King of world ราชันแห่งพิภพ

    สงครามคืนเดือนมืด

    ​

    ขุมกำลังของผู้เข้าร่วมใหม่ล่าสุดในสงครามครั้งนี้คือออร์ค!

    ออร์ค สิ่งมีชีวิตรูปร่างสูงใหญ่พอๆกับมนุษย์ แต่พวกมันมีร่างกายที่แข็งแกร่ง ทนทานยิ่งกว่า ใบหูแหลมยาวห้อยตกลง สันจมูกสั้นหนาคล้ายกับหมู ริมฝีปากมีเขี้ยวงอโค้งออกมา ผิวกายมีสีเขียวเช่นเดียวกับก็อบลิน ว่ากันว่าออร์คและก็อบลินนั้นถือเป็นญาติห่างๆกัน

    เพียงแต่ก็อบลินนั้นมีนิสัยขี้ขลาดเจ้าเล่ห์ แต่ออร์คนั้นมีเพียงสันดานดิบของพวกมันคือความดุร้ายและพละกำลังที่สูงกว่าก็อบลิน

    "ฮี่ๆๆ ไม่น่าเชื่อว่าพวกข้าจะต้องออกโรงทั้งๆที่พึ่งเดินทางมาถึง ดูเหมือนว่าเพื่อนตัวน้อยของพวกเราจะมาตรฐานตกลงไปเยอะเลยนะ"ออร์คตัวหนึ่งเอ่ยขึ้น ออร์คตัวนี้มีร่างกายสูงใหญ่กว่า 2เมตร เรือนผมกร้านสีดำมัดหางม้ายาวถึงกลางหลัง ร่างกำยำเปลือยท่อนบนยืนเด่นสง่าท่ามกลางหมู่ออร์ค ที่เอวของมันห้อยไว้ด้วยกะโหลกศีรษะจำนวนมาก มันหันมองสีหน้าหวาดกลัวของเหล่าทหารอาสารอบๆด้วยความถึงพอใจ

    "ว่าแต่ข้าได้ข่าวว่าจีซัสเป็นคนนำทัพครั้งนี้ไม่ใช่หรือ เจ้านั่นไปไหนซะละ?"

    "ทะ..ท่านจีซัสตายแล้วขอรับท่านวาลอค"ก็อบลินตัวหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงยำเกรง เพราะออร์คร่างสูงตรงหน้าของมันคือ ขุนพลออร์ค ผู้อยู่ระดับเดียวกับจีซัส!

    ขุนพลออร์คนามวาลอคชะงักไป ก่อนที่ร่างของมันจะสั่นเทิ้มเบาๆและระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

    "หึ! หึหึ! ฮ่าๆๆๆ! เจ้าจีซัสตายแล้วงั้นหรอ น่าเสียดายจริงๆ ข้าคิดว่าเสร็จจากสงครามครั้งนี้จะชวนมันไปดื่มเสียหน่อย"วาลอคหยุดคำก่อนจะหันหน้ามามองเหล่ามนุษย์รอบๆด้วยสายตาเฉยชาแต่แฝงไว้ด้วยความดุดัน

    "ก่อนอื่นข้าคงต้องล้างแค้นให้สหายผู้ล่วงลับก่อนสินะ"

    "ถอยยย! วิ่งหนีเข้าไปในเมืองกรีนวู้ด!!"หลงร้องตะโกนเสียงดังพร้อมกับที่วาลอคเอ่ยว่า

    "ฆ่าพวกมันให้หมด!"วาลอคคำรามลั่น ก่อนออร์คร่างใหญ่จะหยิบอาวุธของมันออกมา กระบองหนามขนาดใหญ่ที่ทำจากเหล็กทั้งชิ้นโผล่ขึ้นมาในมือของวาลอค

    "ตาย!!"วาลอคคำรามด้วยความเดือดดาล หวดดกระบองหนามเข้าใส่ศีรษะของทหารอาสาคนหนึ่ง

    โพล๊ะ!

    ศีรษะแตกกระจายออกราวกับแตงโม ฝูงออร์คคำรามด้วยความป่าเถื่อนวิ่งพุ่งทะยานถืออาวุธไล่หวดทหารอาสาด้วยความดุเดือด

    "ล้างแค้นให้สหายข้า!!!"วาลอคเปล่งเสียงร้องด้วยความโกรธแค้น

    "อย่างแกต้องมาเจอกันฉัน!"หลงแผดเสียงดังลั่นฟันง้าวเข้าใส่วาลอคเต็มแรง

    เสียงกระทบอาวุธดังแสบแก้วหู วาลอคเหลือบตามองหลงด้วยความสนใจ

    "ดูเหมือนพวกมนุษย์ก็พอมีฝีมืออยู่บ้างสินะ"ดวงตาวาลอคลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งการต่อสู้

    "เข้ามาเลยมนุษย์! แสดงให้เห็นว่าเจ้ามีดีแค่ไหน"วาลอคเงื้อกระบองหนักขึ้นสูงและฟาดตรงดิ่งลงมาหวังทุบหัวหลงให้แบะคาที่!

    หลงกัดฟันหวดง้าวในมือฟันสวนขึ้นไปอย่างตรงไปตรงมา ง้าวและกระบองกระทบกันเสียงดังก่อนจะเด้งแยกออกจากกันด้วยความเร็วสูง

    หลงเบิกตามองวาลอคด้วยแววตาเหลือเชื่อและหันมามองง่ามมือของตนที่ฉีกขาดจากการโจมตีครั้งเดียว!

    'เราสู้พละกำลังมันไม่ได้'

    หากมองโดยรวมดูเหมือนว่าวาลอคจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าจีซัสซะอีก!

    หลงเหงื่อตกลมหายใจกระชั้นถี่ยิบ เหลือบตามองด้านหลังก็เห็นกองทัพทหารอาสาที่ยังเหลือรอดอยู่ต่างหนีตายกันจ้าละหวั่น

    'เอายังไงดี'หลงรู้สึกวิตกกังวล แต่แล้วหางตาของเขาก็เหลือบไปเห็นแสงสว่างบางอย่างกำลังพุ่งมา!

    เปรี้ยง!

    ศรแสงสีขาวพุ่งเป้ามาที่ส่วนศีรษะของวาลอค แต่ออร์คร่างสูงยกกระบอกขึ้นป้องกันได้ทัน เมื่อลดกระบองลงมันก็ไม่เห็นร่างของหลงอยู่ตรงหน้าแล้ว

    "เจ้ามนุษย์ขี้ขลาด! เจ้าหลบหนีจากการต่อสู้ได้อย่างไร"วาลอคตะเบ็งเสียงกระหึ่ม ก่อนจะหันไปมองรอบๆแล้วเห็นว่าหลงกำลังถอยไปพร้อมกับกองทัพทหารอาสาพร้อมกับสะกัดกองกำลังออร์คไม่ให้ตามไป

    "ฮึ่ม! อย่าหวังว่าจะหนีไปได้"วาลอคสาวเท้าเตรียมออกไล่ล่า แต่ทว่าก็มีศรสีขาวหมุนควงสว่านมาดักหน้าไว้

    วาลอคปัดศรสีขาวทิ้งอย่างฉุนเฉียว แต่ทว่ากลับมีศรสีขาวตามมาอีกเป็นพรวนสกัดกั้นไม่ให้วาลอครุกคืบไปด้านหน้า

    "น่ารำคาญจริง!"วาลอคเปล่งเสียงคำรามแต่มันก็ไม่อาจจะทำอะไรได้ หากปล่อยให้ศรแสงนี้กระทบร่างกายขึ้นมา น่ากลัวว่าจะไม่ใช่แผลเล็กๆ!

    "เปิดประตูเมืองให้พวกเขา!"ฟลาวด์ตะโกนบอกคนคุมประตูเมืองให้เปิดประตูเมืองให้กับทัพทหารอาสาที่วิ่งหนีตายมา

    พลธนูบนกำแพงต่างยิงคุมเชิงไว้ไม่ให้กองทัพก็อบลินที่ยังเหลือรอดอาศัยจังหวะหลุดรอดเข้ามาในเมือง

    หลงวิ่งตามมาคนสุดท้ายของทัพทหารอาสา เมื่อเห็นว่าทุกคนได้เข้ามาอยู่ในเมืองแล้วฟลาวด์ก็เอ่ยขึ้นว่า

    "ปิดประตูเมือง!"

    หลงมองดูประตูใหญ่ที่ปิดไล่หลังเขาด้วยสายตาอ่านยาก ด้านหลังประตูยังเต็มไปด้วยก็อบลินและออร์คที่ตะเบ็งเสียงร้องขู่คำรามไม่หยุด

    ชายร่างยักษ์กระแทกง้าวลงกับพื้น หยิบกระบอกน้ำออกมาดื่นกลั้วคอและถุยทิ้ง

    หลงรู้ว่าหลังจากเข้ามาในเมืองภาระบนบ่าของเขาเบาลงมาก ชายวัยกลางคนเก็บง้าวเข้าไปในแหวนมิติและเดินขึ้นบันไดไปยืนบนกำแพงเมือง

    "สวัสดีค่ะคุณหลง ขอบคุณมากนะค่ะที่มาช่วยพวกเรา"ฟลาวด์เอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นหลงเดินขึ้นมา

    หลงออกเสียงในลำคอรับคำ ดวงตาคมกล้าจ้องเขม็งไปยังสนามรบ

    "หวังว่าพวกมันจะถอยทัพไปนะ"หลงพึมพำเบาๆ

    "พวกมันต้องถอยแน่ๆค่ะ นี้ก็ใกล้จะมืดแล้วพวกมันคงมะ.."

    "พวกเจ้าอย่าคิดว่าเรื่องนี้จะจบลงแค่นี้!!"วาลอคแผดเสียงด้วยความโกรธเกรี้ยวขัดคำพูดฟลาวด์

    ออร์คร่างยักษ์หันไปเอ่ยบางอย่างกับก็อบลินที่อยู่ใกล้ตัว หลังจากพูดจบก็อบลินตัวนั้นก็พยักหน้าวิ่งหายลับกลับไปในป่า จากนั้นวาลอคก็ตะโกนสั่งว่า

    "เดินทัพ!"เหล่าก็อบลินที่ยังเหลือรอดอยู่มองหน้ากันอย่างมึนงงไม่ทราบว่าจะทำตามดีหรือไม่ แต่ออร์คทั้งหลายต่างไม่ลังเลเดินหน้าตามคำสั่ง

    ก็อบลินสวมเกราะหันมองหน้ากันก่อนจะตัดสินใจเดินทัพตามวาลอคไป

    "พวกมันไม่คิดจะหยุดอยู่แค่นี้งั้นหรอ"หลงกล่าวเสียงเครียด ตอนนี้กองทัพทหารอาสาของเขาไม่เหลือแรงจะสู้รบอีกต่อไปแล้ว

    ฟลาวด์ก็เครียดไม่ต่างกัน วันทั้งวันเธอรบมานานกว่าหลงซะอีก แม้จะเริ่มชาชินกับสงครามแล้ว แต่คนของเธอก็ไม่ใช่หุ่นยนต์ที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

    "พลธนูเตรียมยิง!"ฟลาวด์เปล่งเสียงดังลั่น พลธนูบนกำแพงต่างนำลูกธนูขึ้นพาดสาย หากสังเกตดีๆจะพบว่านิ้วมือของพวกเขาต่างแดงก่ำห้อเลือดและสั่นเทาจนแทบรั้งสายไว้ไม่อยู่

    "หยุด!"

    วาลอคคำรามลั่น สั่งหยุดทัพห่างจากระยะหวังผลของมือธนูไปไม่ไกล

    "นั่งลงพักได้!"เหล่าออร์คและก็อบลินต่างนั่งลงตามคำสั่ง

    ฟลาวด์และหลงมองการกระทำของวาลอคด้วยแววตาสับสน

    "บอกพลธนูลดอาวุธลงเถอะ ดูท่าพวกมันคงไม่่บุกมาตอนนี้หรอก"หลงบอกเสียงเรียบ ฟลาวรีบทำตามคำแนะนำตามที่บอก

    "บอกคนของพวกเรารีบใช้โอกาศนี้พักฟื้นซะ! อีกไม่นานพวกมันบุกมาแน่!"หลงกล่าวเสียงเข้มและลงจากกำแพงไปตรวจเช็คสภาพทหารอาสา



    ค่ำคืนนี้บรรยากาศภายในเมืองกรีนวู้ดแตกต่างจากทุกวัน ผู้คนภายในเมืองต่างรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้น ความกดดันหนักอึ้งกดทับลงบนจิตใจของพวกเขา ไม่มีใครสามารถข่มตาหลับได้ลง

    ไฟบนกำแพงถูกจุดจนสว่างจ้า บนกำแพงเมืองมีเหล่าทหารปกป้องเมืองเฝ้าประจำอยู่จนแน่นขนัด แม้จะอยู่ในช่วงเวลาพักรบ แต่ทุกคนต่างก็พยายามเพ่งสายตาฝ่าความมืดไปเพื่อมองว่ากองทัพศัตรูทำอะไรอยู่

    "น่าแปลก ทำไมพวกมันไม่จุดไฟกัน"ทหารยามคนหนุ่งเอ่ยขึ้น คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด ไม่มีแสงจันทร์ส่องสว่างอย่างที่เคย

    หากทั้งเมืองลองดับไฟพวกเขาจะมองไม่เห็นแม้แต่มือตัวเองเสียด้วยซ้ำ!

    ครึก! ครืน! ครืน!

    ท่ามกลางความเงียบอยู่ๆก็มีเสียงการเคลื่อนไหวดังมาจากชายป่า ผู้คนที่ยืนประจำอยู่บนกำแพงต่างลุกขึ้นยืนเพ่งสายตามองไปข้างหน้า แต่ก็ไม่สามารถเห็นอะไรได้ สิ่งเดียวที่พวกเขารับรู้ก็คือเสียงการเคลื่อนไหวจากชายป่าเท่านั้น

    วู่~~~~~~~~~~~

    "พวกมันจะบุกมาแล้ว!"ประชากรภายในเมืองกรีนวู้ดต่างแตกตื่นกันถ้วนหน้า

    หลงและฟลาวด์ต่างรีบตาลีตาเหลือกวิ่งขึ้นมาบนกำแพงเมืองและสอบถามสถานการณ์

    "แย่แน่! พวกเราไม่รู้เลยว่าพวกมันบุกมากันแค่ไหน"หลงเอ่ยเสียงเครียด

    "มิลิน เธอไปบอกกำแพงด้านอื่นคอยเฝ้าระวังไว้ให้ดี หากมีอะไรเกิดขึ้นรีบมารายงานฉันทันที"ฟลาวด์เอ่ยสั่งรองหัวหน้ากิลด์ของเธอ

    เสียงฝีเท้าจำนวนมากเดินตึงตังออกมาไม่หยุดก่อนจะเงียบหายไป ทุกคนบนกำแพงต่างเงียบเสียงไม่เอ่ยอะไรแม้แต่คำเดียว จิตใจของพวกเขาต่างเต้นระทึกถี่แรง

    หลงเร่งประสาทสัมผัสขึ้นจนสุดตัว รอคอยตอบโต้เหตุการณ์ไม่คาดฝัน ในที่สุดหูของเขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างพุ่งตัดอากาศมา!

    "ระวัง! มีบางอย่างกำลังพุ่งมาทางนี้"เหล่าทหารบนกำแพงเมืองกระชับอาวุธแน่น หันมองไปรอบๆเลิ่กลั่ก

    ยิ่งนานเสียงยิ่งชัดจนในที่สุดทุกคนก็ได้ยินเสีงบางอย่างพุ่งตัดอากาศมาที่พวกเขา

    ตูมมม!

    ก้อนหินยักษ์โผล่เขามาในระยะมองเห็นเพียงครู่เดียว ก่อนจะกระแทกเข้ากับกำแพงเมืองโดยไม่มีใครตั้งตัว ทหารเฝ้ากำแพง 3 นายถูกก้อนหินยักษ์บดเป็นก้อนเนื้อโดยไม่มีเสียงร้องออกมาสักแอะ!

    "เฮ้ย! ก้อนหินโผล่มาจากไหนวะ"

    "มันเกิดอะไรขึ้น!"

    ทหารเฝ้ากำแพงเมืองต่างแตกตื่น ก่อนที่ในหูของพวกเขาจะได้ยินเสียงแหวกอากาศจำนวนมากพุ่งเข้ามา

    ตูม! ตูม! ตูม!..

    ก้อนหินยักษ์อีกจำนวนหนึ่งพุ่งเข้าชนกำแพงจนแตกหัก และคร่าชีวิตทหารปกป้องกำแพงไปหลายนาย

    "ไม่ดีแน่! พวกมันมีเครื่องยิงหิน!!!!"