เฟยฮุ่ยทะยานหมื่นลี้

    (ตอนที่ 36) เฉินลู่ซี

    ​สามวันผ่านไปหลังจากการประลองกับเซียนกระบี่เซียงเหลียง กำลังภายในของเฟยฮุ่ยเริ่มฟื้นฟูได้ครึ่งหนึ่ง แต่เซียนกระบี่ยังคงไม่รู้สึกตัว


    "เทียนเสียง ท่านลุงเซียงจะหายเป็นปกติดังเดิมไหม" เฟยฮุ่ยถามด้วยความกังวล


    "ไม่ตายนั้นข้ารับประกัน แต่หายดังเดิมนั้น...น่าจะยาก ถ้าไม่ใช่จอมยุทธ ป่านฉะนี้...ศพคงเน่า" หานเทียนเสียงตอบเหมือนอยากให้เป็นอย่างหลังเสียมากกว่า


    "เทียนเสียง เจ้านี่ล่ะก็...เรื่องมันผ่านไปแล้วนะ ข้าว่าท่านลุงคงไม่ต้องการทำร้ายข้าจริงๆ หรอก แต่เขาอาจควบคุมตัวเองไม่ได้เมื่อทำการประลอง ...เช่นข้า" เฟยฮุ่ยช่วยแก้ตัวให้คนเจ็บที่ไม่รู้สึกตัว


    "เจ้าล่ะ...กินยาหรือยัง วันนี้?" หานเทียนเสียงต้องคอยเตือนให้นางทานยาตลอด เพราะรู้นิสัยนางดี


    "แหวะ..ยาเจ้านี่มันสุดยอดแห่งความขมเลย ไอ้ที่เป็นเม็ดแบบกลืนได้เลยไม่มีเหรอ" เฟยฮุ่ยเกลียดการกินยามาตั้งแต่เด็ก ครั้นเวลาเจ็บป่วยบิดานางถึงกับต้องจับกรอกยากันเลยทีเดียว แต่บัดนี้จะมีผู้ใดสามารถบังคับนางได้


    "เฮ้อ...เจ้าจะกินยาเสียดีๆ ไหม"


    "ข้าว่า...ข้าหายแล้วนะ..เทียนเสียงจ๋า" นางดื้อเพราะเกลียดรสชาติที่ขมสุดจะบรรยาย


    "ข้าว่าแล้ว...งั้นเจ้าดูนี่นะ ที่มือซ้ายของข้าถ้วยยาของเจ้า..." หานเทียนเสียงชูถ้วยใส่ยาที่ปรุงเสร็จแล้วให้นางดู


    "แล้วไงจ้ะ...เทียนเสียง เจ้ามีกำลังบังคับข้าได้ เช่นบิดาข้ารึ" เฟยฮุ่ยไม่ยอมท่าเดียว"


    "แล้วก็ที่มือขวา...นี่ยาของเซียนกระบี่ มันเป็นตัวยาคนละชนิดกับของเจ้า ถ้าเจ้าไม่กินยา ข้าก็จะเทยาที่ปรุงให้เซียนกระบี่ทิ้งซะ แล้วเจ้าก็ไปเตรียมขุดหลุมสร้างสุสานให้เซียนกระบี่ได้เลย ฮ่าๆ" หานเทียนเสียงเอาชีวิตของเซียนกระบี่มาต่อรองเพื่อสยบความดื้อของนาง


    "ฮือๆ ไอ้บ้าเทียนเสียง เจ้าข่มขู่ข้า"


    "พูดมากน่า รีบกิน!"


    เหตุการณ์ประลองครั้งนี้ ผู้ที่ไม่พอใจที่สุดคือเลี่ยงจิน เพราะมันทำให้การเดินทางล่าช้าไปถึงสามว้น หากมิใช่เพราะเส้นทางที่เขาเลือกใช้นั้นมันสลับซับซ้อนยากแก่การติดตามแล้วไซร้ คงได้ตกอยู่ในวงล้อมของศัตรูแล้วเป็นแน่แท้


    "หนิงเฟิ่ง มาพอดีเลย ข้ากำลังจะไปหาเจ้า จะถามว่าเฟยฮุ่ยอาการดีขึ้นแล้วใช่ไหม? ข้าว่าพวกเรารีบเตรียมตัวออกเดินทางกันต่อเถอะ" เลี่ยงจินสอบถามหนิงเฟิ่งด้วยความร้อนใจ


    "ข้าถามหานเทียนเสียงแล้ว อาการของน้องฮุ่ยดีขึ้นมาก  น่าจะพอเดินทางได้แล้ว แต่ว่า..." หนิงเฟิ่งมิรู้ว่าควรแจ้งเหตุกับเลี่ยงจินดีหรือไม่ เพราะอาจทำให้เขาไม่พอใจ


    "แต่ว่าอะไร...อย่างนั้นหรือ หนิงเฟิ่ง" เลี่ยงจินสีหน้าเคร่งขรึม


    "ข้าว่า...ท่านถามนางเองเถอะ..ข้าขอตัวไปแจ้งแก่ศิษย์สำนักก่อน ว่าให้เตรียมตัวให้พร้อมตลอดเวลา" หนิงเฟิ่งหาทางเลี่ยงที่จะตอบ


    "อ้าว..."เลี่ยงจินกล่าวได้แค่นั้น หนิงเฟิ่งก็เดินจากไป ปล่อยให้เขายืนขมวดคิ้ว หน้ายุ่งอยู่คนเดียว


    "เฮ้อ...นี่ข้าจะตายก่อนถึงเมืองหลวงหรือไม่นี่  สวรรค์ท่านจะเข้าข้างพี่ข้าอย่างนั้นหรือ"


    ถางห้าวซาน นำกำลังพลที่เหลือจากการปะทะกับสำนักคุ้มภัยเฟยหลง กลับไปรายงานข่าวต่อ เฉินลู่ซี หรือนายกองเฉินที่ได้รับคำสั่งให้ร่วมติดตามมาสมทบพร้อมกองกำลังอีกห้าร้อยนาย


    "ฟังจากที่เจ้ารายงานมา ดูแล้วสตรีผู้นี้จะมิใช่ธรรมดา แต่ก็คงจะต้านกองกำลังที่เป็นนักรบฝีมือดีของข้าทั้งห้าร้อยคนมิได้แน่ ขอแค่ติดตามไปจนเจอ"


    "แต่นางล่วงหน้าไปหลายวันแล้วนะครับ" ถางห้าวซานเป็นกังวล


    "พ้นจากหุบเขาที่พวกนางข้ามไป จะมีทางแยกสามทาง ถ้าติดตามไปตรงๆ อาจสับสนหรือต้องแบ่งกำลังเป็นสามส่วนเพื่อตามนางไป อีกอย่างเส้นทางที่นางหลบหนีแม้เป็นเส้นทางลัด แต่ม้าเดินทางได้ลำบาก  ก็น่าจะเดินทางได้ไม่เร็วนัก" เฉินลู่ซีพิเคราะห์ทางหนีทีไล่ของฝ่ายตรงข้ามไว้แล้ว


    "ท่านนายกองเฉินหมายความว่า..." ถางห้าวซานพอจะเข้าใจความคิดของเฉินลู่ซีขึ้นมาบ้าง


    "เราจะใช้เส้นทางที่อ้อม แต่ให้มาฝีเท้าดีของเราเร่งเดินทางสุดกำลังโดยมิต้องหยุดพักกันมากนัก ก็น่าจะไปดักพวกนางได้ที่ทุ่งราบก่อนเข้าเมืองหลวง" เฉินลู่ซีแจ้งแผนการ และเลือกที่จะใช้ทุ่งราบเป็นพื้นที่สังหาร เนื่องจากปราศจากหุบเขาหรือป่าทึบให้หลบหนีซ่อนตัวได้


    "ครั้งนี้ข้าขอโอกาสท่านแก้แค้นให้กับหัวหน้าหน่วยหมาป่าทมิฬ"ถางห้าวซานขอโอกาสหวังแก้แค้นให้เฉิงซีซวน


    "ข้าให้โอกาส...เพราะถ้าขืนรายงานขึ้นไปเบื้องบน พวกเจ้าทั้งหน่วยหัวหลุดจากบ่าแน่ แต่ถ้าได้ตัวเป้าหมายของเรามาก็จะสร้างความดีความชอบลบล้างความผิดได้ ดังนั้นให้เจ้าคัดเลือกกำลังพลไปหนึ่งร้อยนายล่วงหน้าข้าไปก่อน ทำตามแผนที่แจ้งไว้ อย่าได้ชักช้า" เฉินลู่ซีมอบกำลังพลเพิ่มให้ถางห้าวซานอีกหนึ่งเท่าตัว โดยหวังว่าภารกิจนี้จะสำเร็จก่อนตนจะไปถึง


    มีอีบุ๊คนะครับ

    https://www.mebmarket.com/ebook-187974-

    คล้ายกับเรื่องเฟยฮุ่ยทะยานหมื่นลี้ ที่คุณอ่าน