ตอนที่ 11 เสี่ยวจื่อจำไว้นะ…ข้าคือกิ้งกือ…
“จื่อหลงกลับมาแล้วเหรอ! กลับมาเร็วจัง เสี่ยวจื่อยังไม่ทันคิดถึงเลย >_<”เมื่อกลับมาถึงเขตปลอดภัยและได้เจอหน้าเสี่ยวจื่อที่ส่งเสียงสดใสทักทายมาให้แต่ไกล เฟยหลงก็พลันรู้สึกโล่งใจที่เมื่อครู่นี้ตนหาทางเอาตัวรอดหนีกลับมาได้จนได้มาฟังเสียงนี้อีกครั้ง แต่กระนั้นก็ยังมิอาจนิ่งนอนใจ เพราะหากตนไม่พาเสี่ยวจื่อไปมอบให้มันตามสัญญา เจ้าปีศาจงูตนนั้นคงได้หาทางบุกเข้ามาในเขตปลอดภัยนี้แน่ ต่อให้ที่ผ่านมาเขตนี้จะไม่เคยถูกบุกรุกมาก่อน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นเพราะเขตนี้แข็งแรงเสมอไป อาจเป็นเพราะมันไม่ได้รู้ว่ามีสิ่งน่าดึงดูดใจอย่างเสี่ยวจื่อมากกว่า… ยามนี้มันได้รู้แล้วคงต้องมีความพยายามหาทางบุกเข้ามามากขึ้นแน่ๆ ถึงตอนนั้นทุกชีวิตในเขตนี้ก็คงจะต้องเป็นอันตราย‘เพราะความประมาทของข้าคนเดียวแท้ๆ เลย….’นั่นคือสิ่งที่เฟยหลงคิดอย่างกังวล เพราะเขาไม่ได้รู้เลยสักนิดว่าแท้จริงแล้วเสี่ยวจื่อมีพลังมากมายเหลือคณานับมากเท่าไหร่เก็บซ่อนไว้อยู่… และเสี่ยวจื่อเองก็ป้ำเป๋อเกินไปจนลืมว่าแท้จริงแล้วตนเองนั้นเป็นใคร…“กลับมาแล้ว แต่ยังไม่มีเวลาคุยเล่นกับเจ้า ข้าต้องทดสอบตนเองก่อน!”ว่าแล้วเฟยหลงก็พลันแปลงร่างตนเองให้กลับมาเป็นมังกรอีกครั้ง แล้วจึงเริ่มลำรวจร่างกายของตนเองใหม่อย่างละเอียด ไม่ใช่แค่เพียงเพื่อดูว่ามีอวัยวะใดงอกเพิ่มมาบ้าง แต่เป็นการทดสอบดูว่าอวัยวะแต่ละส่วนทำงานอย่างไรและมีพลังพิเศษอะไรซ่อนเอาไว้บ้าง จึงได้พบว่าสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามังกรนี้นับว่าขี้โกงไม่น้อยเกล็ดของมังกรนั้นนับเป็นเกราะป้องกันชั้นเลิศ ทนทานต่อการโจมตีได้ในทุกรูปแบบจนแทบจะเรียกได้ว่าฟันแทงไม่เข้าและที่สำคัญยังป้องกันพิษได้ทุกชนิด นั่นหมายถึงยามที่อยู่ในร่างเซียนกายของเขาก็จะต้องแข็งแรงทนทานไปด้วย ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือตอนนี้เขายังเด็กเกินไป เกราะนี้จึงยังไม่แข็งแกร่งมากนัก ดังนั้นเรื่องที่ว่าจะทนแรงขบกัดของปีศาจอสรพิษหมื่นปีได้มากแค่ไหนนั้นคงมีเพียงแค่ต้องลองให้มันได้กัดดูเท่านั้นถึงจะรู้ แต่เรื่องที่ว่าจะถูกพิษอันเป็นอาวุธที่ร้ายแรงที่สุดของปีศาจงูนี้ก็มั่นใจไปได้เปลาะหนึ่งแล้วว่าจะไม่เป็นอันตรายเพราะเกล็ดของมังกรกันพิษได้ทุกชนิดสมกับที่เป็นอสูรชั้นสูงที่เหนือกว่าปีศาจงูมาก…และเรื่องที่น่าอัศจรรย์ของมังกรคือเกล็ดย้อนมังกรใต้แผงคอที่มีเพียงชิ้นเดียวนี้ ยามที่มันติดอยู่ในร่างมังกรคล้ายกับเป็นจุดอ่อนที่ยามถูกศัตรูโจมตีหรือแตะถูกก็จะกระตุ้นให้มังกรคลุ้มคลั่งจนอาละวาดชนิดที่ว่าหากไม่ตายไม่รามือ แต่ยามที่เขาลองหยิบมันออกมาแล้วก็พบว่ามันกลายเป็นเกราะป้องกันที่หนาแน่นมากชนิดหนึ่งให้กับผู้ที่ครอบครองมัน พลันให้เฟยหลงเกิดไอเดียบางอย่าง…‘เสี่ยวจื่อน้อยเจ้าต้องขอบคุณพี่เฟยหลงมากๆ นะ หึๆ …’ส่วนต่อมาที่อันตรายของมังกรคือกรงเล็บที่ทรงพลังมาก ยามที่เขาอยู่ในร่างมังกรก็หมายถึงพลังขยุ้มทำลายที่หนักหน่วงจนแม้แต่ศิลายังแหลกละเอียด แต่หากเป็นในร่างเซียนหย่อมต้องหมายถึงพลังแขนและขาอันแข็งแกร่งสุดพรรณนาแต่นั่นยังเป็นเพียงความแข็งแกร่งทางด้านกายภาพ จุดที่น่ากลัวที่สุดของมังกรคือระดับพลังเซียนอันมากมายที่ไหลเวียนในร่างและพลังแฝงของธาตุกำเนิดต่างหากเฟยเป็นมังกรดำ พลังเฉพาะของเขาคือพลังแห่งความมืดซึ่งขอบข่ายกว้างมากคงต้องใช้เวลาศึกษามากหน่อยว่าเขาทำอะไรได้และเหมาะสมกับรูปแบบพลังแบบใดส่วนด้านพลังเซียนนั้น เฟยหลงพบว่าวิชาเซียนยากๆ ที่เคยลักเรียนจากตำราของแม่เฒ่าปีศาจแล้วทำได้ไม่สำเร็จก่อนหน้านี้ มาในยามนี้ก็สามารถทำได้ง่ายดายมากขึ้นแล้ว ที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือเขายังสามารถเสกอาวุธขึ้นมาใช้จากพลังบำเพ็ญของตนเองได้ด้วย แต่อาวุธเหล่านี้ไม่คงสภาพและอานุภาพยังไม่ร้ายแรงเท่าไหร่ ต้องเป็นอาวุธเซียนที่สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะเท่านั้นจึงจะนับว่าชั้นยอด ส่วนวิชาเซียนอื่นๆ นั้นก็ยังนับว่าเป็นวิชาที่ไม่ได้ร้ายกาจอะไรเพราะไม่ได้เรียนรู้มาจากตำราพลังที่หายากอีกทั้งยังอ่านเองเรียนเองแบบงูๆ ปลาๆ จึงยากที่จะบอกว่าประสบความสำเร็จ…‘หลังจากออกจากแดนลับแลได้แล้วคงต้องไปเปิดโลกกว้าง มองหาเซียนหรือปีศาจที่แข็งแกร่งสักคนแล้วกราบกรานเป็นอาจารย์ให้เขาสอนสั่งวิชาให้สักหน่อย…’นั่นคือสิ่งที่เฟยหลงคิดและหมายมาดเอาไว้ในใจ แต่จะออกไปได้เมื่อไหร่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง…ปีศาจงูหมื่นปีนั่นรู้แล้วว่าเขาอยู่ในเขตปลอดภัยนี้ ต่อให้มันบุกเข้ามาไม่ได้ แต่ก็คงมาดักรอจนเขาออกไปหาอาหารไม่ได้เช่นกัน เมื่อนั้นแหละความเดือดร้อนที่แท้จริงจะบังเกิด…“หวาาาา กิ่งไม้ของจื่อหลงเรียบสวยจังเลย ไม่เห็นขรุขระเหมือนกิ่งของเสี่ยวจื่อเลยอ่า…”“…-_- มันใช่กิ่งที่ไหนกันเล่าเจ้าเสี่ยวจื่อซื่อบื้อ มันเรียกว่าดาบต่างหาก!”“เหรอ… แล้วดาบเอาไว้ทำอะไรเหรอ? ไว้แตกกิ่งออกใบเหมือนเสี่ยวจื่อรึเปล่า?”“มันจะเอาไว้ทำเรื่องพวกนั้นเพื่ออะไรเล่า! ก็ต้องเอาไว้ต่อสู้ฟาดฟันศัตรูนะสิ! พูดถึงเรื่องนี้ก็พอดีเลย ข้ามีเรื่องจะให้เจ้าช่วย เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปเจอศัตรูด้วยกัน เจ้าคงต้องช่วยเหลือข้าบางอย่างแล้วหล่ะ!”เสี่ยวจื่อได้ฟังคำอธิบายก็ตกใจนัก ในชีวิตพืชน้อยๆ นี่ใช่ว่าจะไม่เคยมีศัตรู แต่ศัตรูพืชส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงหนอนและแมลงเล็กๆ เท่านั้นทั้งยังไม่เคยต้องตบตีกันเลยสักยก เพราะทำได้เพียงแค่ให้พวกมันกัดแทะกันไปตามสบาย ยามที่บอกว่าจะให้ออกไปช่วยต่อสู้เสี่ยวจื่อจึงตกใจจนตาโต ร้องโวยวายออกมาเป็นการใหญ่ตามประสาพืชขี้ขลาดที่ไม่เคยต้องออกไปเผชิญกับโลกกว้าง“หง่าาาา จื่อหลงอ่า เสี่ยวจื่อสู้ไม่เป็นหรอก ขยับกิ่งไม่ได้แถมเดินไม่ได้อีกต่างหาก เสี่ยวจื่อจะช่วยจื่อหลงได้ยังไงอ่า… เราแอบอยู่ที่นี่เฉยๆ ไม่ได้เหรอ?”“ไม่ต้องห่วงข้าคิดไว้แล้วว่าจะต้องทำอย่างไร… ข้าหลอกล่อให้ปีศาจงูตนนั้นอยากกินพลังบำเพ็ญของเจ้าแล้ว ยามจะกินเจ้า มันจะต้องคืนร่างเป็นงูยักษ์แน่นอน ไว้ข้าจะขุดเจ้าขึ้นไปล่อมัน อาศัยตอนที่มันกำลังจะกินเจ้า ข้าก็จะฉวยโอกาสจัดการมันซะเลย!”“!!! ห๋าาาา เสี่ยวจื่อจะต้องถูกงูยักษ์กินเหรอ?!!! ไม่เอาอ่าเสี่ยวจื่อกลัวน้า!!!”“เจ้าไม่ถูกกินหรอกน่า! ก็ข้าบอกแล้วไงว่าคิดไว้แล้ว! เจ้าอย่าลืมสิ ข้าเคยเป็นงูมาก่อนนะ ร่างงูน่ะ มีจุดอ่อนสำคัญคือการมองเห็น ปกติแล้วสายตาสั้นมากต้องใช้การตรวจจับความร้อนถึงจะหาเหยื่อเจอทั้งยังตาบอดสีแดงและสีเขียว แต่เจ้าเป็นต้นไม้ย่อมต้องไม่ร้อนทั้งยังเป็นสีเขียวมองหาตัวได้ยาก หากเขาต้องการจะกินเจ้าต้องพยายามเลื้อยเข้ามาให้ใกล้ที่สุด ตอนนั้นแหละที่การระวังตัวของเขาจะลดลง ข้าก็จะจัดการเขาได้ง่ายดาย หน้าที่เจ้าเพียงแค่ต้องคอยอยู่นิ่งๆ อย่ากระโตกกระตากเท่านั้น!”แน่นอนว่าแผนการนี้สำหรับเฟยหลงนั้นนับว่าชาญฉลาด แต่จะสำเร็จหรือไม่นั้นก็อีกเรื่อง แต่ในเมื่อเสี่ยวจื่อเป็นต้นไม้ จะกลัวทำไมกับเรื่องเป็นตาย ต่อให้ถูกกินจริงๆ ยามเมื่อถูกย่อยแล้วถ่ายออกมาก็อาจจะงอกใหม่ได้ไม่ใช่เหรอ? ใช่ละมั้งเนอะ….“ตะ… แต่… แต่เสี่ยวจื่อกลัวน้า ถ้าจื่อหลงจัดการไม่ทันแล้วเสี่ยวจื่อถูกกินจะทำยังไงอ่าาาาาา”นั่นปะไร เจ้าต้นไม้โง่นี่… ขี้ขลาดไม่เลิกเชียว…. เอาเถอะ… เห็นแก่ที่ว่าน่าสงสาร ข้าจะให้ของดีหน่อยก็ได้“พอๆ เลิกแหกปากได้แล้ว เอาเป็นว่าข้าจะให้นี่กับเจ้า…..”พูดจบก็หยิบของสิ่งหนึ่งส่งไปให้ พอเห็นเสี่ยวจื่อยื่นมือมารับไปถือไม่ได้ เฟยหลงก็จัดการจับยัดมันเข้าไปในซอกของกิ่งไม้กิ่งหนึ่ง ดูว่าแอบซ่อนได้แน่นหนาไม่หลุดร่วงง่ายๆ แล้วก็ผละออกมามองอย่างพอใจมันคือเกล็ดย้อนของมังกรที่มีสีดำแวววาว มีประกายลึกลับและดูทรงพลังอย่างน่าประหลาด“เอ๋? … นี่คืออะไรเหรอ? ….”แน่นอนว่าเสี่ยวจื่อย่อมต้องดีใจยามที่ได้รับของจากจื่อหลง นับเป็นครั้งแรกเท่าที่จำความได้ว่าได้รับของจากผู้อื่น… เพราะแบบนั้นถึงได้มีความสุขมาก‘จื่อหลงใจดีกับเสี่ยวจื่อจังเลย ให้ของขวัญเสี่ยวจื่อด้วย ต่อให้เสี่ยวจื่อจะไม่รู้ว่ามันคืออะไรก็เถอะนะ…. ว่าแต่ของอันนี้มันดูคุ้นๆ จังเลยน้าาา เหมือนเสี่ยวจื่อจะเคยมีอยู่อันหนึ่งเลย… ว่าแต่มันไปอยู่ที่ไหนแล้วนะ? …. อืม…. นึกไม่ออกอ่า ช่างมันเถอะเนอะ! >_<’เห็นเสี่ยวจื่อมีท่าทางดีใจมากจนลืมเลือนความกลัวไปได้ เฟยหลงก็พอใจนักที่เอาของมาหลอกล่อได้สำเร็จ'นี่ข้าอุตส่าห์ยอมให้ของสำคัญเชียวนะเจ้าต้นไม่โง่ ซาบซึ้งใจล่ะสิ! 'ส่วนเรื่องสาเหตุที่ว่าทำไมอยู่ๆ เสี่ยวจื่อต้องออกไปเสี่ยงภัยให้ปีศาจงูกินนั้น…. ก็ทำลืมๆ ไปเสียเถอะว่าต้นเหตุมันมาจากใคร“สิ่งนี้มันคือเกล็ดย้อนของมังกร มันสามารถสร้างเกราะคุ้มครองเจ้าได้ในยามที่จะเกิดอันตราย ดังนั้นปีศาจงูนั่นทำอะไรเจ้าไม่ได้แน่”“จริงเหรอ? ดีจัง!”“ว่าแต่พูดเรื่องมังกรขึ้นมาแล้วข้าก็นึกขึ้นได้เรื่องหนึ่ง… เสี่ยวจื่อ เจ้าจำได้มั้ยว่าความจริงแล้วข้าเป็นตัวอะไร? ….”อยู่ๆ ก็ถูกตั้งคำถามง่ายๆ ใส่ เสี่ยวจื่อก็เอ่ยปากตอบออกไปอย่างว่องไว!“ไส้เดือน! จื่อหลงเป็นไส้เดือนไง!”“…-_-… หึๆ เสี่ยวจื่อหนอเสี่ยวจื่อ ข้าพูดปากเปียกปากแฉะ เจ้าทำเพียงฟังเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาเช่นนั้นรึ? จนถึงบัดนี้ได้เห็นข้ามีขางอกขึ้นมาต่อหน้าต่อตาแล้วยังบอกว่าเป็นไส้เดือนอีกเรอะ! สมองของเจ้าทำด้วยอะไรห้ะ! "“อ๋าาาา เสี่ยวจื่อลืมไป จื่อหลงมีขางอกออกมาแล้ว ไม่ใช่ไส้เดือนแล้ว แต่เป็นกิ้งกือต่างหาก!”ได้ฟังคำตอบอย่างจริงจังของเสี่ยวจื่อแล้วเฟยหลงก็ได้แต่ถอนหายใจ… ไอ้ที่สาธยายไปยืดยาววันก่อนชัดเจนว่าไม่ได้เข้าหัวเจ้าต้นไม้โง่นี่แม้แต่น้อย แต่ก็เอาเถอะ เขาเองก็อยากให้เสี่ยวจื่อปกปิดเรื่องที่เขาเป็นมังกรไว้ไม่ให้เจ้าปีศาจงูรู้อยู่แล้วจะได้ไม่พุ่งความสนใจมาที่เขามากเกินไป เช่นนั้นแล้วจะยอมลดเกียรติไปเป็นกิ้งกือให้เจ้าต้นไม่นี่สักวันหนึ่งก็ได้!“…เฮ้อ… กิ้งกือก็กิ้งกือ… งั้นเจ้าจำเอาไว้ให้ดีนะเสี่ยวจื่อ ว่าหลังจากนี้หากเจอคนแปลกหน้าแล้วมันถามเจ้าว่าข้าเป็นตัวอะไร เจ้าก็ต้องบอกว่าข้าคือกิ้งกือนะ!”“แน่นอน จื่อหลงเป็นกิ้งกือ เสี่ยวจื่อก็ต้องบอกว่าเป็นกิ้งกือสิ เสี่ยวจื่อไม่โกหกหรอก >_“…ดีมาก… เสี่ยวจื่อคนดี… งั้นเรามาลุยกันเถอะ! ฮึ้บ!!!”ว่าแล้วก็จัดการคืนร่างเป็นเซียนเด็กแล้วเริ่มต้นการถอนต้นซาโม่เหมยกุ้ยของเสี่ยวจื่อขึ้นมาในทันที ตลอดการรื้อถอนก็มีเสียงร้องงอแงของเสี่ยวจื่อดังมาตลอดเวลา….“แง๊ๆๆๆๆ จื่อหลงดึงดีๆ สิ! รากฝอยของเสี่ยวจื่อขาดแล้วน้า T_T”“ก็แค่รากฝอย ขาดไปแล้วเจ้าตายรึ? หรือว่าเจ็บรึไง?!!”“ไม่ตาย! ไม่เจ็บ! แต่เสี่ยวจื่อเสียใจอ่าาาาา T_T”“งั้นก็ถือว่าให้เจ้าได้ชดใช้ที่จิกหัวเรียกข้าว่าเป็นกิ้งกือไส้เดือนมานาน! ข้าจะถอนรากฝอยของเจ้าออกไปให้หมดเลย!! ย๊ากกกกก!!!!”แล้วการโวยวายในเขตปลอดภัยของหนึ่งต้นไม้หนึ่งมังกรก็ดังขึ้นต่อไปอีกระยะหนึ่ง….ก่อนที่เหตุการณ์น่าตื่นเต้นที่แท้จริงจะตามมาในอีกไม่กี่อึดใจนี้….._____________ขอบคุณคอมเมนต์ค่า