สิ้นเสียงของอวิ๋นหรั่นเยว่ เหล่าศิษย์ในชุดสำนักศึกษาชางหลานต่างพากันหนีออกมาจากหลุมลึกด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
"ช่วยด้วย! ผู้าุโหลิ่วกลายเป็มารแล้ว! เขากินศิษย์น้องสองคนเข้าไปทั้งตัวเลย!"
"แย่แล้ว! ผู้าุโหลิ่วเข้าสู่ทางมารแล้ว!" เหล่าศิษย์ะโลั่นขณะวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
ท่ามกลางความวุ่นวายอวิ๋นหรั่นเยว่เหลือบไปเห็นอวิ๋นเสวี่ยเวย ซึ่งในเวลาเช่นนี้นางกลับถูกรายล้อมด้วยบุรุษหลายคนกางเขตแดนอาคมปกป้องไว้อย่างมิดชิดเพื่อกั้นไอมาร ในขณะที่คนอื่นต่างตกอยู่ในสภาพอเนจอนาถมีเพียงนางเท่านั้นที่ไม่มีแม้แต่ฝุ่นเกาะตามตัว
อวิ๋นเสวี่ยเวยเองก็มองมาทางนี้เช่นกัน ทันใดนั้นดวงตาก็เป็ประกาย นางสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของศิษย์พี่ศิษย์น้องแล้วรีบบินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
"ท่านจอมยุทธ์โปรดช่วยพวกเราด้วย เดิมทีพวกเรากำลังศึกษาอยู่ด้านใน... ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ ๆ ไอมารก็รั่วไหลออกมา ผู้าุโหลิ่วเป็คนแรกที่ถูกไอมารจู่โจมจนเข้าสู่ทางมาร ช่างน่ากลัวเหลือเกินเ้าค่ะ"
อวิ๋นเสวี่ยเวยทำสีหน้าหวาดกลัวแล้วพยายามหาโอกาสเข้าไปกอดแขนของหลงเยี่ยเยี่ยนเอาไว้ นั่นก็เพื่อให้มีการััทางกายและสร้างความประทับใจให้แก่เขา
ทว่านางยังไม่ทันจะได้เข้าใกล้ เขาก็สะบัดแขนเสื้อเพียงครั้งเดียวร่างของนางก็ถูกฟาดจนปลิวออกไป กระแทกเข้ากับกำแพงอย่างแรงจนอวัยวะภายในแทบจะเคลื่อนผิดที่
"พรืด!"
นางเหลือบไปเห็นสองแม่ลูกที่น่ารังเกียจคู่นั้นกำลังมองมาด้วยสายตาเยาะเย้ย ทำไมพวกนางถึงโผล่มาให้เห็นทุกที่เช่นนี้กันนะ!
"อ๊าก!" เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นหลายระลอก อวิ๋นหรั่นเยว่จึงมองตามไป
มีชายชราคนหนึ่งพุ่งออกมาจากหลุมลึก ดวงตาทั้งสองข้างเป็สีแดงฉาน รอบกายเต็มไปด้วยไอมารที่พลุ่งพล่าน ในมือคว้าตัวศิษย์ของสำนักศึกษาชางหลานไว้หลายคน
กร๊อบ!
หักคอพวกเขาแล้วสูบโลหิตบริสุทธิ์จากร่างกาย
ชายชราผู้นี้คงจะเป็ผู้าุโหลิ่วที่พวกเขาพูดถึงสินะ!
ไม่รู้ว่าเขาสูบเืบริสุทธิ์ของศิษย์ไปมากเท่าใด พลังบำเพ็ญจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ในยามนี้เขามีพลังถึงระดับสูงสุดของขั้นจอมิญญา ซึ่งแทบจะไม่ต่างจากพลังของรองเ้าสำนักเลย
อวิ๋นเสวี่ยเวยเมื่อเห็นภาพนี้ ใบหน้าก็ซีดเผือด รีบตะเกียกตะกายหนีกลับไปยังจุดเดิมราวกับคนเสียสติ ในขณะนั้นอวิ๋นหรั่นเยว่เห็นหลงเยี่ยเยี่ยนชักกระบี่แล้วเข้าไปต่อสู้กับผู้าุโหลิ่วโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
พลังของผู้าุโหลิ่วที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วไม่ใช่เพียงเพราะการสูบเืบริสุทธิ์เท่านั้น นางยังสังเกตเห็นว่ามีไอมารจากสุสานกระบี่ไหลบ่าเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างไม่ขาดสาย ดังนั้นต่อให้หลงเยี่ยเยี่ยนจะเก่งกาจเพียงใด แต่หากสู้กันระยะยาวย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผู้าุโหลิ่วแน่นอน
นางขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมโบกมือให้เสี่ยวอี้ถอยออกไปก่อน จากนั้นจึงชักกระบี่เก้าดาราออกจากฝักแล้วส่งมันขึ้นสู่ท้องฟ้าเบื้องบน
ในขณะนี้ยอดฝีมือจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ ทุกคนในเมืองต่างเฝ้าติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขาเห็นชายหนุ่มสวมหน้ากากคนหนึ่งกำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกลางอากาศกับผู้าุโหลิ่วผู้เข้าสู่ทางมาร ภายใต้ไอมารที่พวยพุ่งขึ้นมาจนบดบังแสงอาทิตย์
ในขณะเดียวกันก็เห็นกระบี่ยาวเล่มหนึ่งบินขึ้นสู่ห้วงอากาศ ตัวกระบี่ค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นพร้อมกับดาวเก้าดวงบนตัวกระบี่ที่ทอแสงสว่างจ้า พร้อมแผ่พลังแห่งแสงสว่างออกมา
วึ่ม!
ทันใดนั้นกระบี่เก้าดาราก็ส่งเสียงกังวานใสราวกับัคำราม ทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรที่ถูกไอมารแทรกซึมเพียงเล็กน้อยด้านล่างสามารถขจัดจิตมารได้ เมื่อไอมารสลายไปจากร่างกาย จิตใจก็กลับมาปลอดโปร่งดังเดิม ไม่ถูกไอมารควบคุมอีกต่อไป
พลังแห่งแสงสว่างสาดส่องไปทั่วเมืองชื่ออวิ๋น ภายใต้แสงสีทองไอมารค่อย ๆ เลือนหายไป ไอมารที่เคยปกคลุมท้องฟ้าหายวับไปในพริบตา เหลือเพียงหมอกดำราวกับพายุขนาดั์ภายในส่วนลึกของหอตำราที่ยังคงส่งไอมารเข้าสู่ร่างกายของผู้าุโหลิ่วอย่างต่อเนื่อง
กระบี่เก้าดาราทะยานไปยังหลังคาอาคารข้างหอตำรา ผู้คนเห็นมือเรียวบางของหญิงสาวในชุดกระโปรงยาวสีชมพูยื่นออกมา รับกระบี่เก้าดาราไว้ในมือได้อย่างแม่นยำ
นางหยดเืบริสุทธิ์ลงบนตัวกระบี่ ทันใดนั้นแสงสีทองของกระบี่เก้าดาราก็ยิ่งเจิดจ้าขึ้นอีกครั้ง จากนั้นหญิงสาวก็สะบัดมือเบา ๆ เพียงเล็กน้อย ส่งกระบี่เก้าดาราให้พุ่งทะยานดุจลูกศรตรงไปยังส่วนลึกของสุสานกระบี่!
ตูม!
เสียงะเิดังสนั่น กระบี่นับไม่ถ้วนที่แปดเปื้อนไอมารส่งเสียงกรีดร้องอย่างขัดขืน แรงสั่นะเืทำให้ทั้งเมืองสั่นคลอนราวกับแผ่นดินไหว
"สยบ!" หญิงสาวตวาดเบา ๆ เสียงกระบี่ก็หยุดลงทันที และไอมารที่พุ่งขึ้นฟ้าก็ถูกตัดขาด
แสงแดดลอดผ่านหมู่เมฆลงมาสู่พื้นดิน แสงอาทิตย์สายหนึ่งสาดส่องลงมายังร่างของหญิงสาวขับเน้นผิวพรรณของนางให้ผุดผ่องราวกับหยกสลัก กลิ่นอายสูงส่งราวกับเทพ์ผู้ลงมาโปรดโลก ภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจนี้ประทับอยู่ในใจของผู้คนมากมายที่เข้ามาเฝ้าดูสถานการณ์
เมื่อขาดการสนับสนุนจากไอมาร พลังบำเพ็ญของผู้าุโหลิ่วก็ลดฮวบลงทันที หลงเยี่ยเยี่ยนเหลือบมองอวิ๋นหรั่นเยว่ มุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยก่อนจะแทงกระบี่เข้าที่หัวใจของผู้าุโหลิ่ว
"หยุดมือ!"
ทันใดนั้นเสียงที่เต็มไปด้วยแรงกดดันดังแว่วมาจากระยะไกล อวิ๋นหรั่นเยว่หันไปก็เห็นรองเ้าสำนักรีบรุดเข้ามา พลางซัดฝ่ามือหวังขัดขวางการสังหารของหลงเยี่ยเยี่ยน ทว่ากระดองเต่าเสวียนอู่ของเสี่ยวอี้กลับบินขึ้นมากลางอากาศ รับแรงปะทะนั้นไว้แทนหลงเยี่ยเยี่ยน
ฉัวะ!
กระบี่เล่มหนึ่งแทงทะลุหัวใจของผู้าุโหลิ่ว!
ไม่เพียงเท่านั้น พอหลงเยี่ยเยี่ยนยกมือกำมือกลางอากาศ ศีรษะของผู้าุโหลิ่วะเิออกกลางอากาศราวกับดอกไม้ไฟสีแดงที่แตกตัว
ปัง!
ร่างไร้หัวของผู้าุโหลิ่วร่วงหล่นลงสู่พื้น
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในชั่วพริบตา กว่ารองเ้าสำนักจะเคลื่อนย้ายพริบตามาถึง ผู้าุโหลิ่วก็ตายสนิทเสียแล้ว เพราะแม้แต่ดวงิญญาในหัวก็ถูกหลงเยี่ยเยี่ยนบีบจนแหลกละเอียด
"เดรัจฉาน! เ้ากล้าดีอย่างไร!" รองเ้าสำนักตาแทบถลน กัดฟันกรอดะเิโทสะออกมาอย่างรุนแรง
"ท่านต่างหากที่เป็เดรัจฉาน! ผู้าุโหลิ่วของสำนักท่านเข้าสู่ทางมาร การฆ่าเขาคือการกำจัดภัยให้ราษฎร รองเ้าสำนัก ท่านคิดจะปกป้องผู้บำเพ็ญเพียรวิถีมารอย่างนั้นหรือ?" อวิ๋นหรั่นเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า รองเ้าสำนักผู้นี้ช่างมีปากที่เน่าเฟะเสียจริง บังอาจกล้าด่าบุรุษที่นางหมายตา
หลงเยี่ยเยี่ยนบินมาข้างกายนางแล้วกล่าวว่า "เ้าไม่จำเป็ต้องโกรธคนประเภทนี้"
"ข้าไม่ได้โกรธ เพียงแต่คิดไม่ถึงว่ารองเ้าสำนักผู้ทรงเกียรติของสำนักศึกษาชางหลาน กลับไม่คำนึงถึงชีวิตของผู้คนในใต้หล้า อยากปล่อยให้ไอมารแพร่กระจายออกไป หรือท่านอยากให้ทวีปฉิงอวิ๋นได้ัักับความทุกข์ทรมานยามที่เผ่ามารบุกรุกเหมือนในครั้งนั้นอีกครั้งกันเล่า?"
คำพูดนี้ทำให้ผู้คนในเมืองชื่ออวิ๋นหวนนึกถึงความน่ากลัวในอดีต ซึ่งเป็่เวลาที่ทุกข์ยากแสนสาหัสสำหรับราษฎรที่ไร้ที่พึ่ง
"ใช่แล้ว! ผู้าุโหลิ่วสมควรตาย! เขาปล่อยให้ไอมารรั่วไหล ทำร้ายผู้คนในเมืองชื่ออวิ๋นไปตั้งมากมาย!"
"ผู้าุโหลิ่วตายก็ดีแล้ว!"
"รองเ้าสำนักควรคิดหาวิธีแก้ไขและสืบสวนเื่นี้ให้กระจ่างเพื่อให้คำตอบแก่พวกเรา ไม่ใช่มาตามเอาความเื่การตายของผู้าุโหลิ่ว!"
ผู้คนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ และแสดงความไม่พอใจต่อรองเ้าสำนัก
หลงเยี่ยเยี่ยนและอวิ๋นหรั่นเยว่คือผู้ที่ช่วยทุกคนไว้ถือว่าเป็วีรบุรุษของเมืองชื่ออวิ๋น แต่รองเ้าสำนักพอมาถึงก็ตั้งตนเป็ผู้พิพากษา ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี
รองเ้าสำนักได้ยินเสียงเหล่านี้สีหน้าก็ยิ่งดูแย่ลง เพราะผู้าุโหลิ่วคือน้องชายแท้ ๆ ของเขา แต่ยามนี้กลับถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตาจะไม่ให้เขาโกรธได้อย่างไร ในยามนี้เขาทำได้เพียงกัดฟันกล้ำกลืนความแค้นไว้ในใจเท่านั้น
"ทุกคนพูดถูกแล้ว รองเ้าสำนัก ท่านควรสืบสวนให้ชัดเจนว่าเหตุใดผู้าุโหลิ่วจึงพาศิษย์มาเรียนที่สุสานกระบี่ แท้จริงแล้วมีแผนการชั่วร้ายอะไรซ่อนอยู่หรือไม่!" อวิ๋นหรั่นเยว่กล่าวเสียงดัง
"ในอดีต เหล่าศิษย์ของสำนักกระบี่เก้าดาราได้สละชีพในสนามรบปีศาจเพื่อต่อต้านมารร้าย กระบี่ในสุสานกระบี่แห่งนี้คือกระบี่ที่บินกลับมาจากสนามรบหลังจากผู้เป็เ้าของเสียชีวิต กระบี่ทุกเล่มคือตัวแทนของิญญาผู้กล้า แต่เพราะแปดเปื้อนไอมารจึงถูกผนึกไว้ที่นี่ ยามนี้กลับถูกใครไม่รู้คลายผนึกและไม่รู้ว่าเขา้าทำสิ่งใด ในฐานะรองเ้าสำนักศึกษาชางหลานท่านต้องให้คำตอบแก่พวกเรา!"
รองเ้าสำนักกำหมัดแน่น กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "เห็นได้ชัดว่านี่เป็เพียงอุบัติเหตุ ไม่ได้มีแผนการใด ๆ ทั้งสิ้น สำนักศึกษาชางหลานของพวกเราเป็สำนักฝ่ายธรรมะ ไม่เคยทำเื่ที่ไม่อาจเปิดเผยได้"
"เช่นนั้นหรือ? คิดไม่ถึงเลยว่ารองเ้าสำนักจะเป็คนประเภทที่ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาเสียด้วย" มุมปากของอวิ๋นหรั่นเยว่พลันยกยิ้มเ็า