“ไอ้... ไอ้บัดซบ!!”
ภายในหุบเขาอันเงียบสงบจู่ๆก็มีเสียงร้องตะโกนออกมาจากถ้ำกลางผนังผาจนบังเกิดเสียงสะท้อนก้องกังวานไปยังที่ห่างไกล
คำพูดนี้ไม่ทราบว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อใดแต่ยามนี้กลายเป็นคำพูดติดปากไปเสียแล้ววันนี้ไป๋หยุนเฟยเอ่ยขึ้นมาหลายต่อหลายครั้งเพียงแต่ครั้งนี้กลับเปี่ยมไปด้วยความขุ่นแค้นและผิดหวังเจือปนอยู่
“ของวิเศษ...ของวิเศษล้ำค่าของข้าเล่า?!”
ไป๋หยุนเฟยหันมองไปรอบด้านไม่ยอมแพ้ที่จะค้นหาของวิเศษล้ำค่าหรือสมบัติซึ่งยอดฝีมือทิ้งเอาไว้ดังที่ได้จินตนาการเอาไว้ยามนี้มันอยู่ก้นถ้ำซึ่งลึกไม่ถึงสิบวา แต่นอกจากพื้นดินที่ชื้นแฉะและพืชที่พบเห็นได้ดาษดื่นบางชนิดแล้วก็ไม่มีสิ่งใดอีก
“เป็นไปได้อย่างไร เป็นไปไม่ได้...”ไป๋หยุนเฟยบ่นพึมพำกับตนเอง แต่แล้วทันใดนั้นดวงตามันก็เป็นประกายด้วยความหวัง“ใช่แล้ว!ที่ใต้พื้นอาจจะมีของวิเศษล้ำค่าที่เติบโตอยู่ใต้ดิน!”
นี่เป็นความหวังสุดท้ายของไป๋หยุนเฟยแล้วมันจึงนำพลั่วเหล็กออกมาก่อนจะเริ่มการขุดหาภายในถ้ำ
ด้วยความรวดเร็วในการขุดของไป๋หยุนเฟยเพียงไม่กี่อึดใจภายในถ้ำก็ถูกขุดเป็นหลุมไปทุกหนแห่ง อย่าว่าแต่ของวิเศษล้ำค่าเลยยามนี้แม้แต่พืชสักต้นก็ยังไม่พบ
“ไม่มี ไม่มีจริงๆ...”ไป๋หยุนเฟยทรุดกายลงกับพื้นด้วยความผิดหวังท้อแท้“ข้าทุ่มเทอย่างสุดกำลังกว่าจะจัดการกับอสูรวิญญาณระดับห้าได้สุดท้ายกลับต้องมาพบว่าที่นี่ไม่มีอะไรเลย!เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร? ไม่สมควรจะเป็นเช่นนี้...หรือก่อนหน้านี้ข้าสัมผัสผิดพลาดไป? แต่ข้ามั่นใจว่าสัมผัสได้อย่างชัดเจน...”
“เอ๊ะ? ที่ตรงนี้...” ทันใดนั้นเองจู่ๆไป๋หยุนเฟยก็มองเห็นที่ด้านซ้ายมือของตนมีหลุมเล็กๆซึ่งเพิ่งขุดใหม่แต่ก็มั่นใจว่าไม่ได้เป็นผู้ขุดหลุมนี้ขึ้น
หลังจากก้มลงพิจารณาอย่างละเอียดไป๋หยุนเฟยก็พบว่าก่อนหน้านี้บริเวณที่เป็นหลุมน่าจะมีพืชชนิดหนึ่งเติบโตอยู่เพราะว่าภายในยังหลงเหลือรากของพืชติดอยู่ไม่น้อย มิหนำซ้ำ...
“พลังธาตุลม!”ดวงตาไป๋หยุนเฟยเป็นประกายขึ้น เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังธาตุลมจากหลุมเล็กๆแห่งนี้ได้อย่างแผ่วจางที่แท้พลังธาตุลมก็มาจากเศษรากที่กระจายอยู่ในหลุมนั่นเอง!
“นี่เป็น... รอยเท้า!” เมื่อเบนสายตาไปเล็กน้อยไป๋หยุนเฟยก็พบรอยเท้าจางๆประทับอยู่ ทั้งยังชัดเจนว่าไม่ใช่ของตน!
เพียงใคร่ครวญชั่วครู่ไป๋หยุนเฟยก็ลุกขึ้นยืน
ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นอยู่ด้านหลัง*!
แต่ที่ย่ำแย่ก็คือในครั้งนี้ตั๊กแตนก็คือไปหยุนเฟยเอง...
เห็นได้ชัดว่าขณะที่ไป๋หยุนเฟยและแมงป่องยักษ์ออกไปจากถ้ำเพียงไม่ถึงชั่วน้ำเดือดก็มีผู้อื่นเข้ามาในถ้ำและถือโอกาสหยิบฉวยของวิเศษไป!
“ประมาทไปแล้วข้าประมาทเลินเล่อเกินไปแล้ว... มัวแต่มุ่งความสนใจต่อสู้กับแมงป่องจึงถูกผู้อื่นฉกฉวยไปโดยไม่รู้ตัว! เพียงชั่วเวลาสั้นๆเท่านี้ก็สามารถเข้าไปในถ้ำแล้วหยิบฉวยจากไปได้ดูท่าแล้วอีกฝ่ายต้องมีฝีมือไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ช่างน่าชิงชังนัก! หากข้าหาตัวพบ เจ้าต้องได้เห็นดีแน่!!”
ในใจไป๋หยุนเฟยท่วมท้นไปด้วยโทสะแต่มันเองก็ทราบดีว่าความโกรธกริ้วเช่นนี้ไม่ส่งผลดีอันใดจึงเพียงส่ายหน้าอย่างอับจนปัญญาพร้อมกับนึกในใจว่าเสียแล้วก็แล้วไปเถอะรีบไปจากที่นี่แต่เนิ่นๆจะดีกว่า
“กรี๊ด!!”
ยามนั้นเองที่ปากถ้ำก็มีเสียงร้องคำรามด้วยความเดือดดาลแว่วมาจากนั้นแมงป่องยักษ์ก็พุ่งเข้ามาอย่างดุดันราวกับรถถังคันใหญ่ --- ไป๋หยุนเฟยที่จมอยู่ในภวังค์ครุ่นคิดจึงไม่ทันได้พบเห็นว่าศัตรูเข้ามาใกล้!
แมงป่องยักษ์หยุดอยู่ห่างจากไป๋หยุนเฟยราวสองวาเศษดวงตาทั้งสามกรอกไปมาคนละทิศเพื่อกวาดมองไปรอบถ้ำก่อนที่ดวงตาทั้งสามจะไปหยุดอยู่ที่หลุมเล็กๆที่อยู่ข้างกายไป๋หยุนเฟยจากนั้นจึงเบนสายตามายังพลั่วในมือของมัน
“เฮ้... นี่...ไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าคิด...”ไป๋หยุนเฟยแตกตื่นรีบเก็บพลั่วเอาไว้พร้อมกับโบกมือกล่าวว่า “ข้าไม่ได้ชิงไปนะ! ยามที่ข้ามาถึงมันก็หายไปแล้ว!มีคนฉวยโอกาสที่พวกเราไม่อยู่มาหยิบฉวยไป หากเจ้ารีบไล่ตามไปในบัดดลไม่แน่ว่าอาจจะยังทันเวลา!”
“ฟู่!!”
แมงป่องยักษ์ถอยหลังไปหนึ่งก้าวก่อนจะพ่นของเหลวสีเขียวออกมาจากปาก
“พี่ใหญ่แม้จะไม่ทราบว่าท่านต้องสูญเสียอันใดไปแต่ก็ไม่น่าจะต้องเดือดดาลจนกระอักเลือดเช่นนี้?” ของเหลวสีเขียวที่อีกฝ่ายพ่นจากปากกลับพุ่งไปถึงเพียงเบื้องหน้าไป๋หยุนเฟยจึงดูไปคล้ายกับว่ามันโกรธแค้นจนกระอักเลือดออกมา
ไม่ทราบเพราะเหตุใดแมงป่องยักษ์จึงยกหัวขึ้นขณะที่ตาทั้งสามซึ่งเขม้นมองไป๋หยุนเฟยฉายแววคลุ้มคลั่งออกมาแล้วพลังแสงสีน้ำเงินทะลักออกทั่วบริเวณราวพายุคลั่งพัดกระโชกล้อมรอบตัวมันเอาไว้จากนั้นของเหลวที่พ่นออกมาเมื่อครู่จึงถูกลมหมุนพัดพากระเซ็นซ่านกลายเป็นหมอกสีเขียวเคลื่อนเข้าหาไป๋หยุนเฟยในทันที
“แย่แล้ว!”ไป๋หยุนเฟยตื่นตระหนกยิ่ง รีบใช้มือปิดจมูกกลั้นลมหายใจพร้อมกับวิ่งไปที่ปากถ้ำ
แมงป่องยักษ์พ่นพิษอีกครั้งบังเกิดเป็นหมอกพิษปกคลุมทั่วทั้งถ้ำไป๋หยุนเฟยไม่มีที่ให้หลบซ่อน จึงได้แต่ละความสนใจต่อหมอกพิษฉวยโอกาสที่อีกฝ่ายกำลังพ่นพิษรีบถีบเท้าใส่ผนังถ้ำส่งร่างตนเองอ้อมผ่านไปด้านข้างก่อนจะรีบมุ่งหน้าไปยังปากถ้ำอย่างเร่งร้อน
“กรี๊ด!!”
แมงป่องยักษ์กรีดร้องออกมาจากนั้นแสงสีน้ำเงินก็จางหายก่อนจะถูกแทนที่ด้วยแสงสีเหลืองส้มที่ปะทุออกแทนที่แล้วก้ามยักษ์ก็ทิ่มแทงสู่พื้นส่งพลังธาตุดินลงไป
ท่าจู่โจมด้วยแท่งดินแหลมคมครานี้เมื่อเทียบกับครั้งก่อนหน้ากลับรุนแรงยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัวไป๋หยุนเฟยพุ่งเข้าใกล้ปากถ้ำห่างเพียงวาเศษทันใดนั้นฝ่าเท้าก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นจากนั้นผนังถ้ำทั้งบนล่างซ้ายขวาก็สั่นสะเทือนแล้วดินแหลมคมที่ห่อหุ้มด้วยแสงสีส้มนับร้อยแท่งก็พุ่งออกมาห้อมล้อมไป๋หยุนเฟยเอาไว้ในพริบตา!
“โอ!”ด้วยความรุนแรงและหนาแน่นของแท่งดิน ไป๋หยุนเฟยยามนี้จึงคล้ายถูกกักขังไว้ในกรงที่สร้างจากแท่งดินอันแหลมคม
แววตาแมงป่องยักษ์เพิ่งฉายแววคลายใจลงแต่ทันใดนั้นก็บังเกิดแสงสีแดงสาดทะลุแท่งดินพร้อมกับเสียงระเบิดที่ดังขึ้นจากนั้นปรากฏเศษดินกระเซ็นซ่านไปทุกทิศเผยให้เห็นเปลวอัคคีจากมีดปีกเพลิงและเงาร่างของไป๋หยุนเฟย
ไป๋หยุนเฟยหยั่งเท้าลงสัมผัสพื้นก่อนจะส่งแรงถีบเท้าพุ่งตรงไปยังปากถ้ำยามนี้จิตใจมันเจ็บช้ำรันทดไม่น้อยเจ้าแมงป่องตัวนี้กำลังโกรธแค้นสุดขีดตั้งใจที่จะต่อสู้ฆ่าฟันกับตนอย่างสุดชีวิตหากว่าไป๋หยุนเฟยเป็นผู้หยิบฉวยของวิเศษไปเองก็พอว่า แต่นี่มันไม่ได้เป็นผู้กระทำแต่กลับต้องมารับเคราะห์แทน!!
ยามนี้ไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต่อสู้กับมันอีกแล้วดังนั้นรีบจากไปเสียแต่ตอนนี้จะดีกว่า
แต่เมื่อไปถึงปากถ้ำไป๋หยุนเฟยกลับต้องลำบากใจอีกครั้ง มันจะขึ้นหรือว่าลงดี?
หากจะขึ้นก็ไปอีกร้อยกว่าวา แต่แมงป่องยักษ์คงไล่ตามไปโจมตีใส่ต่อให้ใช้เชือกสารพัดนึกช่วยปีนป่ายก็ยังเป็นเรื่องยากเย็น แต่หากจะลงไปความเร็วคงไม่เชื่องช้าแน่แต่ก็ไม่ทราบว่าจะถึงก้นหุบเขาเมื่อใดทั้งยังไม่อาจรับรองได้ว่าจะหนีพ้นจากการไล่ล่าของแมงป่องยักษ์ได้หรือไม่
อย่างไรก็ดีสถานการณ์ในยามนี้ไม่เอื้อให้ไป๋หยุนเฟยได้พิจารณาเนิ่นนานนักไม่ทันไรก็สัมผัสได้ถึงแรงลมกระโชกพัดจากด้านหลังแล้วคมมีดสายลมหกเล่มก็พุ่งเข้ามาไป๋หยุนเฟยกัดฟันกระโดดออกไป “ช่างเถอะ!เสียพลังในการหลบหลีกยังดีกว่าต้องเสียพลังปีนป่ายขึ้น ไปด้านล่างเถอะ!”
จากแรงดึงดูดบวกกับแรงถีบส่งจากชะง่อนหินส่งร่างไป๋หยุนเฟยพุ่งทะยานลงสู่ก้นหุบเขาอย่างรวดเร็วแน่นอนว่าการร่วงหล่นลงไปโดยไร้ที่เกาะยึดเช่นนี้ย่อมไม่ปลอดภัยแน่ดังนั้นทุกครั้งที่ผ่านไประยะหนึ่งมันจะสะบัดเชือกสารพัดนึกเพื่อเหวี่ยงตัวผ่อนความเร็วในการร่วงหล่นลงขณะเดียวกันก็คอยหลบเลี่ยงการโจมตีอย่างคลุ้มคลั่งจากแมงป่องยักษ์อีกด้วย
คาดว่าแมงป่องยักษ์จะขุ่นแค้นอย่างยิ่งหลังจากไล่ตามอย่างต่อเนื่องลงมานับพันวาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงมันยังไล่ติดตามไป๋หยุนเฟยมาอย่างกระชั้นชิดพร้อมกับซัดมีดสายลมกับน้ำพิษออกมาตลอดเวลาราวกับเป็นของไร้มูลค่า
……
-------------------------------------
(*)ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นอยู่ด้านหลังเป็นสำนวนหมายถึงผู้ที่คิดจะหาผลประโยชน์จากผู้อื่นแต่กลับไม่รู้สึกตัวว่ายังมีอีกคนจ้องหาผลประโยชนจากตนเองอยู่เช่นกันซึ่งคล้ายกับสำนวนตาอินกับตานาของไทยนั่นเอง