ประชุมครั้งใหญ่
เมื่อได้ฟังคำยืนยันของจวิ้นฝู เล่อไห่ก็ทรุดลงพื้น สีหน้าของเขาว่างเปล่าอย่างชัดเจน ริมฝีปากของเขาสั่น เอาแต่พึมพำออกมาว่า ‘เป็นไปไม่ได้’
จวิ้นฝูไม่ได้อยู่ต่อแต่อย่างใด ที่เขามาที่นี่ก็เพื่อแจ้งเรื่องการตายของเทพสวรรค์ซุนฉางเท่านั้น
เหตุผลที่ทำให้เขามาบอกเรื่องการตายของเทพสวรรค์ซุนฉางกับเล่อไห่นั้น มันสืบเนื่องมาจากเขามีความสัมพันธ์อันดีกับเสี่ยอ้าว
อันที่จริง จวิ้นฝูก็รู้สึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่าเสี่ยอ้าวหายตัวไปไหน
‘ไม่แน่ว่าบางทีเสี่ยอ้าวก็อาจจะตายไปแล้ว’ เขาคิดกับตัวเองอย่างเงียบๆ ก่อนที่จะหายตัวไป
ถึงเขาจะไม่มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองคิดมากนัก แต่ก็คิดว่ามันมีความเป็นไปได้อย่างมาก
เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ เล่อไห่ก็เหมือนจะดึงสติกลับมาได้ เขาค่อยๆ ลุกขึ้น ใบหน้าของเขาตอนนี้ซีดมาก เขารีบหยิบโทรศัพท์ออกมา ตั้งใจที่จะรายงานเรื่องที่จวิ้นฝูบอกกับทางสำนักงานใหญ่กรมความมั่นคงแผ่นดิน
แม้ว่าเขาจะรู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่เทพสวรรค์ซุนฉางจะตาย แต่เมื่อลองคิดดูดีๆ จวิ้นฝูไม่มีเหตุผลที่จะโกหกเขา
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงคิดว่าสิ่งที่จวิ้นฝูพูด สมควรเป็นเรื่องจริง
เมื่อโทรหาสำนักงานใหญ่กรมความมั่นคงแผ่นดิน เล่อไห่ก็รีบรายงานอย่างรวดเร็ว ที่ปลายสายเกิดความตื่นตระหนกครั้งใหญ่ ก่อนที่สายจะถูกตัดไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่โทรรายงานสำนักงานใหญ่แล้ว เล่อไห่ก็ทรุดตัวลงนั่งอย่างว่างเปล่า บอกตามตรงว่าเขาไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปดี
อีกด้านหนึ่ง ปักกิ่ง ในสถานที่ลึกลับบางแห่ง สถานที่แห่งนี้เป็นสำนักงานใหญ่กรมความมั่นคงแผ่นดิน
ภายในชั้นใต้ดิน ผู้คนภายในสำนักงานใหญ่กรมความมั่นคงแผ่นดินกำลังปั่นป่วนวุ่นวายครั้งใหญ่ เนื่องจากสิ่งที่เพิ่งจะได้รับรายงานเข้ามานั้น มันเป็นเรื่องใหญ่
ชนิดที่แทบจะใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งกรมความมั่นคงแผ่นดินขึ้นมา!
ภายในห้องประชุมใหญ่ มีคนนั่งอยู่ที่เก้าอี้ล้อมรอบโต๊ะวงกลมอยู่สี่คน ทั้งสี่คนเป็นชายชราสองคนและชายวัยกลางคนสองคน
พวกเขาทั้งสี่คนเป็นคนที่มีฐานะสูงเป็นอย่างมากในกรมความมั่นคงแผ่นดิน ถ้าจะถามว่าสูงขนาดไหนนั้น คำตอบมีเพียงสูงที่สุด
เพราะพวกเขาทั้งสี่คนคือหนึ่งในห้าเสาหลักของกรมความมั่นคงแผ่นดิน เป็นผู้บริหารและมีอำนาจสูงสุดของกรมความมั่นคงแผ่นดินทั่วประเทศจีน!
สาเหตุที่พวกเขามาประชุมกันอย่างเร่งรีบเช่นนี้ สามารถเดาได้ไม่ยากว่ามันเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เพิ่งจะได้รับรายงานเข้ามา
“ท่านซุนฉางตายแล้วจริงหรือ?” หนึ่งในชายวัยกลางคนพูดขึ้น เขามีชื่อว่าโจวรุ่ย เขาเป็นหนึ่งในห้าเสาหลักของกรมความมั่นคงแผ่นดิน ความแข็งแกร่งนั้น ไม่ด้อยไปกว่าเทพสวรรค์ซุนฉาง
จากจุดนี้ชัดเจนว่า เขาเองก็เป็นผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์เช่นเดียวกัน
“มันน่าจะเป็นเรื่องจริง!” ชายวัยกลางคนอีกคนพูด เขามีชื่อว่าหวงเทา เป็นหนึ่งในห้าเสาหลักเช่นเดียวกัน รวมถึงเป็นผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์
อย่างไรก็ตาม เทียบกับซุนฉางหรือว่าโจวรุ่ยแล้ว เขาแข็งแกร่งกว่าขั้นหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเป็นผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์ขั้นกลางอย่างไม่ต้องสงสัย!
ชายชราอีกสองคนที่ยังไม่ได้พูดอะไรออกมา หันมองหน้ากัน ก่อนที่จะถอนหายใจยาว พวกเขาคือสองพี่น้องเส้า คนน้องมีชื่อว่าเส้ากู่ฟง ส่วนคนพี่มีชื่อว่าเส้ากู่ฟู้
ทั้งสองคนล้วนเป็นคนที่แข็งแกร่งและมีอำนาจมากที่สุดในกรมความมั่นคงแผ่นดิน ถ้าจะถามว่าทำไมจึงเป็นเช่นนี้นั้น หนึ่งมันสืบเนื่องมาจากพวกเขาสองคนเป็นผู้ที่ก่อตั้งกรมความมั่นคงแผ่นดินขึ้นมา
ส่วนสองนั้น มันย่อมเป็นเพราะความแข็งแกร่งของพวกเขา พวกเขาทั้งสองคนต่างก็เป็นผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์ขั้นปลาย!
ด้วยความแข็งแกร่งระดับนี้ จึงไม่มีตระกูลใหญ่ตระกูลใดในปักกิ่งกล้าหาญมีเรื่องกับกรมความมั่นคงแผ่นดิน!
“นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่พวกเราจะมาประชุมกันครั้งใหญ่เช่นนี้” เส้ากู่ฟงพูด น้ำเสียงของเขาแหบแห้งเล็กน้อย “อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าด้วยเหตุผลอะไรที่พวกเราถึงได้มาประชุมกัน”
อีกสามคนพยักหน้าให้กับคำพูดของเส้ากู่ฟง
“พวกเรามาคิดกันเถอะว่าจะทำยังไงกับเรื่องนี้!”
ได้ยินคำพูดนี้ของเส้ากู่ฟง ไม่ว่าจะเป็นเส้ากู่ฟู้ หวงเทาหรือว่าโจวรุ่ยต่างก็เงียบลงไป บอกตามตรงว่าพวกเขาก็ไม่รู้จะทำยังไงกับเรื่องนี้
ซุนฉางตายไปแล้ว ตายไปพร้อมกับกายทองคำเซี่ยงหมิง หนึ่งในสี่ตำนานของเซี่ยงไฮ้ เมื่อตายไปพร้อมกัน แม้พวกเขาอยากที่จะล้างแค้นให้ซุนฉาง ก็ไม่สามารถทำได้
หากจะให้พวกเขาไปจัดการกับตระกูลเซี่ยงที่ไร้ซึ่งผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งอย่างระดับท่องนภาขั้นปลายแล้ว พวกเขาไม่เอาแน่
ถ้าเกิดว่าพวกเขาทำแบบนั้น ชื่อเสียงที่พวกเขาสั่งสมมานานคงจะป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดีอย่างแน่นอน
เห็นว่าทุกคนเงียบ เส้ากู่ฟงก็พูดออกมาอีกครั้ง “ข้าคิดว่าควรส่งหนึ่งพวกเราไปที่เซี่ยงไฮ้ เรื่องของเสี่ยอ้าวยังจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบ”
“ข้าเห็นด้วย” เส้ากู่ฟู้พี่ชายของเส้ากู่ฟงเห็นด้วยในทันที “การที่เสี่ยอ้าวหายตัวไป มันชัดเจนเลยว่าเกี่ยวข้องกับตระกูลฉู่ ตามข้อมูลที่เล่อไห่รายงานเข้ามา บอกเอาไว้เช่นนั้น”
“แล้วจะให้ใครไป?” หวงเทาถามขึ้นมา
เส้ากู่ฟงและเส้ากู่ฟู้มองไปที่โจวรุ่ยในทันที ในหมู่พวกเขาโจวรุ่ยอ่อนแอที่สุด หากว่าไม่ให้อีกฝ่ายไป แล้วจะให้ใครไป?
สีหน้าของโจวรุ่ยไม่น่ามองเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงพยักหน้ารับ เขาเชื่อว่าตัวเองคงจะไม่ไปตายโง่ๆ เหมือนกับซุนฉางอย่างแน่นอน
“ดี!” เส้ากู่ฟงและทุกคนต่างพยักหน้าให้กับโจวรุ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ข้าจะตรวจสอบเรื่องของเสี่ยอ้าวให้เร็วที่สุด จากนั้นค่อยจะสืบหาว่าทำไมเซี่ยงหมิงกับซุนฉางถึงได้บาดหมางกัน ชนิดที่ต่อสู้กันจนตกตายไปพร้อมกัน” โจวรุ่ยพูด น้ำเสียงของเขาปกติราบเรียบ จากนั้นก็ลุก ก้าวเดินออกจากห้องประชุมไป
ด้วยการออกไปของโจวรุ่ย ทำให้ภายในห้องเหลือคนเพียงสามคน ทั้งสามคนมองหน้ากันก่อนถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“ข้าได้แต่หวังว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับโจวรุ่ย เหมือนกับที่มันเกิดขึ้นกับซุนฉาง ไม่อย่างนั้นกรมความมั่นคงแผ่นดินของพวกเราคงจะอ่อนแอลงมากกว่าเดิม” เส้ากู่ฟู้พึมพำ
ด้วยการตายของซุนฉาง หนึ่งในห้าเสาหลักของกรมความมั่นคงแผ่นดิน ทำให้กรมความมั่นคงแผ่นดินอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด
“ข้าเองก็หวังเช่นนั้น”
“ข้าด้วย” ทั้งเส้ากู่ฟงและหวงเทาต่างก็พูดออกมา พวกเขาที่เป็นคนของกรมความมั่นคงแผ่นดิน ย่อมไม่อยากที่จะให้กรมความมั่นคงแผ่นดินอ่อนแอลงอยู่แล้ว
“เอาล่ะ วันนี้พวกเราเลิกประชุมกันเถอะ แยกย้ายได้” เส้ากู่ฟู้พลันลุกขึ้นยืน พูดจบการประชุมครั้งนี้ออกมา
เส้ากู่ฟงลุกขึ้นยืน พยักหน้าครั้งหนึ่ง
หวงเทาก็ทำแบบเดียวกัน ก่อนที่เขาจะก้าวเดินออกจากห้องไป
เส้ากู่ฟงกับเส้ากู้ฟู้พูดคุยกันอีกเล็กน้อย ก่อนที่จะออกจากห้องไปเช่นเดียวกัน
จบบทที่ 69