ผู้กลับมาจากต่างโลกและเกมมรณะ

    บทที่ 4 ตอนที่ 6

    เรื่อง ผู้กลับมาจากต่างโลกกับเกมมรณะ

    บทที่ 4 ผู้กลับมาจากต่างโลก

    ตอนที่ 6

    .

    " ได้สิ ข้าไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว "

    อัลทาราตอบกลับท่านบิชอป

    .

    ท่านบิชอปมาที่โบสถ์ของจีน่าโดยพาผู้วิเคราะห์ทั้งสามคนมาด้วย

    เธอพูดกับอัลทาราเกี่ยวกับเรื่องของสกิลจากต่างโลก เธอพยายามพูดอ้อมค้อมอยู่นาน

    จนอัลทาราบอกให้ท่านบิชอปพูดออกมาตรงๆ จนท่านบิชอปยอมพูดออกไปถึงเรื่องที่จะมาดูสกิลของอัลทารา

    ซึ่งอัลทาราก็ยอมให้ท่านบิชอปพาผู้วิเคราะห์เข้ามาดูสกิลจากต่างโลกของเธอ

    พวกเขาเข้ามาในโบสถ์เพื่อให้ผู้วิเคราะห์ได้ใช้พลังโดยมีจีน่าและเจ้าแมวอยู่ด้วย

    .

    " คุณมังกรคนนั้นเหรอ? "

    ผู้วิเคราะห์มองอัลทาราแบบไม่ละสายตาหลังจากเข้ามาในโบสถ์

    .

    ในมุมมองของผู้กลับมาจากต่างโลก อัลทาราคือคนที่ทำให้ผู้กลับมาจากต่างโลกส่วนใหญ่กล้าเปิดเผยตัวตนมากขึ้น

    ผู้วิเคราะห์ทั้งสามเองก็กล้ามาเข้าร่วมกับองค์กร Exorcist เพราะเหตุการณ์การปรากฏตัวของอัลทารา

    .

    " มีกระดาษให้เขียนไหมคะ? "

    ผู้วิเคราะห์ถาม

    .

    " มีค่ะ รอสักครู่ "

    จีน่าตอบกลับ

    .

    จีน่าไปนำกระดาษและปากกามาให้ผู้วิเคราะห์ ในเวลานั้นเองผู้วิเคราะห์ก็ใช้สกิลของเธอในการมองสกิลของอัลทารา

    หลังจากที่จีน่านำกระดาษมาให้ผู้วิเคราะห์และเธอก็เขียนรายละเอียดสกิลของอัลทาราลงบนกระดาษ

    โดยท่านบิชอปยื่นอ่านสิ่งที่ผู้วิเคราะห์กำลังเขียนอยู่

    .

    " สกิลบ้าอะไรเนี่ย ถึงจะมีแค่ 3 สกิลก็เถอะ "

    ท่านบิชอปคิดในใจและแปลกใจมากที่เห็นรายละเอียดสกิลของอัลทารา

    (รายละเอียดสกิลของอัลทาราถูกเพิ่มในบทนำที่ 4 แล้ว)

    .

    " เรียบร้อยแล้วค่ะ จะเอายังไงต่อค่ะ? "

    ผู้วิเคราะห์ถามกับท่านบิชอป

    .

    " ไม่มีอะไรแล้ว เธอจะกลับเลยก็ได้ "

    ท่านบิชอปหยิบกระดาษขึ้นมาอ่านอย่างรายละเอียดอีกครั้ง

    .

    " แค่นี้เหรอ? "

    อัลทาราถาม

    .

    " แค่นี้แหละคะ ขอบคุณที่สละเวลาให้ "

    ท่านบิชอปตอบกลับอัลทาราก่อนจะพาผู้วิเคราะห์เดินทางกลับ

    .

    ในมุมมองของท่านบิชอปและองค์กร Exorcist การที่ผู้กลับมาจากต่างโลกมี 3 สกิลถือว่าค่อนข้างอันตราย

    ความอันตรายขึ้นอยู่กับความสามารถของสกิลและสกิลของอัลทาราไม่ได้มีความอันตรายต่อสาธารณชน

    .

    " ถึงสกิลจะไม่อันตราย แต่ว่า..................สกิลสำหรับการต่อสู้โดยเฉพาะเลยเหรอ"

    ท่านบิชอปคิดขณะกำลังอ่านรายละเอียดสกิลของอัลทารา

    .

    " ยัยบ้าพลังอธีนาน่าจะพอหยุดคุณอัลทาราได้ แต่ถ้าเกมเริ่มคงต้องรีบเด็ดหัวคิงเพื่อจบเกมให้เร็วสุด "

    ท่านบิชอปกลับมานั่งคิดในสำนักงานของเธอ

    .

    หลังจากรับรู้ถึงความสามารถสกิลของอัลทารา ท่านบิชอปกำลังเป็นกังวลเรื่องความแข็งแกร่งของอัลทารา

    หากเกมมรณะเริ่มขึ้น คนที่จะหยุดอัลทาราได้คงมีแค่อธีนาคนเดียว

    แต่วิธีแก้ปัญหาที่ท่านบิชอปคิดได้ก็วนกลับมาอยู่หมากตัวคิงอย่างแร็กน่าที่ถูกผนึกเอาไว้

    เธอต้องการหาวิธีจัดการกับแร็กน่า อย่างน้อยตอนนี้เธอก็อยากรู้ความสามารถสกิลของแร็กน่า

    .

    " พอจะมีเวลามาที่นี่ไหนคะ? "

    ท่านบิชอปหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาใครบางคน

    .

    " งานของฉันล้นมือเลยนะ แต่จะหาเวลาให้ "

    ปลายสายตอบกลับ

    .

    " ช่วยเรียกผู้ตรวจสอบทั้งสามคนมาหาฉันพรุ่งนี้ด้วยและก็เด็กที่ชื่อเมอร์ลิน "

    ท่านบิชอปวางสายก่อนจะเรียกผู้ช่วยของเธอเข้ามาในห้อง

    .

    .

    .

    " เจ้าปีศาจเงาไปไหนแล้วล่ะ? "

    อัลทาราถามกับจีน่าหลังจากเธอสัมผัสถึงปีศาจเงาในเงาของจีน่าไม่ได้

    .

    " เห็นว่าออกไปเดินเล่น "

    จีน่าตอบกลับ

    .

    " ยัยผู้หญิงที่มาที่นี่คือคนที่จับนายท่านไป "

    คุโระที่สิงเงาของจีน่าเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่ท่านบิชอปมาที่โบสถ์

    .

    คุโระตัดสินใจออกจากเงาของจีน่าและแอบติดตามท่านบิชอปกลับสำนักงานไปด้วย

    แต่ทว่าคุโระไม่กล้าเข้าไปในตัวสำนักงาน ทำได้เพียงดูอยู่ภายนอกอาคารเท่านั้น

    เธอเฝ้ามองผู้คนเข้าออกสำนักงานจนกระทั่งเห็นสิ่งที่น่าสนใจเข้า

    เป็นผู้ช่วยของท่านบิชอปกำลังพาคน 4 คนเข้าไปด้านใน

    พวกเขาคือผู้วิเคราะห์ทั้งสามคนและเมอร์ลิน

    .

    " อีกสามคนคงเข้าไปใกล้ไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเจ้าเด็กนั้น "

    คุโระเลือกที่จะตามเมอร์ลินหลังจากที่เมอร์ลินจะออกมาจากสำนักงาน

    .

    ในเวลาเดียวกันนั้นเองที่เมอร์ลินและผู้วิเคราะห์ทั้งสามเข้าไปด้านในสำนักงาน

    พวกเขาได้เข้าไปพบกับท่านบิชอปและผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่กำลังยืนรอพวกเขาอยู่

    .

    " ฉันคือจีเอีย ยินดีที่ได้รู้จัก "

    หญิงสาวที่ทั้งสี่ไม่เคยเห็นกล่าวทักทาย

    .

    " เรื่องต่อจากนี้จะเป็นความลับสุดยอด ถ้าจะถอนตัวก็บอกได้เลยตั้งแต่ตอนนี้ "

    ท่านบิชอปพูดกับทั้งสี่คนที่มาสำนักงาน

    .

    ท่านบิชอปอธิบายสาเหตุที่เรียกทั้งสี่คนมา

    เธออยากให้ผู้วิเคราะห์ทั้ง 3 คนมาวิเคราะห์พลังของแร็กน่าแบบจริงจัง

    ผู้วิเคราะห์ทั้ง 3 คนรู้ถึงอันตรายจากเหตุการณ์เมื่อครั้งก่อน

    .

    " นั้นคือเหตุผลที่คุณจีเอียอยู่ที่นี่ พลังของเธอปกป้องพวกคุณได้ "

    ท่านบิชอปอธิบายต่อ

    .

    จีเอียอธิบายพลังของเธอให้กับทั้ง 4 คน

    เธอสามารถสร้างอาณาเขตป้องกันที่สามารถป้องกันได้ทุกอย่าง

    รวมถึงการป้องกันทางจิตใจเพื่อป้องกันผู้วิเคราะห์ทั้งสามขณะมองสกิลของแร็กน่า

    .

    " ส่วนผมมาทำอะไรเหรอครับ? "

    เมอร์ลินถาม

    .

    " พลังของเธอคล้ายกับจีเอีย ฉันก็เลยเรียกมาช่วย ถ้าไม่สบายใจไม่จำเป็นต้องตอบตกลงก็ได้ "

    ท่านบิชอปตอบกลับ

    .

    เมอร์ลินกำลังลังเลว่าจะช่วยดีไหม เพราะเขาก็ไม่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยวกับองค์กร Exorcist

    แต่ภาพของเพื่อนร่วมชั้นที่ถูกบูลลี่จากผู้กลับมาจากต่างโลกก็ฉายอยู่ในความทรงจำ

    ในเหตุการณ์นั้นเมอร์ลินอยากจะออกไปช่วย แต่เขาคิดช้าเกินไป

    จนทำให้เพื่อร่วมชั้นลงมือสังหารผู้กลับมาจากต่างโลกและถูกรวบเข้าคุกไป

    .

    " ผมจะช่วยเท่าที่จะทำได้แล้วกันครับ "

    เมอร์ลินตอบกลับ

    .

    เมอร์ลินตกลงที่จะเอาด้วย เมื่อเห็นเด็กนักเรียนม.ปลายยอมช่วย

    ทำให้ผู้วิเคราะห์ทั้งสามตอบตกลงที่จะทำงานนี้ด้วยเช่นกัน

    ท่านบิชอปและจีเอียพาทั้ง 4 ขึ้นลิฟต์และลงไปยังชั้นใต้ดิน

    ซึ่งเป็นเหตุหวงห้ามที่มีการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด

    .

    " เพื่อนใหม่มาเหรอ ท่านบิชอปคนสวย "

    เหล่านักโทษเริ่มตะโกนหลังจากท่านบิชอปออกมาจากลิฟต์

    .

    " อย่าเข้าใกล้กรงขังและไม่ต้องพูดคุยกับพวกที่อยู่ในคุกด้วย "

    ท่านบิชอปเตือนทั้ง 4 คน

    .

    เหล่านักโทษเริ่มส่งเสียงดังหลังจากเห็นท่านบิชอปมาที่นี่พร้อมกับคนจำนวนหนึ่ง

    ท่านบิชอปได้พาทั้ง 4 คนมายังห้องขังพิเศษของแร็กน่า

    ทันทีที่มาถึงจีเอียได้สร้างม่านพลังครอบพวกเขาทั้งหมดเอาไว้

    .

    " ม่านพลังนี้จะไม่มีอะไรผ่านเข้ามาได้ ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีทางจิตใจหรืออะไรก็ตาม "

    จีเอียอธิบาย

    .

    จีเอียอธิบายรายละเอียดสกิลม่านพลังของเธอ ม่านพลังของจีเอียจะไม่สามารถมีสิ่งใดผ่านเข้ามาได้

    รวมถึงผลกระทบต่างๆ ของสกิลจากต่างโลกและยังป้องกันสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในม่านพลังด้วย

    ซึ่งเธออธิบายอย่างมั่นใจ ทำให้ผู้วิเคราะห์ทั้งสามกล้าที่จะใช้พลังในการวิเคราะห์ขณะที่อยู่ในม่านพลัง

    .

    " เขาเป็นใครเหรอครับ? "

    เมอร์ลินถาม

    .

    " ตัวอันตรายที่สุดในนี้ เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลยด้วย "

    ท่านบิชอปตอบกลับ

    .

    เมอร์ลินเห็นผนึกน้ำแข็งที่มีร่างของแร็กน่าอยู่ด้านในเป็นครั้งแรก

    ในมุมมองของเมอร์ลิน เขาเห็นเพียงผู้กลับมาจากต่างโลกทั่วไปเท่านั้น

    .

    " เป็นยังไงบ้างคะ? "

    จีเอียถามกับผู้วิเคราะห์ที่กำลังใช้พลังวิเคราะห์ใส่แร็กน่า

    .

    " ยากมากเลยค่ะ มีอะไรไม่รู้ปะปนมั่วไปหมด "

    ผู้วิเคราะห์คนหนึ่งตอบกลับ

    .

    " ผมไม่แน่ใจว่านั้นคืออะไร แต่มันกั้นไม่ให้เรามองลึกเข้าไป "

    ผู้วิเคราะห์อีกคนพูดเสริม

    .

    " สิ่งที่กั้นไม่ให้พวกเรามองลึกเข้าไปคือวิญญาณ เยอะมากเลยด้วย มันอะไรกันเนี่ย!! "

    ผู้วิเคราะห์ที่ทรงพลังที่สุดเริ่มพูดหลังจากมองแร็กน่าได้สักพัก

    .

    คริสอธิบายว่าสิ่งที่ปิดกั้นการมองเห็นของผู้วิเคราะห์คือวิญญาณจำนวนมหาศาลที่หมุนวนอยู่ในร่างของแร็กน่า

    พวกมันเคลื่อนที่ไปมาในร่างของแร็กน่า ทำให้พวกเขาหาแกนกลางของแร็กน่าได้ยากมาก

    วิญญาณพวกนี้ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้มุราซากิและคริสควบคุมสติอารมณ์ของตัวเองไม่ได้

    เนื่องจากวิญญาณจำนวนมากอยู่ในพื้นที่จำกัดจะทำให้เกิดผลกระทบทางวิญญาณแก่สิ่งมีชีวิตโดยรอบ

    .

    " ต้องใช้เวลาแค่ไหนที่พวกคุณจะมองเห็น "

    ท่านบิชอปถาม

    .

    " ฉันไม่แน่ใจว่าจะมองเห็นได้ไหม มันปะปนกันมั่วไปหมด "

    ผู้วิเคราะห์ตอบกลับ

    .

    " ฉันเห็นอยู่ค่ะ แต่อาจจะไม่ได้ทั้งหมด "

    คริสตอบกลับ

    .

    " ไม่ต้องรีบร้อนนะ ฉันกางม่านพลังได้เรื่อยๆ อยู่แล้ว "

    จีเอียตอบกลับผู้วิเคราะห์เพราะเห็นพวกเขาพยายามใช้พลังกันอย่างเต็มที่

    .

    คริสเป็นผู้วิเคราะห์คนเดียวที่สังเกตเหตุสกิลบางส่วนของแร็กน่า

    เธอใช้เวลานานหลายนาทีเพื่อวิเคราะห์สกิลของแร็กน่าและสกิลที่คริสเห็นคือสกิล Soul Devour

    หลังจากที่คริสได้รายละเอียดสกิลมา พวกเขาก็กลับขึ้นมาบนพื้นดิน

    .

    " ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับ "

    เมอร์ลินพูดกับท่านบิชอปหลังจากกลับขึ้นมา

    .

    " บอกตามตรงนะ ฉันอยากให้เธอเข้าร่วมกับพวกเรา เธอจะช่วยชีวิตคนได้อีกมาก "

    ท่านบิชอปพูดกับเมอร์ลิน

    .

    " ผมจะกลับไปคิดแล้วกันครับ "

    เมอร์ลินตอบกลับก่อนจะกลับบ้านไป

    .

    เหตุผลที่ท่านบิชอปเรียกเมอร์ลินมาด้วยในครั้งนี้ก็เพื่อประเมินตัวเมอร์ลินด้วยตัวของเธอ

    เธออยากได้เมอร์ลินมาเข้าร่วมกับองค์กร Exorcist

    เพราะสกิลที่ป้องกันความตายเป็นสิ่งที่หายากมากๆ และเมอร์ลินก็ยังมีสกิลรักษาอีกด้วย

    ท่านบิชอปมองว่าสกิลของเมอร์ลินมีประโยชน์มากเทียบเท่ากับจีเอียที่เป็น The Eight

    ซึ่งการที่เมอร์ลินยอมเข้าร่วมการวิเคราะห์ครั้งนี้ก็ถือว่าผ่านบทสอบแรกไปได้แล้ว

    .

    " ช่วยเขียนรายละเอียดให้ด้วยนะคะ "

    ท่านบิชอปพูดกับคริสที่เป็นผู้วิเคราะห์ที่สามารถมองสกิลบางส่วนของแร็กน่ามาได้

    .

    คริสได้ส่งรายละเอียดเกี่ยวกับสกิลที่เธอมองเห็นให้กับท่านบิชอป เป็นสกิลที่มีชื่อว่า Soul Devour

    รายละเอียดของสกิลทำเอาท่านบิชอปกุมขมับ เพราะความสามารถของสกิลที่สามารถคืนชีพได้เรื่อยๆ

    ตามจำนวนวิญญาณที่ผู้ถือครองสกิลมีอยู่ ซึ่งตามคำบอกเล่าของมุราซากิและคริส

    พวกเขาทั้งสองคนรู้ว่ามีวิญญาณจำนวนมหาศาลอยู่ในร่างของแร็กน่า

    .

    " เจ้านี้ฆ่าคนไปแล้วเท่าไรกัน "

    ท่านบิชอปพูดขณะกำลังนั่งอ่านรายละเอียดอยู่

    .

    ___________________________จบตอน_______________________________