บทที่ 3
เสือหรือสุนัข
จิ่วเหรินที่กำลังนอนหลับสบายใจอยู่ในห้องก็ต้องผุดลุกสะดุ้งตื่น เมื่อด้านนอกมีเสียงควบม้า ตามมาด้วยเสียงโวยวายราวกับเจอเื่ไม่ดี นางรีบคว้าอาภรณ์สวมคลุมร่างกาย ก่อนจะวิ่งออกจากห้องนอนของตน
“เกิดอะไรขึ้นหรือไป๋หลี่?”
นางเห็นสหายของตนยืนดูเหตุการณ์อยู่ก่อนหน้าแล้ว ทว่าภาพที่เห็นก็ทำจิ่วเหรินสั่นไปทั้งตัว
“ศ..ศพ!”
แม่ทัพกู้เยี่ยตรวจสอบจนแน่ใจว่าเป็ศพของมนุษย์ ถูกนำมาทิ้งไว้ก่อนรุ่งสาง
เผ่าเทพมีเขตป้องกันหนาแน่น ไม่มีทางที่จะมีเผ่าอื่นกล้าบุกรุกมากระทำเื่เช่นนี้ จิ่วเหรินมือไม้เย็นเฉียบ ใจนางหวั่นคิดไปถึงประมุขเผ่าปีศาจที่นางเพิ่งมีเื่กับเขามา
“ป..ไป๋หลี่ ข้าว่า..”
“ชู่ว!”
สหายเซียนยกมือขึ้นสั่งไม่ให้จิ่วเหรินพูด แม่ทัพกู้เยี่ยดูร้อนใจมากและแค้นพอสมควร เื่ประมุขเผ่าปีศาจคนใหม่นั้นยังไม่เคยมีใครพบหน้ามาก่อน ดังนั้นจึงมีเพียงข่าวลือเื่โฉดชั่วของเขาเท่านั้น
“เมื่อคืนนี้มีใครพบเห็นสิ่งผิดปกติบ้าง!”
“ไม่มีเลยเ้าค่ะท่านแม่ทัพ พวกเรานอนหลับสนิทเลย”
“เ้าสองคนล่ะ?”
แม่ทัพกู้เยี่ยหันมาถามไป๋หลี่และจิ่วเหริน ดวงตาดุจนกเหยี่ยวมองมาที่ทั้งคู่ จิ่วเหรินส่ายหน้าของตนเองและพยายามไม่แสดงอาการอื่นใด ส่วนไป๋หลี่ยกยิ้มและบอกว่านางนั้นหลับฝันดี จนไม่รู้สึกเลยว่ากำลังมีผู้บุกรุก
“หากข้ารู้ว่ามันคือผู้ใด สาบานเลยว่าหอกข้าต้องได้แทงหัวมันแน่นอน!”
เขาพูดเสียงดังเป็คำประกาศิตก่อนจะสั่งให้เอาศพไปฝัง และควบม้าออกไปจากบริเวณนั้นทันที จิ่วเหรินแอบสะดุ้งเล็กน้อย ภาพที่หอกแทงศีรษะของประมุขเผ่าปีศาจยังติดตามาจนถึงทุกวันนี้
“ข้าว่าเราต้องหยุดเขาไป๋หลี่ เราต้องหยุดเื่พวกนี้”
“หยุด? เ้าหยุดความบ้าคลั่งของซือเหยียนไม่ได้หรอก อีกอย่างก็อย่าเพิ่งปักใจเชื่อว่าเป็ฝีมือของเขาเลย อาจมีพวกอิจฉาคอยสร้างสถานการณ์ก็ได้”
ไป๋หลี่เอ่ยเตือนสติอย่างที่ใจของนางคิด ขึ้นชื่อว่าซือเหยียนคงไม่แค่ทิ้งศพแน่
“หรือข้าควรไปพบเขา..”
สหายเซียนหันขวับมองด้วยสายตาแกมดุทันที “เ้าบ้าไปแล้วหรือจิ่วเหริน ความลับของเ้าซือเหยียนย่อมรู้ เ้าจะนำพาตนไปพบเจออันตรายเพื่อเขารึ?”
จิ่วเหรินชะงักไปเมื่อคิดว่าเื่ของตนก็สำคัญเช่นกัน
“แต่ความทรงจำของซือเหยียน”
“เืของเ้าไหลอยู่ในกายของเขา ไม่ช้านานเขาย่อมล่วงรู้ความลับนี้จิ่วเหริน”
เพราะตอนนั้นนางคิดแต่เพียงช่วยชีวิตของซือเหยียน ไม่ได้สนใจผลที่ตามมาจากการเปลี่ยนชะตากรรม ด้วยความที่นางรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และไม่เคยมีใครสอนสั่งถึงการใช้โลหิตวิหคสีชาด
“หรือข้าควรสารภาพความผิดกับท่านอาจารย์”
“บ้าไปแล้ว!”
ไป๋หลี่ส่ายหน้ารัวไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง สหายของนางกำลังจิตตกจนสิ้นความคิด การสารภาพความผิดของจิ่วเหริน อาจนำพาให้์ลงมายุ่งวุ่นวาย หนำซ้ำซือเหยียนต้องจบเห่อีกรอบไม่มีทางย้อนกลับมาได้แน่
“เช่นนั้นข้าควรทำอย่างไร? จะให้อยู่เฉยแบบนี้หรือ?”
“การจะเปลี่ยนซือเหยียนนั้นยากยิ่ง แต่การที่เอาตัวเ้าไปเสี่ยงกับเขานั้นยากยิ่งกว่า”
“ท่านปู่ไม่เคยสอนข้าเื่การใช้โลหิตวิหคสีชาด”
“!!!”
“ที่ข้าช่วยซือเหยียนนั้นเป็ความคิดของตนเองทั้งสิ้น เพราะแบบนี้อย่างไรไป๋หลี่ ข้าถึงได้ร้อนรนกังวลใจจนอยากหยุดมันก่อนที่จะหยุดไม่ได้”
ไป๋หลี่อ้าปากค้างดวงตาเบิกกว้าง ที่ผ่านมานางเข้าใจว่าจิ่วเหรินเชี่ยวชาญชำนาญการใช้โลหิต ทว่าตอนนี้สิ่งที่นางได้ยินคือจิ่วเหรินไม่เคยรู้วิธี เหตุใดสหายของนางจึงกล้าเสี่ยงกับสิ่งที่ตนไม่รู้
“จ..เ้า!”
“ข้ารู้ว่าตนเองผิดพลาด ฉะนั้นข้าถึงอยู่เฉยไม่ได้ไป๋หลี่”
“นี่สิหนาโลกาวินาศของแท้ เ้าบ้าไม่ต่างกับซือเหยียนเลยจิ่วเหริน”
ไป๋หลี่พึมพำออกมาอย่างปลงตก เื่มาถึงขั้นนี้แล้วนางก็ไม่รู้จะกล่าวสิ่งใดออกมาได้อีก
แม่ทัพกู้เยี่ยรายงานสถานการณ์ที่พบเจอให้กับตี้หวั่งิฟัง สีหน้าของทั้งสองดูไม่ดีสักเท่าไร ศพที่พบเจออาจเป็ฝีมือของเผ่าปีศาจ และไม่แน่ว่าพวกมันกำลังคิดกำเริบเสิบสานอีกครั้ง
“ข่าวลือเื่ประมุขเผ่าปีศาจคนใหม่ ท่านเคยเห็นหน้าค่าตาของเขาบ้างหรือยัง?”
แม่ทัพกู้เยี่ยส่ายหน้า ก็นับว่าแปลกที่ชื่อเสียงกระฉ่อน แต่กลับไม่มีผู้ใดในเผ่าเทพพบเห็นเขา
“พวกเผ่าปีศาจเชื่อว่าวิหคสีชาดยังอยู่ และมันอยากได้เป็นักหนา”
“แล้วท่านคิดเช่นไร?”
ตี้หวั่งิยกชาขึ้นจิบพลางทอดสายตาออกไปด้านนอก นานกว่าพันปีแล้วที่วิหคสีชาดหายสาปสูญไปอย่างลึกลับ โลหิตอันล้ำค่านั้นทำเอาเกิดานองเื ์เองแม้ตามหาก็ยังไม่อาจพบเจอ
“เป็ไปไม่ได้หรอกแม่ทัพกู้ ข้าอยู่มาจนถึงวันนี้แล้วก็ยังไม่เคยพบเห็น”
“เป็ความละโมบของเผ่าปีศาจเองเสียมากกว่า! พวกมันเอาเื่วิหคสีชาดมาเป็ข้ออ้าง เพื่ออยากเป็ใหญ่เหนือทุกสิ่ง”
อารมณ์ร้อนของแม่ทัพกู้เยี่ยเรียกเสียงหัวเราะในลำคอของตี้หวั่งิ นับว่าถอดแบบซือเหยียนมาไม่ผิดเพี้ยน กู้เยี่ยเคยบอกเอาไว้ว่าเขานั้นอยากจัดการพวกเผ่าปีศาจให้อยู่หมัด ดินแดนเทพไม่เคยรุกรานและก่อความวุ่นวาย การสูญเสียซือเหยียนในคราวนั้นแม้แต่ศพก็ยังไม่ได้พบ
จิ่วเหรินเคร่งเครียดกับเื่ของซือเหยียน จึงชวนไป๋หลี่ออกมาเดินเล่นในเมือง ชีวิตของนางนั้นนับว่าไม่ได้มีความสุขอะไรมากอยู่แล้ว หลังเสียท่านปู่ไปนางก็ยังมีซือเหยียน พอมาตอนนี้นางก็เสียซือเหยียนไปอีกคน ชีวิตของนางไร้ญาติพี่น้อง มีเพียงสหายอย่างไป๋หลี่ที่คอยเคียงข้าง
“นี่จิ่วเหริน รออยู่ตรงนี้แปบหนึ่งได้หรือไม่?”
“มีอะไร?”
“ข้าเจอสหายเก่า อยากแวะทักทายเขาเสียหน่อย เ้าอย่าไปไหนเป็อันขาดเชียว ข้าเข้าไปแล้วจะรีบออกมา” ไป๋หลี่พูดยาวยืดกำชับเสียงเข้ม จนจิ่วเหรินพยักหน้าตอบรับ
หน้าร้านขายยาสมุนไพรที่ไป๋หลี่บอกว่าจะเข้าไปทักทายสหายเก่า จิ่วเหรินสอดสายตามองซ้ายขวา ก็เห็นเ้าสำนักหลิงเดินก้มหน้าไปทางชายเขาหลังเมือง เพียงเท่านั้นความอยากรู้อยากเห็นของนางก็กำเริบ ความกังวลเกี่ยวกับซือเหยียนวนกลับเข้ามาในสมอง จิ่วเหรินลืมสิ่งที่รับปากกับไป๋หลี่เมื่อครู่ว่านางจะอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน ทว่าสองขานางก้าวฉับไล่ตามหลังเ้าสำนักหลิงที่มุ่งหน้าไปทางหลังเมือง ตรงนั้นเป็เพียงชายเขาที่มีแต่ป่าทึบ
จิ่วเหรินซุ่มดูท่าทีของเ้าสำนักหลิง ที่หันรีหันขวางมองหาอะไรบางอย่างอยู่ เพียงไม่นานก็มีบุรุษรูปงามร่างกายกำยำเดินออกมาจากในป่า ดวงตาของจิ่วเหรินโตขึ้นเล็กน้อย ซือเหยียนนัดพบเจอกับเ้าสำนักหลิงห่างไกลผู้คนเช่นนี้ คงไม่ได้คิดการชั่วทำเื่เลวทรามหรอกกระมัง
เสียงสนทนาของทั้งสองแว่วมาให้ได้ยิน จิ่วเหรินภาวนาให้ตนเองนั้นไม่ทำเื่โง่ซ้ำอีก
“ข้อเสนอของท่านก็ไม่เลวสักเท่าไร แต่ข้านั้นยังไม่ค่อยพออกพอใจ”
คนของซือเหยียนนำตัวบุรุษอีกคนออกมา ใบมีดเงาวับจ่อคอพร้อมกับซือเหยียนที่แสยะยิ้ม ท่าทางร้อนรนของเ้าสำนักหลิงแปลได้ว่าบุรุษผู้นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง
“ท่านพ่อ!”
“หลิงเยว่!! เหตุใดจึงจับตัวลูกชายของข้ามา”
“ฮ่าฮ่า..” ซือเหยียนขบขันเสียเต็มประดา “ก็ข้าไม่พอใจนี่นา.. หากท่านยอมเป็ทาสให้เผ่าปีศาจ ยอมถวายหัวเพื่อรับใช้ข้า ทุ่มกำลังแรงใจทั้งหมดเพื่อข้า”
“...”
“ไม่เช่นนั้นลูกชายอ่อนแอของท่าน ก็อย่าอยู่ให้เกะกะโลกใบนี้อีกเลย!” ใบมีดนั้นปาดคอหลิงเยว่ในพริบบตาเดียว เ้าสำนักหลิงคุกเข่าลงบนพื้นสิ้นศักดิ์ศรี อ้อนวอนขอให้ซือเหยียนปล่อยลูกชายของตน เพราะตอนนี้หลิงเยว่มีแผลจนเห็นเืไหลออกมา
“ข้ายอมแล้วท่านประมุข ข้ายอมท่านทุกสิ่งอย่าง”
“ฮ่าฮ่าฮ่า”
น้ำเสียงที่แสดงออกถึงความพึงพอใจของซือเหยียน เพียงพริบตาเดียวร่างของหลิงเยว่ก็ถูกชิงตัวจากคนของซือเหยียน เป็จิ่วเหรินที่สอดตัวเข้ามายุ่งวุ่นวายอีกจนได้ เ้าสำนักหลิงโผเข้ากอดลูกชายทั้งน้ำตา
“เ้าชอบยื่นมือแหย่ปากเสือ แส่หาเื่อยากตายทั้งที่ข้ามอบโอกาสให้แล้ว!”
“ใครอยากได้โอกาสจากท่านกันซือเหยียน อีกอย่างท่านหาใช่เสือสางอย่างที่กล่าว การกระทำสกปรกพวกนี้มีแต่สุนัขเท่านั้นที่ชอบทำ!”
#พันธะโลหิตวิหคสีชาด