ศุภิสราตั้งใจเรียนรู้งานในวันแรกเป็นอย่างดี สิ่งที่เธอจะต้องทำในแต่ละวันคือ เธอจะต้องปัดกวาดเช็ดถูกร้านก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นก็จัดเรียงสินค้าที่พึ่งเข้ามาใหม่ใส่ที่ชั้นวาง พอถึงเวลาเปิดร้านก็ช่วยดูลูกค้าที่เข้ามาซื้อของ ซึ่งศุภิสราทำได้สบายอยู่แล้ว เพราะงานไม่ได้หนักแต่อย่างใดเลย
“ทำได้นะ?”
“ทำได้ค่ะ”
ศุภิสราพูดพร้อมกับยิ้มรับคำพูดของจักรพรรดิ์ ซึ่งรอยยิ้มหวานที่ศุภิสราเผลอยิ้มออกมา ถึงแววตาของเธอจะดูเศร้า แต่รอยยิ้มนี้ทำให้จักรพรรดิ์เคลิบเคลิ้มไปได้เลยทีเดียว
“พี่จักร พี่จักรเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”
“เปล่า... พี่ไม่ได้เป็นอะไร พี่แค่ชอบเวลาที่เรายิ้ม ยิ้มบ่อยๆ นะอย่ามัวแต่เศร้า”
ศุภิสราเห็นจักรพรรดิ์มองเธอนิ่งค้างอยู่นาน จนเธอเริ่มทำตัวไม่ถูก จึงร้องถามออกไป เท่านั้นแหละจักรพรรดิ์ก็ได้สติ และยิ้มเขินๆ มาให้ศุภิสรา พร้อมกับพูดออกมาตรงๆ ตามที่ตัวเองชอบ ตามที่ได้เห็นถึงความเศร้า ผ่านสีหน้าและแววตาของศุภิสรา
“หน้าศุบอกให้พี่รู้ขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ศุภิสราทำตาโตอย่างตกใจ ที่จักรพรรดิ์รู้รับได้โดยไม่ต้องบอก มือเรียวเล็กยกขึ้นมาทาบแก้มนวลเนียนใสของตัวเอง พร้อมกับเอ่ยถามจักรพรรดิ์ และก็ยิ้มแห้งๆ ไปด้วยในคราวเดียวกัน แสดงว่าใบหน้าเธอนี่ไม่อาจปิดบังความรู้สึกได้เลยจริงๆ
“กลับมาแล้ว... อากาศเมืองไทยนี่มันร้อนจริงๆเลย ไม่รู้จะร้อนอะไรนักหนา”
เสียงของโสมศรีดังเข้ามาให้คนทั้งสอง ที่พูดคุยกันอยู่ได้ยิน ปกติทุกเช้าโสมศรีจะไปทำบุญที่วัด จะกลับมาก็เกือบๆ เก้าโมงเช้า คนต่างจังหวัด ที่อายุมากบางคน ก็จะชอบเข้าวัดฟังเทศน์ฟังธรรมเป็นกิจวัตรในทุกๆ วันอย่างเช่นโสมศรี
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีหนู ตาจักรสอนงานให้แล้วนะ งานก็ไม่มีอะไรมากหรอก หากไม่มีลูกค้าเข้าซื้อของก็นั่งพักได้ ไม่ต้องกงต้องเกร็งกันนะ ทำตัวสบายๆ”
“ค่ะ”
ศุภิสราเดินผละจากจักรพรรดิ์ ไปหาโสมครี พอเดินไปใกล้ๆโสมศรี ศุภิสราก็ยกมือไหว้และกล่าวทักทาย จากนั้นยื่นมือไปรับตะกร้ามาจากมือโสมศรี เพื่อจะเอาไปเก็บให้ โสมศรีก็กล่าวทักทายศุภิสราด้วยเช่นกัน และพอจะรู้แล้วล่ะว่าจักรพรรดิ์คงจะสอนงานให้ศุภิสราไปแล้ว
“เดี๋ยวป้าไปอาบน้ำก่อน อากาศข้างนอกมันร้อน เหนียวตัวจะแย่แล้ว”
โสมศรีกล่าวจบก็เลี่ยงเดินไปจากศุภิสรา ตรงไปยังลิฟต์ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ศุภิสราเห็นว่ามีลิฟต์ด้วย ก็อดทึ่งไม่ได้ ที่ที่นี่ก็ลิฟต์ด้วยอะนะ แต่ก็อย่างว่า มีลิฟต์ก็ดี เพราะโสมศรีอายุมากแล้ว เวลาเดินเหินขึ้นลงบันไดก็คงจะลำบากน่าดู
ศุภิสรายืนทึ่งอยู่ได้ไม่นาน ก็เดินถือตะกร้าเข้าไปในห้องครัว จากนั้นเดินออกมาหน้าร้าน ที่ซึ่งงตอนนี้จักรพรรดิ์ได้เปิดร้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีลูกค้าเข้ามาหาซื้อของโน่นนี่นั่นกันบ้างแล้วเช่นกัน
ศุภิสราทำงานไปเรื่อยๆ ลูกค้าก็เข้ามาหาซื้อของกันเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงเวลาเลิกงาน โดยที่จักรพรรดิ์คอยช่วยเธอเก็บโน่นเก็บนี่ และช่วยปิดร้าน ศุภิสราก็ให้รู้สึกแปลกใจอยู่มิใช่น้อย ที่ทำไมจักรพรรดิ์จะต้องช่วยเธอ ทั้งที่เขาเป็นเจ้านาย เป็นเจ้าของร้าน ก็น่าจะปล่อยให้พนักงานอย่างเธอทำ แต่ถึงจะแปลกใจ ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกมา
“ศุกลับก่อนนะคะ ป้า พี่จักร สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีหนูศุ กลับดีๆล่ะ”
“สวัสดีศุ แล้วเจอกันพรุ่งนี้”
พอศุภิสรากล่าวร่ำลาโสมศรีกับจักรพรรดิ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอก็ออกจากร้าน เดินไปเรื่อยๆ เพื่อจะไปที่ป้ายรถโดยสารประจำทาง ในจังหวะที่เธอเดินไปตามฟุตบาท เธอรู้สึกเหมือนมีใครเดินตามหลัง เธอจึงหยุดหันไปมอง แต่ไม่เห็นว่าจะมีใครที่จะเดินตามมาสักคน จะมีก็แค่คนที่เดินแบบไม่ได้สนใจเธอนั่นแหละ
“สงสัยเราจะคิดไปเอง”
ศุภิสราส่ายหน้า กล่าวพึมพำกับตัวเองออกมาเบาๆ ก่อนจะหันหน้าเดินอย่างตั้งใจอีกครั้ง จนกระทั่งเดินไปถึงป้ายรถโดยสารประจำทาง
ศุภิสรานั่งรออยู่ที่ม้านั่งราวๆสิบนาที รถโดยสารประจำทางก็วิ่งเข้ามาจอด เธอลุกขึ้น เดินขึ้นไปนั่งในรถโดยสารประจำทาง จากนั้นรถโดยสารประจำทางก็เคลื่อนออกจากป้าย วิ่งไปบนท้องถนน มุ่งตรงออกไปนอกตัวอำเภอ
๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑