ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นถึงอัจฉริยะในทางดาบจนขนาดที่ไวเคาถส์ลูแคสถึงกับฝึกฝนเขาเป็นการส่วนตัว และแม้กระทั้งโจเซรีนผู้เป็นบุตรรีก็ยังเป็นผู้หญิงของเขา! เมื่อสองปีก่อน เมอร์ริส เรียกได้ว่ามีสถานะที่สูงยิ่งกว่าคนทั่วไปๆ ในหมู่เด็กวัยเดียวกันเขามีสถานนะเขาถูกเรียกว่าอัจฉริยะที่ใครๆก็ต่างอิจฉา ไม่เพียงแต่เป็นศิษย์ส่วนตัวของมหาอัศวิน ทั้งยังเกือบได้หมั่นหมายกับ โจเซรีน บุตรีแห่งไวเคาทต์ ถ้าถามว่าตอนนั้นมีเมอร์ริสมีอำนาจแค่ไหนก็ล่ะก็ สามารถเอาโจเซฟเป็นตัวอย่างได้ เขาสามารถกลั่นแกล้งรังแก หรือ ฆ่า!ใครก็ตามตราบไดที่ไม่ใช่ขุนนางหรือคฤหบดีที่มีความสัมพันธ์กับลูแคส เรียกได้ว่าในสมัยก่อนนั้น ตัวเขาแทบไม่ต่างจากโจเซฟที่เป็นลูกของตระกูลขุนนางเก่าแก่ของเมืองนี้เลย สิ่งที่ต่างก็คือเขาไม่ได้บ้าบอหาเรื่องระรานคนอื่นไปทั่วหรือฉุดหญิงสาวชาวบ้านเหมือนมันก็เท่านั้น
เมอร์ริสหวนลำลึกของอดีตอันหอมหวานของตนด้วยความผาสุขแต่ในเวลาก็ทุกข์ทรมานเช่นกัน สาเหตุของเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะผู้หญิงคนเดียว!
ทรีริตี้!
สตรีที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่8ขวบเปรียบเสมือนมารดาของเมอร์ริสที่เป็นเด็กกำพร้า แต่ทว่าด้วยอายุที่ห่างกันไม่ถึง10ปีเขาจึงเรียกเธอว่าพี่สาวเสมอมา เมอร์ริสไม่ค่อยรู้เรื่องตัวตนของเธอมากนัก เขารู้แต่เพียงเธอไม่ใช่คนของเมืองโลว์เรสดั่งเดิมแต่ย้ายเข้ามาในฐานะหมอตอนแรกเธอยังไม่เป็นที่รู้จักนักแต่หลังจากนั้นไม่นาน เธอมีชื่อเสียงเลืองลือไปทั่วในฐานะแพทย์แห่งปฏิหารที่สามารถรักษาโรคร้ายได้ทุกโรค แม้ไม่อาจปลุกชีพคนตายแต่ชื่อเสียงความสามารถของหญิงสาวก็ขจรไปไกล แม้แต่ไวเคาทต์ลูแคสที่เป็นถึงมหาอัศวินก็ต้องเคารพเกรงอกเกรงใจ
“ทำไมเจ้าต้องทำอย่างนี้กับข้าด้วย ทรีริตี้”เมอร์ริสกล่าวด้วยความโศกเศร้าและไม่เข้าใจ ห้วงความคิดนึกถึงการพบกันครั้งแรก ทรีริตี้ ปรากฏตัวขึ้นที่โบสถ์แจ้งความประสงค์จะรับตัวเด็กคนหนึ่งไปเลี้ยงดู ซึ้งเมอร์ริสก็เป็นผู้โชคดีคนนั้น เธอยิ้มให้เขาด้วยความอ่อนโยน นำพาเขาหนีความลำบากของความยากจน ตลอดระยะเวลา4ปีก่อนที่เธอจะหายสาบสูญ เธอปฏิบัติกับเมอร์ริสด้วยความปราถนาดีมาโดยตลอด แม้แต่ความฝันของเมอร์ริสคือการเป็นอัศวินผู้ทรงเกียติและมีฐานะสูงส่ง ทรีริตี้ก็มีส่วนในการช่วยส่งเสริมเขาอย่างมาก การที่เขาได้รับการฝึกฝนการเป็นอัศวินส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะความช้วยเหลือของเธอ
แต่ทว่าฝันร้ายกลับมาเยือนในคำคืนหนึ่ง เป็นวันที่ก่อนที่เธอจะหายตัวไปเป็นและเป็นวันที่เขาได้รับคำสาปร้ายจากปีศาจที่มีนามว่า ทรีริตี้
ปีศาจที่เขาเคารพและเถิดทูน....
ทันไดนั้นเองร่างกายของเมอร์ริสก็สั่นสะท้าน ดวงตาฉายแววความหวาดกลัวจากก้นบึ้งของหัวใจเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นภาพและคำพูดในอดีตปรากฏขึ้นมาในห้วงความทรงจำที่ล่ะฉาก ๆ
‘อย่าห่วงไปเลยเมอร์ริส มันจะไม่เจ็บปวดแม้แต่นิดเดียว’
“....ไม่..”สีหน้าของเมอร์ริสเริ่มย่ำแย่หอบหายใจเสียงดัง พยายามสั่งการสมองให้หยุดคิดภาพเหล่านั้น แต่ทว่าราวกับมีอำนาจลึกลับบางอย่างฉุดรั้งให้ความทรงจำอันเลวร้ายผุดขึ้นมาราวกับน้ำที่พวยพึ่งขึ้นมาจากตาน้ำ
‘แม้จะเร็วไปหน่อย แต่นี้ถือว่าเป็นการตอบแทนตลอดระยะเวลา 4ปีที่ผ่านมา’
“ไม่!”เมอร์ริสแหกปากร้องริมฝีปากและดวงตาสั่นระริก ใช้มือผมกุมหัวของตนอย่างเจ็บปวด‘ขอโทษนะเมอร์ริส ครั้งนี้ลำบากเธอแล้วล่ะ’
“หยุดซักที”
‘ขอโทษนะ เมอร์ริส..’
“หยุด!”เด็กหนุ่มตะโกนลั่นดวงตาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดหันซ้ายหันขวามองหาบางสิ่งก่อนจะพุ่งไปที่มันอย่างรวดเร็ว เป็นดาบกางเขนที่ไว้บนผนังกำแพงใกล้ๆ เขาจับมันมาถือด้วยมือทั้งสองข้าง โดยไม่สนใจอาการใหล่หลุดที่แขนขวาสะบัดใบดาบเป็นท่วงท่ารูปแบบหนึ่งที่ได้ร่ำเรียนมา ลมหายใจพลันเปลี่ยนเป็นสั่นบางเบาและยาวบ้างเป็นช่วงๆอันแปลกประหลาด
เมอร์ริสกำลังใช้เทคนิคฝึกลมหายใจของอัศวิน มันเป็นวิธีการฝึกหลักรูปแบบหนึ่งของร่างกายนอกจากการออกกำลังของอัศวินที่ได้รับการสั่งสอนมาจากตระกูลไซเรนชาดต์ มันจะเสริมสร้างร่างกายอย่างช้าๆและมีผลทำให้จิตใจสงบตามลมหายใจเข้าออก โดยปกติเขาจะฝึกฝนด้วยเทคนิคทุกวันเพื่อส่งเสริมร่างกายต่อต้านและชะลอรอยคำสาปที่หน้าอก แต่ทว่าตอนนี้เขากลับใช้มันเพื่อหยุดยั่งเหตุการณ์พิศดารอย่างการไม่สามารถหยุดยั้งความทรงจำที่ผุดขึ้นมาไม่หยุด!
ร่างกายของเมอร์ริสเคลื่อนไหวอย่างช้าๆกวัดแกร่งดาบในท่วงท่าที่งดงามและดุดันเพียงไม่กี่กระบวนท่าแต่สามารถเรียกเหงื่อออกมาได้อย่างถึงที่สุด ลมหายใจของเมอร์ริสยังคงดั่งออกมาอย่างสม่ำเสมอราวกับกำลังพักผ่อน ถึงอย่างนั้นใบหน้าของเด็กหน่มเคร่งเครียดจนคิ้วขมวดเป็นปม เมอร์ริสทราบว่าด้วยนี้ตัวเขาอยู่ในสภาพที่เลวร้ายแค่ไหน เขาไม่สามารถใช้เทคนิคลมหายใจอัศวินประจำตระกูลไซเรนชาดต์ได้อย่างถูกต้อง! ด้วยร่างกายที่บาดเจ็บจากฝีมือของโจเซฟ เขาไม่สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างตามที่ต้องการ! แม้การหายใจที่ดูสงบเป็นจังหวะแต่มันก็ผิด! เพราะความเจ็บปวดของร่างกายที่ส่งผลต่อลมหายใจ แทนที่สถานการณ์จะดีขึ้นมันกลับเลวร้ายลง
นี่คือผลกระทบจากรูปแบบที่ไม่ถูกต้อง
‘ไอ้บัดซบ โจเซฟ!’ความโกรธแค้นของเมอร์ริสในดวงตายิ่งทอประกายล้ำลึกขึ้นไปอีก ขณะเดียวกันความทรงจำในอดีตๆก็ยังคงฉายอยู่ ใบหน้างดงามนั้นที่ยังพรำร้องว่า’ขอโทษๆ’ไม่หยุด กลับแปรเปลี่ยนเป็นความทรงจำในวัยเด็กในตอนที่เขาผอมโซหิวโหยอาศัยอยู่ที่โบสถ์ และเริ่มไล่ย้อนกลับมาเรื่อยๆจนถึงตอนที่เขาพูดคุยกับอลิสในวันนี้ทั้งเรื่องของมาคัสและปัญหาของโบสถ์เรกิส
ราวกับว่าอำนาจลึกลับมันต้องการที่จะทำให้จิตใจของเด็กหนุ่มแหลกสลาย โกรธแค้น ทะเยอทะยาน หวาดกลัว กังวลหวาดระแวง ที่อยู่ในใจของเมอร์ริส ถูกขุดขึ้นมาอย่างหมดสิ้น
ตอนนี้เมอร์ริสใกล้จะสติแตกเต็มที.... การเคลื่อนไหวและการหายใจเริ่มผิดรูปผิดร่างโดยไม่รู้ตัว ร่างกายค่อยๆเจ็บปวดมากขึ้นจากรับผลเสียของการฝึกฝนที่ผิดพลาด ตอนนั้นเขาก็สังเกตตัวเองในกระจกบานใหญ่ รอยดำผืนใหญ่ที่หน้าอกมันกำลังลุกรามอย่างช้าๆแต่เป็นความเร็วที่สามารถมองเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น อ้ากกกกก”ทันไดนั้นเมอร์ริสก็รู้สึกเจ็บปวดจนต้องแหกปากออกมา เจ็บปวดจนไม่สามารถอธิบายได้ ราวกับตายทั้งเป็น ความเจ็บปวดไม่ได้มาจากบาดแผลบนร่างกายแต่มาจากรอยดำที่กำลังรุกคืบกัดกินร่างกายของเขา! เด็กหนุ่มไม่อาจอดทนได้อีก ดาบในมือร่วงหล่นลมหายใจขาดช่วง ล้มลงไปนอนชักระตุกบนเตียง เมอร์ริสรู้สึกอยากตายๆเพื่อนหนีจากความทุกทรมานเช่นนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไป
‘..นี่ข้ากำลังจะตายงั้นเหรอ’เด็กหนุ่มคิดในใจอย่างสิ้นหวัง ลานสังหรณ์กลับบ่งบอกว่าความตายกำลังใกล้เขามาอย่างช้าๆ
“ไม่ข้าไม่อยากตาย!.. ข้าจะต้องกลายเป็นมหาอัศวินหรือกระทั้งเหนือกว่า ข้าจะต้องยืนอยู่บนจุดสูงสุด และใช้ชีวิตตามที่ต้องการ”ดวงตาของเมอร์ริสปรากฏความไม่ยินยอมกัดพันกรอดจนเลือดซิบ พยายามบังคับไม่ไห้ตัวเองหมดสติ อนทดต่อความเจ็บปวดของร่างกายและความทรงจำที่ปนกันมั่วไปหมดอย่างดันทุกลัง เขากลัวว่าเขาจะไม่ได้ลื่มตาตื่นขึ้นมาอีก เลยถ้าสลบใหลไปตอนนี้
แต่ความจริงช่างโหดร้ายเมื่อรอยดำกัดกินร่างเขาไปจนครบทุกส่วนความเจ็บปวดมหาศาลก็พวยพุ่งขึ้นมาในรอบเดียวราวกับมันส่งผลที่วิญญาณ ....สัญญาณชีวิตของเมอร์ริสดับไปทันที
เมอร์ริสเสียชีวิตไปทั้งที่ตายังไม่ปิด.....
เวลาค่อยๆผ่านช้าๆอย่างเงียบสงบจนกระทั้งหลายวันผ่านไป ผู้คนยังดำเนินชีวิตดั่งเช่นปกติวัน ในบ้านสองชั้นที่ตั้งอยู่ในเขตกลาง บ้าน...ซึ่งไม่ค่อยจะมีใครมาเยื่ยมเยือนสักเท่าไหร่ ในห้องๆหนึ่ง บนเตียงนอนปรากฏร่างที่นอนนิ่งสนิทไร้การเคลื่อนราวกับกำลังหลับพักผ่อนของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่อายุไม่น่าจะเกิน16ปีใบหน้าหล่อเหล่าเอาการ ทว่ารอบกายกลับมีแสงเงาสีดำมืด เคลื่อนที่วนเป็นวงกลมล้อมร่างกายนั้นเอาไวดั่งกำลังเผ้าดูแลบุคคลด้านในด้วยความถนุถอม ในตอนนั้นเลยแสงเงาดำก็ค่อยหมุนวนเขาไปในร่างกายของคนผู้นั้นทีล่ะนิดจนในที่สุดแสงสีดำก็ซึมซับเข้าไปในร่างของเด็กหนุ่มจนหมด
ฉับพลันดวงตาที่ปิดสนิทก็ค่อยๆลืมขึ้นมา เป็นดวงตาที่ดำมืดยิ่งกว่าราตรีในยามเที่ยงคืน...
----------------------------