แต่ปีกก็ค่อย ๆ สามารถซ่อมแซมตัวเองจนกลับเป็นปกติได้อย่างอย่างรวดเร็ว อันเป็นผลมาจากเคล็ดลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติที่มีประสิทธิภาพในการดูดกลืนธาตุธรรมชาติทุกชนิดมาฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็วยิ่งนั่นเอง
ทันใดทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติชั้นที่เก้าที่กำลังเริ่มก่อตัวจนฟ้าดินแปรปรวนสั่นสะเทือนไปทั้งโลกของห้องกาลเวลา ความรุนแรงเทียบได้เป็นเก้าเท่าของทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติชั้นที่หนึ่ง
"เปรี๊ยะ..!!"
"บึ้ม..!!"
หลังจากรับและดูดกลืนพลังจากสายฟ้าของทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติมาถึงแปดชั้นฟ้า บัดนี้เท่ากับกังหลงได้รับการผลัดเปลี่ยนเส้นชีพจรสีทองขนาดใหญ่ถึงเก้าครั้งจนทำให้เส้นชีพจรมีความแข็งแกร่งและมีความเด่นชัดจนชัดเจนยิ่งแต่คล้ายว่าระดับพลังปราณยังมิได้ยกระดับไปสู่ปราณจักรพรรดิ์สงครามอย่างที่คาดไว้ตอนแรกเหมือนพลังยังโดนคอขวดปิดกั้นอยู่
ส่วนปีกฟ้าวายุคำรณนั้นกลับได้รับการผลัดเปลี่ยนสร้างเสริมจากทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติจนมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมากมาย ปีกเริ่มเปลี่ยนจากสีใสเป็นสีเหมือนกากเพชรแวววาวระยิบระยับแลดูสวยงามยิ่ง หากกังหลงสามารถผ่านทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติเก้าชั้นฟ้าได้สำเร็จก็ถือว่าได้ผ่านการอย่างสมบูรณ์ และแล้วเสียงดังสนั่นดุจฟ้าถล่มดินทลาย
"เปรี๊ยง..!!"
ทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติชั้นที่เก้าถือว่ารุนแรงที่สุดในบรรดา ทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติทั้งหมดหมดที่ผ่ามาทั้งแปดชั้นแม้จะรุนแรงแต่เมื่อเทียบกับ ทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติชั้นที่เก้านี้ช่างต่างกันลิบลับ ทันทีที่สายฟ้าจากทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติชั้นที่เก้าได้ผ่าฟาดลง ปีกฟ้าวายุคำรณที่ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งยิ่งจากการผ่านการชุบด้วยทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติมาถึงแปดชั้นก็ยังมิอานทนทานได้ ปีกถึงกับเริ่มมีรอยร้าวแผ่กระจายทั่วปีกอย่างรวดเร็วและแตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปในที่สุด
"แคร่ก ๆ"
"โพล๊ะ..!!"
"ซ่าาา...!!"
เสียงปีกที่แหลกละเอียดตกกระจายสู่พื้น ร่างกังหลงโดนพลังตกค้างที่หลงเหลือฟาดเปรี๊ยงเข้าให้จนต้องกระอักโลหิตออกมากองหนึ่ง ถึงแม้ร่างกายจะต้านทานต่อสายฟ้าทั้งปวงมิให้แผดเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านไป แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถลดแรงกดดันลงได้จนหมดสิ้น
"อั่กกก..."
"พรวด..!!"
แม้จะบาดเจ็บบอบช้ำภายในสาหัส แต่กังหลงมิยอมลุกขึ้นฝืนโคจรลมปราณตามเคล็ดลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติ ลมปราณเคล็ดวิชาวิญญาณเทวะและลมปราณตามเคล็ดมายาสวรรค์กลืนอัคคีวิเศษอย่างเต็มกำลังมิยอมท้อถอย
จักระทั้งเจ็ดหมุนวนอย่างเต็มที่ พลังปราณทั้งหมดไหลผ่านเข้าสู่จุดชีพจรทั้งห้าสิบสี่จุดแผ่กระจายไปทั่วร่างกายจนวนกลับมากลั่นกรองเป็นหยาดปราณบริสุทธิ์สะสมเข้าสู่จุดตันเถียนรอบแล้วรอบเล่า กายาทองแดงได้รับการปรับเปลี่ยนขัดเกลาจนแข็งแกร่งทนทานเป็นมันเงาสีทองแดงเข้ม ชีพจรสีทองขนาดใหญ่กว่าของคนทั่วไปได้รับการขัดเกลาเสริมสร้างจนมีความหนาเหนียวแน่นปรากฎชัดเจนมิได้หลบซ่อนเฉกเช่นก่อนหน้านี้
ปีกฟ้าวายุคำรณได้รับการปรับเปลี่ยนก่อกำเนิดใหม่เกิดดับ ๆ จนกลายเป็นสีทองบริสุทธิ์ดูสวยงามยิ่ง พลังปราณบริสุทธิ์หมุนวนขัดเกลาชำระล่างสิ่งไม่บริสุทธิ์ที่แฝงในกายจนบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น แล้วรวมตัวเป็นพลังอันกล้าแข็งหนึ่งเดียวพุ่งผ่านจุดเป็นตายอีกครั้ง เกิดเสียงทึบเบา ๆ ในร่างของกังหลง
"ปุ่..!!"
รู้สึกเหมือนสิ่งที่ขวางกั้นได้ถูกกรุยผ่าน ความอัดอั้นที่เคยมี ได้สลายคลายไปสิ้น จนรู้สึกโล่งเบาสบายดุจปุยนุ่นสบายอิ่มเอิบจนบอกมิถูก พลังปราณเปี่ยมล้น เมื่อกังหลงกำหนดจิตสำรวจร่างกายอีกครั้ง ถึงกับต้องตะลึง
"อาาา.."
บัดนี้ชีพจรของตนมีสีทองขนาดใหญ่กว่าของคนทั่วไปหลายเท่าได้รับการขัดเกลาเสริมสร้างจนมีความหนาเหนียวแน่น ทั้งยังปรากฎชัดเจนมิได้หลบซ่อนเฉกเช่นก่อนหน้านี้อีก ที่สำคัญระดับปราณของตนได้ยกระดับไปอยู่ที่ ครึ่งก้าวสู่ปราณจักรพรรดิ์สงครามขั้นหนึ่งช่วงชั้นสูงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ขณะนี้เมื่อตั้งสมาธิสำรวมจิตสำรวจจิตสามารถแผ่ขยายออกไปในรัศมีสิบลี้ล้วนสัมผัสได้กระทั่งมดปลวกที่เคลื่อนไหว มิมีการเคลื่อนไหวใดรอดพ้นจากการสำรวจนี้ไปได้ นับว่าได้วาสนาในคราเคราะห์โดยแท้ เพราะการต้องพบกับทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัตินั้นถือเป็นคราเคราะห์อย่างยิ่ง โอกาสที่จะผ่านไปได้นั้นแทบเป็นศูนย์ก็ว่าได้สำหรับคนทั่วไป
แต่สำหรับกังหลงที่จุดจักระธาตุสายฟ้าได้เปิดออกแถมยังได้กลืนกินทั้งเม็ดพลังธาตุสายฟ้าและเม็ดพลังธาตุสายฟ้าวายุย่อมแตกต่างกันจากคนอื่นโดยสิ้นเชิง ทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติกลับกลายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง
ด้วยพลังปราณอัสนีที่มากมายจากทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติแต่ละชั้นกลับช่วยให้กายยาและทุกส่วนเกิดความแข็งแกร่งขึ้น และพลังปราณอันมากมายได้ช่วยหนุนเสริมเติมเต็ม จนทำให้ระดับปราณที่เพิ่มขึ้นอย่างยากเย็นของปราณครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิ์สงคราม
ทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติถึงเก้าชั้นฟ้าถึงกับยกระดับปราณจากระดับปราณครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิ์สงครามหนึ่งขั้นช่วงชั้นกลางไปสู่ระดับปราณครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิ์สงครามหนึ่งขั้นช่วงชั้นสูงได้ในทีเดียว
หลังจากโคจรพลังจนเสร็จสิ้นเมฆดำบนท้องฟ้าก็ได้จางสลายหายไปสิ้น ท้องฟ้ากลับมาส่วางไสวสดใสดังเดิม กังหลงถลันกายออกจากม่านพลังพายุในทันทีบัดนี้การก้าวผ่านถือว่าง่ายดายมิได้รับผลกระทบใด ๆดุจการเดินผ่านม่านน้ำตกอันเบาบางเท่านั้น
บริเวณรอบนอกม่านพลังพายุ เป็นบริเวณกว้างเกือบครึ่งลี้ กังหลงเดินสำรวจไปเรื่อยๆ พบเจอสิ่งใดที่มีค่ามีประโยชน์ ล้วนเก็บยัดใส่แหวนมิติจนหมดสิ้นจวบจนเดินมาพบเส้นทางสายหนึ่งทอดลึกเข้าไปยังผนังศิลาอันราบเรียบขนาดใหญ่ดุจดังผนังศิลาอ่อนอันเรียบลื่น เส้นทางได้มาสิ้นสุดเพียงแค่นี้ กังหลงสำรวจสังเกตุพบปุ่มศิลาสีดำขนาดเท่าฝ่ามือจึงทดลองกดทดลองใช้วิธีการต่าง ๆ แต่มิมีอันใดเกิดขึ้น
"เอ..แล้วมันคือปุ่มอะไร มีไว้ทำอะไร แต่คงมิใช่สิ่งธรรมดาแน่ ..!!เง้อ..เอาไว้ยามมีเวลาว่างค่อยกลับมาค้นหาก็แล้วกันบัดนี้คงต้องรีบกลับออกจากหุบเหวแห่งนี้ก่อนแล้ว มิทราบสามสาวจะเป็นอย่างไรบ้างคงวุ่นวายแน่หากตามหาแล้วไม่สามารถติดต่อข้าได้"
สิ่งที่คาดการณ์ไว้มิผิดไปจากที่กังหลงคิดมากนัก สามสาวหลังจากเฝ้ารอตามที่กังหลงบอกจนครบห้าวันนับจากวันที่กังหลงจากไป พบเห็นกังหลงยังมิกลับมาและยังไม่สามารถติดต่อสัมผัสกังหลงได้อีกก็เริ่มเป็นทุกข์ร้อนใจ ด้วยความเป็นห่วงจึงพากันออกตามหาบริเวณใกล้ ๆจนวุ่นวายไปหมด อีกทั้งวันนี้จู่ ๆ ได้บังเกิดเหตุการณ์ประหลาดท้องฟ้ามืดครึ้มดุจท้องฟ้ายามราตรีจนมองอะไรแทบมิเห็น
ทั้งสามจึงรีบกลับเข้าถ้ำเพื่อหลบซ่อนจากเหตุการณ์ประหลาดนี้และหลังจากนั้นได้บังเกิดเสียงฟ้าผ่า ดังสะเทือนเลื่อนลั่นดุจฟ้าถล่มดินทลายพื้นดินและถ้ำที่อาศัยสั่นสะเทือนจนแทบพังทลายสร้างความหวาดกลัวให้สาวสาวยิ่งเหตุการณ์อันน่าตื่นตระหนกเหล่านี้คงอยู่เกือบครึ่งชั่วยามจึงได้สงบลงทั้งสามจึงได้ออกมาสำรวจดูด้านนอกบัดนี้ท้องฟ้าสว่างเป็นปกติเหมือนมิมีอะไรเกิดขึ้น
ทันใดนั้นทั้งสามถึงกับหน้าถอดสีต่างหันมองหน้ากันและมองเห็นสายตาที่หวาดหวั่นเหมือนกันของแต่ละคนเพราะทั้งสามได้สัมผัสถึงขอบเขตของพลังปราณอันยิ่งใหญ่ที่ไม่คาดคิดว่าจะมีได้กำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วมายังทางนี้ ทั้งสามกล่าวขึ้นเกือบจะพร้อมกัน
"ซ่อนตัวด่วน..!!"