[118] หลบหนีจากการโดนหมายหัว
ท่ามกลางความวุ่นวาย โรเบิร์ตที่เป็นเจ้าภาพงานได้การ์ดช่วยพาไปหลบยังจุดที่น่าจะปลอดภัย พาตัวเองหลบออกจากบรรดาแขกเหรื่อที่กำลังตกอยู่ในความวุ่นวายอยู่คนเดียว โดยไม่สนใจว่าจะมีใครบาดเจ็บล้มตายในงานตัวเองเป็นคนจัดมากมายสักเท่าไหร่“นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกัน!?”“ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุหรือความตั้งใจของใครก็ตาม คุณผู้ชายก็รีบออกจากที่นี่ก่อนดีกว่าครับ ถ้าวุ่นวายกว่านี้จะต้องหลบออกไปลำบากแน่ๆ”“หนวกหู! เงียบหน่อยสิ!”โรเบิร์ตตวาดการ์ดที่อยู่ข้างกายด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว แผนของโรเบิร์ตนั้นจริงๆ จะต้องเริ่มหลังจากงานประมูลจบลง หรือช่วงที่คนอื่นๆ ต้องค่อยๆ ทยอยกลับ ก่อนงานพบปะระหว่างแปดตระกูลในช่วงท้ายของงานเลี้ยงจะเริ่มจริงอยู่ที่ว่าเขานั้นมีความตั้งใจจะเล่นตั้งแต่เล็กๆ ตั้งแต่รมแก๊สพิษ ไปจนกระทั่งใหญ่โตขนาดที่ว่าทำลายตึกนี้ให้ราบเป็นหน้ากลองอยู่ในใจจริงๆ ทว่าเขาไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์นอกเหนือจากที่ตั้งใจอะไรแบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน โรซาเลียก็บอกแค่ว่ามันจะไปด้วยดี ไอ้แก่แอชลีย์นั่นจะตายในคืนนี้แน่ๆ แล้วทำไมถึงได้มีเรื่องไม่คาดฝันได้กัน...เธอบอกสิ่งที่เห็นไม่ครบทั้งหมดงั้นเหรอ?...โธ่เว้ย จะบอกว่าไอ้เรื่องนอกเหนือความคาดหมายนี้ไม่มีผลอะไรต่อสิ่งที่เขาคิดจะทำ หรือกลายเป็นว่ามีผลทำให้สิ่งที่เขาตั้งใจทำสามารถสำเร็จได้ด้วยดี ทำให้ไอ้แก่นั่นตายเพราะเรื่องไม่คาดฝันนี้ ถ้างั้นแล้วที่ว่าเขาจะปลอดภัยล่ะ จะยังเป็นไปตามเดิมมั้ย? ...ตอนนี้คงต้องทำให้ทุกอย่างดำเนินไปตามที่คิดไว้ก่อนหน้านี้ให้ได้...แต่ถ้าผ่านตรงนี้ไปได้เมื่อไหร่ล่ะก็...คงต้องไปเค้นคอพูดกันให้รู้เรื่อง!การ์ดที่อยู่ด้านข้างนั้นยืนรอเจ้านายทำท่าครุ่นคิดอยู่เป็นนาที ในขณะที่หูก็เงี่ยฟังเสียงกรี๊ดร้องที่ยังไม่หยุดลง เขาอยากจะร้องเตือนอีกหนแต่ก็กลัวจะโดนโกรธมากกว่านี้ รออยู่พักใหญ่ตนเป็นนายถึงได้เงยหน้าขึ้นสั่ง“ฉันจะหลบไปซ่อนก่อน ถ้าสถานการณ์สงบฉันจะกลับเข้ามา แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นจนระงับความวุ่นวายไม่ได้ก็จะหลบออกไปตามที่นายว่า ยังไงก็ตามพวกหน่วยลอบสังหารให้ทำตามแผนเดิม ใครรับหน้าที่ตรงไหนก็ให้จัดการส่วนนั้นไป ไม่ต้องรอสัญญาณ มีโอกาสจัดการได้เลย ใช้มาตรการไหนก็ได้ทั้งนั้น”“เข้าใจแล้วครับ”แล้วโรเบิร์ตก็เดินฉับๆ ออกไป ปล่อยให้ห้องจัดงานเลี้ยงที่กำลังชุลมุนกลายเป็นความวุ่นวายที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง หากไม่ใช่เพราะมีการ์ดคอยจัดการสถานการณ์อยู่ห่างๆ ป่านนี้คงมีแขกที่แตกตื่นหนีออกมาจากในห้องไม่รู้กี่คนต่อกี่คนแล้ว ทว่ากับจำนวนคนที่มากขนาดนั้น ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าประตูจะทนต่อไปได้นานแค่ไหนลูกน้องของโรเบิร์ตเดินกลับไปยังห้องจัดงาน หลบมุมรวมอยู่กับบรรดาแขกที่รักตัวกลัวตายในขณะที่สายตายังจับจ้องไปยังร่างของแอนโทนี่ที่นั่งอยู่บนโซฟาชั้นบน ขอเพียงแค่เป้าหมายเข้ามาสู่ความวุ่นวายนี้ มือสังหารก็พร้อมจะทำงานทันที...“คุณท่าน เพชรสีชมพูมาส่งแล้วครับ”หนึ่งในสต๊าฟภายในงานของโรเบิร์ตที่แท้จริงแล้วเป็นคนของแอนโทนี่นำกล่องใส่แหวนเพชรสีชมพูที่เพิ่งถูกประมูลมามอบให้ถึงมือของอลันที่อยู่ข้างกาย อลันตรวจสอบความปลอดภัยของตัวกล่องก่อนที่จะส่งให้เจ้านายของตัวเอง แอนโทนี่รับมาแต่ก็ยื่นส่งให้หลานชายที่อยู่ในสภาพการ์ดต่อทันที“ดี งั้นก็เตรียมตัวกลับกันเถอะ”“ผมไม่คิดว่าพวกนั้นจะอยากขังคนไว้สังหารหมู่ให้ชื่อเสียงตัวเองตกต่ำหรอก แต่เกรงว่าพวกนั้นคงไม่ยอมเปิดประตูโถงจัดงานให้คุณท่านเดินออกไปง่ายๆ แน่”ในเมื่อปู่จงใจประมูลเพชรสีชมพูมาให้เซ็ท เจ้าตัวก็เลยรับมาเก็บใส่กระเป๋ากางเกง แต่จริงๆ ใช้ความมือไวยัดใส่ไว้ในช่องเก็บของแทนเก็บไว้กับตัวเพื่อความสะดวกในการถือ ไม่วายว่าเย้าหยอกคำกล่าวของแอนโทนี่ที่ทำราวกับว่ากลางดงศัตรูเป็นที่พักอาศัยที่เข้าง่ายออกง่ายตามใจ...แต่สำหรับตัวเซ็ทเอง จะออกไปเมื่อไหร่ก็ย่อมได้อยู่แล้ว“สมเป็น... ถ้าอย่างนั้น เราก็นั่งรอชิวๆ ไปจนกว่าประตูจะเปิดกันเถอะเนอะ”แอนโทนี่ที่ตอนแรกตั้งท่าจะลุกนั่งลงอีกครั้งพลางเอ่ยชมเชยหลานชายอย่างรู้กัน ความสามารถในการอ่านสถานการณ์ของหลานนั้นยังเป็นที่น่าพึงพอใจเช่นเดิม บางทีเขาไม่ต้องลองเชิงหลานให้เสียเวลาก็ได้ล่ะมั้ง“งั้นเอาค็อกเทลอีกหน่อยดีมั้ยครับ”“ก็ไม่เลว ส่งมาสิ”แอนโทนี่ที่ยิ้มอยู่ในใจแต่ไม่ได้แสดงออกรับมุกหลานชายด้วยการยื่นมือไปรับแก้วค็อกเทลแบบเดิมมายกขึ้นจิบ ชมดูบรรยากาศความวุ่นวายเบื้องล่างราวกับกำลังนั่งดูหนังสดที่ไร้ความอันตราย เดือดร้อนการ์ดอีกสองคนและคนที่แฝงตัวเข้ามาต้องระวังดูแลความปลอดภัยให้เจ้านายมากขึ้นมากขึ้น“ถึงอย่างนั้นคุณท่านกับนาย-...Z ก็ทำตัวชิวเกินไปนะครับ”โลแกนกล่าวพลางถอนหายใจ ขยับตัวไปยืนคนละมุมกับอลัน สองเพื่อนร่วมงานแม้จะไม่ได้พูดกันแต่ก็เข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายดี แม้แต่อลันเองก็ยังอดที่จะว่ากล่าวเจ้านายตัวเองด้วยความเหนื่อยใจไม่ได้“ควรบอกว่าใครเหมือนใครดีล่ะอย่างนี้?”...ปู่เหมือนหลาน หรือ หลานเหมือนปู่ แต่ยังไงซะเชื้อก็ไม่ทิ้งแถวเอาเสียเลยจริงอยู่ที่ว่า ณ ปัจจุบันนั้นอยู่ในพื้นที่เปิดโล่งและมีพยานเป็นจำนวนมาก การจะลงมือลอบสัหารแบบเฉพาะเจาะจงและเปิดเผยนั้นถือเป็นเรื่องยาก ยังไงก็ตามหากลองลงมือสังหารได้สำเร็จขึ้นมาจริงๆ ก็ใช่ว่าจะใช้ข้ออ้างของคำว่าอุบัติเหตุมาแก้ต่างให้พ้นผิดไม่ได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากพ้นพื้นที่ส่วนนี้ไปแล้ว และหากมีสายตาของผู้คนไม่มาก ยังไงซะเจ้าภาพงานก็ต้องไม่ยอมเสียโอกาสลงมือแน่นอนเพราะงั้นในฐานะผู้ติดตามหลัก ต่อให้พวกเขาจะคาดเดาสถานการณ์ได้พอๆ กับผู้เป็นนาย แต่พวกเขาก็มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่สูงมากจนไม่กล้าจะหย่อนยานหรือคลายการระมัดระวังตัวลง ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหนก็ตาม“ต่อให้ยังไม่ใช่เวลาก็ช่วยจริงจังอีกหน่อยเถอะครับ”“เอาน่า ขืนแสดงท่าทางมากไปจะเข้าทางคนอื่นเอาได้ ยังไงซะก็มีคนหมายหัวฉันอยู่ ถึงต้องฝากพวกนายเฝ้าระวังกันให้หนักไงล่ะ”“เป็นหน้าที่ของพวกเราอยู่แล้วครับ...พวกผมก็เข้าใจดี”ถึงเข้าใจก็อดเหนื่อยใจไม่ได้อยู่ดี แม้จริงๆ ทั้งอลันและโลแกนจะรู้ดีที่สุดว่าคุณท่านของพวกเขาไม่เคยประมาทและไม่เคยเดินเกมส์พลาด แต่ท่าทางที่แสดงออกมานั้นก็ช่างน่าหวั่นใจยิ่งนัก ให้ทำท่าเป็นห่วงนายน้อยเกินเหตุแบบหลายๆ ครั้งที่แสดงให้เห็นยังจะดีซะกว่าถึงจะคิดอย่างนั้นแต่อลันและโลแกนก็ยังเข้าใจอยู่ดีอีกนั่นแหละว่าต่อหน้าคนของตระกูลอื่นๆ และต่อหน้าผู้นำตระกูลด้วยกัน ต่อให้คุณท่านจะห่วงหลานมากแค่ไหนก็ต้องเก็บซ่อนไว้ไม่ให้แสดงออกมามากเกินจำเป็นอยู่ดี เพราะขืนคนอื่นจับจุดอ่อนได้ขึ้นมาก็จะแย่เปล่าๆ...ไอ้การเข้าใจแต่ไม่อยากทำใจยอมรับนี่แย่จริงๆ“อยู่ใกล้ฉันเอาไว้ แล้วปกป้องฉันให้ดีๆ เข้าใจมั้ย Z”“รับทราบครับคุณท่าน”ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่จับจ้องอยู่ การแสดงความเป็นห่วงในตัวหลานก็ทำได้แค่การพูดคุยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มให้หลานไม่เครียดแบบในตอนแรก หรือไม่ก็สั่งด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมตามฉบับผู้นำตระกูลแอชลีย์แบบที่ทำตอนนี้เท่านั้นแลนอกเหนือจากแอนโทนี่แล้ว บรรดาผู้นำแปดตระกูลหลักที่อยู่กันคนละฟากกับอุบัติเหตุนั้นต่างก็ยังนิ่งเฉยไม่เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรนัก อาจจะเป็นความจริงหรือเป็นแค่การแสดงแบบที่แอนโทนี่ทำ ต่างกับชั้นล่างของสถานที่รับรองแขกชั้นสองและชั้นสามที่ความวุ่นวายยังคงอยู่ บรรดาแขกเหรื่อแตกฮือวิ่งหลบให้ห่างจากจุดที่เฮลิคอปเตอร์ยังฝังอยู่ในอิฐปูน ส่วนใหญวิ่งกรูกันไปที่ทางออกหากแต่ถูกการ์ดของผู้จัดงานขวางทางเข้าออกเอาไว้“เกิดอุบัติเหตุอย่างนี้แล้วก็รีบปล่อยพวกเราออกไปสิ!!”“ใช่ๆ ผู้นำวอล์กเกอร์ไปไหนซะด้วยรีบออกมารับผิดชอบเลยนะ!!”“ใจเย็นๆ ก่อนครับ เพื่อความเป็นระเบียบและความปลอดภัยกรุณาอย่าแตกตื่น ขอแค่ถอยห่างจากฮ. ได้พวกคุณทุกคนก็จะไม่เป็นไรครับ”ใบพัดเฮลิคอปเตอร์ยังคงหมุนอยู่แม้จะเริ่มเอื่อยลงไปบ้าง แต่มันก็ยังสร้างลมแรงที่ทำให้คนที่เข้าใกล้ตัวปลิวไปได้ง่ายๆ คนบังคับเฮลิคอปเตอร์ที่เข้ามาชนพยายามร้องขอความช่วยเหลือ ทั้งยังพยายามดึงสังขารของตัวเองออกมาจากซากเครื่องเละเทะที่ฝังอยู่ในซากตึกห้อยโตงเตงใกล้จะร่วง ทั้งยังไม่รู้จะระเบิดเมื่อไหร่แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จบรรดาแขกที่มีฐานะสูงนั้นก็ไม่กล้าเข้าไปช่วย ยังไงเสียคนทุกคนก็รักตัวกลัวตายกันทั้งนั้น การ์ดมืออาชีพที่มาเพื่อปกป้องเจ้านายแล้วก็อย่าไปคาดหวัง จากสภาพ ณ ตอนนี้ยังไงคนขับฮ. ที่ทำให้เกิดผู้โชคร้ายไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ยังไงก็ต้องตายอยู่ดี ไม่เสียเลือดตายก็อาจจะร่วงจากตึกร้อยชั้นตายส่วนใบพัดของฮ. ที่หงิกงอนั้นเปื้อนไปด้วยเลือดของคนที่ถูกใบพัดสับเละ หยาดเลือดสาดไปยังพื้นเบื้องล่างและตัวฮ. ที่พังยับเยิน ดูยังไงก็ชวนสยองไม่ต่างจากในหนังสยองขวัญ ดีไม่ดีจะมากกว่าเพราะสี เสียง กลิ่น ล้วนแล้วแต่ชัดระดับที่ว่าจอภาพในโรงหนังยังอาย“นี่...มันดูท่าจะไม่ดีแล้วรึเปล่า”“หนี! หนีเร็ว!!”แม้ตัวโถงจัดงานจะมีพื้นที่กว้าง แต่เมื่อคนจำนวนมากเทรวมไปกองรวมกันอยู่มุมเดียว พื้นที่มากมายก็ดูคับแคบไปถนัดตา ทั้งแทนที่ยิ่งนานไปคนที่มาร่วมงานจะตั้งสติได้ ก็กลายเป็นว่าแตกตื่นกันเข้าไปอีก เนื่องจากเฮลิคอปเตอร์ที่ฝังเข้ามาในตัวตึกกว่าครึ่งลำนั้นเริ่มขยับอย่างกะทันหัน เป็นการขยับที่ไม่น่าพิศมัย เพราะมันไม่ได้มีทีท่าจะร่วงลงไป หากแต่กลับขยับเข้ามาอย่างผิดปกติ“เวรเอ๊ย! เปิด! เปิดประตูให้พวกเราหลบไปจากตรงนี้นะโว้ย!!”“ไม่----!!”ตัวเฮลิคอปเตอร์ที่โทรมไปหมดแล้วขยับพุ่งเข้ามาในตัวตึกมากกว่าเดิมช้าๆ เมื่อมันติดก็ทำท่าถอยออกไปแล้วพุ่งเข้ามาใหม่ราวกับมีใครสักคนบังคับให้มันขยับอยู่ หากแต่คนขับที่อยู่ในห้องเครื่องนั้นน่าจะสลบหมดสติไปแล้ว แถมยังขยับได้ผิดหลักวิทยาศาสตร์สุดๆ ไปเลยเศษกำแพงที่ถูกกระแทกซ้ำๆ แตกร่วงมากขึ้นทุกที รูโหว่บนกำแพงนั้นก็ขยายใหญ่มากยิ่งกว่าเดิม จวบจนกระทั่งตัวเฮลิคอปเตอร์พุ่งเข้ามาด้านในงานได้สำเร็จทั้งลำ และกำลังเคลื่อนตัวไปมาบนพื้น แขกที่มาร่วมงานก็ไม่คิดประณีประนอมอะไรทั้งสิ้น ใครบางคนอัดการ์ดที่คุมประตูจนน็อคสลบ แล้วพากันพังประตูเข้าออกงานอย่างไม่ไยดีในราคา พร้อมใจกันวิ่งแตกฮือหนีกันคนละทิศคนละทางเฮลิคอปเตอร์ที่หลุดเข้ามาภายในงานกระเด็นไปทางนั้นทีทางนี้ที ส่วนหางของเครื่องกวาดคนจนเละเป็นชิ้นไม่ก็ถูกกระแทกจนกระดูกแตก และส่วนใบพัดด้านบนที่หักงอและยังไม่หยุดหมุนทั้งยังดูจะหมุนแรงขึ้นก็ยังคงกวาดเนื้อคนจนแขนขาขาดได้ไม่ยากเสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วทิศ คนที่มาร่วมงานทั้งหลายต่างก็ใช้ความกลัวของทุกคนเป็นจังหวะในการหลบหนีไปท่ามกลางความวุ่นวาย และในท้ายที่สุดแล้วก็คงจะยากที่จะจับมือใครดมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นฝีมือใครอยู่เบื้องหลัง...จริงๆ ถ้าไม่เพราะเฮลิคอปเตอร์มันมีการเคลื่อนไหวแบบตอนนี้มันก็คงมองเป็นอุบัติเหตุเฉยๆ ได้ แต่จากที่เป็นอยู่คงตีความไปทางนั้นไม่ได้แล้ว เพราะดูยังไงมันก็พยายามเล็งแอนโทนี่อยู่ชัดๆ ที่แน่ๆ ที่เซ็ทรู้ก็คือเรื่องนี้มันไม่อยู่ในแผนการที่โรเบิร์ตวางเอาไว้ ยิ่งดูจากสีหน้าตอนเกิดเรื่องและก่อนที่เจ้าตัวจะหนีไปเซ็ทก็ยิ่งมั่นใจ...ปู่แอนโทนี่ที่จับจ้องโรเบิร์ตอยู่ก็คงจะคิดเห็นเช่นเดียวกันหากไม่นับเซ็ทที่ไร้ปฏิกิริยาตอบสนองยามเกิดเรื่อง คนอื่นๆ ในงานแทบทุกคนแสดงท่าทีตกใจและหวาดกลัวไม่มากก็น้อย เพราะงั้นหากจะหาข้อมูลจากการจับสังเกตุปฏิกิริยาของใครนั้นคงจะเสียเวลาเปล่า ได้แต่ให้โรไปสืบหาตัดความน่าจะเป็นออกไปให้ได้มากที่สุดในภายหลัง{ใช้ผมทุกที}‘ก็หน้าที่นายนี่’{...ครับผม ดำเนินการหาเส้นทางปลอดภัยในการหลบหนี แต่จริงๆ ให้หนีไปด้วยการวาร์ปของคุณก็แน่นอนสุดแล้ว จะเปิดเผยความสามารถให้ปู่ทราบรึยังล่ะ?}‘ถึงจะเป็นปู่ ก็ไม่ควรรู้เยอะไปล่ะนะ’...คำตอบนี้ถือเป็นที่แน่นอนแล้วว่าเซ็ทจะหนีในแบบที่ปู่ต้องการ ไม่ใช่ไปโดยวิธีการของเขาอย่างที่ควร แม้ว่านั่นจะหมายถึงตัดตัวเลือกที่ดีที่สุดไปก็ตาม“เราก็ควรจะไปกันได้แล้วล่ะนะ”แอนโทนี่ว่าพลางลุกขึ้นยืน ซึ่งคราวนี้ยืนและพร้อมไปแบบจริงจังไม่ใช่แค่ลองเชิงเซ็ทเล่นแบบก่อนหน้า การ์ดทั้งสามและบรรดาการ์ดปลอมที่มีอยู่ประปรายเองก็เริ่มพร้อมใจกันขยับ ไม่ต้องถามถึงผู้นำตระกูลคนอื่นที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเลย พวกนั้นไปรวมกลุ่มหนีกับแขกคนอื่นๆ ตั้งนานแล้ว“อย่าอยู่ห่างจากผมนะครับคุณท่าน”หลักจากแขกแตกฮือเป็นผึ้งแตกรัง ในห้องโถงใหญ่นี้ จึงเหลือเพียงแค่กลุ่มของแอนโทนี่กับการ์ดปลอมของแอชลีย์ที่แฝงตัวเข้ามา แล้วก็บรรดาการ์ดของผู้จัดงานหรือใครก็ตามอยู่บ้างประปราย ยังไงก็ตามจำนวนคนที่อยู่ในห้องนั้นทำท่าจะมากขึ้นเสียแล้ว......แน่นอนล่ะว่ากลุ่มคนท้ายสุดรู้เรื่องนั้นดีโครม!!เฮลิคอปเตอร์ที่ขยับคล้ายจะมีแบบแผนพุ่งเข้ามาชนชั้นลอยจนพื้นสั่นสะเทือน เสาค้ำต้นหนึ่งทำท่าจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อพื้นชั้นลอยแตกเป็นทางคล้ายกับเวลาเกิดแผ่นดินไหว เฮลิคอปเตอร์สุดโทรมกลายเป็นพุ่งเข้าหาแอนโทนี่อย่างจงใจ ใบพัดที่ดูจะหักไม่หักแหล่เองก็หลุดกระเด็นออกมาทางแขกผู้มีเกียรติกลุ่มสุดท้ายอลันกระโดดหมุนตัวเตะใบพัดหักๆ ที่กระเด็นมาทางแอนโทนี่ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ซากใบพัดแหลมคมจึงถูกกระแทกจนไปฝังเข้ากับผนังตึกปรากฏรอยแตกร้าวเป็นทางยาวเซ็ทจงใจตบมือชื่นชมจนอลันสบถใส่ว่าทำอะไรไม่ถูกสถานการณ์เอาเสียเลย แต่สำหรับเซ็ทท่าทีหัวเสียของอลันมันตลกดีอ่ะนะ“หลบ!!”อลันที่ตอนแรกโมโหใส่เซ็ทอยู่รีบพุ่งตัวไปกดหัวเซ็ทจนหน้าแทบทิ่มพื้น แอนโทนี่เองก็ได้โลแกนช่วยดึงหลบออกไปจากทิศทางอันตราย ลูกกระสุนทะลุผ่านอากาศไปเจาะเข้าที่ผนังที่อยู่ด้านหลังปรากฏรูเป็นจำนวนมาก ทันใดนั้นเองเฮลิคอปเตอร์ก็ไม่ได้เต้นอยู่บนเฟลอร์อย่างเดียวดายอีกต่อไป“ฆ่าให้ได้!!”ชายชุดดำติดอาวุธครบมือนับสิบนายกรูกันเข้ามาในห้องโถง ต่างคนต่างหลบแยกย้ายกระจายตัวกันเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกจัดการรวดเดียว โลแกนรีบเตะโต๊ะกับโซฟาตัวหนาบุผ้าอย่างดีขึ้นเป็นที่กำบังลูกกระสุนส่วนใหญ่เอาไว้ พอให้พวกเขาที่อยู่ ณ จุดนั้นตั้งหลักหลบอันตราย และรอให้ไส้ศึกที่แอนโทนี่สั่งให้มาแอบแฝงตัวเป็นสต๊าฟและยังคงอยู่ในห้องเป็นฝ่ายจัดการพวกสิ่งกีดขวางให้...ถามว่าการต้องมาเป็นผู้ชมนั้นน่าเบื่อมั้ย เซ็ทตอบเลยว่าน่าเบื่อมาก แต่เมื่อยังอยู่ในสายตาปู่แบบนี้ จะให้ไปออกงิ้วออกโขนให้ปู่ด่าเล่นเพราะเป็นห่วงก็ใช่ที“มาเร็วกว่าที่คิดอีกแหะ คงเตรียมคนไว้ดีน่าดู หลบหลังปู่ไว้นะเซ็ท”ลูกกระสุนยังถูกสาดใส่กัน คนที่มีกิ๊ฟที่เข้ามาสู้กันเองมีไม่มากนัก ดูท่าแล้วคงเป็นเพราะทางโรเบิร์ตยังคงอยากสงวนไพ่ที่มีเอาไว้ก่อน หรือไม่ก็กองกำลังไม่ได้ถูกเตรียมพามายังชั้นบนสุดนี่อย่างที่ควรเป็น คนที่เข้ามาจึงมีเพียงแค่สิบกว่าคนในตอนนั้นเองคนของแอนโทนี่ที่มาเสริมจากทางอากาศก็พังเพดานด้านบนลงมา เมื่อสองฝั่งมีคนพอๆ กันการคุมเชิงจึงเป็นไปอย่างไม่ยากเย็น ความอันตรายที่มีในคราแรกถือว่าลดลงไปมากทีเดียวเซ็ทกวาดตามองการต่อสู้อยู่ห่างๆ สามในสิบของทั้งสองฝั่งเป็นพวกมีกิ๊ฟก็จริง แต่พวกนั้นก็ยังเก็บงำความสามารถตัวเองเอาไว้อยู่ ยังไงซะในตอนนี้ผู้มีกิ๊ฟที่หวังผลในการใช้การต่อสู้ให้ได้ดีกว่าอาวุธปืนก็ใช่ว่าจะมีอยู่มาก กับคนสมัยนี้ที่ไม่รู้วิธีก้าวผ่านขีดจำกัดหรือการพัฒนากิ๊ฟ ขีดจำกัดถือว่าไม่สูงอะไร ดังนั้นกิ๊ฟอาจถือเป็นสิ่งสำคัญที่ใช้พลิกสถานการณ์ได้ง่ายๆ ก็จริง แต่ถ้าใช้ผิดจังหวะแล้วใช้การอะไรไม่ได้อีกก็จบเลย นี่เป็นวิธีคิดของพวกมีฝีมือในระดับหนึ่ง...อย่างว่า...ไม่ว่าเมื่อก่อนหรือตอนนี้ พวกมีกิ๊ฟประหลาดใช้การอะไรไม่ได้ก็มีเยอะกว่าพวกที่มีประโยชน์{ในโลกตอนนี้จะหาคนที่ใช้กิ๊ฟได้แทบจะตลอดเวลาแบบคุณน่ะ คงจะหาไม่ได้แล้วล่ะครับ}‘มันก็ไม่แน่โร พวกบ้าบิ่นที่ทลายขีดจำกัดของตัวเองได้ก็ใช่ว่าจะไม่มีสักหน่อย’{น้อยครับ ยังไงก็น้อยแน่ๆ ถ้าอยู่ภายใต้การฝึกของกองทัพหรืออยู่ในภาวะอันตรายตลอดเวลามันก็คงใช่ แต่นี่มันไม่}“กำลังเสริมมาทันเวลาพอดีนะครับ รีบหาช่องถอยก่อนดีกว่า เพราะถ้าพวกนั้นเอากำลังเสริมจากชั้นล่างๆ มาเพิ่มมันก็ยังไม่แน่ว่าใครจะคุมความได้เปรียบได้ ยังไงซะคนที่จัดสถานที่ก็เป็นฝั่งวอล์กเกอร์”“ตอนนี้ก็ต้องขอบคุณ ฮ. ผีสิงลำนั้นที่ยังวนไปวนมาไม่เลิก แถมยังสร้างรูใหญ่เบ้อเริ่มที่ผนังตั้งหลายจุด ไม่งั้นแก๊สพิษที่ลอยต่ำอยู่นี่คงกระจายท่วมห้องไปนานแล้ว ...ฮู่ว”โลแกนที่พยักหน้ารับคำอลันถอนหายใจเบาๆ แม้จะมีลูกกระสุนพุ่งมาเจาะทะลุเบาะหนาแทบจะตลอดเวลาก็ไม่ได้ทำให้สติของกลุ่มคนที่ยังอยู่ตรงนี้จางหายไปได้สิ่งที่โรเบิร์ตเตรียมไว้กลายเป็นหมันอย่างน่าขำ จะว่าอุบัติเหตุหรือแผนใครชนกันก็ช่างมัน เพราะควันแก๊สสีอ่อนที่แทบมองไม่เห็นกำลังถูกลมจากเฮลิคอปเตอร์ผีสิงพัดอย่างแรงทำให้มันลอยต่ำอยู่ในระดับข้อเท้า หากจะโดนควันแก๊สอะไรสักอย่างเล่นงานก็ต้องให้เฮลิคอปเตอร์ลำนั้นชนชั้นลอยจนพังจนพวกเขาร่วงไปในกลุ่มควันเท่านั้นแหละ ว่ากันตามจริงลูกกระสุนปืนที่อาจจะมาเจาะกบาลเมื่อไหร่ก็ได้ยังอันตรายซะกว่าอีก“หัวหน้า พาคุณท่านออกไปจากที่นี่เถอะ!”เสียงใครสักคนตะโกนมาจากฟากที่คนสองกลุ่มกำลังระดมกำลังสาดกระสุนหรือทำอะไรแปลกๆ ใส่กัน ไม่ต้องรอให้พูดซ้ำอลันก็พุ่งตัวออกไปยังใต้รูเพดานที่กำลังเสริมเข้ามา เพียงส่งสัญญาณมือ เชือกเส้นหนาก็ถูกโยนลงมา อลันร้องเรียกโลแกน พร้อมกันนั้นกำลังเสริมก็ขยับตีวงสำหรับป้องกันใหม่โลแกนยกโซฟาหนาใช้แทนเกราะป้องกันแล้วพาเซ็ทกับแอนโทนี่วิ่งมาถึงใต้เชือก พื้นยังคงสั่นเพราะเฮลิคอปเตอร์เจ้าปัญหานั่นยังคงขยับเข้ามากระแทกพื้นชั้นลอยครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งฝั่งคนที่มีเป้าหมายจะฆ่าและฝั่งที่มีเป้าหมายจะปกป้อง ต่างก็ไม่รู้จะทำยังไงกับมันเลยได้แต่ปล่อยมันเอาไว้ก่อน เพราะขืนทำลายมันซะ คงได้เกิดแรงระเบิดที่มากพอจะป่นห้องโถงนี่ทิ้งภายในพริบตา“ใช้กิ๊ฟกับเซ็ท แล้วให้เซ็ทไปก่อนฉัน”“คุณท่าน นายน้อยอยู่ในฐานะการ์ด ยังไงซะพวกนั้นก็เล็งคุณท่านมากกว่า รีบหลบขึ้นไปก่อนแล้วผมจะพานายน้อยตามคุณท่านไปแน่ครับ”กิ๊ฟของโลแกนคือตัวแทน หากจะพูดให้เข้าใจง่ายก็คือตัวตายตัวแทน ในยามที่ใช้กิ๊ฟกับใครสักคนอยู่ หากเขาคนนั้นบาดเจ็บ บาดแผลจะถูกย้ายมาที่ตัวโลแกนทั้งหมด หากถูกโจมตีถึงตายโลแกนจะได้รับบาดแผลฉกรรจ์แล้วสูญเสียประสาทสัมผัสบางอย่างไปแต่ไม่ถึงตาย เป็นกิ๊ฟที่เหมือนจะมีประโยชน์แต่ก็ไร้ประโยชน์ต่อตัวเอง หากไม่ภักดีจริงๆ ใครเล่าจะยอมใช้กิ๊ฟอะไรแบบนี้แก่ผู้อื่น“ปู่ อย่าดื้อไปหน่อยเลยน่า ปู่ก็รู้ว่าผมไม่เป็นอะไร”อย่างไรก็ตามกิ๊ฟของโลแกนไม่จำเป็นต่อเซ็ท ต่อให้เขาบาดเจ็บหนักแค่ไหน ยังไงซะเดี๋ยวแผลมันก็ฟื้นฟู ไม่ต้องให้ใครมารับแผลไปแทนให้เหนื่อยเปล่า แต่ถึงปู่จะรู้อยู่แล้วก็ไม่ยอมอยู่ดี ส่วนหนึ่งเพราะไม่อยากให้หลานเจ็บตัว อีกส่วนเพราะไม่รู้ถึงขีดจำกัดและข้อแลกเปลี่ยนที่หลานต้องทนรับ“ไม่ เซ็ทต้องออกไปก่อนปู่”“...โลแกน ใช้กิ๊ฟกับปู่ เดี๋ยวนี้เลย”เส้นเลือดในสมองกระตุกยิกๆ หันไปสั่งโลแกนเสียงเข้มจนเจ้าตัวสะดุ้งพยักหน้ายืนยันว่าใช้ไปแล้ว เซ็ทจึงได้อุ้มตัวปู่ที่รูปร่างและส่วนสูงพอๆ กับตัวเองขึ้นพาดบ่า“เฮ้!! เดี๋ยว-!!”แอนโทนี่ที่ทั้งตกใจ สับสน ตื่นตระหนกพยายามขัดขืนการกระทำของหลานแทบทุกอย่าง หากแต่ก็ไม่สามารถทำได้ เซ็ทที่แบกร่างหนาของปู่ไว้บนไหล่ใช้สองมือเกาะเชือกแล้วปีนไต่ปมเชือกขึ้นไปด้านบนได้อย่างคล่องแคล่ว โดยไม่ต้องรอให้ผู้ที่อยู่ด้านบนช่วยสาวเชือก เซ็ทก็พาร่างปู่ขึ้นไปบนฮ. เรียบร้อยแล้ว“เด็กอย่างหลานนี่มัน- กลับไปจะบ่นให้หูชาเลยคอยดู ...เรารีบถอยไปจากตรงนี้ก่อน ระวังโดนลูกหลง แล้วก็สั่งให้ทุกคนถอยด้วย เน้นว่าให้หนีออกมาอย่างปลอดภัย ไม่ต้องเอาตัวเข้าไปเสี่ยง”“ครับๆ ไว้ค่อยว่ากันนะครับ คุณท่านปลอดภัย! ถอยเดี๋ยวนี้ ห้ามใครตายทั้งนั้น!”เซ็ทที่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงแทนตะโกนสั่งทันทีที่ปู่กล่าวจบ ทั้งโลแกนและอลันต่างก็พยักหน้ารับทราบ ผู้ใช้กิ๊ฟบาเรียประเภทหนึ่งที่นั่งอยู่ในเฮลิคอปเตอร์อยู่แล้วรีบเร่งพลังใช้กิ๊ฟป้องกันลูกกระสุนที่เล็งมาทางพวกเขา เป็นเขตป้องกันขนาดไม่ใหญ่ พอแค่บังคับให้ครอบคลุมตัว ฮ. ทั้งลำ แต่นั่นก็ใช้สมาธิสูงมาก ซึ่งแค่ดูก็รู้ว่ายังไงก็คงสมาธิอยู่ได้ไม่นาน“เฮ้ย! รีบขับออกไปจากตรงนี้สิฟะ มัวรีรออะไรอยู่!?”“ไปไม่ได้ บังคับเครื่องไม่ได้!!”“อะไรนะ!?”คนกางบาเรียและคนขับฮ. ต่างก็มีสีหน้าสื่ออารมณ์ไปในทิศทางเดียวกัน หากมีแค่พวกเขาสองคนก็คงไม่เท่าไหร่ แต่นี่คุณท่านนั่งอยู่บนนี้แล้ว สิ่งที่สำคัญกว่าชีวิตของตัวเองก็คือชีวิตของเจ้านาย การอยู่เป็นเป้านิ่งบนนี้ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเลยแม้จะไม่ได้กล่าวถึงแต่กลุ่มคนชุดดำเริ่มนำกำลังเสริมมาแล้ว กลุ่มคนที่มีกำลังพอๆ กันจึงกลายมาเป็นเสียเปรียบอีกหน เมื่อฝั่งผู้ล่ามีคนมากกว่าทั้งยังมีอาวุธครบมือกว่าพวกนั้นเห็นแล้วว่าแอนโทนี่นั้นไม่ได้หาทางหนีแบบคนธรรมดา หากแต่หนีขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปด้านบน โดยไม่กลัวแม้กระทั่งมือสไนเปอร์ที่อยู่ไกลออกไป ทำให้หลุดรอดกองกำลังและกับดักที่เตรียมไว้ได้อย่างง่ายดาย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ารอดแล้วจะรอดไปได้ตลอด เพราะต่อให้ไม่ได้ใช้สิ่งที่เตรียมไว้ในตัวตึก แต่เครื่องไม้เครื่องมือกับกำลังพลด้านนอกต่างก็มีพร้อมเช่นกัน...มีผู้ใช้กิ๊ฟบาเรียแล้วยังไง บาเรียมันก็ใช่ว่าจะถูกทำลายไม่ได้ ในเมื่อเริ่มไปแล้วก็ต้องจบด้วยความสำเร็จเท่านั้น!!“ชิบหายล่ะ นั่นมัน... RPG!!”เครื่องยิงจรวดต่อต้านพาหนะประเภทรถถังตั้งลำกล้องเล็งอยู่มุมหนึ่งของห้องโถง และเป้าที่มันเล็งจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกเสียจากเฮลิคอปเตอร์ที่แอนโทนี่นั่งอยู่หัวกระสุนปืนใหญ่พุ่งไปยังเหนือหัวของทุกคนโดยไร้เสียงเตือน ไม่มีใครแน่ใจว่าบาเรียที่คลุมเฮลิคอปเตอร์อยู่ในขณะนี้จะสามารถกันลูกกระสุนได้ เพราะงั้นใครสักคนจึงทำสิ่งที่น่าเหลือเชื่อด้วยการเตะอัดฮ. ผีสิงที่หนักเป็นตันทั้งยังมีน้ำมันรั่วให้กระเด็นขึ้นไปขวางวิถีกระสุนเอาไว้ก่อนการเตะตัวเครื่องฮ. ที่พังยับให้กระเด็นสูงขึ้นไปเหนือหัวกว่าสองเมตร มันเป็นการกระทำที่ไม่น่าเป็นไปได้ ทั้งยังบ้าบิ่นมาก และต่อให้มันเป็นไปได้ ก็คงไม่ต้องไม่ต้องบอกว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น...บรึ้มมมม!!ยอดตึกเอมไพร์สเตตพังยับจากแรงระเบิดของเฮลิคอปเตอร์ลำใหญ่ เศษซากอิฐปูนถล่มลงมายังพื้นเบื้องล่าง บังเกิดกลุ่มควันหนาพร้อมทั้งประกายไฟสีแดงฉาน เป็นภาพที่สามารถซ้อนทับกับเหตุการณ์วันเสาร์ที่ 11กันยายน พ.ศ. 2488 ที่ครั้งหนึ่งเคยมีเครื่องบินทิ้งระเบิดพุ่งเข้าชนตึกที่อยู่ ณ ตอนนี้ หากทว่าเมื่อเทียบกันแล้ว ไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้ว่าครั้งไหนจะเสียหายหนักกว่ากันแรงระเบิดก่อให้เกิดการสั่นสะเทือน ตัวเฮลิคอปเตอร์อีกลำที่ถูกปกป้องทั้งยังอยู่ไม่ห่างจากแรงระเบิดเท่าไหร่นั้นเกิดการสั่นไหวจนยากจะควบคุม ตัวเครื่องที่ไม่ว่ายังไงก็ไม่ขยับเมื่อครู่เปลี่ยนทิศทางในทันที และในขณะนั้นเองการเคลื่อนไหวของเครื่องก็ทำให้ประตูที่ยังปิดไม่สนิทอ้าออกกว้าง แรงสั่นพัดพาคนที่ยังไม่ได้นั่งลงรัดเข็มขัดให้เซถลาหลุดออกจากตัวฮ....ท่ามกลางลมพัดแรง ร่างสูงโปร่งอันเป็นดวงใจของแอนโทนี่ร่วงหล่นลงไปยังพื้นนภาเบื้องล่าง ก่อนจะหายไปท่ามกลางกลุ่มควันหนาแน่นจนมองไม่เห็นอะไรอีกเลย สิ่งที่หลงเหลืออยู่นอกจากเสียงระเบิดก็คงจะเป็นเสียงร้องเรียกชื่อหลานของราชสีห์ที่รู้สึกเหมือนหัวใจกำลังแตกสลาย“เซ็ท-----------!!”
‘ระหว่างความสนุกส่วนตัวแต่ต้องแลกมาด้วยความเป็นห่วงของคนสำคัญ เลือกสนุกโดยไม่ให้คนอื่นเป็นห่วงไม่ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดหรอกเหรอ’
----------------ก่อนอื่นเลยก็ กราบขอโทษที่หายไปนาน (อีกแล้ว) ค่ะ ถ้าตามในเพจจะรู้ว่าแมวปวดตาเลยไม่ได้ลงในวันอังคาร แล้วทีนี้ก็มีเหตุเข้ามาคือคุณย่าของเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กของแมวเสียกะทันหัน (บ้านใกล้กันด้วย) เขาก็เป็นเหมือนญาติผู้ใหญ่เรา เจอหน้ากันบ่อย ก็ไปช่วยงานมา พึ่งเผาไปเมื่อวันอาทิตย์นี้เอง แต่อันนี้แมวไม่ได้แจ้งไว้ หากทำให้ใครเป็นห่วงแมวก็ขอโทษด้วยเน้อ //ยังปวดๆ ตาอยู่บ้างแต่ก็ดีขึ้นถ้าไม่จ้องจอนานๆ จะรักษาตัวเองให้ดีค่ะเรื่องที่สองที่ต้องขอโทษ...คือ...แมวไม่ได้จงใจจะยืดนะ แต่มันตัดฉากไม่ได้จริงๆ อ่ะ มันไม่ใช่นิสัยแมวที่อยู่จะสคริปบทว่าแอนโทนี่หนีออกไป เซ็ทตกจากฮ. ในหน้าเดียวแล้วก็ขึ้นบทใหม่ จากที่ทุกคนอ่านมาน่าจะรู้ดีว่าแมวมันละเอียดในเรื่องไม่เป็นเรื่อง และมันคงจะทำให้ทุกคนต้องเสียเวลาอ่านน้ำกันมากหน่อยล่ะ สัญญาว่าตอนหน้าได้บู๊แน่ๆ ละ เรื่องโรโล่จบจากตรงนี้ไปก็ได้เคลียร์แน่นอน ยืดกันอีกหน่อย อย่าพึ่งเบื่อกันเลยนะ //กราบอีกครั้งและกราบครั้งที่สาม หากทุกคนยังรอแมวอยู่ทั้งๆ ที่อยู่ๆ แมวก็หาย แมวจะขอขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ ขอบคุณจากใจเลย ขอโทษอีกครั้งที่ทำให้รอนะคะ //ไหนๆ มันก็ยังน้ำ ทั้งยังหายไปนาน ก็ไม่ติดเหรียญกันอีกสักตอนเนอะ ชดเชยกันไม่ได้แต่ก็อยากชดใช้นะ ฮือ