ต้นมาเจนเทียร่า
ถึงแล้วสวนอนุรักษ์พรรณพืชพื้นถิ่นดาวซีในเขต 7 สวนอนุรักษ์แบบนี้จะมีในทุกๆเขตของดวงดาวอยู่แล้ว แต่อย่าคิดว่าเยอะอะไรนะ ก็แค่ 24 ที่เท่านั้นเองแต่มันก็ไม่ใช่สถานที่ยอดนิยมอะไรมาก เลยยังรองรับผู้คนที่เข้าชมได้อยู่เพราะสวนนี้ก็ไม่ได้เล็กเลย เนื้อที่ตั้งหลายร้อยเอเคอร์ตอนที่อยู่บนรถลอยฟ้าภาพมุมสูงที่มองลงมาก็คือปกคลุมพื้นที่ไปด้วยพืชเกือบจะทั้งหมดจากข้อมูลที่มี พื้นที่ 35% คือส่วนของสถาบันอนุรักษ์ฯ แห่งนี้พร้อมกับเรือนกระจกสำหรับการวิจัยเป็นพื้นที่ห้ามเข้า ส่วนที่เหลืออีก 65% นั้น สามารถเข้าชมได้ทั้งหมด
แต่พวกเขาไม่สามารถบินเข้ามาจากด้านบนและลงจอดจุดไหนก็ได้นะต้องลงจอดที่หน้าทางเข้าสวนเท่านั้น ไม่ใช่แค่กฎที่ต้องทำหรอกแต่พวกเขายังปลดปล่อยคลื่นรบกวนอ่อนๆ ออกมาเป็นการเตือนใครที่ฝ่าฝืนขับรถลอยฟ้าเข้ามาตรงๆ รถลอยฟ้าจะทำงานผิดปรกติก่อน จะเข้ามาในรัศมีที่ยังไม่ได้ใกล้สวนจนเกินไปแต่หากใครยังคงพยายามบุกรุกเข้ามาโดยไม่สนใจคำเตือนนี้ จากแค่เตือนจะเปลี่ยนเป็นรบกวนการทำงานของเครื่องยนต์อย่างรุนแรงพร้อมกับเปิดการทำงานของอาวุธติดโดรนที่จะเข้าจู่โจมทันที
ติ๊ด~
เสียงของการสแกนจ่ายค่าผ่านทางสำเร็จเพเนียสสามารถเดินเข้ามาด้านในได้ ก่อนจะเจอกับร้านค้ามากมาย ทั้งของส่วนกลางที่ตั้งขายแล้วก็พ่อค้าแม่ค้าจากข้างนอกที่เช่าพื้นที่ขายส่วนของที่จะเห็นมาขายหรือให้เช่าเลยก็คือ สกูตเตอร์ ยานพาหนะส่วนบุคคลขนาดเล็กที่จะทำให้คุณสำรวจสวนได้ครบทุกมุม ในสวนมีส่วนของสระ ก็จะมีอุปกรณ์สำหรับเล่นอยู่จริงๆ ถ้าไม่ซื้อหรือเช่าจากจุดนี้ ข้างในก็ยังมีที่ขายหรือให้อีก ไหนจะร่มธรรมดา หรือร่มแบบลอยตามไม่ต้องถือเองแต่จะลอยตามคนที่ล็อกอินสแกนหน้าเข้าใช้งานสามารถปรับได้ว่าจะให้ห่างจากศีรษะกี่เซนติเมตร
“ผมเช่า สกูตเตอร์แล้วก็ร่มครับ”เพเนียสเดินเข้าไปยังร้านหนึ่งที่ยังว่างลูกค้าอยู่ วันนี้คนทั่วไปไม่ทำงานก็เรียนจะมีส่วนน้อย ที่ไม่มีเรียนหรือไม่ได้เข้างานที่จะมาเดินเล่นเพื่อผ่อนคลายกัน
“ต้องการแบบไหน เลือกได้เลยครับ”หลังจากเลือกได้โดยกดๆ จิ้มๆ ไป หุ่นยนต์ก็นำของที่เขาต้องการมาให้ พร้อมกับสแกนจ่ายเงินค่าเช่าและค่าประกันของเสียหายเรียบร้อยสามารถใช้ได้ตลอดวันเลย แต่ต้องใช้แค่ในพื้นที่นี้เท่านั้น
สวนขนาดใหญ่จริงๆไม่ได้มีแค่สีเขียวหรอก ยังมีพืชสีอื่นๆอยู่ด้วยไม่น้อยเลยนอกจากจะมีสวนขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ในสวนเองก็ยังมีร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ศูนย์ชอปปิ้ง(ขนาดเล็ก)อยู่เช่นกัน เป็นการพักผ่อน ที่ต้องใช้เงินทองอยู่เช่นกัน นักเรียนนักศึกษาๆหลายคน ก็นิยมนัดเจอกันที่นี่อยู่เช่นกัน ทั้งมาเที่ยวเล่น เดตมาทำงานทำการบ้าน พักผ่อน เล่นกีฬา มีกิจกรรมหลากหลายให้เลือก แล้วแต่ความชอบแต่ส่วนใหญ่ก็ควรจะมีเพื่อนล่ะนะ มาคนเดียวแบบเพเนียส คงไม่สนุกเท่าไหร่
เพเนียสขับสกูตเตอร์มายังจุดเด่นของสวนนี้โดนเหนือศีรษะขึ้นไปไม่มากมีร่มลอยมาตามติดๆต้องขับเข้าไปอีกหลายนาทีเลยทีเดียว เพราะเขาขับแค่ช้าๆ เพื่อมองทัศนียภาพรอบๆ ไปด้วยต้นไม้เล็กใหญ่ ถูกจัดวางอย่างลงตัว มีจุดนั่งพักผ่อนอยู่เป็นระยะๆ บ้างก็มาเป็นกลุ่ม บ้างก็จับจูงแขนมาเป็นคู่
ต้นไม้ใหญ่อายุเกินพันปีเข้าไปแล้ว เป็นพืชพื้นถิ่นของดาวดวงนี้ที่ยังเหลือรอดและถูกดูแลอย่างดีอย่างต้นมาเจนเทียร่า จากข้อมูลบอกไว้ว่าต้นนี้มีเส้นผ่าศูนย์กลางกว่า 50เมตร สูงกว่า 124 เมตรและด้วยรูปทรงของต้นไม้เป็นแบบร่มจึงทำให้ดูแผ่กิ่งก้านเสริมให้ยิ่งใหญ่เข้าไปอีกไหนจะความเด่นของมันอย่างต้นที่มีเปลือกเป็นสีดำ ใบสีม่วงแดงที่โดดเด่นทำให้เป็นจุดถ่ายภาพสำคัญของที่นี่เลยทีเดียว นอกจากนี้ ในดาวซีแห่งนี้ยังมีการปลูกต้นมาเจนเทียร่าในอีกหลายที่แต่ยังเป็นแค่ต้นที่ไม่ได้สูงและลำต้นหนาขนาดนี้ และเช่นเดียวกันในสวนนี้ยังมีต้นกล้าของมาเจนเทียร่าขายอีกด้วย และเพเนียสหมายตาไว้แล้วต้องซื้อกลับไปให้ได้ ไม่สิ ซื้อแล้วส่งกลับไปก่อน
ถ่ายรูปกับต้นไม้อีกหลายรูปหลายมุมพร้อมกับโพสต์เช็กอินแล้ว เพเนียสก็ขับสกูตเตอร์ไปยังจุดอื่นต่อ และแวะพักถ่ายรูปอีกหลายจุดจนมาถึงลานน้ำพุสีรุ้ง(น้ำเป็นสีใส แต่มีการเพิ่มแสงทำให้เป็นสีรุ้ง)
“นี่ มึงหาคนทำรายงานได้หรือยังว่ะ”ชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงลานน้ำพุสีรุ้งกำลังคุยกันอยู่ด้วยเรื่องที่คนเรียนทั่วๆไป คงไม่ทำ
“รายงานวิชาที่สั่งตอนปลายเดือนก็หาได้แล้วตอนนี้กำลังทำงานให้เราอยู่ จะเหลือก็แต่วิชาที่สั่งงานเมื่อสองสามวันก่อนนั่นแหละที่ยังไม่มีคนรับงานเลย” อีกคนเอ่ย
“ถ้ามันรับงานยากนักก็จ่ายเงินเพิ่มสิวะ แล้วก็เอาคนที่ทำงานเก่งๆด้วย คราวก่อนไม่ได้เต็มเสียหน้าชะมัด” มอรูกัสคนแรกที่สั่งว่าขึ้นอย่างหัวเสีย
“งั้นเอางี้ไหมเอาคนที่มันสอบมิดเทอมได้คะแนนเยอะสุดเลย จ่ายเงินมันหน่อย มันต้องยอมแน่”
“ไม่งั้นเราก็คุมการทำงานตลอดก็ได้ไม่พอใจตรงไหนก็สั่งแก้เรื่อยๆ” อีกคนเสนอ
“เอางั้นก็ได้ รีบๆ จัดการล่ะ” มอรูกัสสั่งนิ่งๆว่าต้องทำให้ได้
“สะ...สาม คนนั้น” จากที่ขับสกูตเตอร์จะตรงเข้าไปดูน้ำพุสายรุ้งใกล้ๆเป็นต้องเบรกอย่างแรง เพราะกลุ่มชายหนุ่มทั้งสามตรงหน้าที่นั่งอยู่ม้าหินรอบๆ น้ำพุกลมนั้นมัน!!
“ไงจ๊ะ หนุ่มๆ รอนานไหม” ยังไม่ทันที่เพเนียสจะได้ขับสกูตเตอร์หนีไปไหนกลับมีกลุ่มหญิงสาวอีกสี่คนเดินเข้ามาอีก
“ไงสาวๆ เลยเวลามาตั้ง 20นาทีแล้วนะ” หนึ่งในสามคนที่นั่งอยู่ก่อนว่าขึ้น
“ก็ผู้หญิงไง เข้าใจหน่อยสิ” หญิงสาวที่ดูเป็นหัวหน้ากลุ่มซึ่งมีจุดเด่นที่หูของสุนัขจิ้งจอกแดงที่ชื่อว่าโดเรซานตอบออกมาอย่างไม่สนใจว่าจะต้องมานั่งรอเธอนานแค่ไหน
“มาแล้วก็ดี รีบๆ ไปได้แล้ว ฉันหิว” มอรูกัสว่าขึ้นเสียงไม่พอใจที่ต้องมารออีกสี่คนนี้ก็ทำให้เขาอารมณ์เสียพอแล้ว เป็นผู้หญิงแล้วไงไม่มีนาฬิกาดูหรือยังไง ถ้าไม่ใช่ว่าครอบครัวยังมีความเกี่ยวข้องกันอยู่ผู้หญิงน่ารำคาญแบบนี้เขาคบเลิกคบไปนานแล้ว แต่ก็อย่างว่า คนที่รู้ไส้รู้พุงกันมาขนาดนี้คงเลิกคบกันยาก
“งั้นก็ไปกันเถอะ”ทั้งกลุ่มเริ่มออกเดิน โดยหันมาทางที่เพเนียสอยู่พอดี นิ่งค้างไปไม่กี่วินาที ทำไมคนพวกนี้หันมาเร็วจัง
“นั่น นั่นมันไอ้เพเนียสหัวขาวประจำห้องม.ปลายไม่ใช่หรือไง” หนึ่งในนั้นที่เห็นและจำได้ทันทีชี้นิ้วมาทางเพเนียส
“หรือว่ามันจะมาแก้แค้นเรา”
“มันไม่กล้าหรอก”
“ถ้าอยากรู้ ก็... เฮ้ย มันหนีไปแล้ว”เพเนียสเองก็ไม่รอให้มันคุยกันจนจบแต่อย่างใดรีบหมุนแฮนด์ขับสกูตเตอร์หนีพวกนั้นทันที แต่ใช่ว่าเขาจะมีคนเดียวเพราะคนพวกนั้นก็มีสกูตเตอร์เช่นกัน!!
“ตามไปสิวะ”แต่ละคนรีบขับสกูสเตอร์ตามเพเนียสไปทันทีเพเนียสที่ออกตัวก่อนก็รีบเร่งเครื่องให้เร็วที่สุดเพื่อให้หลุดจากพวกนั้นออกไปให้ได้มีหันไปมองข้างหลังบ้าง แล้วก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ เพราะพวกมันตามมาจะทันแล้วไม่น่าเลย เขาไม่น่าเลือกรุ่นของสกูตเตอร์แค่กลางๆที่ทำความเร็วได้แค่ให้พอชมวิวข้างทางแบบสบายๆ เท่านั้นเลย
“มึงหยุดนะ!!”
“ตามมันเร็ว”
“สกัดมันไว้เลย”
“เร็วกว่านี้หน่อยสิ” เพเนียสที่ขับหนีด้วยความเร็วที่สุดที่เครื่องยนต์จะทำได้แล้วเริ่มบ่น
“หยุดนะเว้ยยย” เพเนียสคิดในใจไม่โง่หยุดหรอกโว้ยยย ดีที่ข้างหน้าเป็นส่วนที่ต้นไม้ขึ้นหน้าแน่นเพเนียสใช้สกิลการขับที่มีอยู่น้อยนิด ลัดเลาะเลี้ยวซ้ายขวาหนีไปเรื่อยๆผ่านต้นไม้ พุ่มไม้ จนรู้สึกว่าข้างหลังห่างออกไปเรื่อยๆ ด้านหน้าอีกไม่กี่ร้อยเมตรจะเจอกับโซนสระน้ำแล้วจุดนั้นน่าจะมีคนอยู่มาก น่าจะช่วยให้คนพวกนั้นหยุดตามเขาได้ แต่ว่าก่อนที่จะไปถึง ผ่านแค่จุดนี้เท่านั้น อีกแค่นิดเดียวเอง อีกแค่ 2-3ร้อยเมตรเองงงง
ครึ่ดดด~
สกูตเตอร์เกิดไม่เห็นใจเขาเสียอย่างนั้นสงสัยเป็นเพราะเขาเร่งเครื่องจนสุดกำลังของมันหรือเป็นเพราะรอบการใช้งานของมันเองก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้อยู่ๆ มันก็ไม่อยากจะลอยเหนือพื้นดินแล้วเสียอย่างนั้นมันค่อยๆลดระดับลง ลดลงๆ และแตะพื้นอย่างแผ่วเบา เหมือนๆ กับเสียงเครื่องยนต์ที่แผ่วลงๆแล้วก็ดับ! ใช่ มันดับไปแล้วเขาต้องวิ่งต่อเท่านั้น ส่วนไอ้เครื่องนี้ ก็ทิ้งไว้ตรงนี้ก่อนก็แล้วกัน
วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่งไปได้ไม่กี่ก้าว
พรึ่บบบ
“อ้าก อือๆๆ” วิ่งผ่านพุ่มไม้ใหญ่สีม่วงคล้ำๆน่ากลัวพุ่มหนึ่ง แต่ยังไม่พ้น กลับมีมือปริศนาคว้าตัวเขาไว้ก่อนและยังปิดการส่งเสียงร้องของเราด้วยการที่เอามือข้างหนึ่งมาปิดปากไว้อีกด้วยจากที่จะได้วิ่งออกไป แต่ตอนนี้กลับถูกดึงมานั่งซุกอยู่กับพุ่มไม้นี่ ไม่ใช่สิหลังเขาซุกพิงกับแผ่นอกของใครบางคนมากกว่า แต่ก็ น่าจะเป็นคนรักษาสุขภาพอยู่พอสมควรจะเพราะเนื้อแน่นไปหมด ไม่ๆๆ ดูเหมือนเขาจะโฟกัสผิดเรื่องแล้ว