เวลาในภพอสูรไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนรู้แต่เพียงว่าตอนนี้ผม เนฟิราชและพวกอสูรทั้งหลายต่างอยู่ในอาการเหนื่อยหอบสภาพแต่ละคนมอมแมมไม่มีชิ้นดี เนื่องจากทุ่มเทพลังทั้งหมด และทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อสร้างอาวุธประจำตัวของผม อีกอย่าง สภาพของภพอสูรตอนนี้เรียกได้ว่า ไม่เหลือชิ้นดีสักเท่าไรเพราะภพทั้งภพเกิดรอยร้าวของมิติมากมาย บางส่วนก็เริ่มสลายหายไปแต่พวกผมกลับมีใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขทั้งนั้นเพราะเราได้ทุ่มเทสร้างอาวุธ 6 ชิ้นขึ้นมาและเดิมพันกับทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็ แร่ธาตุทั้งหมด พลังทั้งหมด แม้กระทั่งแกนกลางของภพเราก็อัดลงไปด้วยเพื่ออาวุธ 6 ชิ้น
เมื่อพวกเราสร้างอาวุธเสร็จผมรู้สึกเลยว่าร่างกายมันหนัก แต่ทว่าพลังกลับอัดแน่นอย่างมากคงจะพัฒนาไปพร้อมๆกับทำอาวุธนั่นแหละ ก็เล่นทุ่มพลังทั้งหมด และใช้พลังของพวกอสูรหล่อเลี้ยงเรื่อยๆนี่ผมทำการดูดพลังอย่างมหาศาลมาใช้ในการตีแต่ละครั้ง ไม่รู้ว่าใช้ไปเยอะขนาดไหนรู้แต่ว่าตีลงครั้งหนึ่งก็ะเืไปทั้งภพ และเกิดการปริแตกของรอยแยกก็แล้วกัน
ก่อนตีอาวุธผมได้ถามความเห็นถึงผลกระทบกับพวกอสูรแล้วแต่เขากลับให้ความร่วมมือแบบเกินคาด เพราะอสูรทั้งหมดกำลังจะไปจุติที่ภพใหม่จึงขอให้ผมใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในภพนี้สร้างอาวุธ รวมถึงพลังของพวกเขาด้วยผลก็อย่างที่เห็นแหละครับ ตอนนี้ภพอสูร …..กำลังจะล่มสลาย
เวลาผ่านไปสักพักเมื่อพวกผมเริ่มดีขึ้นแล้วหมายถึงอาการดีขึ้นอะนะ ผมก็เอ่ยขอบคุณพวกเขาทันที
“ขอบคุณทุกท่านมากเลยนะครับที่ทุ่มเททุกอย่างร่วมอุดมการณ์การสร้างอาวุธของผม ถ้าไม่มีพวกท่านผมก็คงสร้างอาวุธที่ดีแบบนี้ไม่ได้หรอกครับ ขอบคุณจริงๆ” ผมทำสีหน้าจริงจังเพื่อให้รู้ว่าทุกคำพูด ผมเอ่ยออกมาจากใจจริง
“ไม่เป็ไรหรอกขอรับ เพราะนี่อาจเป็สิ่งสุดท้ายที่พวกเราจะสามารถให้ท่านได้พวกเราล้วนเต็มใจทำทั้งสิ้น” าากล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและจริงใจ
“ท่านราชันย์” าาเมฟิราชกล่าว
“ครับ มีอะไรเหรอครับ”
“ถึงเวลาที่เราจะต้องทิ้งภพนี้ให้ล่มสลายและเดินทางไปสู่ภพอื่นแล้วขอรับ ขอท่านโปรดรับของขวัญชิ้นสุดท้ายของพวกเราไว้ด้วยเถิด” าาพูดออกมาด้วยน้ำเสียง และสายตาที่จริงจัง
จะให้ทำยังไงได้ล่ะครับ หากผมปฏิเสธจะทำให้พวกเขาหมองทันทีผมจึงตอบไปด้วยความเต็มใจและสายตาที่จริงใจอีกครั้ง
“หากพวกท่าน้าจะให้ผมผมก็จะรับไว้ด้วยความเต็มใจครับ”
เมื่อาาได้ยินดังนั้นก็เดินมาคุกเข่าตรงหน้าผมและพวกอสูรทั้งหมดก็มาล้อมผมไว้สุดลูกหูลูกตา
สักพักาาเมฟิราชก็เอาหัวแตะกับพื้นแล้ววงเวทย์นับล้านก็ปรากฏรอบตัวผม รอบตัวของอสูรทั้งหมดรวมไปถึงภพทั้งภพ จากนั้นเมฟิราชก็พูดออกมาประโยคหนึ่ง
“พวกข้าขอมอบสิ่งสุดท้ายที่เหลือนี้ให้แด่ท่านราชันย์เพียงผู้เดียว”
จากนั้นก็มีแสงหลากสีพุ่งเข้ามาในตัวของผมโดยที่ผมไม่ได้ตั้งตัวผ่านไปไม่รู้นานเท่าไหร่ ตอนนี้ผมเห็นแต่ความมืดความวางเปล่า และได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น
“ท่านราชันย์พวกเราได้มอบพลังทั้งหมดของพวกเราให้กับท่าน หากโชคชะตามีจริงขอให้พวกเราได้เจอกันอีกลาก่อน ท่านราชันย์ที่ข้ารัก” แล้วเสียงนี้ก็ค่อยๆเลือนรางหายไปเหลือแต่ความว่างเปล่า
ผมค่อยๆหลับตาลง นึกถึงความดีที่เหล่าอสูรได้ทำ และพูดออกมาเบาๆว่า
“ขอบคุณพวกท่านมาก พลังที่พวกท่านได้มอบให้ผมนี้จะทำประโยชน์อันสูงส่งได้อย่างมากมาย โดยเฉพาะภารกิจนั้น ลาก่อนเหล่าอสูรที่รัก”จากนั้นผมค่อยๆหลับตาลง แล้วเปิดประตูเชื่อมมิติกลับไปยังที่เดิม
ณ ถ้ำที่พวกผมใช้เป็ที่ออฟไลน์ ได้มีประตูบานหนึ่งเปิดออกมา แล้วมีชายหนุ่มคนหนึ่งค่อยๆก้าวเท้าออกมาจากประตูนั้นด้วยแววตาที่เหม่อลอย
บุคคลนั้นคือผมเอง ผมค่อยๆก้าวเท้าออกมา เมื่อพ้นจากประตูแล้วก็รู้สึกว่าเกิดสิ่งผิดปรกติขึ้น
กึง! ! ! ! ! ! ! !
“มหาผนึกนิจอนันตกาลขั้นสูงสูด”เสียงประสานหลายเสียงดังขึ้นโดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว
วิชาพิสดาร ตรึงิญญา! ! ! ! ! ! !
วิชาพิสดาร หลอมกายหยาบ รูปลักษณ์อนันต์! ! ! ! ! !
“อึก! ! !” ผมรู้สึกว่ามีสิ่งหนึ่งกำลังหลอมรวมกับร่างของผมตรงหลัง ใช่แล้วสิ่งนั้นก็คือร่างกายของผมเอง เป็ร่างกายในโลกจริงที่พุ่งผ่านประตูมิติที่เปิดขึ้น พวกนั้นทำได้อย่างไร ผมยังไม่หายใก็มีเสียงประสานดังขึ้นมาอีก
ผนึกอนันตนิรันต์กาล ผนึก! ! !
ครืน! ! ! !
เกิดเส้นสายสีดำพุ่งเข้ารัดตัวของผม ผมไม่รอช้ารวบรวมพลังทั้งหมดะโออกไปทันที
“มะ ขะ กะ จะ ยะ กัมปถานะ”
ครืน! ! ! ครืน! ! !
เกิดการสั่นะเืของโลกอินฟินิตี้ทั้งโลกสร้างความใให้ผู้คน และพวกปริศนาทันที
“แย่แล้ว รีบส่งมันไปก่อนจะพูดประโยคถัดไปเร็วเข้า ก่อนผนึกจะสิ้นฤทธิ์ ใช้พลังทั้งหมดของพวกเราซะ! ห้ามกั๊กเด็ดขาด เร็ว!!!!” เสียงอันกังวานของบุรุษปริศนาดังขึ้น
เสียงผสานของทั้งหมดดังขึ้นอีกครั้ง
“มิติอสงขัยโลกธาตุ เปิด! ! !”
เกิดช่องมิติสีดำขนาดย่อมขึ้น โลกอินฟินิตี้สั่นะเือีกครั้ง เมื่อผมเห็นอย่างนั้นก็พยายามเร่งพลังให้หลุดจากผนึก แต่ว่า
“ช้าไป!!!” ตู้ม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
การสั่นะเืเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับทุกอย่างดับมืดไปหมด มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
พรวด! ! ! อึก! ! !
“สะ สำ เร็จ จนได้ แฮกๆๆ” เสียงบุรุษปริศนาดังขึ้น
“ถึงแม้จะ แลกกับพลังทั้งหมดก็คุ้ม อึก!! แฮกๆๆ” อีกคนกล่าวแล้วกระอักเืออกมา
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่
ก็มีลูกน้องปริศนาของบุรุษนั้นกล่าวขึ้น
“ท่าน ทำไมต้องหลอมร่างจริงของมันด้วย ส่งิญญาไปไม่ดีกว่าหรือ แล้วทำไมต้องทำให้มันเป็อัมตะด้วย”
“เ้ายังอ่อนนัก สาเหตุที่หลอมร่างจริง สาเหตุที่ต้องหลอมรวมร่างจริงของมันกับร่างที่ใช้ในโลกนี้ก็เพื่อกันไว้ไม่ให้มันเชื่อมทางมาง่ายๆไงล่ะ แล้วที่ต้องทำให้มันเป็อัมตะ ไม่ใช่สิ เรียกว่ามีอายุที่ยืนยาวมากๆและเกิดใหม่ได้เรื่อยๆ ก็เพราะเวลามันหมดอายุขัยิญญามันจะถูกดึงมาภพมันทันทีนะสิทำแบบนี้ก็เพื่อยื้อเวลารู้ไหม” บุรุษปริศนาตอบ
“เราผนึกพลังมันแล้วนี่ท่าน” เขายังถามต่อ
“ผนึกหนะ อยู่ได้ร้อยกว่าปี แต่มันดันแก้ได้นี่สิ ตอนนี้เลยเหลือประมาณสองปี แต่ก็คุ้มค่า เพราะเป้าหมายคือผนึกแค่ตอนส่งมันไปอีกจักรวาลเท่านั้นเพื่อไม่ให้มันหาทางเชื่อมเจอง่ายๆ”
“แสดงว่ามันโดนผนึกพลังทั้งหมดสินะท่าน”
“ใช่ ผนึกพลังทั้งหมดเพราะข้าได้ใช้ดวงผนึกทับซ้อนที่พิเศษและพิสดารขนาดที่ฝังลึกซ้อนร่างจิตมันเลยล่ะแต่อยู่ได้แค่เจ็ดวันผนึกส่วนแรกจะคลาย แต่พลังมันก็จะต่ำเตี้ยติดดินแหละนะหึหึหึ เอว่าแต่ผนึกที่ข้าใส่ไปเมื่อกี้ทำไมมันคุ้นๆนักหวังว่าคงจะไม่หยิบมาผิดอันหรอกนะ แต่ช่างเถอะ”
“เราส่งมันไปที่ไหนเหรอท่าน” มันถามต่อ
“ไม่รู้ รู้อย่างเดียวตอนนี้มันอยู่จักรวาลที่ไกลมากๆก็แล้วกัน และเ้าอย่าถามอีก!!”
“ท่าน”
“เฮ้ย บอกว่าอย่าถามกลับกันได้แล้ว ต้องไปฟื้นพลังอีกนานกันอยู่ นี่ถ้าข้าไม่เห็นมันเราก็เตรียมการกันไม่ทันหรอกอีกอย่างกว่าจะลบตัวตนจนมันไม่รู้เนี่ยข้าต้องใช้ฤทธิ์เยอะขนาดไหนเ้ารู้บ้างมั๊ยเฮ้อ ทีแรกข้านึกว่าจะต้องสูญเสียพวกเ้าบางคนไปแต่ก็ดีแล้วที่เ้านั่นมันยังไม่ฟื้นพลัง ไม่งั้นก็คงต้องเสี่ยงหลายอย่างล่ะ” เสียงเอ่ยกึกก้องพลันมิติก็เปิดออกพวกเขาก็พากันเข้าไปเพื่อที่จะฟักฟื้นพลัง
………………………………………………………………………………………………………………………..
ปรากฏการณ์ครั้งนี้ได้สั่นะเืไปทั่วทั้งเกมและเกิดการสอบถามมากมาย แต่ระบบก็ให้คำตอบว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากอสูรระดับสูงที่ใช้พลังอันรุนแรง และประกาศอัพแพทใหม่
ส่วนพวกมิโกะ และเพื่อนๆของออฟเมื่อเข้าเกมมาก็ไม่สามารถติดต่อออฟได้ แถมชื่อกิลด์ยังหายไปอีก เขาตามหา ติดต่อทั้งในเกมและนอกเกมก็ไม่เจอ จึงได้ไปสอบถามบริษัท แต่ก็ได้ความมาว่าผู้เล่น อตวสัตถา ทำการลบไอดีออกไปแล้ว พวกนั้นได้ยินก็ใกันใหญ่ แต่สุดท้ายก็ได้แต่คิดว่า เขาคงมีธุระสำคัญจึงได้แต่ภาวนาให้ได้เจอกันอีก ส่วนเื่บุกเบิกทวีปเขาก็จะสานต่อรวมถึงชื่อกิลด์ด้วย ส่วนมิโกะตอนนี้เอาแต่ซึมอย่างเดียวไม่ยอมเอ่ยปากพูดแม้แต่คำเดียวทั้งๆที่เธอไม่ได้รู้จักออฟมากเท่ากับพวกไอ้ชัยและปูเป้แท้ๆ
ทางด้านท่านโกศา
“เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกครั้งงั้นเหรอ พวกนั้นรู้ได้ยังไงว่าเขาอยู่ที่นั่นแต่ว่า ยังไงก็ขอให้ท่านกลับมาให้ไวที่สุดนะ เพราะภารกิจนี้้าท่านอย่างมากท่านออฟ” เกศาพึมพำกับตัวเองแล้วเหม่อมองบนท้องฟ้าด้วยแววตาที่ไร้จุดหมาย เพราะการขาดคนๆหนึ่งไปจะทำให้ภารกิจล่าช้าอย่างมาก
โดยเฉพาะผู้นำทัพหลัก 1 ใน 3
……………………………………………………..
เจอกันตอนต่อไปเร็วๆนี้//
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามน้า//