กำเนิดราชันย์นักล่า

    ตอนที่ 26 ลูฟัสปะทะอาไคน์

    “โฮก!!!...”ในตอนนั้นเองที่หอกสายฟ้าของลูฟัสพุ่งเข้าใส่อาไคน์ชายในชุดเกราะ เสียงตะโกนของอาไคน์ดังขึ้นราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่า
    จากนั้นเกราะบนตัวของอาไคน์ก็แตกออกจนเผยให้เห็นถึงกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ แล้วกล้ามเนื้อเหล่านั้นก็ขยายใหญ่ขึ้นๆ และเริ่มปกคลุมได้ด้วยเกล็ดสีเงินสลับกับสีดำ เกล็ดสีเงินดำค่อยๆลามจนปกคลุมไปทั่วทั้งตัวของอาไคน์ ตอนนั้นเขาจึงกลายเป็นสัตว์อสูรตะกวดหุ้มเกราะไปจริงๆ
    เมื่อหอกที่พุ่งเข้ามากระทบเข้ากับเกล็ดบนตัวของอาไคน์ทำให้เกล็ดเหล่านั้นเกิดการสั่นสะเทือนเพื่อสลายแรงปะทะที่มีออกไป ทำให้เขากระเด็นออกไปเล็กน้อยแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากนัก
    ซึ่งการสลายแรงปะทะด้วยเกล็ดเหล่านี้เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของสัตว์อสูรตระกวดหุ้มเกราะ สัตว์อสูรระดับเงินสี่ดาว ที่จะสลายการโจมตีทางกายภาพออกไปด้วยการสั่นสะเทือนด้วยความเร็วที่สูงกว่าของคู่ต่อสู้ทำให้มันเป็นสัตว์อสูรที่เป็นดาวข่มนักล่าที่เน้นการโจมตีทางกายภาพอย่างแท้จริง แต่ถ้าเป็นนักล่าที่ใช้เวทมนตร์จะสามรถจัดการมันได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
    อาไคน์นั้นเป็นนักล่าที่ใช้ยีนของสัตว์อสูรปลูกถ่ายเข้าไปในเซลล์ของเขาเพื่อให้ได้รับพลังของสัตว์อสูรมา เมื่อยีนที่ถูกปลูกถ่ายเข้าไปในร่างกายถูกพลังชีวิตของเขากระตุ้นก็จะแสดงพลังของสัตว์อสูรออกมาได้อย่างสมบูรณ์ แต่ถ้าไม่ได้ถูกกระตุ้นก็จะแสดงพลังออกมาในรูปแบบของพละกำลังที่มหาศาลออกมาแทน ซึ่งข้อแลกเปลี่ยนในการถ่ายทอดยีนของสัตว์อสูรนั้น ผู้ใช้จะต้องดื่มเลือดของสัตว์อสูรชนิดนั้นเป็นประจำในทุกๆเดือนเพื่อคงสภาพยีนให้ไม่สลายไปจากร่างกายของเขา ซึ่งนักล่าแบบนี้นั้นมีอยู่หลากหลายประเภทซึ่งในแต่ละประเภทก็จะใช้พลังของสัตว์อสูรที่ต่างกันออกไป บ้างใช้ยีนของสัตว์อสูรที่เน้นความเร็วในการเคลื่อนที่ บ้างก็เน้นพลังโจมตีที่หนักหน่วง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อระดับชีวิตของนักล่าสูงขึ้นก็สามารถที่จะปล่อยให้ยีนสลายไปแล้วหายีนของสัตว์อสุรที่แข็งแกร่งกว่าเดิมมาใช้ได้อีกด้วย
    อาไคน์ที่อยู่ร่างของสัตว์อสูรตะกวดหุ้มเกราะก็หยิบดาบของเขาขึ้นมา จากนั้นม้วนตัวโดยหนีบเอาดาบไว้ตรงกลางลำตัวแล้วหมุนเข้าไปชนกับลูฟัสที่อยู่ในร่างเทพสายฟ้า
    “ตู้ม!!!” เสียงกะแทกดังสนั่น แรงกระแทกส่งให้ลูฟัสลอยออกไป ก่อนที่ลูฟัสจะม้วนตัวลงสู่พื้นของสนามประลอง จากนั้นเขาจึงกระอักเลือดออกมาแสดงให้เห็นว่าเขาบาดเจ็บจากการถูกชน
    แต่ดวงตาของลูฟัสกับเปล่งประกายแห่งการต่อสู้ออกไป แสดงให้เห็นว่าเขายังไม่หมดหนทางที่จะตอบโต้กลับไป
    เพียงแต่ว่าลูฟัสนั้นไม่สามารถใช้ร่างเทพสายฟ้าออกมาได้นานนัก เพราะการใช้ร่างเทพสายฟ้ากินพละกำลังและพลังชีวิตของเขาอย่างมากมาย ทำให้การคงสภาพร่างเทพสายฟ้าให้ได้นานนั้นต้องมีระดับชีวิตที่สูงกว่านี้
    “หอกทะลวงสายฟ้า”จากนั้นลูฟัสจึงพุ่งเข้าไปด้วยร่างเทพสายฟ้า ในมือของเขาถือหอกเอาไว้มั่นพร้อมกับแทงหอกออกไปที่ร่างตะกวดหุ้มเกราะของอาไคน์ แต่ก็ไม่ได้ผลสักเท่าไหร่ เพราะเกล็ดของตะกวดหุ้มเกราะนั้นสลายแรงปะทะออกไปจนหมด แต่ก็ทำให้ตัวของอาไคน์เกิดอาการชาได้ด้วยพลังสายฟ้าของเขา
    ลูฟัสไม่รอช้าระดมแทงหอกออกไปอย่างรัว ในขณะที่อาไคน์ยังไม่หายจากอาการชา
    หอกที่ระดมแทงออกไปถูกป้องกันเอาไว้ด้วยเกล็ดของตะกวดหุ้มเกราะ แต่ลูฟัสก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดมือของเขาเลย
    เท้าของอาไคน์ขยับออกไปใกล้กับขอบเวทีประลองเรื่อยๆ
    “ถ้าชั้นไม่สามารถทำลายการป้องกันของลุงได้ ชั้นก็จะทำให้ลุงออกจากเวทีไป” ลูฟัสกล่าวออกไปในขณะที่มือของเขาไม่ได้หยุดที่จะแทงหอกออกไปเลยแม้แต่น้อย เขาต้องแข่งกับเวลาก่อนที่ร่างเทพสายฟ้าจะหมดเวลาลง ซึ่งในตอนนั้นเขาจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
    “หึ่ม ถ้าทำได้ก็ลองดู รอให้ข้าหายจากอาการชาก่อนเถอะ ข้าจะทำให้เจ้าต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน” อาไคน์ตะโกนออกไปเมื่อได้ยินที่ลูฟัสพูดกับเขา
    “ชั้นจะไม่แพ้ลุงหรอกน่า” ลูฟัสระดมเพลงหอกที่มีพลังสายฟ้าของเขาห่อหุ้มเอาไว้เพื่อให้อาไคน์เกิดอาการชาอย่างต่อเนื่อง แต่ว่ามาโดนอาการชาถึงจุดที่อาไคน์สามารถต้านทานการชาได้แล้ว อาการชาก็จะใช้กลับอาไคน์ไม่ได้อีก ซึ่งลูฟัสก็รู้ดีถึงความสามารถในการปรับตัวของสัตว์อสูร
    อาไคน์ที่ติดอาการชาก็พยายามอดทนเอาไว้ไม่ให้ตัวเองต้องถอยไปมากกว่านี้ แต่เขาก็ไม่สามารถฝีนขยับขาก้าวไปข้างหน้าได้เลยเนื่องจากติดอาการชา เขาทำได้เพียงรอให้ยีนของสัตว์อสูรภายในร่างกายสามารถต้านทานอาการชาได้เสียก่อนถึงจะสามารถต่อสู้กลับไปได้บ้าง
    จากนั้นลูฟัสที่เหลือพลังชีวิตไม่มากนักของกระโดดถอยหลังออกไปพร้อมกับจรดปลายหอกออกไปเบื้องหน้า
    “กระบวนหอกลับที่สาม แสงอาทิตย์รวมศูนย์” ลูฟัสปลดปล่อยพลังชีวิตของเขาเข้าไปภายในหอกทั้งหมดไม่มีเหลือแม้แต่หยดเดียว จากนั้นหอกในมือของเขาก้ส่องแสงสว่างเจิดจ้าพร้อมกับพุ่งออกไปที่อาไคน์ในร่างตะกวด
    ลูฟัสทรุดลงกับพื้นของลานประลองพร้อมกับมองดูผลงานเฮือกสุดท้ายของเขา ถ้ามันไม่สามารถจัดการกับอาไคน์ได้เขาก็คงต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน เพราะไม่เหลือพลังชีวิตที่จะต่อสู้ได้อีกแล้ว
    อาไคน์รู้สึกได้ถึงอันตรายที่มาจากหอกไม่เห็นกลับที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่สามารถขยับตัวได้แต่ก็สามารถใช้พลังชีวิตรวบรวมไว้ป้องกันที่เกล็ดบนตัวได้ ด้วยความไม่ประมาททำให้เขาเขาต้องทุ่มสุดตัวเพื่อป้องกันเอาไว้ให้ได้
    หอกสีทองพุ่งเข้าปะทะกับร่างกายที่เต็มไปด้วยเกล็ดของอาไคน์ พลังของหอกดันอาไคน์ให้ถอยออกไปเรื่อยๆ
    “ตู้ม!!!” พลังชีวิตภายในหอกระเบิดออกเนื่องจากแรงปะทะกันของพลังในหอกกับพลังของอาไคน์ที่ใช้ในการป้องกันตัวเอง จนทำให้อาไคน์กระเด็นออกไปนอกสนามประลอง
    “ข้าแพ้แล้วไอหนู เจ้าทำให้ข้ายอมรับให้ฝีมืออย่างแท้จริง” อาไคน์ที่ลุกขึ้นมาจากพื้นเดินขึ้นมาบนลานประลอง
    ลูฟัสที่นอนอยู่บนฟื้นก็ชูกำปั้นแห่งชัยชนะขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความดีใจ
    “เกือบไปเหมือนกันลุง ลุงนี่อึดจริงๆ แต่สุดท้ายผมก็ทำลายการป้องกันของลุงไม่ได้ เอาไว้คราวหน้าผมจะมาแก้มือใหม่ ในตอนนั้นผมจะทำลายการป้องกันของลุงให้ราบคาบไปเลย” ลูฟัสที่ถูกฟื้นะพลังขึ้นมาหลังจากที่ชนะการปะลองก็ลุกขึ้นแล้วหันไปพูดกับอาไคน์
    “คราวหน้าข้าก็จะเตะตูดเจ้าให้ยับไปเลย เจ้าทำให้ข้าสนุกจริงๆ” อาไคน์เดินเข้ามาแล้วยื่นมืออกไปจับกับลูฟัส
    จากนั้นพวกเข้าก็กลายเป็นแสงแล้วถูกส่งออกไปที่จุดลงทะเบียนประลอง
    “ผมไปก่อนนะลุง แล้วเจอกัน” ลูฟัสโบกมือลาแล้วออกจากโลกเสมือนของนักล่าไป
    “แล้วเจอกันใหม่ไอหนูสายฟ้า” อาไคน์บอกลา
    เมื่ออกมาจากโลกเสมือนลูฟัสก็ลุกออกจากเตียง แต่คราวนี้ก่อนที่เขาจะลุกขึ้น เขาต้องมองออกไปรอบด้านๆให้ดีก่อนที่จะลุกขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบคราวที่แล้วอีก เมื่อมองดูดีแล้วเขาจึงลุกออกเตียงไป
    “วันนี้ชั้นพอแล้วหล่ะนายจะไปทำอะไรต่อ หรือว่าจะกลับโรงแรมกันเลย” เมื่อมองออกไปก็เห็นอิกนัสที่กำลังฝึกดาบอยู่เช่นเดิม เขาจึงเรียกอิกนัสที่กำลังฝึกดาบอยู่ให้รู้ว่าเขากลับมาแล้ว
    เมื่ออิกนัสได้ยินที่เขาพูดก็หยุดการฝึกของตัวเองลง พร้อมกับพยักหน้ารับคำเพื่อนของเขา
    คราวนี้อิกนัสได้เศษชิ้นส่วนทักษะดาบมาอีกสิบชิ้นรวมกลับของเก่าที่ได้มาเป็นยี่สิบห้าชิ้น จากนั้นจึงเก็บดาบลงไป