เวลาผ่านไปหลายอึดใจร่างกายของหลินเทียนในยามนี้นั้นไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าจะมีกองภูเขามหาสมบัติอยู่ตรงหน้าก็ตาม เขากำลังจดจ้องอยู่กับตัวเองดูเหมือนว่าในช่วงเวลานี้นั้นมีทักษะที่แปลกประหลาดมากมายมหาศาลที่กำลังหลั่งไหลเขามาสู่ห้วงความรู้สึกนึกคิดของหลินเทียน แม้แต่ทักษะบางชนิดที่มีอยู่แล้วพวกมันราวกับพัฒนาขีดความสามารถจนมีความแข็งแกร่งและมีความทรงพลังยิ่งขึ้น ผู้ที่สามารถก้าวข้ามมาสู่ระดับราชันจอมเวทได้ดูเหมือนว่าพวกมันนั้นได้เปิดประตูบานใหม่ ความแข็งแกร่งที่พวกมันมีในยามนี้นั้นราวกับว่าแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมนับเป็นสิบๆเท่า นี่ถือจุดเริ่มต้นของผู้ที่แสวงหาพลังอย่างแท้จริง
ภาพเบื้องหน้าของหลินเทียนในยามนี้นั้นเป็นซากร่างที่ไร้วิญญาณของคนผู้หนึ่ง มันคือผู้ที่หลินเทียนจัดการไปเมื่อครู่นี่เองสีหน้าและแววตาของมันนั้นดูเหมือนจากไปอย่างสงบ ไม่มีเรื่องสุขทุกข์ให้ต้องเป็นกังวลอยู่อีกต่อไปแล้ว
หวืดดดดด ตึง ตึง หลินเทียนร่ายอักขระมืดอะไรบางอย่างไปที่ร่างที่ไร้วิญญาณของคนผู้นี้พร้อมทั้งหยดเลือดไปที่บริเวณใบหน้าของมัน เกิดแสงสว่างวาปไปทั่วทั้งบริเวณกลิ่นไอทั่วทั้งบริเวณสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความมืดมนและชั่วร้ายอย่างถึงขีดสุด
เฮือกกกก อยู่ๆร่างที่ไร้วิญญาณและเย็นชืดก็ลืมตาตื่นขึ้น ราวกับว่าตัวของมันนั้นไปเยือนที่โลกแห่งความตายมา
“บัดซบนี่ข้ายังไม่ตายอีกเรอะ ข้าจำได้ว่าข้าตายไปแล้วนิ” เมื่อมันลืมตาตื่นขึ้นมา มันก็แหกปากร้องทันที
“โห้…ดูเหมือนคราวนี้ข้าจะเรียกดวงจิตของมันกับมาได้ด้วย ไม่ได้มีแต่ร่างกายที่เคลื่อนไหวไปมาเหมือนซากศพ เหมือนเจ้าพวกสัตว์อสูรก่อนหน้านั้น” หลินเทียนกล่าวกับตนเองราวกับว่าตัวของเขานั้นไม่ได้สนใจเสียงร้องโวยวายของชายตรงหน้า
“เจ้าหนู เจ้าเป็นคนทำให้ข้าลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างงั้นรึ” ห่าวชวนกล่าวถามกับหลินเทียนเพื่อความกระจ่างเพราะเรื่องราวเช่นนี้นั้นมันเป็นเรื่องอะไรที่น่าเหลือเชื่อจนเกินไปนี่มันแหกกฏสวรรค์ยิ่งกว่าที่ตัวของมันเคยมีอีก
“ข้าเพียงแค่ทดสอบทักษะของข้าเท่านั้น ตัวท่านในยามนี้ร่างกายไม่เหมือนเก่าอีกแล้ว” หลินเทียนพูดออกไปตามตรงว่าตัวของมันในยามนี้ก็ไม่ต่างอะไรไปจากซากศพที่พูดคุยได้เท่านั้น แต่การที่ตัวของมันตกตายไปทำให้ขระมืดที่ตัวของมันเคยมีถูกขับสลายหายไปจนหมดสิ้นดังนั้นหอคอยสวรรค์แห่งนี้จะไม่ใช่สถานที่กักขังมันอีกต่อไปแล้วและเมื่อมันก้าวเท้าออกไปจากสถานที่แห่งนี้จะต้องไม่มีผู้ใดล่วงรู้อย่างแน่นอน
“นี่ นี่ข้ากลายเป็นผีไปแล้วจริงๆรึนี่” ห่าวชวนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อ หลังจากที่ตัวของมันลืมตาตื่นพลังดั่งเดิมของมันที่เคยมีล้วนแล้วแต่ลดหายไปจนหมดสิ้น พลังของมันในยามนี้นั้นอยู่เพียงแค่ราชันจอมเวทขั้นที่ 1 เท่านั้นนั่นหมายความว่าความแข็งแกร่งของมันผู้นี้นั้นเท่ากันกับหลินเทียน
“ท่านใกล้เคียงกับคำว่าอมตะยิ่งกว่าเดิมเสียอีก ตราบใดที่ตัวของข้ายังอยู่ท่านก็ไม่มีวันตาย แต่หากว่าชีวิตของข้าตกตายไปเมื่อไหร่เมื่อนั้นก็จะเป็นวันสุดท้ายของชีวิตท่านเช่นกัน” ภายในห้วงดวงจิตของมันนั้นถูกประทับตราฝังไว้ว่าทาสวิญญาณ พลังงานชีวิตของมันที่ไหลเวียนอยู่นี้นั้นส่วนหนึ่งก็ได้มาจากหลินเทียน
“ฮืมม” ไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้ว่าในยามนี้นั้นความรู้สึกนึกคิดของมันผู้นี้กำลังคิดสิ่งใดอยู่
“หากท่านต้องการที่จะตายอีกครั้งข้าเพียงแค่ดีดนิ้วเท่านั้นตัวของท่านก็ไปเกิดใหม่แล้ว ตัดสิ้นใจเอาซะตอนนี้จะอยู่ต่อหรือจะไปโลกหน้าตอนนี้เลย” หลินเทียนนั้นต้องการที่จะให้ห่าวชวนตัดสิ้นใจด้วยตัวเองอีกครั้งหากเขาคิดที่จะตกตายจริงๆหลินเทียนก็จะไม่บังคับฝืนใจใดๆทั้งสิ้น
“ช้าก่อนนายท่าน ได้โปรด ได้โปรดให้ข้าเป็นทาสรับใช้ของท่านด้วย” สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในโลกหล้านั้นคือการที่ได้ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวเดียวดายไปตลอดกาล และการที่ตัวของมันเองมีอายุขัยที่จำกัดเช่นนี้นั้นนับว่านี่คือพรสูงสุดของสวรรค์ที่มอบให้กับมัน
ทางด้านตัวของหลินเทียนเองแล้วนั้นลึกๆตัวของเขาก็รู้สึกขอบคุณห่าวชวนเช่นกัน ที่ทำให้ตัวของเขาเองนั้นสามารถพัฒนาความแข็งแกร่งได้อย่างก้าวกระโดด ส่วนทางด้านตัวของห่าวชวนเองตัวของมันก็ได้ความเป็นมนุษย์กับมาเพียงสักเล็กน้อยถึงแม้ว่าตัวของมันในยามนี้นั้นจะใกล้เคียงกับคำว่าอมตะเช่นดังเดิมแต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นอายุขัยของมันเองก็มีขีดจำกัด
“ถึงแม้ว่าตัวของเจ้าจะเป็นทาสวิญญาณของข้าเจ้าก็มีชีวิตที่อิสระนะ เจ้าอยากจะทำอะไรก็ทำเลยที่โลกภายนอกขอเพียงอย่างเดียวเจ้าไม่สร้างความเดือดร้อนต่อคนอื่นก็พอ แต่หากมันผู้นั้นหาเรื่องเจ้าก่อนก็จัดการมันได้ตามแต่ใจเจ้าเลย” หลินเทียนไม่คิดที่จะให้ห่าวชวนมาอยู่ข้างกายตนตัวของเขานั้นให้อิสระชายผู้นี้เต็มที่
“ขอรับนายท่าน นานมากแล้วจริงๆที่ตัวของข้านั้นไม่ได้เห็นโลกภายนอก” ห่าวชวนนั้นติดอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้มากกว่า 1 แสนปี โลกภายนอกในยามนี้นั้นคงที่จะเปลี่ยนแปลงไปจากที่ตัวของมันคาดคิดเอาไว้มาก และยังคงมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างให้ตัวของมันผู้นี้นั้นเรียนรู้อีกเยอะ
“ทรัพย์สมบัติพวกนี้มันมีมากจนเกินไปเจ้านำมันไปใช้สักครึ่งนึงเถอะ” เพราะภายในสถานที่แห่งนี้มันมีสมบัติที่มากมายจนเกินไปจริงๆ และไม่แน่ว่าสมบัติที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้แทบจะทั้งหมดมันอาจจะเป็นของเจ้าห่าวชวนผู้นี้ก็ได้ เพราะถึงอย่างไรก็ยังคงมีความลับเกี่ยวกับตัวมันอีกมากนัก
“ขับรับนายท่าน ข้าจะใช้มันให้คุ้มค่าที่สุด” มันตอบรับออกมาด้วยความยินดี สมบัติพวกนี้นั้นมันไม่คิดที่จะนำไปใช้เพื่อความสุขส่วนตนแต่ในทางกลับกันมันจะช่วยเอาไปต่อยอดเพิ่มความมั่งคั่งให้กับหลินเทียนเท่านั้น เพราะคนเราหากที่จะคิดที่จะทำการใหญ่แล้วนั้นจำเป็นที่จะต้องมีทรัพย์กรจำนวนมาก