เมื่อผู้นำชุมชนมาถึงก็เจอเหตุการณ์ที่แม่เฒ่าซ่งเอาท่อนฟืนขว้างหัวลูกชายคนรองจนเืไหล พร้อมกับย่าซ่งชิงฟ้องก่อนด้วยการฟูมฟายว่าเอ้อเฉินอกตัญญูไม่เลี้ยงดูบุพการี
“ฮ่าฮ่าฮ่า..” เสียงหัวเราะที่ะเิขึ้นพร้อมกับน้ำหูน้ำตาของซ่งอันหลินดังขึ้นหลังจากแม่เฒ่าซ่งพูดยังไม่ทันจบ เป็ผลให้การชิงฟ้องก่อนถูกชะงักลงชั่วคราวเพราะความงุนงงในเสียงหัวเราะของหลานสาวที่ตนไม่ชอบ
“แกจะหัวเราะทำไมนังหมาป่าตาขาว” ย่าซ่งหันไปค้อนขวับด้วยความเกลียดชัง
“จะไม่ให้หัวเราะได้ยังไงเล่า ย่าเล่นพูดกลับดำให้เป็ขาวแบบนี้ไม่กลัวฟ้าผ่าเหรอ ถ้าพ่อไม่กตัญญูแต้มงานที่ใช้แลกอาหารที่ตระกูลซ่งกินใช้อยู่ทุกวันนี้มาจากไหนล่ะแล้วดูเสื้อผ้า ดูสารรูปของพวกเราครอบครัวรองดูสิ..เหมือนผีมากกว่าคน ไหนละอาหารที่กินอิ่ม ไหนละเสื้อผ้าที่แอบยักยอกมาใส่ ลุงผู้ใหญ่บ้านไม่ได้ตาบอดนะย่า..จะได้ดูไม่ออกว่าย่าพูดกลับดำให้เป็ขาวข่มเหงครอบครัวลูกคนเล็กเอาไปปรนเปรอครอบครัวลูกคนโต”
ซ่งอันหลินแอบสะกัดทางผู้นำชุมชนไว้ก่อนเผื่ออาจจะเจอคนตาบอดกลับดำเป็ขาวอีกคน
“พวกแกมันไร้ความสามารถกันเอง แล้วจะมาโทษคนอื่นี้เีสันหลังยาวเป็ตัวถ่วงครอบครัวแล้วจะโทษใครปัญญาแค่จะมีลูกชายสักคนยังทำไม่ได้ ชิ..ริจะได้กินดีอยู่ดีเหรอฝันไปเถอะ”
นั่นไงเผยธาตุแท้แล้ว ไปๆมาๆก็เื่ไม่มีบุตรชายสืบสกุล ซ่งอันหลินรีบขุดหลุมฝังย่าซ่งทันที
“ท่านย่า.. ท่านพูดแบบนี้ไม่กลัวทหารแดงมาได้ยินแล้วเอาไปยิงเป้าเหรอ นโยบายท่านผู้นำคือผู้หญิงถือแผ่นฟ้าไว้ครึ่งหนึ่งท่านย่าให้ความสำคัญกับทายาทผู้ชายแต่มาดูแคลนทายาทผู้หญิงทั้งๆที่ทุกวันนี้ใครซักผ้าให้ท่านใส่ใครหาข้าวให้ท่านกิน น้ำที่ท่านดื่มใครเป็คนตักให้ ไอ๊หย่า..พี่น้องทุกท่านได้ยินชัดเจนนะใครก็ได้ช่วยเป็พยานหน่อย”
“ไร้สาระนังหมาป่าตาขาว หยุดบิดเบือนคำพูดฉันเดี๋ยวนี้นะแกมันก็เหมือนพ่อของแกอกตัญญู อกตัญญูแล้ว ฮือๆๆ”
“ถ้าครอบครัวเราไร้ความสามารถลูกอตัญญูคนนี้ก็จะไม่อยู่ขัดขวางความรุ่งโรจน์ของครอบครัวพี่ใหญ่ ท่านลุงผู้ใหญ่บ้านได้โปรดให้พวกเราแยกบ้านกันเถิด ต่อไปไม่ว่าบ้านใหญ่จะรุ่งโรจน์แค่ไหนก็ไม่เกี่ยวกันกับบ้านรองและต่อให้พวกเราอดตายก็ไม่เกี่ยวอะไรกับบ้านใหญ่”
เสียงเ็าแบบหมดใจของซ่งเอ้อเฉินดังขึ้น ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเืที่ไหลเพราะหัวแตกดูน่ากลัว ยิ่งแววตาที่ดูสิ้นหวังคู่นั้นของเขาด้วยแล้วช่างน่าสมเพจเวทนายิ่งนัก
สารรูปบ้านรองแต่ละคนเหมือนขอทานต่างกับบ้านใหญ่ที่ดูบึกบึนรูปร่างมีเนื้อมีหนังเสื้อผ้าก็ดูดีแม้จะไม่ใหม่แต่ก็ไร้รอยปะชุน ชาวบ้านต้าเจี่ยต่างก็ซุบซิบกันดังระงม ด้วยความทนไม่ได้ที่เห็นความไม่ยุติธรรมนี้
“หนอย..แกคิดว่าแกปีกกล้าขาแข็งแล้วสินะถึงกล้ามาขอแยกบ้าน แยกไปเลยถ้าไม่กลัวอดตายแต่อย่าหวังว่าจะได้อะไรไปแม้แต่อย่างแดงเดียว”
หญิงชราเกรี้ยวกราดไม่เหมือนมองดูสายเืแท้ๆของตนเอง
“ไม่ผิดที่เคยมีคนทายไว้สักนิด แกมันโตมาเพื่อเป็ลูกอกตัญญูฉันไม่น่าเก็บแกไว้เลยรู้แบบนี้เอาขี้เถ้ายัดปากให้ตายไปยังดีกว่า ไปเลยแยกเลย”
ว้าย..แม่เ้าบทจะง่ายก็ง่ายขนาดนี้ ซ่งอันหลินแทบจะยกพู่ขึ้นมาเชียร์พ่อตัวเองให้รีบแยกมันซะวินาทีนี้เลย
“พ่อ..ไม่เป็ไรนะ เราไปอยู่กันเองก็ดีเหมือนกันอยู่กับบ้านใหญ่ก็ไม่เคยกินอิ่ม ถึงจะมีหรือไม่มีฉันกับพี่ใหญ่ก็โดนไล่ออกมาตอนกินข้าวแทบทุกครั้ง เราไปอยู่กันเองเถอะพ่อ”
ขยี้..เข้าไปจ้ะน้องสาวจ๋า..ขยี้เข้าไปอีก ซ่งอันหลินรีบเข้าไปกอดน้องสาวร้องไห้สร้างความเวทนาให้กับพ่อตัวเองอีกแรง
“พ่อคะเราไปอยู่กันเองเถอะค่ะพ่อ ฉันจะช่วยพ่อดูแลครอบครัวเอง”
“เฮ่อ…หนอยลูกผู้หญิงอีกไม่นานก็ต้องแต่งงาน มันจะไปดูแลแกได้ยังไง นอกจากจะแต่งสามีเข้าบ้านแต่ดูสารรูปยังกับขอทานแบบนี้จะเอาอะไรไปแต่งสามีเข้าบ้านย่ะ”
เสียงย่าซ่งดับฝันพ่อของเธอแทบมิด ไม่ได้การแล้วยัยแก่นี่คารมมันแหลมคมแบบนี้นี่เองถึงว่าเอาพ่อเธอซะอยู่หมัด
“แยกบ้านหนึ่งวันก็ยังมีโอกาสได้กินอิ่มหนึ่งวัน ย่าไม่ต้องห่วงพวกฉันหรอก ห่วงแต่ตัวย่าเองเถอะระวังปู่จะสาปแช่งเอา”
ซ่งอันหลินไม่ยอมลงให้
“เอาละๆ เหล่าซ่งท่านแน่ใจแล้วใช่ไหมที่จะแยกบ้าน” ผู้ใหญ่บ้านคงรำคาญเต็มทนรีบสรุปเพราะอยากกลับไปกินข้าวเย็นเต็มที
“แน่ใจขอรับลุงจ้าว”พ่อซ่งมีสีหน้าหนักแน่นเมื่อกล่าวกับผู้ใหญ่บ้าน
“แล้วย่าซ่งล่ะท่านถามลูกชายคนโตรึยัง”ผู้ใหญ่บ้านหันมาถามย่าซ่งด้วยความเอือมระอา อยู่หมู่บ้านเดียวกันทำไมเขาจะไม่รู้ว่าใครมีนิสัยยังไง แยกกันไปก็ดีเหมือนกันครอบครัวเอ้อเฉินอาจจะลำบากแต่่แรกๆลูกเมียเอ้อเฉินจะได้กินอิ่มกับเขาบ้างดูสารรูปแล้วเหมือนอยู่ในยุคอดอยากทั้งๆที่ส่วนแบ่งข้าวปลาอาหารก็ได้มาเยอะพอที่จะดำรงชีวิตดีๆได้
“ข้าแล้วแต่ท่านแม่ขอรับลุงผู้ใหญ่” ซ่งต้าฉางเอ่ยขึ้นโดยไม่หันไปมองหน้าน้องชายร่วมสายเื คงเป็เพราะละอายใจเกินกว่าจะมองหน้าน้องชายได้
เอกสารแยกบ้านถูกจัดทำขึ้นในไม่กี่เค่อ มีหัวหน้าคอมมูนมาเป็สักขีพยานพร้อมกับผู้ใหญ่บ้าน เื่บ้านที่อยู่ครอบครัวรองได้อยู่ที่เดิมแต่ของใช้ในครัวพวกถ้วยพวกหม้อไหนั้นย่าซ่งไม่ให้ อ้างว่าเป็สินเดิมของนางจางสะใภ้ใหญ่
ส่วนธัญพืชนั้นแบ่งตามจำนวนคน สรุปครอบครัวรองได้ข้าวโพดมาสิบชั่งข้าวเปลือกได้มาห้าชั่งแค่นี้ก็เหมือนกับควักเอาหัวใจป้าสะใภ้ใหญ่ออกมาขยี้แล้ว
หลิวหงจะอ้าปากเถียงเื่เงินที่ควรได้ แต่ซ่งอันหลินบีบมือแม่ตัวเองแล้วส่ายหน้าเบาๆ แค่นี้ก็เถียงแทบหมดแรงแล้วขืนไปขอเพิ่มเกิดไม่ยอมแยกบ้านโวยวายขึ้นมาอีกแล้วเราจะแย่
…..
เมื่อตกลงกันได้ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับเข้าบ้าน ซ่งเอ้อเฉินเดินไปหาพรรคพวกเพื่อขอแรงมาช่วยต่อเติมครัวพรุ่งนี้ เพื่อนบ้านที่สนิทสนมชอบพอกันตกลงจะมาช่วยต่อเติมครัวและทำเตาสำหรับทำอาหาร นางหลิวคิดไม่ตกว่าจะเอาหม้อเอาไหและเครื่องครัวที่ไหนมาใช้ เพราะลำพังเงินที่มีติดตัวอยู่ทั้งบ้านไม่ถึงสิบหยวน
คิดแล้วน้ำตาจะไหลตลอดเวลาเธอทำงานเหมือนวัวเหมือนควายเพื่อรับใช้แม่สามีมาตลอดสิบกว่าปีแต่สิ่งที่ได้รับกลับไม่มีค่าอะไรเลย แต่ก็ดีที่สามียังคิดถึงครอบครัวอย่างน้อยในวันข้างหน้าหากช่วยกันทำงานหนักครอบครัวของเธอน่าจะดีขึ้น
ดีกว่าทำงานหนักแต่มองไม่เห็นวันข้างหน้าแบบที่ผ่านมา แบบนี้ก็ดีแล้ว….หลิวหงพึมพัมกับตัวเองเบาๆ
…….
คืนนั้น สี่คนพ่อแม่ลูกนั่งมองหน้ากันต่างคนต่างก็ใช้ความคิดคนละอย่าง บนเก้าอี้คนละตัว
“โต๊ะเก่าๆกลางบ้านไปไหนแล้ว”ซ่งเอ้อเฉินเพิ่งจะสังเกตุว่าบ้านดูโล่งๆ จึงเอ่ยถามกับลูกสาวทั้งคู่
“มันพังวันที่ป้าใหญ่เข้ามานั่นแหละพ่อ ฉันเลยเอาไปทำฟืน”ซ่งอันหลินโกหกตาใส ซ่งเอ้อเฉินก็ได้แต่ถอนหายใจ
“ช่างเถอะๆช่างเถอะไว้พ่อจะวานลุงว่านต่อให้สักตัว มาช่วยกันคิดกันว่าพรุ่งนี้จะเอาอะไรมาทำกับข้าว”
ซ่งเอ้อเฉินหันไปพูดกับทุกคนในครอบครัว ซ่งอันหลินรีบยกมือแล้วพูด “พ่อ..ฉันมีอะไรจะบอก เมื่อตอนกลางวันฉันขึ้นไปเก็บหญ้าให้หมูเจอคนจากในเมืองมาที่หมู่บ้านเรา เขามาหาหญ้าเล้งจือเช่าให้ราคาดีมากเลยสองต้นหนึ่งหยวนแต่เขากำชับมาว่าต้องเป็ความลับ เพราะหากพวกคอมมูนรู้เราจะซวยเอาได้ พ่อว่ายังไงดีจ๊ะ”
“สองต้นได้หนึ่งหยวนราคาดีขนาดนั้นเลยเหรอ เสี่ยวหลินลูกถูกเขาหลอกรึเปล่า”หลิวหงหวาดระแวง
“ไม่หลอกหรอกค่ะแม่ นี่ไงยารักษาาแภายนอก กับยาบำรุงร่างกายที่เขาเอามาแลกวันนี้ลูกลองถอนไปให้เขาเกือบร้อยต้นถึงได้แลกยากับซาลาเปาพวกนี้มา”
ซ่งอันหลินแกล้งเดินเข้าไปในห้องพักหนึ่งแล้วหอบเอาตะกร้าไม้ไผ่ที่มีใบเฟิงสุมปิดๆไว้ภายในตะกร้ามีซาลาเปาห่อด้วยกระดาษชุบน้ำมันห่อใหญ่ พร้อมกับผ้าพันแผลและยาใส่แผลที่แอบแลกกับระบบมาให้ครอบครัวดู
“แล้วมันจะอันตรายไหมลูกเสี่ยวหลิน” ซ่งเอ้อเฉินถามลูกสาวคนโตด้วยความเป็ห่วง