“นี่...เจ้าคือคนรับใช้ของสาขาศาสตร์แห่งความตายไม่ใช่หรือ?”
คล็อดนิ่วหน้าถามขณะเดินตรงมายืนข้าง ๆ หานซั่ว
“ข้าไบรอัน คนรับใช้ของสาขาศาสตร์แห่งความตาย... ไม่คิดเลยว่าเราจะบังเอิญมาเจอกันในที่แบบนี้”
หานซั่วพยักหน้า กลืนไวน์เพอร์เพิล เลย์แลน เข้าไปอึกใหญ่ ก่อนจะยิ้มตอบ
“ดูเหมือนจะไม่มีโต๊ะว่างเลยนะ คล็อด ทำไมเราไม่เปลี่ยนไปทานอาหารเย็นที่อื่นแทนล่ะ?” ไอรีนมองหานซั่วด้วยสายตาดูถูก
“ไม่มีประโยชน์หรอกครับ เวลาแบบนี้ ทุกโรงแรมในเมืองดรอลคงคลาคล่ำไปด้วยผู้คน แล้วโต๊ะนี้ก็มีไบรอันนั่งอยู่แค่คนเดียว ไหน ๆ พวกเราก็เป็นคนของวิทยาลัยเหมือนกัน ข้ามั่นใจว่าไบรอันคงไม่ว่าอะไรถ้าเรานั่งร่วมโต๊ะกับเขาหรอกครับ จริงไหม ไบรอัน?”
คล็อดพูดกับไอรีนด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันมามองหานซั่วด้วยสีหน้าร่าเริง
“ไม่แน่นอน! ถ้าไม่คิดว่าการนั่งร่วมโต๊ะกับคนรับใช้อย่างข้าจะทำให้พวกท่านเสื่อมเสียเกียรติละก็ ข้ายินดีแบ่งโต๊ะให้พวกท่าน”
ก่อนหน้านั้น คล็อดเคยทำให้เจ้าโครงกระดูกน้อยบาดเจ็บเพื่อเอาใจไอรีน บางที คล็อดอาจจะลืมเรื่องนั้นไปนานแล้ว แต่หานซั่วยังคงจำได้ขึ้นใจ ...ยิ่งเขาทวีความแข็งแกร่งมากขึ้นเท่าไร หานซั่วก็จะยิ่งสูญเสียสติยับยั้งชั่งใจมากเท่านั้น ใครจะรู้ว่า..คล็อดจะเป็นฝ่ายมาเคาะประตูบ้านของหานซั่วด้วยตัวเอง แต่หานซั่วก็ต้องปล่อยผ่านโอกาสดี ๆ แบบนี้ไปก่อน แม้จะไม่ชอบใจเลยก็ตาม
“ข้าเกลียดทุกคนที่มาจากสาขาศาสตร์แห่งความตาย แม้จะเป็นแค่ทาสรับใช้ ข้าก็ไม่ยกเว้นให้หรอก!”
ไอรีนนิ่วหน้า ก่อนจะหันขวับไปมองค้อนคล็อดและพูดอย่างเย็นชา
คล็อดผงะไป แต่จากนั้นก็ส่งสายตาเปี่ยมความหมายให้ไอรีน และหันมายิ้มให้หานซั่ว
“ไบรอัน เจ้าไม่ได้มากับคนของสาขาศาสตร์แห่งความตายคนอื่น ๆ หรือ? ทำไมเราถึงไม่เห็นวี่แววพวกเขาแถวนี้เลย แล้วนี่เจ้ามาคนเดียว? โอ้ จริงสิ คนรับใช้อย่างเจ้า ดูจะสุขสำราญกับอาหารและไวน์ชั้นดีไม่น้อยเลยนี่นา น่าประหลาดใจจริงๆ”
ได้ยินดังนั้น ไอรีนก็หันมามองหานซั่วด้วยความประหลาดใจเช่นกัน ดูเหมือนเธอเองก็สนใจในคำถามของคล็อดและไม่มีทีท่าว่าจะไปไหนอีก เมื่อคล็อดเห็นว่าไอรีนสนใจ เขาก็รีบปัดฝุ่นบนเก้าอี้ตรงหน้าเธอเพื่อเป็นการเชื้อเชิญ ซึ่งเธอก็ค่อย ๆ นั่งลงอย่างไม่รีบร้อน
หานซั่วกัดชิ้นเนื้อย่างในมือ เคี้ยวกร้วม ๆ และกลืนลงท้องราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาปล่อยเสียงเรอออกมาอย่างพึงพอใจ ตามด้วยไวน์อีกอึกใหญ่ เขาลูบท้องด้วยความสุขใจเกินจะเอ่ย ก่อนจะยิ้มและตอบกลับไป
“อีกไม่นานอาจารย์แฟนนี่และคนอื่น ๆ คงจะกลับมาแล้วละครับ พวกเขากลัวว่าข้าจะไปเป็นภาระ ก็เลยให้เหรียญทองข้ามานิดหน่อย และสั่งให้ข้ารออยู่ที่นี่ มีปัญหาอะไรหรือครับ?”
“เปล่า เปล่าเลย อย่างนี้นี่เอง จริงสิ... ไบรอัน ผลตอบแทนรอบนี้เป็นอย่างไรบ้าง ได้ล่าพวกสัตว์วิเศษระดับสูง ๆ บ้างหรือเปล่า?” คล็อดกะพริบตาให้ไอรีนเป็นนัย ๆ และถามหานซั่วด้วยรอยยิ้ม
ไอรีนแสดงท่าทีสนใจอย่างชัดเจน เมื่อเธอจ้องมองหานซั่วและตั้งใจฟัง ราวกับว่าเธอใคร่รู้มากพอควรเกี่ยวกับผลตอบแทนที่ได้จากการเดินทางฝึกฝนของสาขาศาสตร์แห่งความตายครั้งนี้
หานซั่วส่ายศีรษะ
“ไม่ทราบครับ ข้ากลับมาตอนเพิ่งไปได้แค่ครึ่งทาง ข้าเลยไม่รู้ว่าพวกเขาได้อะไรดี ๆ กลับมาบ้างหรือเปล่า แต่ข้าว่าผลตอบแทนครั้งนี้คงไม่ใช่น้อย ๆ หรอกครับ”
“หึ! อย่างเจ้าพวกนั้นนะหรือ? จะได้ของดีสักเท่าไรกันเชียว? อย่างมากก็คงล่าได้แค่สัตว์วิเศษระดับห้านั่นแหละ เจอระดับสี่เข้าไปมีหวังได้หืดขึ้นคอ” ไอรีนมองหานซั่วด้วยสีหน้าเย้ยหยัน แค่นเสียงดูถูก
หานซั่วทำได้เพียงหันไปมองไอรีนที่กำลังถากถางพวกเขาแต่ก็ไม่ได้โต้แย้ง ตอนนั้นเอง คล็อดก็หันไปเรียกบริกร ใช้เงินหนึ่งเหรียญทองสั่งไวน์และอาหารจานเนื้อมาเพิ่ม
เวลานั้น หานซั่วแอบคิดอยู่ในใจเงียบ ๆ ว่าจะหาทางแก้แค้นคล็อดอย่างไรดี ผ่านไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มประหลาดก็ผุดขึ้นที่มุมปาก เขาค่อย ๆ หยิบอะไรบางอย่างที่ดูคล้ายกับเปลือกกล้วยจากจานที่อยู่ตรงหน้า และแอบโยนมันลงไปที่เท้า เมื่อบริกรถือจานอาหารเดินตรงมาอย่างรวดเร็ว หานซั่วก็ใช้เท้าขวาเตะเปลือกผลไม้ชิ้นนั้นออกไปจากใต้โต๊ะ
เมื่อบริกรที่เดินมาด้วยความเร่งรีบพร้อมจานอาหารหลายจานเหยียบลงบนเปลือกผลไม้ เขาก็ร้องอุทานด้วยความตกใจและล้มตัวไปข้างหน้า จานอาหารในมือลอยพุ่งออกไปที่ด้านหลังของคล็อดและไอรีน
คล็อดและไอรีนสะดุ้งจากเสียงที่ได้ยินและรีบหันไปดูทันควัน มือขวาของคล็อดพุ่งออกไปคว้าจานอาหารที่กำลังจะกระแทกตัวพวกเขาไว้อย่างแม่นยำ และชั่วพริบตานั้นเอง มือซ้ายของหานซั่วก็ยื่นออกไปด้วยความเร็วราวสายฟ้า เขาสะบัดปลายนิ้วเล็กน้อย ผงกระตุ้นกำหนัดสีเทาอ่อน ๆ ก็ถูกโปรยลงในแก้วไวน์ของคล็อดอย่างเงียบเชียบ
“เดินระวัง ๆ หน่อยสิ” คล็อดขมวดคิ้ว ขณะที่มือขวายื่นจานอาหารที่เขารับไว้ได้ คืนให้บริกรที่เพิ่งลุกขึ้นมา และพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ขอบคุณขอรับ ท่านอัศวิน คราวหน้าข้าจะระวังให้มากกว่านี้!” บริกรรับจานอาหารคืนมาด้วยสีหน้าหวาดกลัว เขาโค้งคำนับและรีบเดินจากไป
หานซั่วมีท่าทีสงบและนิ่งเงียบ ก้มหน้าจิบไวน์ราวกับไม่มีอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษ ไม่สังเกตด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อครู่
หลังจากนั้น คล็อดและไอรีนก็ไม่ค่อยได้คุยอะไรกับหานซั่วอีก คล็อดพยายามคุยเอาอกเอาใจไอรีน พลางดื่มไวน์เพอร์เพิล เลย์แลนผสมยากระตุ้นกำหนัดเข้าไปอึกแล้วอึกเล่า ...ส่วนไอรีนมีสีหน้าเรียบเฉย สนใจคล็อดเป็นพัก ๆ และดูเหมือนว่าเธอยังไม่ตอบรับรักของคล็อด
“เชิญพวกท่านตามสบายเลยนะครับ ข้ามีเรื่องต้องทำนิดหน่อย ขอตัวกลับก่อน”
หานซั่วมั่นใจว่าผงยากระตุ้นกำหนัดที่แอบใส่ลงไปจะได้ผลกับคล็อดอย่างแน่นอน หลังจากที่เขาดื่มไวน์เพอร์เพิล เลย์แลนเข้าไปไม่น้อย จึงรีบลุกขึ้นยืนและกล่าวลา
ทั้งคล็อดและไอรีนซึ่งไม่ได้สนใจหานซั่วตั้งแต่แรก และใจจริงก็อยากให้หานซั่วรีบไปเสียตั้งนานแล้ว ราวกับอยู่ไปก็ระคายสายตา พวกเขาโบกมือเป็นเชิงไล่ทันทีที่หานซั่วพูดจบ และหลังจากนั้นไม่นาน สีหน้าของพวกเขาก็ไม่มีแววรังเกียจแฝงอยู่อีกต่อไป
หานซั่วเดินออกมาจากโรงแรมพร้อมรอยยิ้มกว้าง ยืนหลบอยู่ตรงมุมถนนลับตาคนแห่งหนึ่ง ไม่นานนัก คล็อดที่หน้าแดงก่ำและไอรีนที่แก้มเป็นสีชมพูจาง ๆ ก็เดินเคียงข้างกันออกมา ก่อนจะตรงไปยังทางเหนือของเมืองดรอล
ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว และช่วงเวลาแห่งการเสพสุขประจำวันของเมืองดรอลก็พุ่งถึงขีดสุด เหล่านักผจญภัยจับกลุ่มกันตั้งแต่สามถึงห้าคน เดินโซซัดโซเซอย่างเมามาย ส่งเสียงดังโวยวายไปตลอดทาง ในขณะที่หานซั่วแอบย่องตามสองคนนั้นไปอย่างเงียบเชียบ ยืนอยู่ริมถนนเพื่อรอดูฉากเด็ดหลังจากเห็นทั้งคู่เข้าไปในโรงแรมหรูหราแห่งหนึ่ง
จากที่หานซั่วสังเกตมาเมื่อครู่ ดูเหมือนว่าคล็อดยังเอาชนะใจไอรีนไม่ได้ แต่หลังจากนี้ เมื่อยากระตุ้นกำหนัดออกฤทธิ์ และคล็อดเผลอทำอะไรเกินเลยลงไปละก็ คงต้องโดนไอรีนเล่นงานจนน่วมแน่ๆ
หานซั่วยืนกินผลไม้ในมืออย่างสบายอารมณ์พลางคิดอะไรแผลง ๆ ไปเรื่อย แต่ก็ไม่มีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากโรงแรมมาพักใหญ่แล้ว และตอนที่หานซั่วเริ่มหมดความอดทน คล็อดที่หน้าแดงก่ำก็เดินจ้ำอ้าวออกมาจากโรงแรม และเดินไปตามถนนด้วยความเร่งรีบ
หานซั่วผงะไปทันที ไม่คิดว่าสติยั้งคิดของคล็อดจะแข็งแกร่งจนป่านนี้ยังควบคุมตัวเองไหว แต่ดูจากสภาพแล้ว หานซั่วคิดว่าเขาคงทนต่อไปอีกได้ไม่นาน จึงรีบตามคล็อดไปและเฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ
และก็เป็นจริงตามนั้น คล็อดเดินต่อไปได้อีกประมาณสิบเมตรก็สูญเสียการควบคุมตัวเองโดยสิ้นเชิง เมื่อผู้หญิงแต่งหน้าหนาเตอะในชุดขาดวิ่นคนหนึ่งโบกมือให้ เขาหอบหายใจอย่างหนักขณะเดินเข้าไปในตรอก ราวกับว่าเขาต้องรีบปลดปล่อยความต้องการของร่างกายกับสิ่งที่หาได้ใกล้ตัวที่สุด
“เอ๊ะ? นั่นคล็อดไม่ใช่หรือ?” เสียงอุทานหนึ่งร้องดังขึ้นจากถนนข้างเคียง หานซั่วหันกลับไปมอง พร้อมหัวใจที่พองโตขึ้นมาอย่างฉับพลัน เขาร้องอุทานในใจ... ‘ขนาดสวรรค์ยังเข้าข้างข้าเลยแฮะ!’
บีชเชอร์ อาจารย์ประจำสาขาเวทมนตร์ธาตุแสงและนักเรียนธาตุแสงกลุ่มหนึ่งเดินผ่านมา นักเรียนหญิงสายตาเฉียบคมคนหนึ่งสังเกตเห็นคล็อด กำลังเดินเข้าไปในตรอกกับผู้หญิงอย่างว่าเข้าพอดี เธอจึงอุทานด้วยความประหลาดใจ
“เป็นไปไม่ได้ คล็อดจะเป็นคนแบบนั้นได้อย่างไร? เขาเป็นถึงอัศวินผู้สูงศักดิ์ ไม่มีทางทำอะไรต่ำ ๆ ในที่แบบนี้แน่ อีกอย่าง คล็อดก็สนใจไอรีนอยู่ด้วย เขาไม่ทำเรื่องแบบนั้นหรอก” บีชเชอร์นิ่วหน้า พูดด้วยความสับสนและไม่มั่นใจ
“แต่เป็นเขาจริง ๆ นะคะ ข้ามั่นใจว่าไม่ได้ตาฝาด ถ้าท่านไม่เชื่อ พวกเราเข้าไปตรวจดูข้างในกันก็ได้” นักเรียนหญิงผู้เห็นเหตุการณ์ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบอย่างมั่นใจ
“มาเถอะ เคธี่ ไม่ใช่ธุระ เจ้าอย่าสอดรู้กับอะไรที่ไม่ใช่เรื่องของเจ้าเลย” บีชเชอร์เงียบไปชั่วขณะ และเร่งเร้าพวกนักเรียนให้รีบเดินต่อ
เคธี่จ้องมองตรอกนั้น พลางกระทืบเท้าด้วยความโมโห “จะไปยอมได้อย่างไรกัน!? คอยดูนะ ข้าจะฟ้องไอรีน ถ้าตอนนี้คล็อดไม่อยู่ที่ห้อง แสดงว่าเมื่อกี้ต้องเป็นเขาแน่ ข้าไม่ยอมให้คล็อดมาทำร้ายความรู้สึกของไอรีนเด็ดขาด”
ทันทีที่พูดจบ เคธี่ก็รีบวิ่งจากไปอย่างโกรธเกรี้ยว ตรงไปยังโรงแรมที่ไอรีนพักอยู่ทันที ส่วนพวกนักเรียนสาขาเวทมนตร์ธาตุแสงคนอื่น ๆ ก็ทำตัวไม่ถูก นอกจากมองหน้ากันไปมาเมื่อเห็นเธอจากไป
หานซั่วแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ ไม่นึกไม่ฝันว่าเรื่องราวจะกลับกลายเป็นแบบนี้ ทีแรก หานซั่ววางแผนจะลงมือด้วยตัวเองเพื่อหลอกล่อให้ไอรีนมาที่นี่ ใครจะคิดว่าคล็อดจะโชคร้ายถึงเพียงนี้ ราวกับว่าเขาไม่มีทางหลบเลี่ยงความซวยในวันนี้ได้แน่นอน ไม่ว่าจะพยายามมากเพียงใดก็ตาม
ไม่นานนัก ไอรีนในสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ และเคธี่ที่โกรธเกรี้ยวก็เดินคู่กันมาด้วยความรวดเร็ว
“คล็อดไม่อยู่ในห้อง และข้าก็มั่นใจว่ามองไม่ผิด เมื่อกี้ต้องเป็นเขาจริง ๆ นะ ไอรีน ข้าว่าเรารีบไปกันดีกว่า เอาให้จับได้คาหนังคาเขาไปเลย เป็นถึงอัศวินสูงศักดิ์ กล้ามาทำอะไรต่ำทรามแบบนี้ได้อย่างไร น่ารังเกียจจริงๆ”
เคธี่จ้องมองตรอกนั้นอย่างเดือดดาลทันทีที่เธอมาถึง
ไอรีนผงกศีรษะด้วยสีหน้าเย็นชา ไม่เสียเวลาคุยต่อแม้เพียงวินาทีเดียว เธอจูงมือเคธี่เดินเข้าไปในตรอกด้วยความรีบเร่ง บีชเชอร์และนักเรียนคนอื่น ๆ เกรงว่าจะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นจึงรีบตามไปหลังจากลังเลครู่หนึ่ง
เมื่อพวกนั้นเข้าไปกันหมดแล้ว หานซั่วก็ค่อย ๆ เดินเข้าไปในตรอกอย่างสบายอารมณ์ พร้อมกับสีหน้าเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มที่ชั่วร้าย
****************************