จักรพรรดิปราชญ์บรรพกาลลี้เฟย

    ตอนที่ 46 กอบโกย

    ทันใดนั้นเอง ทุกทิศที่เสียงมังกรคำรามส่งไป ลูกไฟในมือของลี้เฟยก็วิ่งไปตามเสียง และขยายใหญ่ตามกำลังเสียงมังกร กระแทกกับศิษย์สำนักกระบี่


    "ตู๊ม ... ตู๊ม ... ตู๊ม ..." เสียงระเบิดที่ลี้เฟยส่งไปสามครั้ง สามทิศทางที่ศิษย์สำนักกระบี่ยืนกระจายกันอยู่ ศิษย์สำนักกระบี่ทั้งเก้าคน โดนกระแทกลอยไปด้านหลัง ยังไม่ทันตกถึงพื้น ลี้เฟยกระโดดขึ้นไปลอยกลางอากาศสูง พร้อมก้มตัวลงมา เสียงโฮกมังกรคำรามของลี้เฟยกระแทกเก้าคนก่อนหน้านี้ กระแทกลงบนร่างทั้งเก้าตกลงบนพื้น กระอักเลือดทันที


    "นี่คือบทเรียนของพวกเจ้า ... " ลี้เฟยใช้พลังไปเพียงสามในสิบส่วนก็กำราบสำนักกระบี่ได้


    พวกเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ได้เวลาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์แล้ว ลี้เฟยหันไปทางสำนักอัคคี เมื่อเห็นว่าทุกคนอยู่ในสภาพพร้อมแล้วจึงมุ่งไปล่ากระทิงอสูรต่อ


    ในขณะที่สำนักวารีพิรุณก็เข้าพื้นที่จากอีกด้าน และเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้เข้ามายุ่งด้วยในตอนนี้แม้จะเป็นสำนักพี่สำนักน้องกันก็ตาม จ้าวหยานเอ๋อมองลี้เฟยด้วยสายตาอาฆาตมาแต่ไกล 


    "เจ้าจะต้องเสียใจ" จ้าวหยานเอ๋อกล่าวด้วยความโกรธ


    "ศิษย์พี่ พวกเราจะเอายังไงต่อ พวกสำนักกระบี่บาดเจ็บไปหมดแล้ว จะเข้าไปช่วยหรืออย่างไร" จ้าวหยานเอ๋อถามศิษย์ที่อาวุโสที่สุดที่เข้ามาด้วยกัน


    "พวกเราทำหน้าที่ของเราไป แค่นี้พวกหยานผางกับคู่หมั้นเจ้าไม่เป็นอะไรหรอก ถ้าแค่นี้ไม่ไหว เจ้าก็ควรจะคิดหาคคู่หมั้นใหม่ได้แล้ว" ศิษย์คนดังกล่าวกล่าวกับจ้าวหยานเอ๋อ พร้อมหันบอกทุกคนให้ล่ากระทิงอสูรต่อ


    มีเพียงสายตาอีกคู่ที่มองมาทางสำนักอัคคี "เจ้ามันช่างร้ายกาจนัก​... ไม่เจอเพียงปีเดียว เจ้าจัดการคนสิบคนของสำนักกระบี่ได้ ข้าไม่อยากจะเชื่อ เจ้ามันพันธุ์ประหลาดอะไรกันแน่" มู่หยงฟ่าน สาวที่ลี้เฟยเคยช่วยไว้ในป่าก่อนคัดเลือกเข้าสำนัก มองไปที่ลี้เฟยพร้อมยิ้มใส ๆ ที่มุมปาก หากใครมองมาก็จะรู้ทันทีว่า หน้าตาที่ยิ้มแย้มของมู่หยงฟ่านมองแล้วดูน่ารักทีเดียว ใครจะไม่ชอบคนที่สวยและน่ารักกันล่ะ 


    ในขณะที่ลี้เฟยไม่ได้สังเกตเห็นกลุ่มสำนักวารีพิรุณแต่อย่างใด จึงไม่รู้ว่า มีสายตาและรอยยิ้มมองดูลี้เฟยอย่างตั้งใจ น่าเสียดายที่ลี้เฟยไม่รู้เรื่องนี้


    ลี้เฟยกับพวกในสำนักอัคคีแยกกันล่ากระทิงอสูร เพราะลี้เฟยต้องการฝึกฝนเพียงลำพัง แม้พลังปราณที่วัดได้ก่อนเข้าป่าอสูรสวรรค์จะไม่เท่าคนอื่นรวมกัน ลี้เฟยก็มั่นใจ วิชาสาระพัดวิชาถูกดึงขึ้นมาฝึก ไม่ว่าจะวิชาจากสำนักอัคคี จากจักรพรรดิบิดา จากบิดาของเฟยหมิง รวมถึงที่มังกรปรมัตถ์ ล้วนแต่หยิบขึ้นมาใช้ไล่ล่ากระทิงอสูรอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดหย่อน ฝูงกระทิงอสูรแตกกระเจิง กระจัดกระจายไปทั่วลานผืนป่าขนาดใหญ่


    ในไม่ช้าสามชั่วยามผ่านไป ลี้เฟยมีรอยแผลบาดเจ็บมากมาย เลือดไหลออกทั้งที่หน้า แขน ขา ดูแล้วน่ากลัว เสียงหายใจถี่ที่ดูเหนื่อยหอบของลี้เฟยดังไม่หยุด ตอนนี้ลี้เฟยล่ากระทิงอสูรได้ หกสิบกว่าตัว ทุกตัวที่ถูกฆ่า ล้วนถูกเก็บเข้าแหวนมิติในทันที 


    ในฝ่ายของสำนักอัคคีอีกเก้าคน ก็ช่วยกันล่าได้ถึงสี่สิบหกตัวทีเดียว 


    "พวกเจ้าไม่เลวเลย ได้ตั้งสามสิบกว่าตัว พรุ่งนี้ค่อยล่าต่อ ฝูงกระทิงอสูรที่ล่าตอนนี้ ยังมีอีกมากมาย ตอนนี้สำนักเรา เฉพาะกระทิงอสูรรวมๆ กันแล้วก็ร้อยกว่าตัวแล้ว" ลี้เฟยบอกเพื่อนร่วมสำนัก


    "หลังจากวันพรุ่งนี้ มะรืนนี้ ข้าจะเข้าเขตสาม ด้านในยังมีสัตว์อสูรโบราณอีก ข้าหวังว่าจะได้พบอะไรกลับสำนักบ้าง" ลี้เฟยกล่าวจบก็หยิบเนื้อกระทิงส่วนหนึ่งออกมา และใช้ปราณมังกรอัคคีย่างเนื้อกระทิงหอมหวน


    "พวกเจ้าวางแผนยังไงบ้าง จะอยู่ต่ออีกหลายวัน หรือจะเข้าไปเลย" ลี้เฟยถามขณะกินเนื้อกระทิง


    "ข้าว่าจะไปพร้อมเจ้ามะรืนนี้ ถ้าเจ้าไม่ขัดข้อง" เว่ยหัวเอ่ยขึ้นจากอีกมุมหนึ่งของกองไฟ


    "ข้าก็จะไป "


    "ข้าด้วย" เสียงตอบรับที่จะเดินทางพร้อมกับลี้เฟยดังมาครบทั้งเก้าคน


    "ได้ พวกเจ้ากินเสร็จก็เดินปราณพลัง เนื้อกระทิงอสูรมีพลังตะวันแดงที่แรงมาก หากไม่เดินพลัง มันจะกระทบกับจุดตันเถียนของพวกเจ้า"

    "พรุ่งนี้เราเก็บเกี่ยวอีกวัน แล้วเดินทางต่อในวันรุ่งขึ้นเลย" ลี้เฟยสรุป พร้อมแยกตัวไปอีกทางเพื่อเดินพลังและพักผ่อนเงียบ ๆ


    "ตอนนี้พวกเราสองวันนี้ได้มาร้อยกว่าตัวแล้ว ไม่นับของลี้เฟย ก็แบ่ง ๆ กันเก็บในแหวนมิติของพวกเรา " เว่ยหัวเป็นผู้นำในการล่าครั้งนี้กล่าวกับเพื่อนร่วมสำนัก


    "ลี้เฟย เจ้าได้มาเท่าไหร่" เสียงหวาน ๆ จากหลงชิงเอ๋อดังมาจากทางด้านหลังของลี้เฟย


    "อืม ข้าไม่บอก ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าจะรู้ไปทำไม" 


    "ก็เจ้าเป็นศิษย์น้องข้า ข้าเป็นศิษย์พี่ และข้าก็สนิทกับเจ้าที่สุด เจ้าก็ต้องบอกข้า ห้ามขัดข้า" หลงชิงเอ๋อพูดรัวกลับมาอย่างรวดเร็ว


    "เฮ่อ ... ใครใช้ให้ข้าเป็นศิษย์น้องท่านกัน ความจริงก็ไม่เห็นจะเกี่ยวเลย"

    "ข้าได้แค่หกสิบแปดตัวเองวันนี้" 

    "ถ้าไม่ใช่ว่าข้าจะล้างเผ่าพันธุ์มันหมดฝูง ข้าคงล่าได้มากกว่านี้ ข้าต้องเหลือพวกมันไว้ อีกสิบปี ร้อยปีข้างหน้า มันจะได้มีลูกหลานของมันด้วย"

    ลี้เฟยพูดออกไปพร้อมกับสีหน้าตกตะลึงของหลงชิงเอ๋อ


    "เจ้าบ้า เจ็ดสิบกว่าตัว เจ้าทำได้ยังไงกัน"



    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิปราชญ์บรรพกาลลี้เฟย ที่คุณอ่าน