ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 130 กลเม็ดแพรวพราว บุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงปราชัย

            สีหน้าของบุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงแปรเปลี่ยนไปเห็นได้ชัดความสงบเยือกเย็นดังสายลมเมื่อครู่กอันตรธานหายไปสิ้น

            เขาสัมผัสได้...พลังที่แผ่ซ่านจากร่างแยกทั้งสองไม่ได้ด้อยไปกว่าร่างจริงของมู่ฮ่าวแม้แต่น้อย!

            เคล็ดวิชาลึกล้ำเกินหยั่งถึงเช่นนี้มิใช่เพียงแค่มีพลังจิตสัมผัสที่แข็งแกร่งก็กระทำได้

            ทว่ายังต้องมีเคล็ดวิชาเข้าควบคุม!

            และนับแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบันเคล็ดวิชาที่สามารถฝึกฝนพลังจิตสัมผัสให้บรรลุสู่ขอบเขตเช่นนี้ได้มีเพียงหนึ่งเดียว!

            นั่นคือหนึ่งในเก้าสุดยอดเคล็ดวิชาตัวอักษร 'เฉียน'  หรือ เคล็ดวิชาอักษรนิรันดร์นั่นเอง!

            อย่างไรก็ตามบุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงหาใช่ผู้ฝึกตนธรรมดา ในชั่วพริบตาก็กลับมาสงบลงได้

            เขาเช็ดคราบโลหิตที่มุมปากดวงตาพลันแข็งกร้าวขึ้น สองมือประสานมุทราร่ายตราประทับอันลึกลับซับซ้อนอย่างรวดเร็ว แล้วโบกมือขึ้นไปบนฟ้า

            พลันเกิดเสียงกึกก้องราวฟ้าคำราม

            ในชั่วพริบตาเหตุการณ์ผันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

            ห้วงเวหาหมื่นจั้งถูกฉาบไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์เจิดจ้าพลังแห่งวิถีราวกับสายน้ำยาวแห่งแม่น้ำแยงซีเคลื่อนไหลแผ่ขยายออกไปราวกับว่าผืนฟ้าแห่งนี้เป็นของเขาทั้งผืน

            "แสงศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์!"บุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงคำรามเสียงเย็น ชูมือขึ้นโบกสะบัดวิถี

            แสงศักดิ์สิทธิ์เจิดจ้าสายแล้วสายเล่าร่วงหล่นลงมาจากห้วงเวหาประหนึ่งห่าฝนซัดกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง!

            การโจมตีเช่นนี้มิต่างจากทวยเทพพิโรธ!

            ทำให้เหล่าผู้ฝึกตนเบื้องล่างต่างใจสั่นระรัว

            "นะ…นี่คือพลังของบุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงอย่างนั้นหรือ?"

            "เพียงยกมือก็โบกสะบัดวิถีแผ่ไปทั่วห้วงเวหาช่างน่ากลัวยิ่งนัก!"

            "ยอดฝีมือหนุ่มแห่งตระกูลมู่จะต้องแพ้เป็นแน่แท้..."

            ในขณะนั้น แม้แต่เหล่าอัจฉริยะหลายคนที่อยู่ในตำหนักต่างก็เผยสีหน้าเคร่งขรึม

            บุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงช่างมีพรสวรรค์สมคำเล่าลือ

            เมื่อวิชาแสงศักดิ์สิทธิ์สำแดงออกมาไม่ว่าจะมีวิถีใดๆ ก็มิอาจหนีพ้น!

            "ไม่เลว"

            "เจ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ"

            มู่ฮ่าวพึมพำยืนเผชิญหน้ากับการโจมตีที่โถมกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งโดยไม่หวั่น

            ร่างแยกทั้งสองที่รังสรรค์ขึ้นจากเคล็ดอักษรนิรันดร์ประสานมือร่ายมุทราไปพร้อมๆ กับเขา

            ทั่วร่างของมู่ฮ่าวเปล่งประกายแสงศักดิ์สิทธิ์เจิดจ้าเส้นผมแต่ละเส้นราวกับแก้วผลึกใสกระจ่างเขาเร่งกระตุ้นเคล็ดวิชาออกมาถึงขีดสุดในเวลานี้!

            ชั่วขณะต่อมาพลันปรากฏร่างเงาของราชันย์เซียนทั้งสามตนจนเต็มท้องฟ้าสายตาจ้องมองเหยียดหยามเก้าสวรรค์สิบพิภพ แผ่กลิ่นอายกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตราวกับกำลังอาบแสงแห่งดวงดาราในทะเลศักดิ์สิทธิ์

            "สังหาร!" มู่ฮ่าวตะโกน

            ราชันย์เซียนทั้งสามตนพร้อมใจกันกางมือยักษ์ออกแล้วโจมตีไปยังท้องฟ้าอย่างต่อเนื่อง!

            แสงศักดิ์สิทธิ์ที่สาดส่องลงมาพลันเลือนหายไปชั่วพริบตาทั่วทั้งผืนฟ้าเหลือไว้เพียงจุดแสงริบหรี่ราวกับหมู่ดวงดาราระยิบระยับในม่านแห่งราตรีแม้แต่ห้วงเวหาที่รองรับพลังแสงศักดิ์สิทธิ์ยังบิดเบี้ยวและพังทลาย

            ดวงตามู่ฮ่าวเย็นเยียบร่างกายแปรเปลี่ยนเป็นลำแสงหลายสายพุ่งเข้าสังหารเขา!

            "อะไรกัน!"

            "ถึงกับอัญเชิญร่างมายาราชันย์เซียนลงมายังเก้าชั้นฟ้าด้วยเคล็ดวิชาเลยหรือ!"

            ใจบุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงสั่นสะท้าน

            ภาพนิมิตเช่นนี้เป็นลักษณะเฉพาะของกายาศักดิ์สิทธิ์แม้แต่เจ้าของกายาศักดิ์สิทธิ์เองยังต้องกระตุ้นพลังต้นกำเนิดเพื่อสำแดงมันออกมาแต่มู่ฮ่าวกลับสามารถแปรเปลี่ยนมันได้ด้วยเคล็ดวิชาอักษรนิรันดร์เพียงอย่างเดียว!

            ช่างเป็นการหยั่งรู้และพรสวรรค์ที่น่าทึ่งยิ่งนัก!

            แต่ในเวลานี้ เขาไม่มีเวลาให้คิดมากแสงวงแหวนทั้งหกส่องสว่างขึ้นที่ด้านหลังศีรษะ

            "กายปราณมหาสมดุล!"

            บุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงคำรามก้องร่างสูงสง่าถูกห่อหุ้มไปด้วยเกราะศักดิ์สิทธิ์ที่ทอแสงเจิดจรัสแล้วโบกสะบัดแสงศักดิ์สิทธิ์แห่งวิถีพุ่งเข้าใส่ร่างที่กำลังพุ่งมาเบื้องหน้า!

            ทั้งสองปะทะกันอย่างต่อเนื่องห้วงเวหาสั่นสะเทือนไม่หยุด ปลดปล่อยคลื่นพลังไร้รูปร่างออกมา

            แม้แต่เมืองเทียนตูที่อยู่เบื้องล่างหลายร้อยจั้งยังถูกพายุคลั่งพัดโหมกระหน่ำจนผู้ฝึกตนจำนวนมากต่างล้มกันเป็นแถบ

            พลังของมู่ฮ่าวนั้นแข็งแกร่งราวกับมังกรโบราณทุกกำปั้นที่ปล่อยออกมารายล้อมไปด้วยวิถีแห่งเต๋าและยากจะหาผู้ต้านทาน!

            บุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงจำต้องล่าถอยไปทีละก้าวพลังสะท้อนกลับอันแข็งแกร่งทำให้อวัยวะภายในของเขาเริ่มปั่นป่วน

            "ยอดฝีมือหนุ่มแห่งตระกูลมู่นั้นแข็งแกร่งเกินไปแล้ว!ถึงกับกดดันบุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงให้ต้องป้องกันตัวเท่านั้นไม่เหลือแม้โอกาสจะโต้ตอบ!"

            "ทว่าเคล็ดวิชาอักษรนิรันดร์ก็สมกับเป็นสุดยอดเคล็ดวิชาต่อสู้อันดับหนึ่งในรอบห้าพันปี!"

            "แม้ภาพนิมิตน่าสะพรึงของราชันย์เซียนผู้จุติลงมายังเก้าสวรรค์ยังจำแลงออกมาได้!"

            "แถมยังมีถึงสามตน!!!"

            "หึเจ้าคิดว่าการจำแลงภาพนิมิตเช่นนั้นออกมาได้ แค่ใช้เก้าเคล็ดวิชาลับก็พอหรือ?"

            "มันไม่เพียงแต่จะต้องมีพลังศักดิสิทธิ์ที่มหาศาลคอยหล่อเลี้ยงยังต้องมีพรสวรรค์แห่งการหยั่งรู้วิถีอันหาผู้ใดเทียบเทียมได้!"

            "ต่อให้เจ้าเห็นผู้นำตระกูลมู่ใช้มันทุกวันก็ใช่ว่าจะลอกเลียนแบบแก่นแท้ของมันออกมาได้!"

            เหล่าผู้ฝึกตนในเมืองเทียนตูต่างก็ถกเถียงกันไม่หยุดสีหน้าแฝงไว้ด้วยความตื่นตะลึง

            …

            บนท้องฟ้า ณ ขณะนั้น 

            บุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงถูกโจมตีจนต้องล่าถอยไปทีละก้าวเกราะศักดิ์สิทธิ์ที่ห่อหุ้มร่างกายเอาไว้เริ่มแตก แต่เขายังคงไม่ยอมแพ้กลเม็ดและเคล็ดวิชาต่างๆ ถูกงัดออกมาใช้อย่างต่อเนื่อง

            เจดีย์โบราณหลังหนึ่งลอยออกมาจากมือของเขาแล้วขยายใหญ่ขึ้นในชั่วพริบตามันสูงถึงหลายร้อยจั้ง แฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึง แล้วพุ่งเข้าชนมู่ฮ่าว!

            นี่คืออาวุธที่จัดอยู่ในระดับศักดิ์สิทธิ์!

            แม้แต่บุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงยังดึงพลังของมันออกมาได้เพียงสามส่วนเท่านั้น!

            ดวงตามู่ฮ่าวแข็งกร้าวในชั่วพริบตาก็สัมผัสได้ถึงอันตรายจากของวิเศษชิ้นนั้น

            เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย เพียงขยับความคิดร่างแยกทั้งสองก็พุ่งเข้าปะทะกับเจดีย์ยักษ์นั้นทันที!

            หลังจากต้านทานไว้ได้เพียงหนึ่งลมหายใจร่างแยกทั้งสองก็กลายเป็นจุดแสงนับไม่ถ้วนเลือนหายไปในผืนฟ้า

            ในทะเลจิตสำนึกของมู่ฮ่าวพลันได้รับแรงปะทะจากการโจมตีนั้นแต่เขาก็กัดฟันอดทนต่อการสะท้อนกลับ และใช้ช่วงเวลาหนึ่งลมหายใจนี้เร่งความเร็วขึ้นอย่างบ้าคลั่ง แล้วพุ่งเข้าหาบุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงทันที!

            ในดวงตาสีดำขลับราวหมึกปรากฏอักขระแห่งความโกลาหลบริเวณทรวงอกเปล่งแสงเจิดจ้าออกมาใช้การเคลื่อนที่ที่รวดเร็วปานสายฟ้าฟาดจู่โจมไปยังหน้าอกของบุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงโดยตรง!

            "นี่มันอะไรกัน!" บุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงตกใจอย่างมากในชั่วพริบตานั้นกายปราณมหาสมดุลเขาก็ถูกทำลายสลายไป

            จากนั้นพลังหนึ่งก็ไหลทะลักเข้าไปในร่างกายของเขากัดกินพลังชีวิตและพลังศักดิ์สิทธิ์ของเขาอย่างรวดเร็ว!

            มู่ฮ่าวฉวยโอกาสก้าวเท้าออกไปข้างหน้าลมปราณทั่วร่างพุ่งสูงขึ้นจนถึงขีดสุด ห่อหุ้มไปด้วยแสงทองคำหมื่นจั้งแล้วซัดหมัดเทพลงมา!

            ปัง!

            บุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงถูกกำปั้นชกเข้าจังจนต้องกระอักเลือดออกมาคำใหญ่แล้วร่วงหล่นลงมาจากเก้าชั้นฟ้าราวกับสายป่านว่าวขาด

            การโจมตีครั้งนี้ทำให้กระดูกของเขาหักไปหลายท่อนจนบาดเจ็บสาหัส!

            ชายชราคนหนึ่งในเมืองเทียนตูเห็นดังนั้นสีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปทันที เขารีบพุ่งตัวออกไปข้างหน้ารับร่างที่ร่วงหล่นของบุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงเอาไว้

            "อัก——" บุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงทรงตัวได้แล้วสำรอกเลือดออกมาอีกคำใหญ่

            เขากุมหน้าอกเอาไว้ด้วยสองมือนิ้วทั้งห้าสั่นเล็กน้อย ก่อนจะกระตุ้นเคล็ดวิชาหนึ่งอย่างเชื่องช้าเพื่อขับไล่พลังที่แทรกซึมเข้าไปในร่างกาย

            "ยอดเยี่ยมคนรุ่นเยาว์ที่ทำให้ข้าต้องสู้อย่างยากลำบากเช่นนี้ เจ้าเป็นคนแรก!"

            "ข้าแพ้แล้ว!"

            บุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงค่อยๆ ยืนขึ้นแล้วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            ทว่าคำกล่าวนั้นกลับทำให้ทุกคนตกอยู่ในความวุ่นวาย!

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】 ที่คุณอ่าน