ทุกคนนิ่งอึ้ง ไม่มีใครคาดคิดว่าหนุ่มผมทองจะร้ายกาจปานนี้ แต่มาวินไม่นึกแปลกใจ เพราะรับรู้ถึงความเหนือชั้นตั้งแต่เห็นสเต็ปการหลบหลีกของอีกฝ่ายแล้ว
“ ว่าไง จะปล่อยชั้นไปมั้ย เหลือแค่นายหน้าแหลมกับนายกอริลลาแล้วนะ ” หนุ่มผมทองเสียบไม้ยาวเข้าซอกเอว
“ เฮ้ย ไอ้หน้าแหลม จัดการมันสิ ” ชายกอริลลากัดฟันกรอดๆ พร้อมตะโกนสั่ง แต่พอชายหน้าแหลมได้ยิน เขาก็รีบทรุดกายลงกุมท้องและโอดครวญเสียงดัง
“ โอ๊ย….ท้องจะทะลุมั้ยเนี่ย ไม่ไหว ยังจุกอยู่เลย ”
“ เฮ้อ…..ไอ้พวกนี้มันพึ่งไม่ได้ซักคน ” ชายกอริลลากุมขมับ แต่ด้วยความที่เป็นคนบ้าดีเดือด จึงตัดสินใจบู๊ต่อ
“ ไอ้หล่อ ถ้าวันนี้ข้าไม่ได้เอาเลือดหัวของแกออก จะไม่ยอมเลิกรา ” สิ้นเสียงคำราม ชายร่างน้องกอริลลาก็หยิบเก้าอี้ไม้ขึ้นมาสองตัว จากนั้นก็ฟาดใส่หนุ่มผมทอง
ก่อนที่เก้าอี้ไม้ในมือซ้ายจะกระทบศีรษะ หนุ่มผมทองก็หลบได้อีกครั้งด้วยการถอยหลังเพียงก้าวเดียว ที่นั่งราคาถูกเลยแตกเป็นเสี่ยง กระนั้นการบุกของชายกอริลลาก็ยังไม่จบ เขาสืบเท้าเข้ามา พร้อมเหวี่ยงเก้าอี้ในมือขวา
การโจมตีดังกล่าวรวดเร็วและเกินความคาดเดา ขณะที่เก้าอี้ไม้ใกล้ถึงตัว ดวงตาของหนุ่มผมทองก็วาวโรจน์ พร้อมชักท่อนไม้ยาวขึ้นมาป้องกัน
“ เปรี้ยง ”
เสียงไม้กระทบไม้ดังสนั่น ผลปรากฏว่าอาวุธจำเป็นของชายกอริลลาแตกเป็นเสี่ยงจนเหลือติดมือเพียงแค่ขาเก้าอี้ข้างเดียว
“ กะ…..แก ” ชายร่างน้องกอริลลาพูดไม่ออก อึดใจต่อมา เขาก็เงียบในบัดดล เนื่องจากถูกหนุ่มผมทองกระแทกระหว่างคิ้วด้วยท่อนไม้
“ พลั้ก ”
ชายกอริลลาล้มลงไปนอน ดวงตาเหลือกโปนและขาวขุ่น ประมาณจะบอกว่าสลบล้านเปอร์เซ็นต์
หนุ่มผมทองเหน็บท่อนไม้ไว้ที่ซอกเอวตามเดิม พร้อมเหลือบมองกลุ่มชายฉกรรจ์ที่นอนเรียงรายอยู่โดยรอบ จากนั้นก็สำรวจความเสียหายของสถานที่ จึงพบว่าดาษดาไปด้วยซากปรักหักพัง แถมยังมีเศษแก้วและซากจานกระจัดกระจาย สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกหดหู่
“ เฮ้อ…..ก็บอกแล้วว่าไม่อยากมีเรื่อง ” หนุ่มผมทองพึมพำเบาๆ ก่อนหันไปมองเถ้าแก่ร่างอ้วนที่กำลังทำหน้าบอกบุญไม่รับ เนื่องจากเกิดความเสียหายไปแล้วครึ่งร้าน
“ เถ้าแก่รับนี่ไป ” หนุ่มผมทองกล่าวนุ่มนวล จากนั้นก็โยนบางสิ่งให้ พอเจ้าของร้านก้มลงมอง ก็พบว่ามันคือทองเหลืองอร่ามจำนวน 5 เหรียญ
“ โอ้…..ว้าว นะ นี่มัน ” ดวงตาของเถ้าแก่พองโตราวไข่ห่าน เขาตกใจยิ่งนัก เพราะเงินขนาดนี้ เพียงพอจะทำให้ความเสียหายในร้านกลายเป็นเรื่องชิวๆในบัดดล
“ นั่นเป็นค่าเสียหาย เถ้าแก่รับไว้เถอะ ” หนุ่มผมทองยิ้มมั่นใจ ทั้งบุคลิกและหน้าตาเข้าขั้นเทพจนเรียกเสียงกรี๊ดจากเหล่าหญิงสาวๆได้ไม่ยาก
ระหว่างที่หนุ่มผมทองกำลังยืนเก๊ก ชายหน้าแหลมก็แอบจ้องอยู่ตลอด เขารู้สึกโกรธเกลียดเป็นที่สุด จึงคิดระบายความแค้นด้วยการชักมีดปลายแหลมขึ้นมา
“ หน็อย...ทำพวกข้าหมดสภาพซะขนาดนี้ แกอย่าหวังว่าจะรอดไปได้ ” ชายหน้าแหลมขู่คำรามในลำคอ เขาหมายจะปักมีดคมไปที่ชายโครง
ทว่าทุกการเคลื่อนไหวของชายหน้าแหลมไม่ได้ถูกหนุ่มหล่อละเลย เขายังเหล่มองด้วยหางตา มือขวาเอื้อมไปจับท่อนไม้ยาวที่ซอกเอว เพื่อเตรียมรับการจู่โจม
“ ไอ้หล่อ แกตาย ” ชายหน้าแหลมตะโกนดัง พร้อมพุ่งเข้าใส่หนุ่มผมทองสุดกำลัง แต่ก่อนจะถึงจุดหมาย พวกเขาก็ได้ยินเสียงเล็กๆที่ดูกวนๆของเด็กหนุ่ม
“ ระวัง พี่ชาย ชั้นมาช่วยแล้ว ”
สิ้นเสียงร้อง ชายหน้าแหลมก็รู้สึกถึงแรงลมที่พัดมาจากด้านหลัง เขาจึงก้มหลบทันที ทำให้การพุ่งเข้ามาถีบสกัดของมาวินวืดอย่างจัง ทว่าเด็กหนุ่มไม่สามารถยั้งเท้าไว้ได้ทัน เลยเกิดเหตุที่ไม่พึงประสงค์
“ เหวอ…..” หนุ่มหล่อผมทองตกตะลึง เพราะได้ประจักษ์กับเท้าคู่ของมาวินแบบเต็มสองตา มันเป็นสิ่งที่เกินความคาดหมาย
“ เปรี้ยง ”
ฝ่าเท้าคู่อัดเข้าไปที่ใบหน้าของหนุ่มผมทองเต็มแรง ด้วยความหนักหน่วงในการถีบ ส่งผลให้พ่อรูปหล่อร่วงล้มลงไปนอน
“ ไอ่หย๋า ขอโทษ จริงๆแล้วชั้นตั้งใจจะช่วยนายนะ! โว้ย.....ซวยแล้ว ทำไงดีฟะ ” หลังผิดพลาดครั้งใหญ่ มาวินก็กระโดดโลดเต้นไปมา ปากร้องเรียกหนุ่มผมทอง ท่าทางร้อนรน
ดูเหมือนมาวินจะตกใจเกินไปหน่อย ถึงได้หลงลืมชายหน้าแหลมที่ยืนข้างหลัง คู่อริจึงกระชับมีดคมในมือ เพื่อเตรียมสังหารอีกครั้ง
“ ฮึ่ม อยากแส่ดีนัก งั้นแกก็ตายไปอีกคนแล้วกัน เจ้าหนู ” ชายหน้าแหลมคิดในใจ จากนั้นก็วิ่งเข้าใส่ หวังเสียบคมมีดให้มิดด้าม แต่ก่อนหนุ่มจับกังจะเข้าถึงตัว เขาก็โดนลูกถีบของเหมยลี่จนหน้าหงาย และนั่นคือโมเม็นท์สุดท้ายในฉากนี้
“ เอ๊ะ ยัยโย่ง ” มาวินร้องทัก เขาดูสับสนจนพูดอะไรไม่ออก
เหมยลี่ยกเท้าลงสู่พื้นช้าๆ แล้วหันไปพูดกับมาวินด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ นายประมาทเกินไป ถ้าชั้นไม่เข้ามาช่วย ป่านนี้คงนอนเป็นศพไปแล้ว ”
มาวินมองชายหน้าแหลมที่นอนสลบสลับกับเหมยลี่อยู่ประมาณสามรอบ เขาจึงเริ่มเข้าใจเหตุการณ์ เลยกล่าวขอบคุณ
“ เอ่อ ขอบใจมาก ถ้าไม่ได้เธอช่วย ชั้นคงเน่าแน่ๆ พูดไปก็น่าลากไอ้หน้าแหลมนี่มาอัดต่อให้หายแค้นซักหมัด สองหมัดนะ ” มาวินออกอาการฮึดฮัด
“ นายสนใจคู่กรณีของตัวเองดีกว่า หมอนั่นโดนถีบเข้าไปเต็มๆ อาการคงหนักไม่ใช่น้อย ” เหมยลี่เตือนสติ
มาวินสะดุ้งโหยง เพราะนึกขึ้นมาได้ว่าเพิ่งกระโดดถีบคนจนสลบแบบไม่ตั้งใจ จึงหันไปมองเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายและสั่งเจ้าของร้าน
“ เออ ใช่ พี่ชายคนนั้นจะเป็นยังบ้างก็ไม่รู้ เถ้าแก่ขอน้ำเย็นถังนึง ”
ไม่นานนัก เจ้าของร้านร่างอ้วนก็กุลีกุจอขนน้ำสะอาดมาหนึ่งถังใหญ่ พร้อมผ้าเช็ดหน้าผืนโต
เมื่อได้อุปกรณ์พร้อมสรรพ มาวินก็เอาผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ แล้วเช็ดใบหน้าขาวเนียนที่ฉีกยิ้มกว้างจนผิดรูป หลังพยาบาลได้ครู่หนึ่ง เขาก็เริ่มหัวเราะ
“ แต่จะว่าไป หน้าของหมอนี่โคตรฮาเลย ดูดิ ฉีกยิ้มกว้างอย่างกับโจ๊กเกอร์ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ”
“ นายนี่มันจริงๆเลย ทำคนอื่นแล้ว ยังมีหน้าไปหัวเราะเยาะอีก หึๆ ” แม้เหมยลี่จะห้ามปราม แต่ก็อดขำไม่ได้
“ ฮะๆ อันที่จริง ผมก็ว่ามันขำดี ลองเอาตะเกียบแยงจมูก แล้วถ่ายรูปเก็บไว้สิ” เจ้าของร้านร่างอ้วนหัวเราะเบาๆ พลางนำเสนอไอเดียบ้าๆจนเหมยลี่ต้องหันมามองค้อน ส่วนมาวินถึงกับตัวสั่นเทา คล้ายโมโหอย่างรุนแรง ปากก็ตวาดใส่เสียงดัง
“ เถ้าแก่ ”
เจ้าของร้านสะดุ้งโหยง ท่าทางตื่นกลัว น้ำน้อยๆเริ่มไหลนองหน้าอันอวบอูม
“ เหวอ! ขอโทษขอรับ ข้าน้อยแค่พูดเล่น ไม่ได้คิดจะทำจริงๆ ”
แต่ก่อนที่เจ้าของร้านจะพล่ามจบ ใบหน้าของมาวินก็แปรเปลี่ยนเป็นยิ้มสดใส ดวงตาเล็กเรียวที่ซุกซนเปล่งประกายแวววาว คล้ายเด็กน้อยได้ของเล่นใหม่ จากนั่นก็ตอบกลับเสียงระรื่น
“ เป็นความคิดที่ดีมาก ตะเกียบอยู่ไหนล่ะ ”
“ เอ๊ะ เอ๋ อ้อ อยู่บนโต๊ะ เดี๋ยวผมไปเอามาให้ ” เจ้าของร้านดูอึ้งไปหนึ่งจังหวะ ด้วยนึกว่าจะโดนด่าโทษฐานที่เล่นอุตริ สุดท้ายกลับกลายเป็นว่าได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
แต่ก่อนที่คู่หูนรกจะดำเนินการจนเสร็จสรรพ เจ้าลิงหัวเขียวก็โดนมะเหงกเข้าไปที่กลางกระบาลเต็มแรง แน่นอนว่าผู้ที่กระทำก็คือเหมยลี่
“ เจี๊ยก…. ” มาวินร้องครวญออกมาเป็นเสียงลิง พร้อมกระโดดโลดเต้นไปมาด้วยความเจ็บปวด มือทั้งสองกุมกระบาล อันเป็นบริเวณที่ถูกมะเหงก
“ พอเลย จะไปบ้าที่ไหนก็ไป ชั้นจะดูนายคนนี้เอง ส่วนเถ้าแก่ไม่ต้องไปเสนอความคิดเพี้ยนๆให้เจ้านี่อีก เดี๋ยวมันจะของขึ้นยิ่งกว่าเดิม แค่นี้ก็ไม่ไหวดูแลแล้ว อย่างกับเลี้ยงลิงตัวหนึ่งเลย ถ้าพูดไม่ฟัง เถ้าแก่จะเจอดีอีกคน ” เหมยลี่สั่งเสียงเข้ม ท่าทางเด็ดขาด
เจ้าของร้านร่างอ้วนรับคำสั้นๆ จากนั้นก็ขอตัวไปดูความเรียบร้อยที่หลังร้าน(หาเรื่องอ้างมากกว่า) ส่วนมาวินมุดหลบอยู่ใต้โต๊ะ
หลังจากคู่หูนรกอันตรธานหายไป เหมยลี่ก็ส่ายหัวเบาๆด้วยความระอา ก่อนหันกลับมาสนใจหนุ่มผมทองที่นอนสลบ
“ อืม….เส้นของนายคนนี้น่าจะตึง เพราะแรงถีบ แต่การทำให้คนมีสภาพแบบนี้ได้ ต้องแฝงกำลังภายในลงบนฝ่าเท้า แล้วเจ้าลิงหัวเขียวมันแอบไปฝึกตอนไหน ” หลังเห็นอาการของหนุ่มผมทอง เด็กสาวก็รู้สึกงุนงง
เมื่อพบว่าหนุ่มผมทองบาดเจ็บตรงไหน เหมยลี่ก็รู้วิธีรักษา จึงใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่ท้ายทอยสามจุด จากนั้นก็จิ้มไปที่ซอกคอด้านหน้าทั้งซ้ายและขวาอีกสี่หน ไม่นาน ใบหน้าเนียนใสก็กลับมาเป็นปกติ
“ เป็นไปตามคาด เส้นเริ่มคลายแล้ว ที่เหลือก็รอให้เขาฟื้นตัว ” เด็กสาวรู้สึกโล่งอกไปหนึ่งเปลาะ เธอเอาผ้าชุบน้ำเช็ดไปตามใบหน้าและซอกคอของหนุ่มหล่อ
หลังจากหนุ่มผมทองได้รับการเยียวยาที่ถูกวิธี เขาก็เริ่มรู้สึกตัว ภาพแรกที่ได้เห็นคือเด็กสาววัยรุ่นที่มีใบหน้าเรียวยาวได้รูป คิ้วดกดำรับกับดวงตาคมซึ้งที่ดูจริงจัง เมื่อนำมาประกอบกับจมูกโด่งเป็นสันและปากบางสีชมพู ย่อมทำให้ดวงอาทิตย์เจิดจรัส ถึงกับหมองลงในทันที
“ ใครน่ะ นางฟ้าเหรอ ” หนุ่มผมทองแอบคิดอยู่ในใจ
เส้นผมดำขลับยื่นมาเกือบถึงจมูก เนื่องจากเด็กสาวก้มหน้าลงมา ส่งผลให้นาสิกประสาทสัมผัสถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ
พอความหลงใหลของหนุ่มผมทองทวีความรุนแรง การควบคุมตัวเองก็เริ่มถดถอย เขาจึงเอื้อมไปกุมมือเล็กยาวที่ดูแกร่งของเด็กสาว
“ เอ๊ะ ” เด็กสาวอุทานเบาๆ แต่ไม่ได้ชักมือกลับ
ระหว่างนั้นเอง ดวงตาหวานซึ้งปานน้ำผึ้งเดือนห้าของหนุ่มผมทองก็ลืมขึ้น ประกายสดใสสีน้ำทะเลจับจ้องใบหน้าคมเข้มอย่างมีนัยยะ ก่อนที่เสียงนุ่มทุ้มลึกที่พยายามดัดให้หล่อจะถูกพ่นออกจากปาก
“ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มาจากไหน บุญคุณครั้งนี้ ผมจะไม่มีวันลืม”
เด็กสาวร่างสูงมองหนุ่มผมทอง ดวงตาเรียบเฉย ใบหน้าคมเข้มไร้อารมณ์ ไม่มีเค้าว่าจะอินไปกับบทสนทนา แต่พ่อรูปหล่อกลับคิดไปอีกอย่าง
“ อั่นแน่ หลงในความหล่อของเราจนตาค้างเลยหรือนี่ หึ หึ หึ ”
เมื่อคิดได้ดังนั้น หนุ่มผมทองก็ลุกขึ้นนั่งด้วยท่วงท่าที่นึกว่าสง่า แต่ไม่ว่ามองมุมใด ก็เหมือนแมวท้องแก่ยันกายมากกว่า เนื่องจากเขายังมีอาการบอบช้ำเหลืออยู่
หนุ่มผมทองคุกเข่าตรงหน้าเด็กสาวร่างสูง สองดวงตาประสานกันแน่วนิ่ง วินาทีต่อมา เขาก็เอ่ยวาจาที่ชวนไพเราะเสนาะหู
“ เพื่อเป็นการตอบแทน ผมขอติดตามรับใช้ทุกชาติไป หัวใจดวงนี้จะเป็นของคุณเพียงผู้เดียว ”
เมื่อหนุ่มหล่อเจ้าคารมพูดจบ เขาก็ทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ด้วยการฉวยมือเล็กยาวขึ้นมาบรรจงจูบอย่างแผ่วเบา ดวงตาหวานซึ้งจ้องมองใบหน้าคมเข้มของเด็กสาวอยู่ตลอด
มาวินที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ไม่ห่าง ถึงกับหัวร้อนอย่างไร้เหตุผล เด็กหนุ่มผุดลุกขึ้นยืน เพื่อเตรียมวิวาท
“ เฮ้ย แกจะทำอะไรน่ะ ไอ้ตัวสูงหน้าขาว ”
“ เปรี้ยง ”
แต่ไม่ทันได้ทำอะไร ฝ่ามือขวาของเหมยลี่ก็พุ่งปะทะใบหน้าเนียนใสอีกครั้ง คราวนี้ดูจะรุนแรงกว่าลูกถีบของมาวินหลายเท่าตัว
หนุ่มผมทองปลิวไกลถึงสามเมตร ก่อนกลิ้งต่ออีกหลายตลบ สุดท้ายก็ไปหยุดอยู่ที่มุมมืดในร้านเหล้า เขานอนนิ่ง ไม่แน่ชัดว่ายังหายใจอยู่ แต่การันตีว่ากินน้ำพริกไม่ได้อีกหลายวัน เพราะฝ่ามือของเด็กสาวทั้งรวดเร็วและรุนแรงจนถึงขั้นสลบแบบไร้เสียงร้อง
“ เอ๊ะ เออ เอ๋ เอ๋อ ” มาวินถึงกับเหวอ เพราะออกตัวล้อฟรี แต่แล้วเด็กหนุ่มก็พลันได้คิด
“ โห.....ยัยนี่โคตรโหดเลย ชาตินี้จะหาสามีได้มั้ยเนี่ย”
ใบหน้าของเด็กสาวยังคงนิ่งเฉย ครู่หนึ่งเธอก็ลุกขึ้นยืนและพูดกับมาวิน โดยไม่หันกลับมามอง
“ ไปกันเถอะ เจ้าลิงหัวเขียว ”
“ เอ๊ะ เอ๋ แล้วพี่ชายคนนี้ล่ะ จะทำยังไง ” มาวินเหลียวซ้ายแลขวา ท่าทางลังเล
เหมยลี่นิ่งไปอึดใจ จากนั้นก็เดินออกนอกร้าน โดยไม่สนมาวินที่ยังละล้าละลัง เด็กหนุ่มมองพ่อรูปหล่อที่นอนแน่นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเกาหัวแกรกๆ
“ ช่วยไม่ได้ นายวอนหาเรื่องเองนะ พี่ชายหน้าขาว ” พอพูดจบ มาวินก็รีบวิ่งตามเหมยลี่ ผู้เป็นทั้งอาจารย์และเพื่อนร่วมทาง
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
