บทที่ 11 ไม่กลัวฟ้าผ่าหรืออย่างไร (รีไรต์)
อวี้หย่งกุ้ยวิ่งหอบหายใจแรง เขาพาครอบครัวของหลัวเชียหนิวมาถึง
อายุแค่เจ็ดขวบ ระยะทางไปกลับไม่ได้ใกล้เลย อวี้หย่งกุ้ยกลัวว่าจะช่วยชีวิตไม่ทัน จึงวิ่งเร็วมาก แต่พอพาคนมาถึง เขาก็ทรุดลงกับพื้น หมดแรงที่จะวิ่งต่อ แม่ของหลัวเชียหนิวเห็นลูกชายนอนสลบอยู่บนพื้นหญ้าโดยไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น ก็ถึงกับสติแตก รีบวิ่งเข้าไปหาทันที
“เชียหนิว! เชียหนิวลูกแม่!” แม่ของหลัวเชียหนิวตาแดงก่ำ คุกเข่าลงข้าง ๆ ตัวลูกชาย และเขย่าตัวเขาด้วยความตื่นตระหนก “เชียหนิว เป็อะไรไป! ตื่นสิลูก เชียหนิว!”
หลัวเชียหนิวนอนไม่ได้สติ ใบหน้าซีดเซียว ไม่ขยับเขยื้อน
หัวสมองของแม่หลัวเชียหนิวราวกับจะะเิ
พ่อของหลัวเชียหนิวหน้าตาเคร่งเครียด ดึงตัวคนเป็ภรรยาออก “ยังไม่รู้เลยว่าเชียหนิวเป็อะไร อย่าเพิ่งไปเขย่าเขา”
แม่ของหลัวเชียหนิวรู้สึกสิ้นหวัง สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นอวี้หย่งหลิ่วที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ที่ทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง นางจึงหันขวับไปหาเด็กชาย จับไหล่เขาเขย่าอย่างแรงแล้วตะคอกใส่ด้วยความโกรธ “เ้าทำอะไรลูกข้า! เ้าทำอะไรลงไป!”
อวี้หย่งหลิ่วไม่คิดว่าแม่ของหลัวเชียหนิวจะพุ่งเป้ามาที่เขากะทันหัน จึงยังไม่ทันได้ตั้งตัว
“ไม่ใช่ข้านะขอรับ”
ยังไม่ทันพูดจบ ก็โดนแม่ของหลัวเชียหนิวขัดจังหวะด้วยความโกรธ นางตะคอกใส่อวี้หย่งหลิ่วเสียงดังลั่น "ไม่ใช่เ้าแล้วจะเป็ผู้ใดได้อีก! พวกเ้าตระกูลอวี้นี่มันน่ารังเกียจที่สุด! ครั้งที่แล้วพวกเ้าก็รุมทำร้ายลูกชายข้า เขาต้องมาห้ามพวกเราไม่ให้ไปหาเื่ตระกูลอวี้ บอกว่าเป็เื่ทะเลาะกันธรรมดา! ครานี้พวกเ้ายังมาทำร้ายลูกข้าจนสลบอีก! นี่มันเกินไปแล้ว! ... เมื่อครู่น้องเ้ายังบอกไม่รู้ว่าลูกชายข้าเป็ลมไปได้อย่างไร ข้าก็เดาไว้แล้วล่ะว่าต้องเป็เพราะพวกเ้าตีกันอีกแน่ ๆ! แต่นึกไม่ถึงว่าจะทำกันขนาดนี้! ดูสิว่าลูกชายข้าหน้าซีดเป็ไก่ต้มขนาดนี้! พวกเ้าลงมือหนักเกินไปแล้ว!"
แม่ของหลัวเชียหนิวพูดเร็วรัวด้วยความโมโห พูดไปก็ยิ่งรู้สึกเสียใจและโกรธแค้น มือที่จับไหล่อวี้หย่งหลิ่วก็ยิ่งแน่นขึ้น
ถึงแม้ว่าผู้หญิงกับผู้ชายจะมีกำลังต่างกัน แต่อวี้หย่งหลิ่วนั้นเป็เด็กค่อนข้างผอมอยู่แล้ว ทั้งยังอายุแค่สิบขวบ ส่วนแม่ของหลัวเชียหนิวเป็แม่บ้านทำไร่ทำนา กำลังวังชาก็ไม่น้อย ทำให้อวี้หย่งหลิ่วถูกเขย่าจนแทบจะเป็ลม
ซิ่งซิ่งเห็นดังนั้นก็รีบเข้ามา นางออกแรงผลักแม่ของหลัวเชียหนิวสุดแรงเกิด "นี่! ปล่อยท่านพี่สามของข้านะ! ปล่อย!"
แม่ของหลัวเชียหนิวกำลังโมโห จึงสะบัดมือปัดซิ่งซิ่งออกไปอย่างแรงด้วยความหงุดหงิด
ด้วยแรงของแม่ของหลัวเชียหนิว การจะเขย่าอวี้หย่งหลิ่วจนแทบปลิวยังทำได้สบาย ๆ แล้วซิ่งซิ่งตัวเล็ก ๆ จะไปเหลืออะไร ถูกปัดจนตัวลอยไปทั้งร่าง ก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้นหญ้า
"ซิ่งซิ่ง!" อวี้หย่งหลิ่วกับอวี้หย่งกุ้ยเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปหาด้วยความเป็ห่วง!
ไม่รู้อวี้หย่งหลิ่วเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน เขาผลักแม่ของหลัวเชียหนิวออกไป ก่อนจะรีบวิ่งไปประคองน้องสาวที่นอนอยู่บนพื้นพร้อมกับอวี้หย่งกุ้ย
ซิ่งซิ่งล้มลงไปค่อนข้างแรง แม้พื้นจะเป็หญ้า แต่ฝ่ามือที่ยันพื้นไว้ก็ถูกหินก้อนเล็ก ๆบาดจนเป็แผลเืซิบ
ดวงตากลมโตของเด็กหญิงมีน้ำตาคลอหน่วย ราวกับลูกแก้วที่รอวันร่วงหล่น ใบหน้าบ่งบอกความน้อยใจได้อย่างชัดเจน
แต่เด็กน้อยก็กลัวว่าพี่ชายทั้งสองจะต้องเป็กังวล จึงฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความเ็ปพร้อมกับเอ่ยว่า "ท่านพี่สาม ท่านพี่สี่ ซิ่งซิ่งไม่เป็ไรเ้าค่ะ!"
ภาพเด็กน้อยที่พยายามรวบรวมความเข้มแข็งทั้งน้ำตา ทำเอาหัวใจของพี่ชายทั้งสองแหลกสลาย น้องสาวของพวกเขานี่ช่างทั้งน่าเอ็นดูและน่าสงสารเสียจริง!
ดวงตาของพี่สามนั้นพลันลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะ เขาหันขวับไปมองหญิงวัยกลางคนด้วยแววตาดุดัน
ก่อนหน้านี้เขาพยายามจะอธิบาย แต่อีกฝ่ายก็ไม่เปิดโอกาสให้เขาพูดเลยแม้แต่น้อย
"หลัวเชียหนิวไม่ได้โดนพวกเรารังแก เขาโดนงูกัดต่างหาก!"
สีหน้าของหญิงวัยกลางคนพลันแปรเปลี่ยน "โดนงูกัดกระนั้นรึ! เ้าโกหก!"
การถูกงูกัดเป็เื่ใหญ่ถึงชีวิตเชียวนะ!
แน่นอนว่าสัญชาตญาณความเป็แม่ย่อมไม่เชื่อคำพูดนั้นโดยง่าย!
"เื่เหล่านี้มันต้องเป็เื่โกหกที่พวกคนสกุลอวี้เช่ยเ้ากุขึ้นมาเพื่อหนีความรับผิดชอบเป็แน่!"
ทว่าในตอนนั้นเอง พ่อของหลัวเชียนหนิวก็สังเกตเห็นว่าที่เท้าของเด็กหนุ่มมีสมุนไพรพอกอยู่ พอเขี่ยดูก็เห็นรอยแผลที่ถูกงูกัดอยู่สองรอย เขาจึงรีบพอกสมุนไพรที่เท้าลูกชายให้เรียบร้อย แล้วดึงแขนภรรยาให้มาดู
แม่ของหลัวเชียนหนิวเห็นสมุนไพรที่เท้าของลูก แล้วยังมีเืสีดำไหลซึมออกมาอีก มองอย่างไรก็เป็แผลถูกงูกัด หญิงคนนั้นจึงได้อึ้งไป
อวี้หย่งหลิ่วโกรธมาก พูดด้วยน้ำเสียงเ็าว่า "...หลัวเชียนหนิวถูกงูกัดสลบอยู่ในกองฟาง ซิ่งซิ่งเห็นเขาเป็คนแรก! ตอนนั้นพวกข้าก็ไม่รู้ว่าหลัวเชียนหนิวเป็อะไร ไม่กล้าแตะต้องเขา ได้แต่ให้อวี้หย่งกุ้ยรีบไปตามพวกท่านมา! หลังจากนั้นไม่นาน ซิ่งซิ่งก็เห็นว่างูกัดหลัวเชียนหนิว! นางไปหาสมุนไพรแก้พิษงูมาให้เขา! ถ้าให้พูดอย่างไม่เกรงใจ ซิ่งซิ่งเป็ผู้มีพระคุณ ที่ช่วยชีวิตหลัวเชียนหนิวเอาไว้เชียวนะ!"
อวี้หย่งหลิ่วโกรธจนยกมือเล็กของน้องสาวขึ้นมา ปรากฏรอยแดงที่ดูน่าใ "พวกท่านทำกับผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตลูกชายแบบนี้เนี่ยนะ?! ไม่กลัวฟ้าผ่าหรืออย่างไร!"
คำพูดนี้ ทำให้พ่อและแม่ของหลัวเชียนหนิวถึงกับหน้าหงาย
ซิ่งซิ่งเองก็รู้สึกเขินอาย รีบหดมือกลับ นางไม่อยากเอาความดีความชอบไว้คนเดียว จึงพูดเสียงดังว่า "ท่านพี่สามก็ช่วยดูดพิษงูด้วย พี่สี่ก็วิ่งไปตามพวกท่านทั้งสองมานะเ้าคะ!"
พี่สามบอกว่านางเป็ผู้มีพระคุณของคนคนนั้น แต่ในความคิดของนาง พี่สามและพี่สี่ก็เป็ผู้มีพระคุณของพวกเขาเหมือนกัน!
ทันใดนั้น หลัวเชียหนิวก็รู้สึกตัว ลืมตาขึ้นมาอย่างอ่อนแรง และไอออกมาเบา ๆ
คราวนี้พ่อและแม่ของหลัวเชียหนิวตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก ลืมเื่อื่นไปหมด รุมล้อมลูกชาย "เชียหนิว ลูกเป็อย่างไรบ้าง?"
หลัวเชียหนิวมึนหัวอย่างหนัก พูดสิ่งใดมิออกชั่วขณะ
ถึงอย่างนั้นพ่อและแม่ของเขาก็ดีใจจนเกือบจะร้องไห้
คนที่ถูกงูกัด ส่วนใหญ่จะเป็ลมหมดสติไป แล้วก็มิได้สติขึ้นมาอีกเลย
ตอนนี้ลูกชายของพวกเขาฟื้นแล้ว หมายความว่าลูกชายของพวกเขาไม่เป็อะไรแล้วใช่หรือไม่?
พ่อและแม่รุมล้อมหลัวเชียหนิวโดยไม่สนใจคนที่อยู่รอบข้าง พออวี้หย่งหลิ่วเห็นดังนั้น เขาก็ี้เีต่อว่าครอบครัวของอีกฝ่าย หันไปจับข้อมือของซิ่งซิ่งอย่างระมัดระวัง "ไปเถอะ ข้าจะพาเ้าไปทำแผล"
ซิ่งซิ่งพยักหน้าอย่างว่าง่าย "เ้าค่ะ"
อวี้หย่งกุ้ยถือตะกร้าผักป่าครึ่งตะกร้าเดินตามหลังมา
พี่น้องทั้งสามคนเดินจากไปไม่สนใจครอบครัวของหลัวเชียหนิวอีก
อวี้หย่งหลิ่วพาซิ่งซิ่งไปที่ริมลำธาร มือเล็ก ๆ ของซิ่งซิ่งเปื้อนน้ำจากผักเต็มไปหมดเพราะเพิ่งไปถอนผักป่ามา หลังจากล้างออกแล้ว อวี้หย่งหลิ่วก็ทำความสะอาดแผลที่มือของเด็กหญิง ซึ่งโดนหินบาดอย่างระมัดระวัง
อวี้หย่งกุ้ยซึ่งมีอายุเจ็ดปี ยืนดูอยู่ข้าง ๆ ด้วยความเป็ห่วงอย่างมาก
ปกติแล้วเวลาพี่น้องของพวกเขาทะเลาะกันจนาเ็เล็กน้อยก็ไม่ใช่เื่ใหญ่ แต่เมื่อน้องสาวตัวน้อยอย่างซิ่งซิ่งเจ็บตัว มันทำให้เขารู้สึกเสียใจอย่างมาก
อวี้หย่งกุ้ยอดไม่ได้ที่จะหยิบมือเล็ก ๆ ของซิ่งซิ่งขึ้นมา แล้วเป่าเบา ๆ ที่แผล "ซิ่งซิ่ง เ้ายังเจ็บอยู่หรือไม่?"
ซิ่งซิ่งเงยหน้าขึ้นและพูด "ท่านพี่สี่ ซิ่งซิ่งไม่เจ็บแล้ว! ขอบคุณท่านพี่สาม ขอบคุณท่านพี่สี่มากนะเ้าคะ!"
ความน่ารักของนางทำให้ใจของทุกคนแทบจะละลาย!
หลังจากจัดการแผลเสร็จแล้ว พี่น้องสามคนก็นำผักป่าที่เก็บมาได้จากริมลำธาร แล้วจึงกลับบ้านของตระกูลอวี้
พอกลับถึงบ้านไป๋เสี่ยวเฟิ่งก็ชวนอวี้หย่งหลิ่วและอวี้หย่งกุ้ยไปช่วยงานในบ้าน ส่วนซิ่งซิ่งเองกลับไปยังบ้านหลัก
ตอนนี้ในหมู่บ้านมีการจัดงานแต่งงาน แม่เฒ่าเว่ยไปช่วยจัดงาน ส่วนพ่อเฒ่าอวี้อยู่ยังคงอยู่ที่ทุ่งนา ในบ้านหลักไม่มีใครอยู่ ซิ่งซิ่งจึงเทน้ำครึ่งชามดื่มอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ถอดรองเท้าและปีนขึ้นเตียง จากนั้นก็หลับไปบนเตียงด้วยความง่วงงุน