บทที่ 106: ขาใหญ่เจ้าถิ่น
หลังจากเดินชมเมืองอยู่ครู่ใหญ่ หลิงเซียวก็ตัดสินใจหาที่พัก เขาไม่ได้ต้องการโรงเตี๊ยมซอมซ่อหรือที่พักราคาถูก ในเมื่อเขามีศิลาปราณมากมายที่ยึดมาจากตระกูลเฉินและกลุ่มโจร การใช้ชีวิตอย่างสุขสบายจึงเป็นสิ่งที่สมควรทำ
เขาเลือกเดินเข้าไปใน "หอสุราเมฆาเหิน" ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเตี๊ยมที่หรูหราและมีชื่อเสียงที่สุดในนครเมฆา อาคารสูงห้าชั้นตกแต่งด้วยไม้หอมและทองคำ ส่งกลิ่นหอมรัญจวนใจออกมา ลูกค้าที่เข้าออกล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงหรือขุนนางผู้มั่งคั่ง
"ยินดีต้อนรับขอรับนายท่าน!" เสี่ยวเอ้อรีบเข้ามาต้อนรับ แม้หลิงเซียวจะแต่งกายด้วยชุดสีดำเรียบง่าย แต่กลิ่นอายสูงส่งและหน้าตาที่งดงามราวกับเทพเซียนก็ทำให้พนักงานไม่กล้าดูแคลน
"ข้าต้องการห้องพักที่ดีที่สุด และอาหารชั้นเลิศหนึ่งชุด" หลิงเซียวกล่าวพลางโยนศิลาปราณระดับกลางก้อนหนึ่งให้
ตาของเสี่ยวเอ้อเบิกโพลง ศิลาปราณระดับกลางหนึ่งก้อนมีค่าเท่ากับร้อยก้อนระดับต่ำ! นี่คือลูกค้ารายใหญ่!
"เชิญทางนี้ขอรับ! เชิญที่โต๊ะริมระเบียงชั้นสาม บรรยากาศดีที่สุดในร้านขอรับ!"
หลิงเซียวถูกพาขึ้นไปนั่งที่โต๊ะริมระเบียง เขานั่งจิบชาชั้นดีและมองดูทิวทัศน์ของเมืองหลวงที่พลุกพล่านเบื้องล่างอย่างสบายอารมณ์
ทว่า ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นาน
เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงหัวเราะดังลั่นดังขึ้นจากบันได กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดหรูหราเดินขึ้นมายังชั้นสาม นำโดยชายหนุ่มหน้าตาเจ้าเล่ห์ที่สวมชุดคลุมปักลายพยัคฆ์ทองคำ ข้างกายขนาบด้วยองครักษ์ระดับสร้างแก่นแท้ขั้นสูงสองคน
"เฮ้ย! เสี่ยวเอ้อ! ทำไมโต๊ะประจำของข้าถึงมีคนนั่งอยู่!" ชายหนุ่มชุดพยัคฆ์ตะโกนลั่นเมื่อเห็นหลิงเซียวจับจองที่นั่งริมระเบียง
เสี่ยวเอ้อรีบวิ่งเข้าไปหาด้วยสีหน้าลำบากใจ "นะ... นายน้อยจาง วันนี้ท่านมาดึก ข้าน้อยนึกว่าท่านจะไม่มาแล้ว จึงได้จัดที่ให้แขกท่านอื่น..."
"หุบปาก!" นายน้อยจางตบหน้าเสี่ยวเอ้อฉาดใหญ่จนล้มคว่ำ "ข้าจะมาหรือไม่มา โต๊ะนี้ก็ต้องว่างไว้รอข้า! ไปไล่มันออกไปซะ!"
เขาชี้หน้ามาทางหลิงเซียว "เจ้าเด็กบ้านนอก! ไม่รู้จักหรือว่าข้าคือใคร? ข้าคือ 'จางหยวน' บุตรชายของแม่ทัพรักษาเมืองหลวง! ไสหัวไปซะ ก่อนที่ข้าจะสั่งให้คนโยนเจ้าลงไป!"
ผู้คนในร้านต่างพากันเงียบกริบและหันมามองด้วยความสนใจ หลายคนส่ายหน้าด้วยความเวทนา คิดว่าเด็กหนุ่มผมเงินคงต้องเจ็บตัวแน่ๆ ตระกูลจางมีอำนาจบารมีมากในเมืองหลวง
หลิงเซียววางจอกชาลงช้าๆ เขาไม่ได้หันไปมองจางหยวนด้วยซ้ำ
"เสียงดังน่ารำคาญ" เขาเอ่ยขึ้นเบาๆ "ถ้าไม่อยากตาย ก็กลิ้งออกไป"
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนตกตะลึง!
จางหยวนหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ "เจ้ากล้าดีนัก! ฆ่ามัน! หักขามันแล้วโยนลงไป!"
องครักษ์ทั้งสองคนพุ่งเข้าหาหลิงเซียวทันที พลังระดับสร้างแก่นแท้ขั้นสูงระเบิดออก!
แต่หลิงเซียวเพียงแค่เหลือบตามอง...
ดวงตาสีม่วงของเขาสว่างวาบขึ้นด้วยแสงเย็นเยียบ
[เพลงกระบี่จักรพรรดิไร้ใจ: เนตรราชันย์กดดันวิญญาณ]
ตูม!!!
คลื่นพลังทางจิตวิญญาณที่มองไม่เห็น แต่หนักหน่วงราวกับขุนเขาถล่มทลาย พุ่งออกจากร่างของหลิงเซียวเข้ากระแทกใส่กลุ่มของจางหยวนโดยตรง!
มันไม่ใช่พลังลมปราณ แต่เป็น "เจตจำนง" ที่เหนือชั้นกว่า!
"อึก!"
องครักษ์ทั้งสองที่กำลังพุ่งเข้ามา ร่างกายชะงักค้างกลางอากาศเหมือนถูกตรึงด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น ใบหน้าของพวกเขาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวที่แล่นเข้าสู่จิตวิญญาณ ก่อนจะกระอักเลือดออกมาคำโตและทรุดฮวบลงกับพื้น!
ส่วนนายน้อยจางหยวนที่ยืนอยู่ด้านหลัง...
"อะ... อ๊ากกกก!"
เขากรีดร้องออกมาอย่างโหยหวน ยกมือกุมศีรษะราวกับมันกำลังจะระเบิด เลือดไหลออกทางทวารทั้งเจ็ด (ตา หู จมูก ปาก) เขาทรุดเข่าลงกระแทกพื้นอย่างแรงต่อหน้าหลิงเซียว ราวกับกำลังคุกเข่าขอขมา!
"ข้าบอกให้กลิ้งออกไป..." หลิงเซียวกล่าวซ้ำ น้ำเสียงยังคงราบเรียบ "หรืออยากให้ข้าทำลายตันเถียนของเจ้าด้วย?"
แรงกดดันเพิ่มขึ้นอีกเท่าทวีคูณ!
"มะ... ไม่! ยอมแล้ว! ข้ายอมแล้ว!" จางหยวนร้องลั่นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เขาไม่เคยเจอใครที่น่ากลัวขนาดนี้มาก่อน เพียงแค่นั่งเฉยๆ ก็ทำให้เขาเกือบตายได้!
"ไป!"
สิ้นเสียงอนุญาต จางหยวนและองครักษ์ก็ตะเกียกตะกายลุกขึ้นและวิ่งหนีลงบันไดไปอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งไว้เพียงรอยเลือดและความเงียบงันในร้าน
หลิงเซียวหยิบจอกชาขึ้นมาจิบต่อ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ผู้คนในร้านต่างมองมาที่เขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากความสงสารกลายเป็นความยำเกรงและหวาดผวา เด็กหนุ่มคนนี้... ไม่ใช่มังกรพลัดถิ่น แต่เป็นพยัคฆ์ร้ายที่ซ่อนเล็บ!