วิถีศัสตราไร้ลักษณ์ : The Formless Immortal Blade

    ตอนที่ 44: พังทลายมรรคาโกลาหล และก้าวแรกสู่ห้วงศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล


    แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางระดับฉีกกระชากจักรวาล ไม่ใช่เพียงความรู้สึกทางกายภาพ ทว่ามันคือสัจธรรมที่ถูกฉีดขาดพร้อมกับการพังทลายของ ‘กำแพงปราณโกลาหล’ ที่ครอบคลุมเก้าสวรรค์ชั้นล่างไว้ ร่างของ ‘หลินเฟย’ เด็กหนุ่มผมสีเทาประกายเงินในชุดเกราะอ่อนสีดำขลับที่บัดนี้กลายเป็นดั่งสมบัติเซียนระดับสูงสุด ลอยละลิ่วทะลวงผ่านรอยแยกมิติที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเจตจำนงแห่งศัสตราไร้ลักษณ์ที่หลอมรวมกับแก่นกลางดาราดับสูญ กลิ่นอายแห่งความตายและการลบล้างที่เขาแผ่ซ่านออกมา รุนแรงจนทำให้มิติโกลาหลรอบด้านเกิดการยุบตัวและแตกร้าวราวกับแผ่นกระจกที่ถูกฆ้อนปอนด์ทุบ


    [ฉากที่ 1: การจุติแห่งมารร้ายสีเทา และความกดดันของสัจธรรมที่แท้จริง]

    ทันทีที่ร่างของหลินเฟยหลุดพ้นจากกระแสน้ำวนของปราณโกลาหลสีเทาข้น กฎเกณฑ์พื้นฐานของจักรวาลที่เขาเคยรู้จักก็พังทลายลงในพริบตา แสงสว่างสีเงินและสีทองที่บริสุทธิ์ถึงขีดสุดสาดส่องเข้ามากระทบประสาทสัมผัส มันไม่ใช่แสงสว่างจากดวงอาทิตย์หรือดวงดาว ทว่ามันคือรัศมีแห่ง ‘ปราณเซียนแท้จริง’ (True Immortal Qi) ที่มีความหนาแน่นและหนักอึ้งกว่าปราณเซียนในสวรรค์ชั้นที่หนึ่งถึงหนึ่งล้านเท่า!

    ตึง! กร๊อบ!

    วินาทีที่ฝ่าเท้าของหลินเฟยสัมผัสกับผืนดินของมิติใหม่ แรงโน้มถ่วงระดับมหาศาลที่ไม่อาจจินตนาการได้ก็กดทับลงมาบนร่างของเขาทันที! มันไม่ใช่แรงโน้มถ่วงที่เกิดจากมวลของดวงดาว ทว่ามันคือ ‘น้ำหนักของสัจธรรมมรรคา’ (Gravity of True Dao Laws) ที่กดทับลงมาเพื่อทดสอบสิ่งมีชีวิตทุกรูปนามที่บังอาจเหยียบย่างเข้ามาในดินแดนแห่งนี้ พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเขาซึ่งเป็นดินสีม่วงเข้มที่ดูธรรมดา กลับมีความแข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กไหลผสมทองคำเซียนในโลกเบื้องล่างนับหมื่นเท่า ร่างกายหยกอมตะปฐมกาลของหลินเฟย ถึงกับทรุดลงคุกเข่าข้างหนึ่ง กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นปริแตกประดุจฆ้อนทุบ

    "อึก...! แรงกดดัน... ระดับนี้..."

    หลินเฟยกัดฟันกรอดจนเลือดสีเทาซิบออกมาจากมุมปาก นัยน์ตาสีเทาลึกล้ำที่สะท้อนภาพหยินและหยางเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เขาทำลายตำหนักนิรันดร์กาลที่เขารู้สึกถึงความอ่อนแอทางกายภาพเช่นนี้ พลังอำนาจที่เขาภูมิใจนักหนาเมื่อครู่นี้ กลับดูไร้ค่าเมื่อเผชิญหน้ากับกฎเกณฑ์ธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบของดินแดนศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล

    'ทนเอาไว้! เด็กน้อย... นี่คือบททดสอบแรกของการจุติ!' เสียงของจิตวิญญาณศาสตราดังก้องในโสตประสาทของเขาอย่างดุดัน 'ร่างกายของเจ้าถูกสร้างขึ้นจากมิติที่เปราะบาง มันไม่มีทางทนรับความบริสุทธิ์ของที่นี่ได้ เจ้าต้องใช้ปราณปฐมกาลเพื่อเผาผลาญและผลัดเปลี่ยนกระดูกของเจ้าใหม่ทั้งหมด!'

    หลินเฟยคำรามในลำคอ นัยน์ตาทอประกายความบ้าคลั่งที่ไม่มีวันดับสูญ เขาไม่ได้ใช้พลังเพื่อต้านทานแรงกดดัน ทว่าเขาใช้วิธี 'เปิดรับ' มัน! จักรวาลจำลองในจุดตันเถียนหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง พลังปราณปฐมกาลที่เกิดจากการหลอมรวมแสงสว่างและความมืดมิด ไหลทะลักออกจากแก่นแท้ เข้าโอบรัดและดูดกลืนปราณเซียนแท้จริงที่กำลังกดทับร่างกายของเขา เข้ามาอย่างตะกละตะกลาม

    ครืนนนนน!

    ร่างของหลินเฟยสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เลือบสีดำคล้ำซึ่งเป็นสิ่งเจือปนจากมิติเบื้องล่างถูกขับออกจากรูขุมขน กระดูกทุกชิ้นแตกละเอียดและถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วยความหนาแน่นที่เพิ่มขึ้นนับร้อยเท่า ผิวพรรณที่เคยเป็นสีหยกกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดที่แฝงไปด้วยความมันวาวดุจหยกศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เหนือกาลเวลา ภายในเวลาเพียงสิบลมหายใจ กระบวนการ 'ผลัดกระดูกเปลี่ยนเส้นเอ็น' เพื่อปรับตัวเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลก็เสร็จสมบูรณ์

    หลินเฟยค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนได้อย่างมั่นคง แรงกดดันมหาศาลที่เคยกดทับเขาจนแทบกระอักเลือด บัดนี้ให้ความรู้สึกเบาหวิวราวกับขนนก เขาสูดลมหายใจลึก กลิ่นอายของปราณเซียนแท้จริงที่เคยบาดลึก บัดนี้กลับกลายเป็นน้ำทิพย์ที่หล่อเลี้ยงและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ร่างกาย เขาทอดสายตามองไปรอบๆ เพื่อสำรวจดินแดนที่เพิ่งก้าวเข้ามาเหยียบย่างเป็นครั้งแรก

    ทัศนียภาพเบื้องหน้าคือป่าดงดิบขนาดยักษ์ ทว่าต้นไม้แต่ละต้นไม่ได้มีความสูงแค่หลักสิบจั้ง แต่มันสูงเสียดฟ้าจนมองไม่เห็นยอด ลำต้นของพวกมันใหญ่โตราวกับภูเขาขนาดย่อม ใบไม้แต่ละใบมีขนาดเท่ากับทะเลสาบและปลดปล่อยปราณวิญญาณออกมาตลอดเวลา หญ้าที่ขึ้นอยู่ตามพื้นดินมีความคมกริบยิ่งกว่ากระบี่ระดับสวรรค์ ท้องฟ้าเบื้องบนไม่ใช่สีคราม ทว่ามันเป็นสีรุ้งที่หมุนวนช้าๆ มีดวงอาทิตย์สีทองคำสิบสองดวงลอยเด่นอยู่ตามทิศทางต่างๆ สาดส่องแสงที่ไม่มีวันมอดดับ และที่เส้นขอบฟ้าอันไกลโพ้น หลินเฟยสามารถมองเห็น 'ทวีปลอยฟ้า' ขนาดยักษ์นับพันแห่ง ที่แต่ละแห่งมีขนาดใหญ่กว่าโลกมนุษย์หลายสิบใบ ลอยเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางทะเลหมอกสีเงิน

    'ดินแดนแห่งนี้กว้างใหญ่ไพศาลเกินกว่าที่จิตวิญญาณของเจ้าจะประเมินได้...' เสียงของจิตวิญญาณศาสตราดังก้องขึ้น 'จากความทรงจำของพวก Yun ที่เจ้าได้รับมา เจ้ากำลังอยู่ในชายขอบของ 'เขตแดนฟ้าบรรพกาล' (Desolate Azure Domain) ซึ่งเป็นเขตแดนที่รกร้างที่สุดในบรรดาเก้าเขตแดนเทพศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนนี้...'

    "รกร้างที่สุด..." หลินเฟยพึมพำ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความทะเยอทะยาน "ข้าชักจะอดใจรอไม่ไหวแล้วสิ ว่าที่ใจกลางของโลกใบนี้... จะมีใครที่มีความคู่ควรให้ข้าใช้ดาบเล่มนี้สับเนื้อบ้าง!"

    [ฉากที่ 2: การทดสอบพลังปฐมกาล และการสังหารหมู่สิงโตเพลิงบรรพกาล]

    หลินเฟยไม่รอช้า เขาต้องการทดสอบพลังของร่างกายและศัสตราไร้ลักษณ์ในรูปลักษณ์ใหม่ในดินแดนที่มีกฎเกณฑ์ธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบแห่งนี้ เขาใช้วิชาก้าวพริบตาปฐมกาล หายวับไปจากจุดเดิม ปรากฏตัวขึ้นใจกลางแนวป่าดงดิบขนาดยักษ์ กลิ่นอายแห่งความตายและการลบล้างที่เขาแผ่ซ่านออกมา รุนแรงจนทำให้สัตว์อสูรระดับต่ำที่ซ่อนตัวอยู่ต่างพากันหนีตายอย่างโกลาหล

    โฮกกกกกกกกกก!

    ทันใดนั้น เสียงคำรามที่กึกก้องและเปี่ยมไปด้วยจิตสังหารดุร้ายก็ดังแหวกอากาศมาจากส่วนลึกของป่า เปลวไฟสีน้ำเงินเข้มระเบิดพุ่งทะลวงแนวป่าออกมา ปรากฏเป็นร่างของ 'สิงโตเพลิงบรรพกาล' (Ancient Fire Lion) ขนาดยักษ์ความสูงกว่าสิบจั้ง ร่างกายของมันปกคลุมไปด้วยเกล็ดเพลิงที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กไหล นัยน์ตาทั้งหกพ่นไฟออกมาอย่างบ้าคลั่ง มันคือสัตว์อสูรระดับ 'เซียนปฐมกาลขั้นต้น' (Early Primordial Immortal) ซึ่งเป็นขอบเขตเดียวกับหลินเฟยในปัจจุบัน!

    สัตว์ร้ายไม่รอช้า มันพุ่งทะยานร่างเข้าหาหลินเฟยดุจพายุเพลิง ปากขนาดยักษ์ที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคมง้างออกหมายจะบดขยี้เด็กหนุ่มให้แหลกคามือ แรงกดดันจากปราณเพลิงบรรพกาลของมัน รุนแรงจนทำให้มิติรอบๆ ตัวหลินเฟยเกิดการบิดเบี้ยวและพังทลาย

    "ดี...! จงกลายเป็นหินลับดาบก้อนแรกของข้าในดินแดนนี้!"

    หลินเฟยแสยะยิ้มอำมหิต นัยน์ตาสีเทาทอประกายความบ้าคลั่งถึงขีดสุด เขากระชับศัสตราไร้ลักษณ์ในมือขวา ใบดาบครึ่งดำครึ่งขาวส่องประกายเร้นลับ ปราณปฐมกาลที่ถูกบีบอัดจนถึงขีดสุด ไหลทะลักเข้าสู่ตัวดาบ เขาใช้วิชาก้าวพริบตาปฐมกาล หายวับไปจากจุดเดิม ปรากฏตัวขึ้นเหนือหัวของสิงโตเพลิงในเสี้ยววินาที!

    "วิถีแห่งศาสตราไร้ลักษณ์ เคล็ดวิชาที่เจ็ด... คลื่นปฐมกาลล้างดารา!"

    หลินเฟยตวัดศัสตราไร้ลักษณ์กวาดออกไปเบื้องหน้าในแนวนอน คลื่นกระบี่สีเทาทึบระเบิดออกกลายเป็น 'คลื่นแสงสีเทาขนาดยักษ์' ที่กว้างใหญ่ประดุจคลื่นสึนามิที่กวาดล้างจักรวาล คลื่นพลังนี้ไม่มีความบ้าคลั่ง ไม่มีเสียงระเบิด แต่มันคือ 'การลบล้าง' อย่างสมบูรณ์แบบ!

    ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!

    เปลวไฟสีน้ำเงินเข้มและเกล็ดเพลิงที่แข็งแกร่งของสิงโตเพลิง เมื่อปะทะเข้ากับคลื่นกระบี่สีเทาปฐมกาล กลับถูกกลืนกินและสลายหายไปในอากาศธาตุอย่างเงียบเชียบ คลื่นสีเทายังคงขยายตัวและพุ่งทะยานต่อไป ทะลวงเข้าใส่ร่างของสัตว์อสูรขนาดยักษ์ที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า

    เวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปเสี้ยววินาที...

    เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!

    ร่างขนาดยักษ์ของสิงโตเพลิงความสูงสิบจั้ง พร้อมกับสัตว์อสูรระดับต่ำอีกนับร้อยที่ซ่อนตัวอยู่ตามพุ่มไม้ ถูกตัดขาดออกเป็นสองท่อนอย่างสมบูรณ์แบบ! รอยตัดนั้นเรียบเนียนจนน่าสะพรึงกลัว วินาทีต่อมา พลังปฐมกาลที่แฝงอยู่ในรอยตัดก็สำแดงฤทธิ์ ร่างของพวกมันระเบิดออกกลายเป็นฝุ่นผงและหมอกเลือดสีทองคำ ร่วงหล่นลงสู่ผืนดินสีม่วงเบื้องล่างประดุจสายฝนโลหิต!

    การโจมตีเพียงดาบเดียว... สังหารสัตว์อสูรระดับเซียนปฐมกาลและพวกพ้องนับร้อยได้อย่างง่ายดาย!

    หลินเฟยลอยตัวอยู่ท่ามกลางกลุ่มควันและหมอกเลือด นัยน์ตาสีเทาทอประกายความบ้าคลั่งและความทะเยอทะยาน เขาเก็บดาบแสงสีเทากลับเข้าสู่ร่างกาย เขาไม่ได้หอบเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย พลังงานจากวิญญาณเซียนที่ถูกสังหาร ถูกสูบดึงเข้าสู่จุดตันเถียนของเขา ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ร่างกายในโลกใหม่นี้อย่างรวดเร็ว เขาใช้วิชาก้าวพริบตา ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าซากศพของสิงโตเพลิง ยื่นมือซ้ายที่แผ่รังสีสีเทาออกไปคว้าคอเสื้อของมัน ก่อนจะยกขึ้นเหนือพื้นดิน

    "เวลาเล่นสนุกหมดแล้ว บอกทุกอย่างเกี่ยวกับโลกนี้มาให้ข้าเดี๋ยวนี้!"

    หลินเฟยไม่รอให้อีกฝ่ายตอบรับ เขาใช้วิชา 'ค้นวิญญาณปฐมกาล' สอดแทรกพลังจิตวิญญาณอันรุนแรงของเขาทะลวงเข้าไปในสมองและวิญญาณของสิงโตเพลิงโดยตรง! ความเจ็บปวดจากการถูกค้นวิญญาณนั้นเหนือล้ำกว่าการถูกเฉือนเนื้อนับพันเท่า สัตว์อสูรกรีดร้องโหยหวนจนตาเหลือก เลือดทวารทั้งเจ็ดไหลทะลัก ทว่าไม่อาจขัดขืนได้

    ความทรงจำมากมายของมันไหลทะลักเข้าสู่สมองของหลินเฟย เขามองเห็นโครงสร้างที่แท้จริงของเขตแดนฟ้าบรรพกาล ขุมอำนาจต่างๆ ตำหนักนิรันดร์กาล และข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตระดับ 'เซียนสวรรค์' (Heavenly Immortal) และ 'มารสวรรค์' (Heavenly Devil) ที่ปกครองดินแดนแห่งนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างถูกหลินเฟยสูบกลืนมาจนหมดสิ้นภายในไม่กี่อึดใจ

    เขาได้รู้ความจริงว่า โลกใบนี้กว้างใหญ่และลึกล้ำกว่าเก้าสวรรค์เบื้องล่างนับล้านเท่า และ 'สำนักกระบี่ไร้นาม' รวมทั้ง 'วิหารเทพสุริยัน' ที่เขาเพิ่งทำลายทิ้งไปนั้น เป็นเพียงแค่จุดเล็กๆ เป็นเพียงเครื่องมือหมากรุกที่พวกตัวตนบนดินแดนแห่งนี้ใช้เพื่อค้นหาและรวบรวมชิ้นส่วนศาสตราเท่านั้น ผู้บงการที่แท้จริง ผู้อยู่เบื้องหลังการนองเลือดทั้งหมด คือ 'มหาจักรพรรดิโบราณ' ที่นั่งประทับอยู่บนบัลลังก์สูงสุดของตำหนักนิรันดร์กาล ณ ศูนย์กลางของเขตแดนนี้!

    "ที่แท้... โลกนี้ก็ยังมีสุนัขตัวใหญ่กว่าให้ข้าสับเนื้ออีกมากมายรออยู่สินะ"

    เป๊าะ!

    หลินเฟยออกแรงบีบมือเพียงเล็กน้อย กะโหลกศีรษะและวิญญาณเซียนของสิงโตเพลิงก็แหลกละเอียดคามือของเขาอย่างง่ายดายราวกับบีบลูกองุ่น ร่างไร้วิญญาณถูกโยนทิ้งลงสู่ทะเลเลือดเบื้องล่างอย่างไม่ไยดี หลินเฟยสะบัดดาบแสงสีเทาเบาๆ เขาไม่ได้หอบเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย พลังงานจากวิญญาณเซียนที่ถูกสังหาร ถูกสูบดึงเข้าสู่จุดตันเถียนของเขา ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ร่างกายในโลกใหม่นี้อย่างรวดเร็ว เขาใช้วิชาก้าวพริบตา ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าซากศพของสิงโตเพลิง ยื่นมือซ้ายที่แผ่รังสีสีเทาออกไปคว้าคอเสื้อของมัน ก่อนจะยกขึ้นเหนือพื้นดิน

    [ฉากที่ 3: อัปเกรดศัสตราไร้ลักษณ์ และเคล็ดวิชาสะบั้นนรก]

    หลินเฟยยืนตระหง่านอยู่บนซากศพของสิงโตเพลิง นัยน์ตาสีเทาทอดมองไปที่ศัสตราไร้ลักษณ์ในมือขวา ใบดาบสีดำและสีขาวส่องประกายเร้นลับ ทว่าเขาสัมผัสได้ว่า พลังของมันยังไม่เพียงพอที่จะเผาผลาญกฎเกณฑ์ธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบของดินแดนนี้

    'ต้องการพลังมากกว่านี้... ต้องการลบล้างกฎเกณฑ์ให้มากกว่านี้...' เสียงของจิตวิญญาณศาสตราดังก้องขึ้น ประดุจความหิวโหยที่ไม่มีวันอิ่ม

    หลินเฟยแสยะยิ้มอำมหิต เขาใช้วิชาก้าวพริบตาปฐมกาล หายวับไปจากจุดเดิม ปรากฏตัวขึ้นบนยอดเขาหินศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ห่างออกไปนับหมื่นลี้ เขาเรียกทารกปฐมกาลในจุดตันเถียนออกมา ปีกสีดำและสีขาวสยายออกกว้างสุด ก่อนจะพุ่งเข้า 'หลอมรวม' กับศัสตราไร้ลักษณ์โดยตรง!

    ตูมมมมม!

    ปราณปฐมกาลสีเทาเข้มระเบิดออกจากร่างของหลินเฟย ก่อเกิดเป็นหลุมดำขนาดยักษ์ที่ครอบคลุมยอดเขาทั้งหมด เขาใช้อำนาจของหลุมดำ บีบอัดและสูบกลืนกฎเกณฑ์แห่งดินที่แข็งแกร่งที่สุดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล เข้ามาหลอมรวมกับศัสตราไร้ลักษณ์อย่างตะกละตะกลาม!

    ครืนนนนน! เพล้ง!

    ร่างของหลินเฟยสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ใบดาบสีดำและสีขาวเดือดพล่านและส่งเสียงร้องคราญครางประดุจจะรับน้ำหนักไม่ไหว รูปลักษณ์ของศาสตราแห่งการลบล้างเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ใบดาบครึ่งดำครึ่งขาวค่อยๆ ควบแน่นจนกลายเป็น 'ดาบแสงสีเทาโปร่งแสง' ที่ไร้รูปลักษณ์ ไร้น้ำหนัก ไร้ตัวตน มันคือสภาพที่แท้จริงของศาสตราแห่งการลบล้าง!

    มันคือสภาพที่สมบูรณ์แบบของศาสตราแห่งการลบล้าง... 'ศัสตราปฐมกาลเบิกสวรรค์'!

    'ยินดีด้วย... เด็กน้อย!' เสียงของจิตวิญญาณศาสตราดังก้องในหัวของหลินเฟยด้วยความปีติยินดีและความทะเยอทะยานอย่างหาที่สุดไม่ได้ 'บัดนี้ ศัสตราปฐมกาลได้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ! มันไม่ใช่อาวุธที่ถูกจำกัดด้วยวัตถุดิบในโลกนี้อีกต่อไป ทว่ามันคือ 'เจตจำนงแห่งจุดจบ' ที่ถือกำเนิดจากการลบล้างจักรวาล!'

    หลินเฟยสัมผัสได้ถึงพลังทำลายล้างที่ไร้ขีดจำกัดที่แผ่ออกมาจากตัวดาบ เขาแสยะยิ้มอำมหิต นัยน์ตาสีเทาทอประกายความบ้าคลั่งถึงขีดสุด เขาสัมผัสได้ว่าระดับพลังของเขากำลังก้าวข้ามขีดจำกัดของขอบเขตเซียนปฐมกาลขั้นต้น และพร้อมที่จะทะลวงสู่ขั้นกลางได้ทุกเมื่อ

    "ในเมื่อพวกเจ้ายกทัพมารวมตัวกันให้ข้าฆ่าถึงที่ ข้าก็ไม่ต้องเสียเวลาไปตามหาให้เหนื่อย!" หลินเฟยคำรามก้อง เขาตวัดดาบแสงสีเทา ฟาดฟันสวนกลับขึ้นไปด้านบนสุดแรงเกิด!

    "วิถีแห่งศาสตราไร้ลักษณ์... 'ปฐมกาลคืนสู่สูญ' ขั้นสมบูรณ์!"

    ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!

    คราวนี้ไม่มีเสียงระเบิดกึกก้อง มีเพียงแสงสีเทาปฐมกาลที่สว่างวาบขึ้นกลบแสงสีทองคำจอมปลอมจนหมดสิ้น เจตจำนงแห่งการลบล้างของศัสตราไร้ลักษณ์ พุ่งทะลวงเข้าทำลายม่านพลังป้องกันระดับเซียนสูงสุดจนแหลกเป็นผุยผง และฟาดทะลวงร่างขนาดยักษ์ของบรรพชนเซียนลำดับที่สาม 'อวิ๋นโม่' จนขาดสะบั้นออกเป็นสองท่อนอย่างง่ายดายประดุจตัดผิวน้ำ!

    ร่างของอวิ๋นโม่สูญสลายไปในอากาศธาตุ ทิ้งไว้เพียงทรัพยากร 'ศิลาเซียนแท้จริง' จำนวนมหาศาลที่ถูกสูบดึงเข้าสู่จุดตันเถียนของหลินเฟย พลังงานเหล่านี้หล่อเลี้ยงวิญญาณปฐมกาลและร่างกายหยกอมตะ ช่วยเสริมสร้างรากฐานขอบเขตเซียนปฐมกาลของเขาให้แข็งแกร่งจนมิติของสวรรค์ชั้นที่เก้าเริ่มปริแตกและไม่อาจรองรับเขาได้อีกต่อไป

    หลินเฟยแสยะยิ้มอำมหิต เขามองดูซากศพของเหล่าเซียนสวรรค์ที่นอนกองอยู่บนพื้น และกองทัพองครักษ์ตระกูลอวิ๋นนับแสนคนที่กำลังหวาดกลัว "ก็แค่เศษเนื้อที่กำลังรอการถูกทำลาย..."

    เด็กหนุ่มผมสีเงิน ทอดสายตามองไปทางทิศตะวันออก เส้นขอบฟ้าที่ไกลลับตาซ่อนเร้นมหานครที่เปี่ยมไปด้วยความมั่งคั่งและอันตราย

    "ตำหนักนิรันดร์กาล... มหาจักรพรรดิโบราณ... จงเตรียมตัวรับมือกับหายนะที่กำลังจะมาเยือนเถิด!"

    หลินเฟยสะบัดเกราะดำ ร่างของเขากลายเป็นเส้นแสงสีเทา พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าสีรุ้ง มุ่งหน้าสู่ศูนย์กลางของเขตแดนฟ้าบรรพกาล การสังหารหมู่ทวยเทพของ 'มารไร้ลักษณ์' ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการและไม่อาจหวนกลับได้อีกแล้ว!

    คล้ายกับเรื่องวิถีศัสตราไร้ลักษณ์ : The Formless Immortal Blade ที่คุณอ่าน

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    กำเนิดเทพนิทรา

    กำเนิดเทพนิทรา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    385K 758
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810