสามารถต้านทานการโจมตีของฉันได้มิน่าเล่าถึงกล้าบุกมากวาดล้างตระกูลซุนเพียงลำพัง!”

            ปรมาจารย์เหยาเย่รู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่ก็แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นนิ้วเดียวของเขาเมื่อครู่เป็นเพียงการหยั่งเชิงของเขา เขายังไม่ได้ลงมือจริงๆ!

            วูบ!

            คราวนี้ปรมาจารย์เหยาเย่ลงมือแล้วจริงๆ ร่างของเขาหายวับไปในทันทีราวกับเขาใช้วิชาเคลื่อนย้ายในพริบตาก็มิปาน

            นี่คือภาพสะท้อนของความเร็วที่เหนือเสียง ถ้ามองในระยะประชิดมันก็คล้ายกับการเคลื่อนย้ายชั่วพริบตา

            เหยาเย่มั่นใจมากว่าเขาจะสามารถจัดการเย่เทียนได้อย่างง่ายดายเขามาถึงด้านข้างของเย่เทียนด้วยความเร็วเหนือเสียง 10 เท่ามือขวาของเขาพลันยื่นออกไปหมายจะจับคว้าคอของเย่เทียน

            อย่างไรก็ตามทุกๆ อย่างกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดทันใดนั้นดาบเล่มหนึ่งก็ฟันเข้าใส่เขาโดยไม่ทันตั้งตัว

            พรูด!!

            มือของเหยาเย่ถูกฟันขาดและหล่นลงพื้นทันที

            “ไม่ดีแล้ว!”

            เหยาเย่ตกใจอย่างมากเขารีบเร่งปลดปล่อยพลังปราณในร่างก่อตัวเป็นโล่ป้องกันจากนั้นก็ถอยออกไปด้วยพลังทั้งหมด

            ในขณะที่เขารีบถอยร่นออกไปอย่างรวดเร็ว แต่เย่เทียนกลับรวดเร็วยิ่งกว่า

            พริบตาเดียว เย่เทียนก็ไล่ตามมาและฟาดฟันออกไปอีกรอบ

            ตูม!

            คมดาบสีเขียวตัดผ่านร่างของเหยาเย่เกราะพลังปราณก็แตกกระจายพร้อมกับร่างเหยาเย่ที่ถูกฟันจนกระเด็นออกไป

            เสื้อผ้าของเหยาเย่ฉีกขาดเป็นชิ้นๆและหน้าอกของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลที่เกิดจากคมดาบลึกกว่าหนึ่งนิ้ว

            “ความเร็วระดับปรมาจารย์ พลังการโจมตีระดับปรมาจารย์!”

            เหยาเย่ได้รู้ซึ้งถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเย่เทียนแล้วเขาก็ต้องตกใจในทันทีทั้งการโจมตีและความเร็วของเย่เทียนนั้นล้วนเหนือกว่าเขาแม้ว่าพลังป้องกันของเย่เทียนจะยังคงน้อยกว่าแต่มันก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อการต่อสู้มากนัก

            อาจกล่าวได้ว่าพลังของเย่เทียนตอนนี้เทียบเท่าได้กับปรมาจารย์ที่แท้จริง

            “บ้าเอ๊ย ตระกูลซุนบ้าไปแล้วหรือ? พวกแกกล้าไปยั่วยุปรมาจารย์!”

            ในตอนนี้เหยาเย่รู้สึกเสียใจมาก เขาไม่ควรออกหน้าแทนตระกูลซุนเลย

            “สหาย ฉันขอยอมแพ้!”

            เหยาเย่รีบกล่าว

            “ในเมื่อแกยื่นจมูกเข้ามาแล้ว แกก็อย่าคิดจะถอนตัวไปง่ายๆ เลย!”

            เย่เทียนกล่าวอย่างเย็นชา

            เมื่อได้ยินดังนั้นเหยาเย่ก็รีบหนีไปทันทีแต่เย่เทียนก็ไล่ล่าตามเขาไปอย่างรวดเร็วไม่นานทั้งสองก็วิ่งออกจากย่านที่อยู่อาศัยของตระกูลซุน

            ทันใดนั้น

            ดาบของเย่เทียนก็ตัดมือเหยาเย่อีกข้างเหยาเย่ที่ต้องเผชิญกับความสิ้นหวังรีบตะโกนออกมา

            “ตาเฒ่าหลี่ มาช่วยฉันด้วย!”

            ตาเฒ่าหลี่ที่เหยาเย่พูดถึงไม่ใช่ใครอื่นเขาคือปรมาจารย์อีกคนของฐานเขี้ยวเหล็ก

            ทันทีที่เขาพูดจบ ชายชราหลี่ในชุดคลุมสีเทาก็ปรากฏตัวขึ้นแต่เมื่อได้ยินคำพูดของชายชราหลี่ เหยาเย่กลับรู้สึกสิ้นหวังมากขึ้นกว่าเก่า

            “ปรมาจารย์เย่ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉัน!”

            ชายชราหลี่รีบแสดงท่าทีออกมา

            “ตาเฒ่าหลี่ แก...”

            เหยาเย่โกรธจนใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำตาเฒ่าหลี่แข็งแกร่งกว่าเขาเล็กน้อย หากทั้งสองร่วมมือกันบางทีเขาอาจยังมีความหวังที่จะมีชีวิตรอด

            แต่ตอนนี้ ตาเฒ่าหลี่กลับแสดงเจตนาว่าไม่ต้องการร่วมมือกับเขาความหวังของเขาสูญสลายหายไปในพริบตา!

            “เย่เทียน ฉันจะสู้กับแก!”

            เหยาเย่พุ่งเข้าหาเย่เทียนอย่างสิ้นหวังและใช้ทักษะลับระเบิดพลังของเขาออกมาเพื่อยกระดับความแข็งแกร่งของเขาขึ้น

            แต่ทุกอย่างก็ไร้ประโยชน์

            “เงาสังหาร!”

            ด้วยความเร็วเหนือเสียง 12 เท่าของเย่เทียนบวกกับเงาสังหารทำให้ความเร็วในการโจมตีของเขาเพิ่มขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ

            เหยาเย่ที่เพิ่งระเบิดเคล็ดวิชาลับเพื่อเพิ่มพลังมันกลับทำให้ปฏิกิริยาของเขาช้าลงครึ่งหนึ่งเป็นเหตุให้เขาถูกตัดหัวทันทีด้วยน้ำมือของเย่เทียน

            ปรมาจารย์คนหนึ่งเสียชีวิตลงเช่นนี้

            ไกลออกไป ชายชราหลี่ที่กําลังเฝ้าดูการต่อสู้อยู่ก็ตกใจแต่ดวงตาของเขากลับฉายแววยินดี

            “คารวะปรมาจารย์เย่!”

            ตาเฒ่าหลี่รีบเร่งเข้ามาประสานมือคารวะเย่เทียนอย่างสุภาพ

            “คุณคงไม่ได้ตัดสินใจบอกให้ผมปล่อยตระกูลซุนไปหรอกใช่ไหม?”

            เย่เทียนกล่าวถามออกไปเสียงเรียบ

            “ตระกูลซุนล่วงเกินปรมาจารย์เย่ พวกมันรนหาที่ตายเองปรมาจารย์เย่ไม่จําเป็นต้องกังวล นับจากวันนี้เป็นต้นไปตระกูลซุนจะไม่มีอยู่อีกต่อไป!”

            คําพูดของตาเฒ่าหลี่นั้นชัดเจนมาก เขาต้องการจะช่วยเย่เทียนกําจัดตระกูลซุนเพื่อแสดงให้เห็นถึงจุดยืนของเขา

            ความแข็งแกร่งของเย่เทียนนั้นน่ากลัวเกินไปแม้แต่เหยาเย่ก็ยังถูกฆ่าโดยไม่อาจต่อต้านเขาจึงรู้ดีว่าตัวเขาเองก็ไม่ใช่คู่มือของเย่เทียน

            เขากลัวว่าเย่เทียนจะพาลฆ่าเขาไปด้วย เขาจึงรีบแสดงเจตนาเช่นนี้ออกมา

            “ดี! พรุ่งนี้ผมหวังว่าผมจะไม่เห็นตระกูลซุนอีก!”

            เย่เทียนทิ้งคําพูดไว้และหันหลังเดินจากไป

    คล้ายกับเรื่องระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】 ที่คุณอ่าน