The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี (เวอร์ชั่น 70 เปอร์เซ็นต์)

    ตอนที่ 46 อุบัติเหตุ

        ทุกคนนิ่งอึ้ง ไม่มีใครคาดคิดว่าหนุ่มผมทองจะร้ายกาจปานนี้  แต่มาวินไม่นึกแปลกใจ  เพราะรับรู้ถึงความเหนือชั้นตั้งแต่เห็นสเต็ปการหลบหลีกของอีกฝ่ายแล้ว 


    “ ว่าไง จะปล่อยชั้นไปมั้ย  เหลือแค่นายหน้าแหลมกับนายกอริลลาแล้วนะ ” หนุ่มผมทองเสียบไม้ยาวเข้าซอกเอว 


    “ เฮ้ย ไอ้หน้าแหลม  จัดการมันสิ ” ชายกอริลลากัดฟันกรอดๆ  พร้อมตะโกนสั่ง  แต่พอชายหน้าแหลมได้ยิน  เขาก็รีบทรุดกายลงกุมท้องและโอดครวญเสียงดัง 


    “ โอ๊ย….ท้องจะทะลุมั้ยเนี่ย  ไม่ไหว  ยังจุกอยู่เลย ” 


    “ เฮ้อ…..ไอ้พวกนี้มันพึ่งไม่ได้ซักคน ” ชายกอริลลากุมขมับ  แต่ด้วยความที่เป็นคนบ้าดีเดือด  จึงตัดสินใจบู๊ต่อ 


    “ ไอ้หล่อ ถ้าวันนี้ข้าไม่ได้เอาเลือดหัวของแกออก  จะไม่ยอมเลิกรา ” สิ้นเสียงคำราม  ชายร่างน้องกอริลลาก็หยิบเก้าอี้ไม้ขึ้นมาสองตัว จากนั้นก็ฟาดใส่หนุ่มผมทอง


            

        ก่อนที่เก้าอี้ไม้ในมือซ้ายจะกระทบศีรษะ  หนุ่มผมทองก็หลบได้อีกครั้งด้วยการถอยหลังเพียงก้าวเดียว ที่นั่งราคาถูกเลยแตกเป็นเสี่ยง  กระนั้นการบุกของชายกอริลลาก็ยังไม่จบ  เขาสืบเท้าเข้ามา  พร้อมเหวี่ยงเก้าอี้ในมือขวา



             การโจมตีดังกล่าวรวดเร็วและเกินความคาดเดา  ขณะที่เก้าอี้ไม้ใกล้ถึงตัว ดวงตาของหนุ่มผมทองก็วาวโรจน์  พร้อมชักท่อนไม้ยาวขึ้นมาป้องกัน


    “ เปรี้ยง ”


     

        เสียงไม้กระทบไม้ดังสนั่น  ผลปรากฏว่าอาวุธจำเป็นของชายกอริลลาแตกเป็นเสี่ยงจนเหลือติดมือเพียงแค่ขาเก้าอี้ข้างเดียว


    “ กะ…..แก ” ชายร่างน้องกอริลลาพูดไม่ออก อึดใจต่อมา  เขาก็เงียบในบัดดล  เนื่องจากถูกหนุ่มผมทองกระแทกระหว่างคิ้วด้วยท่อนไม้ 


    “ พลั้ก ”


     

        ชายกอริลลาล้มลงไปนอน  ดวงตาเหลือกโปนและขาวขุ่น ประมาณจะบอกว่าสลบล้านเปอร์เซ็นต์


     

         หนุ่มผมทองเหน็บท่อนไม้ไว้ที่ซอกเอวตามเดิม พร้อมเหลือบมองกลุ่มชายฉกรรจ์ที่นอนเรียงรายอยู่โดยรอบ  จากนั้นก็สำรวจความเสียหายของสถานที่  จึงพบว่าดาษดาไปด้วยซากปรักหักพัง  แถมยังมีเศษแก้วและซากจานกระจัดกระจาย  สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกหดหู่


    “ เฮ้อ…..ก็บอกแล้วว่าไม่อยากมีเรื่อง ” หนุ่มผมทองพึมพำเบาๆ  ก่อนหันไปมองเถ้าแก่ร่างอ้วนที่กำลังทำหน้าบอกบุญไม่รับ เนื่องจากเกิดความเสียหายไปแล้วครึ่งร้าน 


    “ เถ้าแก่รับนี่ไป ” หนุ่มผมทองกล่าวนุ่มนวล  จากนั้นก็โยนบางสิ่งให้  พอเจ้าของร้านก้มลงมอง  ก็พบว่ามันคือทองเหลืองอร่ามจำนวน 5 เหรียญ 


    “ โอ้…..ว้าว นะ นี่มัน ” ดวงตาของเถ้าแก่พองโตราวไข่ห่าน เขาตกใจยิ่งนัก  เพราะเงินขนาดนี้  เพียงพอจะทำให้ความเสียหายในร้านกลายเป็นเรื่องชิวๆในบัดดล


    “ นั่นเป็นค่าเสียหาย เถ้าแก่รับไว้เถอะ ” หนุ่มผมทองยิ้มมั่นใจ  ทั้งบุคลิกและหน้าตาเข้าขั้นเทพจนเรียกเสียงกรี๊ดจากเหล่าหญิงสาวๆได้ไม่ยาก



        ระหว่างที่หนุ่มผมทองกำลังยืนเก๊ก  ชายหน้าแหลมก็แอบจ้องอยู่ตลอด เขารู้สึกโกรธเกลียดเป็นที่สุด  จึงคิดระบายความแค้นด้วยการชักมีดปลายแหลมขึ้นมา 


    “ หน็อย...ทำพวกข้าหมดสภาพซะขนาดนี้  แกอย่าหวังว่าจะรอดไปได้ ” ชายหน้าแหลมขู่คำรามในลำคอ  เขาหมายจะปักมีดคมไปที่ชายโครง



        ทว่าทุกการเคลื่อนไหวของชายหน้าแหลมไม่ได้ถูกหนุ่มหล่อละเลย เขายังเหล่มองด้วยหางตา  มือขวาเอื้อมไปจับท่อนไม้ยาวที่ซอกเอว  เพื่อเตรียมรับการจู่โจม


    “ ไอ้หล่อ แกตาย ” ชายหน้าแหลมตะโกนดัง  พร้อมพุ่งเข้าใส่หนุ่มผมทองสุดกำลัง แต่ก่อนจะถึงจุดหมาย  พวกเขาก็ได้ยินเสียงเล็กๆที่ดูกวนๆของเด็กหนุ่ม


    “ ระวัง  พี่ชาย  ชั้นมาช่วยแล้ว ”


     

        สิ้นเสียงร้อง  ชายหน้าแหลมก็รู้สึกถึงแรงลมที่พัดมาจากด้านหลัง เขาจึงก้มหลบทันที  ทำให้การพุ่งเข้ามาถีบสกัดของมาวินวืดอย่างจัง  ทว่าเด็กหนุ่มไม่สามารถยั้งเท้าไว้ได้ทัน  เลยเกิดเหตุที่ไม่พึงประสงค์


    “ เหวอ…..” หนุ่มหล่อผมทองตกตะลึง  เพราะได้ประจักษ์กับเท้าคู่ของมาวินแบบเต็มสองตา มันเป็นสิ่งที่เกินความคาดหมาย


    “ เปรี้ยง ”


     

        ฝ่าเท้าคู่อัดเข้าไปที่ใบหน้าของหนุ่มผมทองเต็มแรง  ด้วยความหนักหน่วงในการถีบ  ส่งผลให้พ่อรูปหล่อร่วงล้มลงไปนอน


    “ ไอ่หย๋า ขอโทษ  จริงๆแล้วชั้นตั้งใจจะช่วยนายนะ!  โว้ย.....ซวยแล้ว  ทำไงดีฟะ ” หลังผิดพลาดครั้งใหญ่  มาวินก็กระโดดโลดเต้นไปมา ปากร้องเรียกหนุ่มผมทอง  ท่าทางร้อนรน


     

        ดูเหมือนมาวินจะตกใจเกินไปหน่อย  ถึงได้หลงลืมชายหน้าแหลมที่ยืนข้างหลัง  คู่อริจึงกระชับมีดคมในมือ  เพื่อเตรียมสังหารอีกครั้ง 


    “ ฮึ่ม  อยากแส่ดีนัก  งั้นแกก็ตายไปอีกคนแล้วกัน เจ้าหนู ” ชายหน้าแหลมคิดในใจ จากนั้นก็วิ่งเข้าใส่  หวังเสียบคมมีดให้มิดด้าม  แต่ก่อนหนุ่มจับกังจะเข้าถึงตัว  เขาก็โดนลูกถีบของเหมยลี่จนหน้าหงาย และนั่นคือโมเม็นท์สุดท้ายในฉากนี้


    “ เอ๊ะ  ยัยโย่ง ” มาวินร้องทัก เขาดูสับสนจนพูดอะไรไม่ออก


     

          เหมยลี่ยกเท้าลงสู่พื้นช้าๆ  แล้วหันไปพูดกับมาวินด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย 


    “ นายประมาทเกินไป ถ้าชั้นไม่เข้ามาช่วย  ป่านนี้คงนอนเป็นศพไปแล้ว ”


     

         มาวินมองชายหน้าแหลมที่นอนสลบสลับกับเหมยลี่อยู่ประมาณสามรอบ เขาจึงเริ่มเข้าใจเหตุการณ์  เลยกล่าวขอบคุณ


    “ เอ่อ  ขอบใจมาก  ถ้าไม่ได้เธอช่วย ชั้นคงเน่าแน่ๆ  พูดไปก็น่าลากไอ้หน้าแหลมนี่มาอัดต่อให้หายแค้นซักหมัด  สองหมัดนะ ” มาวินออกอาการฮึดฮัด 


    “ นายสนใจคู่กรณีของตัวเองดีกว่า  หมอนั่นโดนถีบเข้าไปเต็มๆ  อาการคงหนักไม่ใช่น้อย ” เหมยลี่เตือนสติ



        มาวินสะดุ้งโหยง  เพราะนึกขึ้นมาได้ว่าเพิ่งกระโดดถีบคนจนสลบแบบไม่ตั้งใจ จึงหันไปมองเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายและสั่งเจ้าของร้าน


    “ เออ  ใช่  พี่ชายคนนั้นจะเป็นยังบ้างก็ไม่รู้ เถ้าแก่ขอน้ำเย็นถังนึง ”


      

        ไม่นานนัก  เจ้าของร้านร่างอ้วนก็กุลีกุจอขนน้ำสะอาดมาหนึ่งถังใหญ่ พร้อมผ้าเช็ดหน้าผืนโต



       เมื่อได้อุปกรณ์พร้อมสรรพ  มาวินก็เอาผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ แล้วเช็ดใบหน้าขาวเนียนที่ฉีกยิ้มกว้างจนผิดรูป  หลังพยาบาลได้ครู่หนึ่ง  เขาก็เริ่มหัวเราะ 


    “ แต่จะว่าไป หน้าของหมอนี่โคตรฮาเลย  ดูดิ  ฉีกยิ้มกว้างอย่างกับโจ๊กเกอร์ ฮ่า  ฮ่า ฮ่า ” 


    “ นายนี่มันจริงๆเลย  ทำคนอื่นแล้ว  ยังมีหน้าไปหัวเราะเยาะอีก  หึๆ ” แม้เหมยลี่จะห้ามปราม แต่ก็อดขำไม่ได้  


    “ ฮะๆ  อันที่จริง  ผมก็ว่ามันขำดี  ลองเอาตะเกียบแยงจมูก  แล้วถ่ายรูปเก็บไว้สิ” เจ้าของร้านร่างอ้วนหัวเราะเบาๆ  พลางนำเสนอไอเดียบ้าๆจนเหมยลี่ต้องหันมามองค้อน  ส่วนมาวินถึงกับตัวสั่นเทา  คล้ายโมโหอย่างรุนแรง ปากก็ตวาดใส่เสียงดัง


    “ เถ้าแก่ ”


     

        เจ้าของร้านสะดุ้งโหยง  ท่าทางตื่นกลัว น้ำน้อยๆเริ่มไหลนองหน้าอันอวบอูม


    “ เหวอ!  ขอโทษขอรับ  ข้าน้อยแค่พูดเล่น  ไม่ได้คิดจะทำจริงๆ ”


     

         แต่ก่อนที่เจ้าของร้านจะพล่ามจบ ใบหน้าของมาวินก็แปรเปลี่ยนเป็นยิ้มสดใส  ดวงตาเล็กเรียวที่ซุกซนเปล่งประกายแวววาว  คล้ายเด็กน้อยได้ของเล่นใหม่  จากนั่นก็ตอบกลับเสียงระรื่น 


    “ เป็นความคิดที่ดีมาก  ตะเกียบอยู่ไหนล่ะ ” 


    “ เอ๊ะ  เอ๋  อ้อ  อยู่บนโต๊ะ  เดี๋ยวผมไปเอามาให้ ” เจ้าของร้านดูอึ้งไปหนึ่งจังหวะ  ด้วยนึกว่าจะโดนด่าโทษฐานที่เล่นอุตริ สุดท้ายกลับกลายเป็นว่าได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี



        แต่ก่อนที่คู่หูนรกจะดำเนินการจนเสร็จสรรพ  เจ้าลิงหัวเขียวก็โดนมะเหงกเข้าไปที่กลางกระบาลเต็มแรง แน่นอนว่าผู้ที่กระทำก็คือเหมยลี่ 


    “ เจี๊ยก…. ” มาวินร้องครวญออกมาเป็นเสียงลิง  พร้อมกระโดดโลดเต้นไปมาด้วยความเจ็บปวด มือทั้งสองกุมกระบาล  อันเป็นบริเวณที่ถูกมะเหงก


    “ พอเลย จะไปบ้าที่ไหนก็ไป  ชั้นจะดูนายคนนี้เอง  ส่วนเถ้าแก่ไม่ต้องไปเสนอความคิดเพี้ยนๆให้เจ้านี่อีก  เดี๋ยวมันจะของขึ้นยิ่งกว่าเดิม  แค่นี้ก็ไม่ไหวดูแลแล้ว อย่างกับเลี้ยงลิงตัวหนึ่งเลย  ถ้าพูดไม่ฟัง  เถ้าแก่จะเจอดีอีกคน ” เหมยลี่สั่งเสียงเข้ม  ท่าทางเด็ดขาด


     

        เจ้าของร้านร่างอ้วนรับคำสั้นๆ  จากนั้นก็ขอตัวไปดูความเรียบร้อยที่หลังร้าน(หาเรื่องอ้างมากกว่า) ส่วนมาวินมุดหลบอยู่ใต้โต๊ะ



        หลังจากคู่หูนรกอันตรธานหายไป เหมยลี่ก็ส่ายหัวเบาๆด้วยความระอา  ก่อนหันกลับมาสนใจหนุ่มผมทองที่นอนสลบ


    “ อืม….เส้นของนายคนนี้น่าจะตึง  เพราะแรงถีบ แต่การทำให้คนมีสภาพแบบนี้ได้ ต้องแฝงกำลังภายในลงบนฝ่าเท้า  แล้วเจ้าลิงหัวเขียวมันแอบไปฝึกตอนไหน ” หลังเห็นอาการของหนุ่มผมทอง  เด็กสาวก็รู้สึกงุนงง


           

        เมื่อพบว่าหนุ่มผมทองบาดเจ็บตรงไหน  เหมยลี่ก็รู้วิธีรักษา  จึงใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่ท้ายทอยสามจุด  จากนั้นก็จิ้มไปที่ซอกคอด้านหน้าทั้งซ้ายและขวาอีกสี่หน ไม่นาน  ใบหน้าเนียนใสก็กลับมาเป็นปกติ 


    “ เป็นไปตามคาด เส้นเริ่มคลายแล้ว  ที่เหลือก็รอให้เขาฟื้นตัว ” เด็กสาวรู้สึกโล่งอกไปหนึ่งเปลาะ  เธอเอาผ้าชุบน้ำเช็ดไปตามใบหน้าและซอกคอของหนุ่มหล่อ


     

         หลังจากหนุ่มผมทองได้รับการเยียวยาที่ถูกวิธี เขาก็เริ่มรู้สึกตัว  ภาพแรกที่ได้เห็นคือเด็กสาววัยรุ่นที่มีใบหน้าเรียวยาวได้รูป คิ้วดกดำรับกับดวงตาคมซึ้งที่ดูจริงจัง  เมื่อนำมาประกอบกับจมูกโด่งเป็นสันและปากบางสีชมพู  ย่อมทำให้ดวงอาทิตย์เจิดจรัส  ถึงกับหมองลงในทันที


    “ ใครน่ะ นางฟ้าเหรอ ” หนุ่มผมทองแอบคิดอยู่ในใจ


     

        เส้นผมดำขลับยื่นมาเกือบถึงจมูก  เนื่องจากเด็กสาวก้มหน้าลงมา  ส่งผลให้นาสิกประสาทสัมผัสถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ


     

         พอความหลงใหลของหนุ่มผมทองทวีความรุนแรง การควบคุมตัวเองก็เริ่มถดถอย  เขาจึงเอื้อมไปกุมมือเล็กยาวที่ดูแกร่งของเด็กสาว 


    “ เอ๊ะ ” เด็กสาวอุทานเบาๆ แต่ไม่ได้ชักมือกลับ



        ระหว่างนั้นเอง  ดวงตาหวานซึ้งปานน้ำผึ้งเดือนห้าของหนุ่มผมทองก็ลืมขึ้น ประกายสดใสสีน้ำทะเลจับจ้องใบหน้าคมเข้มอย่างมีนัยยะ ก่อนที่เสียงนุ่มทุ้มลึกที่พยายามดัดให้หล่อจะถูกพ่นออกจากปาก


    “ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มาจากไหน  บุญคุณครั้งนี้  ผมจะไม่มีวันลืม”


     

        เด็กสาวร่างสูงมองหนุ่มผมทอง  ดวงตาเรียบเฉย  ใบหน้าคมเข้มไร้อารมณ์  ไม่มีเค้าว่าจะอินไปกับบทสนทนา  แต่พ่อรูปหล่อกลับคิดไปอีกอย่าง


    “ อั่นแน่  หลงในความหล่อของเราจนตาค้างเลยหรือนี่  หึ  หึ  หึ ”


     

          เมื่อคิดได้ดังนั้น หนุ่มผมทองก็ลุกขึ้นนั่งด้วยท่วงท่าที่นึกว่าสง่า  แต่ไม่ว่ามองมุมใด  ก็เหมือนแมวท้องแก่ยันกายมากกว่า เนื่องจากเขายังมีอาการบอบช้ำเหลืออยู่


     

         หนุ่มผมทองคุกเข่าตรงหน้าเด็กสาวร่างสูง สองดวงตาประสานกันแน่วนิ่ง  วินาทีต่อมา  เขาก็เอ่ยวาจาที่ชวนไพเราะเสนาะหู


    “ เพื่อเป็นการตอบแทน  ผมขอติดตามรับใช้ทุกชาติไป  หัวใจดวงนี้จะเป็นของคุณเพียงผู้เดียว ”


     

          เมื่อหนุ่มหล่อเจ้าคารมพูดจบ เขาก็ทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด  ด้วยการฉวยมือเล็กยาวขึ้นมาบรรจงจูบอย่างแผ่วเบา ดวงตาหวานซึ้งจ้องมองใบหน้าคมเข้มของเด็กสาวอยู่ตลอด



          มาวินที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ไม่ห่าง ถึงกับหัวร้อนอย่างไร้เหตุผล เด็กหนุ่มผุดลุกขึ้นยืน  เพื่อเตรียมวิวาท


    “ เฮ้ย  แกจะทำอะไรน่ะ  ไอ้ตัวสูงหน้าขาว ” 


    “ เปรี้ยง ”


     

         แต่ไม่ทันได้ทำอะไร ฝ่ามือขวาของเหมยลี่ก็พุ่งปะทะใบหน้าเนียนใสอีกครั้ง คราวนี้ดูจะรุนแรงกว่าลูกถีบของมาวินหลายเท่าตัว


           

        หนุ่มผมทองปลิวไกลถึงสามเมตร  ก่อนกลิ้งต่ออีกหลายตลบ สุดท้ายก็ไปหยุดอยู่ที่มุมมืดในร้านเหล้า เขานอนนิ่ง  ไม่แน่ชัดว่ายังหายใจอยู่  แต่การันตีว่ากินน้ำพริกไม่ได้อีกหลายวัน  เพราะฝ่ามือของเด็กสาวทั้งรวดเร็วและรุนแรงจนถึงขั้นสลบแบบไร้เสียงร้อง 


    “ เอ๊ะ เออ  เอ๋  เอ๋อ ” มาวินถึงกับเหวอ  เพราะออกตัวล้อฟรี  แต่แล้วเด็กหนุ่มก็พลันได้คิด


    “ โห.....ยัยนี่โคตรโหดเลย  ชาตินี้จะหาสามีได้มั้ยเนี่ย”


     

        ใบหน้าของเด็กสาวยังคงนิ่งเฉย  ครู่หนึ่งเธอก็ลุกขึ้นยืนและพูดกับมาวิน โดยไม่หันกลับมามอง 


    “ ไปกันเถอะ เจ้าลิงหัวเขียว ” 


    “ เอ๊ะ เอ๋  แล้วพี่ชายคนนี้ล่ะ  จะทำยังไง ” มาวินเหลียวซ้ายแลขวา ท่าทางลังเล



        เหมยลี่นิ่งไปอึดใจ  จากนั้นก็เดินออกนอกร้าน  โดยไม่สนมาวินที่ยังละล้าละลัง  เด็กหนุ่มมองพ่อรูปหล่อที่นอนแน่นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง  ก่อนเกาหัวแกรกๆ


    “ ช่วยไม่ได้  นายวอนหาเรื่องเองนะ  พี่ชายหน้าขาว ” พอพูดจบ  มาวินก็รีบวิ่งตามเหมยลี่  ผู้เป็นทั้งอาจารย์และเพื่อนร่วมทาง



    สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี (เวอร์ชั่น 70 เปอร์เซ็นต์) ที่คุณอ่าน