ในขณะที่ปิงเสวี่ยสวมหน้ากากให้ต้าหมิงคืนอยู่นั้น พริบตานั้นเองแรงกดดันของระดับขุนพขั้นสูงสุดก็ปะทุออกมา ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูมีอายุมากกว่าพวกต้าหมิงหลายปีก้าวเดินเข้ามาด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยวอย่างมาก
“เจ้าสวะครึ่งอสูรถอยออกมาจากปิงเสวี่ยของข้าเดี๋ยวนี้แล้วข้าจะไม่สังหารเจ้า” เฟิงเฉินคำรามออกมา
เฟิงเฉินนั้นเป็นอัจฉริยะของตระกูลเฟิงแต่เพราะอายุของเฟิงเฉินนั้นมากกว่าพวกปิงเสวี่ยอยู่มากจึงถูกนับเป็นคนละรุ่น
“เฟิงเฉินเจ้าอย่าได้พูดจาไร้สาระข้าไม่ใช่ของเจ้า” ปิงเสวี่ยขมวดคิ้วและกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา
ใบหน้าที่งดงามและอบอุ่นในตอนอยู่กับต้าหมิงหายไปในทันทีกลายเป็นปิงเสวี่ยที่แสนเย็นชาเช่นเดิม
“เสวี่ยเอ๋อนี่เจ้าถึงกับพูดกับข้าแบบนั้นต่อหน้ามันเลยงั้นเหรอ” เฟิงเฉินคำรามด้วยความโกรธ
“อย่าได้ริอาจเรียกข้าด้วยนามแบบนั้น นามของข้าใช่ว่าใครก็เรียกได้และเจ้าก็ไม่ใช่หนึ่งในนั้น” ปิงเสวี่ยกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา
“นี่เจ้า!!!!... เจ้าสวะถ้าเจ้าแน่จริงก็มาต่อสู้กับข้าและถ้าข้าชนะก็ใสหัวออกไปจากชีวิตของเสวี่ยเอ๋อซะ” เฟิงเฉินคำรามและชี้ไปทางต้าหมิง
“ด้วยลำพังแค่เจ้าเนี่ยนะ” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าเยาะเย้ยออกมา
“เป็นแค่ขุนพลขั้นสูงแต่กล้ามาดูถูกข้าชั่งรนหาที่ตาย” เฟิงเฉินคำรามพร้อมกับระเบิดพลังเวทย์ออกมา
เข็มน้ำแข็งจำนวนมากปรากฏและพุ่งไปยังต้าหมิงทันที ต้าหมิงเย้ยหยันก่อนที่จะผสานร่างกับอสูรมายา และครั้งนี้ต้าหมิงกลับผสานเข้ากับแมลงอสูรสงคราม พริบตาต้าหมิงได้ใช้พลังเวทย์น้ำแข็งสร้างแขนเพิ่มออกมาอีก 3 คู่พร้อมกับอาวุธจำนวนมากปรากฎออกมาเช่นกัน
“พอดีเลย ข้าอยากจะทดสอบพลังของข้าอยู่พอดี” ต้าหมิงกล่าว ตอนต่อสู้กับพวกหยางเซิ่นต้าหมิงยังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมด แต่ตอนนี้เฟิงเฉินกลับเสนอตัวมาทดสอบมีหรือที่ต้าหมิงจะปฏิเสธ
ต้าหมิงพุ่งออกไปและฟาดฟันอาวุธทั้งหมดในมืออย่างชำนาญ เข็มน้ำแข็งที่ตรงเข้ามาถูกฟาดฟันจนแตกละเอียด ปิงเสวี่ยที่เห็นพลังของต้าหมิงก็ถึงกับเอามือมาปิดปากนางไม่คิดว่าพลังของต้าหมิงจะแข็งแกร่งขึ้นถึงขนาดนี้
“หืม พลังเวทย์น้ำแข็ง นี่เจ้ามีพลังเวทย์คู่งั้นหรือ” เฟิงเฉินกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“นั่นสินะ แต่ข้าอาจจะไม่ได้มีพลังแค่สองธาตุก็ได้จริงใหม” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับพุ่งออกไป
“ต่อให้เจ้ามีพลังเวทย์สองธาตุแล้วยังไงเมื่ออยู่ต่อหน้าข้าเจ้าคิดว่าเวทย์น้ำแข็งของเจ้าจะเทียบกับข้าได้” เฟิงเฉินคำรามและนำหอกน้ำแข็งออกมาและเข้าปะทะกับต้าหมิงทันที
“โง่เขลา” ต้าหมิงยกยิ้มกล้าเข้ามาต่อสู้ระยะประชิดกับครึ่งอสูรมีแต่คนโง่เท่านั้นที่ทำ ยกเว้นจอมเวทย์เสริมกำลังเท่านั้นถึงจะสามารถต่อสู้กับพวกครึ่งอสูรได้อย่างสูสีและอาจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ
“เคร้ง เคร้ง”
อาวุธทั้งหมดในมือทั้ง 4 คู่กวัดแกว่งอย่างชำนาญโดยที่ไม่ขัดกันเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าของเฟิงเฉินเปลี่ยนสีพร้อมกับถูกโจมตีจนกระเด็นออกไปและร่างกายได้รับบาดเจ็บทันที
“ชั่งโง่เขลาโดยแท้ มีพลังแค่นี้แต่กล้าท้าทายอสูรคลั่งผู้นี้” ต้าหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม
“เจ้า มันยังไม่พบ ข้าจะให้เจ้าเห็นสุดยอดเวทมนต์ของข้า” เฟิงเฉินคำรามพร้อมกับใช้พลังเวทย์ทั้งหมดทันที
พริบตานั้นเองหิมะทั้งหมดก็รวมตัวกันเป็นยักษ์น้ำแข็งทันที ยักษ์น้ำแข็งมีขนาดใหญ่อย่างมากและฟาดมือออกมาหมายจะขยี้ต้าหมิงทันที
“ระวัง!!!!!!” ปิงเสวี่ยกล่าวด้วยสีหน้ากังวล
“ของแค่นี้มีหรือจะทำอะไรข้าได้” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกัลป์พลังเวทย์อันมหาศาลปะทุออกมา พลังเวทย์ของต้าหมิงนั้นทั้งหนาแน่นและบริสุทธิ์กว่าเฟิงเฉินหลายเท่า
“เป็นไปไม่ได้” เฟิงเฉินตื่นตระหนก
ต้าหมิงกระทืบเท้าลงไปที่พื้นทำให้แท่งน้ำแข็งที่แหลมคมพุ่งออกไป แท่งน้ำแข็งขนาดใหญ่กลายเป็นหอกพุ่งทะลวงร่างของยักษ์น้ำแข็งอย่างง่ายดาย ร่างของเฟิงเฉินกระเด็นออกไปอีกครั้งและกระอักเลือดออกมาอย่างต่อเนื่อง
“น่าผิดหวัง” ต้าหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงผิดหวังและหันหลังเตรียมจากไป
“ชั่งยอดเยี่ยมโดยแท้ไม่คิดว่าความสามารถของอสูรคลั่งจะเป็นเรื่องจริง วันนี้ทำให้ข้าหลัวเฟินเปิดหูเปิดตาแล้ว” ในตอนนั้นเองมีชายอีกคนปรากฏ ร่างของชายคนนี้กำยำและใหญ่โตอย่างมาก
“หลัวเฟินงั้นเหรอ” ปิงเสวี่ยขมวดคิ้วเพราะหลัวเฟินและเฟิงเฉินผู้นี้ต่างก็เป็นคนที่นางรำคาญอย่างมาก
“เจ้าต้องการอะไร” ต้าหมิงหันไปมองอีกฝ่ายดวงตาสีแดงฉายแววความเย็นชาออกมา
“ไม่มีอะไรมากข้าแค่เห็นการต่อสู้ของเจ้ามันทำให้ข้ารู้สึกคันมือขึ้นมาจึงอยากจะประลองกับเจ้าด้วย” หลัวเฟินกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ประลองกับข้างั้นเหรอ เจ้าแน่ใจนะเพราะข้าไม่อาจยั้งมือได้และเจ้าอาจจะตกอยู่ในสภาพเดียวกับเจ้านั่น” ต้าหมิงชี้ไปที่เฟิงเฉินที่นอนหมดสภาพอยู่
“ไม่ต้องห่วงข้าไม่เหมือนเจ้านั่นหรอก” หลัวเฟินกล่าวพร้อมกับพลังเวทย์ไร้สีปรากฏ
“จอมเวทย์เสริมกำลังงั้นเหรอ” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าแปลกใจแต่ต่อมากลับยกยิ้มขึ้นมา
“น่าสนใจ แบบนี้ค่อยน่าสนุกขึ้นมาหน่อย” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับพุ่งออกไป
“วันนี้ข้าจะแสดงให้น้องเสวี่ยเอ๋อได้เห็นว่าข้าหนะคู่ควรกับเจ้ามากกว่าเฟิงเฉินไปใหนๆ” หลัวเฟินคำรามและนำดาบใหญ่ออกมา
“ตูม!!!!!!!!!”
ทั้งสองเข้าปะทะกันตรงๆอย่างรุนแรงทำให้ป่าไผ่ถึงกับสั่นใหว ต้าหมิงแปลกใจอย่างมากเขาไม่คิดว่าหลัวเฟินจะมีพละกำลังมากขนาดที่สามารถต่อสู้กับตนตรงๆได้
“ดูเหมือนจอมเวทย์เสริมกำลังจะไม่ได้มีดีแค่ชื่อสินะ แต่ว่าแค่นี้มันยังไม่พอ” ต้าหมิงคำรามและฟาดฟันอาวุธมั้งหมดในมือออกไปอีกครั้ง
“ด้วยพลังของข้าเจ้าไม่มารถทำอะไรข้าได้หรอก” หลัวเฟินมั่นใจในการเสริมพลังของตัวเองอย่างมากเพราะพลังเวทย์เสริมกำลังทำให้ร่างของของหลัวเฟินก้าวข้ามขอบเขตร่างกายของมนุษย์ไปใกลและอาจจะเหนือกว่าครึ่งอสูรหลายคนในระดับเดียวกันอีกด้วย
เพียงแต่คู่ต่อสู้ของหลัวเฟินในครั้งนี้คือต้าหมิง ต้าหมิงมีสายเลือดของเทพอสูรที่บริสุทธิ์อย่างมากจนครึ่งอสูรในทวีปฟ้าครามเทียบไม่ติดและพลังกายของต้าหมิงก็แข็งแกร่งมาตั้งแต่ยังเด็กแล้ว
“ฮ่า ฮ่า ยอดเยี่ยมมากเจ้าเหมาะที่จะเห็นลับคมให้กับข้า” ต้าหมิงคำรามและเพิ่มพละกำลังของตนเองขึ้นไปอีก
และในตอนนั้นเองใบหน้าของหลัวเฟินก็เปลี่ยนไปเพราะอยู่ๆความเร็วและกำลังกายของต้าหมิงก็เพิ่มขึ้น จนหลัวเฟินไม่สามารถสวนกลับไปได้และได้แต่ทั้งรับเพียงอย่างเดียว
“เป็นแบบนี้ได้อย่างไร” หลัวเฟินคำรามด้วยความหวาดกลัว
เพราะตอนนี้เกาะที่ตนสวมอยู่เริ่มปริแตกเพราะถูกอาวุธกระดูกของต้าหมิงโจมตีอย่างหนักและสุดท้ายหลัวเฟินก็ไม่สามารถต้านรับเอาไว้ได้อีกและถูกต้าหมิงส่งไปนอนกองกับพื้นเหมือนเฟิงเฉิน