เกิดใหม่อีกครา ข้าจะเป็นราชันผู้อัญเชิญสัตว์อสูร

    ตอนที่ 44 ผลึกเพลิงอัสนี


    หลังจากคนขายคืนเงินอย่างไม่เต็มใจ เด็กหญิงรับถุงหินปราณกลับมา แล้วโค้งขอบคุณหลี่หยางเล็กน้อย

    “ขอบคุณที่ช่วยข้านะ…“

     

    ” เจ้าไปได้แล้ว” หลี่หยางกล่าวเรียบๆ “คราวหน้าระวังให้มากกว่านี้ อย่าปล่อยให้ใครหลอกง่ายๆ แบบนี้อีก”

     

    เขาหมุนตัวเดินออกไปอย่างไม่สนใจ แต่เพียงครู่เดียวก็รู้สึกถึงเงาตามหลัง

     

    เขาหยุดแล้วหันกลับ “เจ้าตามข้ามาทำไม?”

     

    เด็กหญิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาใสแจ๋วเต็มไปด้วยความตั้งใจ

     

    “เจ้าดูมีความรู้เกี่ยวกับของพวกนี้… ข้ากำลังตามหาผลึกน้ำแข็งคุณภาพสูงเพื่อยกระดับสัตว์อสูรของข้า ข้าแยกของแท้กับของปลอมไม่ออก ข้าขอร้อง เจ้าช่วยข้าหน่อยได้หรือไม่?”

     

    คำพูดนั้นไม่ได้ฟังดูอ้อนวอนมากนัก แต่กลับเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นที่ทำให้หลี่หยางขมวดคิ้วเบาๆ

     

    “เจ้าชื่ออะไร?” เขาถาม

     

    “ข้า… ซูเหม่ยหลาน” นางตอบเสียงหนักแน่น

     

    หลี่หยางนิ่งคิดครู่หนึ่ง สุดท้ายถอนหายใจเบาๆ

     

    “ก็ได้ ข้าจะช่วย… แต่เจ้าต้องเดินตามให้ทัน อย่าเป็นตัวถ่วง”

     

    เธอยิ้มบางๆ แล้วพยักหน้าแรง

     

     

    หลี่หยางเดินนำซูเหม่ยหลานไปตามแผงลอยต่างๆ ด้วยสายตาอันเฉียบคม เขาตรวจสอบของหลายชิ้น แต่ไม่มีชิ้นใดที่เป็น “ผลึกน้ำแข็งคุณภาพสูง” ตามที่นางต้องการเลย

     

    เมื่อเดินวนจนทั่วตลาด เด็กสาวเริ่มทำหน้าผิดหวัง

     

    “ข้า… คงต้องกลับไปมือเปล่า” นางพูดเบาๆ

     

    หลี่หยางถอนหายใจเบาๆ “ของที่เจ้าต้องการไม่ใช่ของที่มีตามตลาดทั่วไป ทำใจไว้เถอะ ข้าต้องไปต่อแล้ว ใกล้เวลาเริ่มงานประมูล”

     

    “ข้าขอไปด้วย!” นางพูดทันที

     

    เขาชะงัก “เจ้าจะไปทำไม?”

     

    “โถงประมูลต้องมีบัตรเข้าใช่หรือไม่?” ซูเหม่ยหลานชูป้ายหยกใบหนึ่งขึ้น “ข้ามีบัตรของขุนนางเขตเมือง พาท่านเข้าไปได้ ขอแค่ให้ข้าตามไปดูด้วย ว่าในนั้นมีของที่ข้าตามหาไหม”

     

    หลี่หยางจ้องมองดวงตาจริงจังของนาง ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

     

    “…เจ้าคิดจะเกาะข้าไปจนถึงงานประมูลเลยหรือ?”

     

    “ข้าไม่มีทางเลือก ข้าไม่แข็งแกร่ง ไม่มีสายตาแหลมคม แต่ข้าไม่อยากยอมแพ้…” นางตอบเบาๆ “ข้าขอแค่มอง ข้าไม่รบกวนเจ้าหรอก…นะให้ข้าไปกับเจ้าเถอะ”

     

    หลี่หยางนิ่งไปครู่หนึ่ง สุดท้ายจึงพยักหน้าอย่างอ่อนใจ “ตามมาก็ได้ แต่ถ้าเจ้าก่อปัญหา ข้าจะไม่ช่วยอีกแล้ว”

     

    เด็กสาวยิ้มบางๆ แววตามีประกายขึ้นอีกครั้ง “ขอบคุณเจ้ามาก!”

     

    …และทั้งสองก็เดินมุ่งหน้าไปยังโถงประมูลกลางเมือง

     

    ณ โรงประมูล “หออี้หลาน” ซึ่งเป็นสถานที่จัดประมูลที่ใหญ่ที่สุดในเขตเมืองต้าหลี่ หลี่หยางและซูเหม่ยหลานก้าวผ่านประตูหินแกะสลักด้วยลวดลายอสูรโบราณ กลิ่นหอมจาง ๆ ของธูปไม้หอมลอยฟุ้งต้อนรับแขกชั้นสูง

     

    ทวารบาลในชุดคลุมสีเงินตรวจสอบบัตรประมูลจากซูเหม่ยหลาน และชะงักไปชั่วครู่ก่อนก้มศีรษะอย่างนอบน้อม

     

    “แขกผู้มีเกียรติ บัตรนี้สามารถเข้าพักห้องรับรองชั้นสองได้ เชิญด้านบนขอรับ”

     

    หลี่หยางเลิกคิ้วเล็กน้อยขณะเดินตามขึ้นบันไดไม้แกะสลัก เมื่อเข้ามาในห้องรับรองชั้นสอง ซึ่งเปิดมุมมองลงไปเห็นเวทีประมูลด้านล่างอย่างชัดเจน เขาสังเกตได้ทันทีว่า ที่นี่ถูกจัดไว้สำหรับผู้มีฐานะหรือผู้ทรงอำนาจโดยเฉพาะ

     

    “บัตรเจ้ามีระดับไม่น้อยเลย” เขากล่าวเรียบๆ ระหว่างนั่งลง

     

    ซูเหม่ยหลานยิ้มบาง “ของท่านลุงข้า ท่านเป็นขุนนางท้องถิ่น เจ้าไม่ต้องห่วง ”

     

    หลี่หยางไม่ตอบ เขาเพียงพยักหน้า แล้วจดจ่อไปที่เวทีด้านล่าง เสียงระฆังทองดังขึ้นสามครั้ง ก่อนจะมีผู้ดำเนินการประมูลสาวสวมชุดผ้าไหมขึ้นเวที พร้อมเสียงหวานใส

     

    “เรียนแขกผู้มีเกียรติทั้งหลาย ยินดีต้อนรับสู่การประมูลของหออี้หลาน รอบค่ำวันนี้จะมีของล้ำค่ากว่า 30 รายการ บางชิ้นหายากถึงระดับที่หากท่านพลาดท่านอาจหาไม่ได้อีกเลย ขอให้ท่านเตรียมตัวให้พร้อม”

     

    เสียงเคาะค้อนเบา ๆ ดังกังวานขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มการประมูล

     

    ผู้ดำเนินการยิ้มพลางเปิดผ้าคลุมกำมะหยี่สีดำบนแท่นกลางเวที เผยให้เห็นขวดแก้วทรงกลมใส ภายในบรรจุของเหลวสีฟ้าอมเขียวที่คล้ายหมอกน้ำค้าง

     

    “รายการแรกของค่ำคืนนี้—โอสถเสริมพลังจิตขั้นกลาง หนึ่งขวดสามารถช่วยให้ผู้ฝึกตนที่อยู่ในช่วงรวมจิตไปจนถึงสื่อวิญญาณตอนต้น เสริมความมั่นคงของทะเลจิต ป้องกันการแตกร้าวจากการฝึกเร่งฝึกฝน”

     

    เสียงฮือฮาเบา ๆ ดังขึ้นจากด้านล่าง

     

    “เริ่มประมูลที่ 500 หินปราณระดับกลาง เพิ่มครั้งละไม่ต่ำกว่า 10 หินปราณระดับกลาง!”

     

    เสียงประมูลเริ่มดังขึ้นจากหลายห้องในชั้นล่าง หลี่หยางพิงพนักเก้าอี้อย่างสงบ

     

    “ของดี แต่ไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการตอนนี้” เขาพึมพำกับตนเอง

     

    ซูเหม่ยหลานฟังแล้วพยักหน้า “พวกเขามักเริ่มจากของระดับกลางก่อน ของล้ำค่าจะถูกดันไว้ช่วงกลางค่ำหรือตอนท้ายเสมอ”

     

    จากนั้น เวลาก็ไหลผ่านไป ของแต่ละชิ้นเริ่มทยอยเปิดออก ทั้งโอสถ แร่หายาก แม้กระทั่งยันต์เสริมพลัง

     

    จนกระทั่ง…เสียงจากเวทีกล่าวขึ้นอีกครั้ง พร้อมเผยของที่น่าสนใจยิ่ง

     

    ทันทีที่ผ้ากำมะหยี่ถูกเปิดออก แสงสว่างสีส้มแดงแวบวาบสะท้อนทั่วห้องโถง

     

    “รายการลำดับที่เจ็ด—ผลึกเพลิงอัศนี!”

     

    เสียงผู้ดำเนินการประกาศดังกังวาน ขณะที่ผู้ชมเริ่มฮือฮาขึ้นทันที

     

    “ผลึกนี้เกิดจากเปลวเพลิงอัสนีที่เผาผลาญกลางพายุฟ้าผ่าท่ามกลางภูเขาเพลิง เป็นวัตถุดิบที่หาได้ยากยิ่งในสิบปีมานี้ เหมาะสำหรับสร้างอาวุธสายฟ้าไฟ หรือใช้เป็นแกนกลางในการวิวัฒนาการสัตว์อสูรที่ถือสองธาตุนี้!”

     

    สายตาหลี่หยางวาบขึ้นทันที

     

    “หนึ่งในวัตถุดิบสำคัญสำหรับวิวัฒนาการ พยัคฆ์เพลิงอัศนี ของท่านปู่!”

     

    ซูเหม่ยหลานข้างตัวก็ยังอดเอ่ยออกมาเบา ๆ ไม่ได้ “ของชิ้นนี้ระดับสูง… คนแย่งแน่”

     

    เสียงผู้ดำเนินการกล่าวต่อ

     

    “เริ่มประมูลที่ 20 หินปราณระดับสูง เพิ่มครั้งละไม่ต่ำกว่า 2 หินปราณ!”

     

    เสียงประมูลเริ่มขึ้นทันทีจากหลายห้อง หลายตระกูลดัง

     

    “ยี่สิบห้า!”

     

    “สามสิบ!”

     

    “สามสิบสอง!”

     

    หลี่หยางกำลังชั่งใจ…

    หลี่หยางลุกขึ้นเล็กน้อยจากเก้าอี้ในห้องรับรองชั้น 2 ดวงตาทอแสงแน่วแน่ เขาเอ่ยเสียงหนักแน่นผ่านแผ่นผลึกส่งเสียงที่อยู่ในมือ

     

    “สี่สิบหินปราณระดับสูง”

     

    เสียงของเขาดังกังวานลงไปยังห้องโถงเบื้องล่างทันที

     

    ทั้งชั้นหนึ่งและชั้นสองเงียบวาบชั่วขณะก่อนจะมีเสียงซุบซิบดังขึ้น

     

    “ใครเสนอราคาสูงขนาดนี้ในรอบเดียว?”

     

    “ห้องรับรองชั้น 2… เป็นผู้ใดกันแน่?”

     

    ชายชราผู้ดำเนินการยิ้มบาง ๆ ก่อนจะกล่าวเสียงชัด

     

    “ห้องรับรองชั้น 2 เสนอ 40 หินปราณระดับสูง มีใครให้มากกว่านี้หรือไม่?”

     

    “สี่สิบสอง!”

     

    เสียงจากอีกห้องหนึ่งดังสวนขึ้นมา เป็นเสียงของนายน้อยจากตระกูลซ่ง

     

    หลี่หยางหรี่ตาเล็กน้อย มองออกไปเบื้องล่าง…ก่อนจะตัดสินใจอีกครั้ง

     

    หลี่หยางหลับตาลงชั่วครู่ สูดลมหายใจลึก เสียงผู้ประมูลกำลังจะเอ่ยย้ำราคาอีกครั้ง

     

    “สี่สิบสอง หินปราณระดับสูง… ครั้งที่หนึ่ง—”

     

    ก่อนที่คำพูดจะจบลง เขาเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่นออกมาอีกครั้ง

     

    “ห้าสิบ หินปราณระดับสูง”

     

    เสียงเงียบลงทันทีในโรงประมูล ผู้คนเบื้องล่างต่างหันมองห้องรับรองชั้น 2 ด้วยความประหลาดใจ บางคนตาเบิกกว้าง บางคนถึงกับอ้าปากค้าง

     

    แม้ซูเหม่ยหลานที่นั่งอยู่ข้างเขา ยังหันมองด้วยความตกใจปนสงสัย

     

    หลี่หยางคิดในใจ…

     

    “ห้าสิบหินปราณ … แต่เพื่อท่านปู่ ข้าจะไม่ลังเล”

     

    “ส่วนจิ้งจอกเงาจันทร์… หากไม่มีของที่ต้องการจริง ๆ อย่างน้อยข้าก็ยังมีเวลาออกตามหาเองหลังจากนี้”

     

    ชายชราผู้ดำเนินงานประมูลยิ้มอย่างพึงพอใจ แล้วประกาศเสียงดังกังวาน

     

    “ห้าสิบ หินปราณระดับสูง จากห้องรับรองชั้น 2! มีใครให้มากกว่านี้หรือไม่—ห้าสิบ… ครั้งที่หนึ่ง… ครั้งที่สอง

     

    “ห้าสิบสองหินปราณระดับสูง“

    คุณชายตระกูลซ่งลุกพรวดจากเก้าอี้ในห้องรับรองฝั่งตรงข้าม ใบหน้าคมคายเปื้อนยิ้มเยาะ พลางเอ่ยเสียงดังลั่นให้ได้ยินทั้งชั้นสอง

     

    “เจ้าหนู เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังประมูลแข่งกับใครอยู่?

     

    เสียงหัวเราะหยันของเขาทำให้หลายคนเริ่มจับจ้องมากขึ้น แต่หลี่หยางกลับไม่สะท้าน สีหน้าสงบนิ่ง แม้ภายในจะกำหมัดแน่นก็ตาม

     

    “หากข้าลังเลแม้แต่นิดเดียว ท่านปู่อาจพลาดโอกาสครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต”

     

    เขายกมือขึ้นเล็กน้อย เอ่ยเสียงชัดถ้อยชัดคำ

     

    “หกสิบ หินปราณระดับสูง”

     

    ทันใดนั้น ห้องทั้งห้องก็เงียบงันไปอีกครั้ง ราวกับคำพูดของหลี่หยางเป็นสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางโรงประมูล

     

    ใบหน้าคุณชายซ่งถึงกับเปลี่ยนสี เขาตวัดแขนหมายจะเพิ่มราคา แต่ข้ารับใช้ที่อยู่ข้างกายรีบกระซิบข้างหูทันที

     

    “นายน้อย! ห้ามเสนอเด็ดขาด หากท่านยังคงเพิ่มราคาต่ออีกท่านอาจจะพลาด…สิ่งนั้นก็ได้นะ”

     

    “บัดซบ!” เขาตะโกนเสียงต่ำ กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน สีหน้าอึดอัดและเต็มไปด้วยโทสะ

     

    ชายชราผู้ดำเนินงานประมูลหรี่ตา ยิ้มบาง แล้วประกาศเสียงกังวาน

     

    “หกสิบ หินปราณระดับสูง… ครั้งที่หนึ่ง… ครั้งที่สอง… ครั้งที่สาม—ขาย!”

     

    เสียงค้อนกระทบโต๊ะดังปัง เป็นสัญญาณว่าหลี่หยางชนะการประมูลไปอย่างเด็ดขาด

     

    “ข้า… ได้มันมาแล้ว”

     

    ไม่นานพนักงานก็นำของที่เขาประมูลได้มาส่งพร้อมกับให้เขาจ่ายหินปราณระดับสูงตามราคาที่ประมูล

     

    ซูเหม่ยหลานหันมองเขาด้วยสายตาใหม่ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความแปลกใจและชื่นชมปนงุนงง

     

    “เจ้าทุ่มเทเพื่อคนในครอบครัวขนาดนี้… เจ้าช่างแตกต่างจากผู้ชายทั่วไปจริง ๆ…”

     

    หลี่หยางไม่ตอบ เขาเพียงมองไปยังเวที พร้อมถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก

     

    แต่ในใจกลับพึมพำ…

     

    “ถ้าของสำหรับจิ้งจอกปรากฏขึ้นจริง ๆ… ข้าอาจจะมีเงินไม่พอ ข้าต้องขออภัยนะ จิ้งจอกน้อย…”

     

    เสียงค้อนประมูลกระทบโต๊ะดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมเสียงประกาศของชายชราผู้ดำเนินงาน

     

    “รายการที่สิบห้า ขวานเทพอัสนี ระดับอาวุธวิญญาณชั้นสูง ราคาเริ่มต้น 80 หินปราณระดับสูง!”

     

    เสียงฮือฮาดังขึ้นในห้องประมูล แต่นั่งอยู่ในห้องรับรองชั้นสอง หลี่หยางกลับไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย

     

    เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ พลางหลุบตาลงต่ำ ดวงตาสะท้อนความผิดหวังบางเบา

     

    “หมดแล้วหรือ…ไม่มีเลย…”

     


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่อีกครา ข้าจะเป็นราชันผู้อัญเชิญสัตว์อสูร ที่คุณอ่าน