กำเนิดใหม่ กับครอบครัว ที่แสน [จะ] ธรรมดา [มั้ง]

    SS2_No.14 อีกนิดเดียว

    หลังจากได้รับรู้ต้นสายปลายเหตุที่เขาได้มีชีวิตใหม่ในร่างนี้ น็อกก็ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นอย่างช้าๆ เมื่อสายตาจับจ้องมองไปทั่วๆ ก็พบว่าจิตวิญญาณของเขากลับคืนสู่ภาวะปกติเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อลองสังเกตุดีๆ ก็ต้องตกตะลึงเพราะตอนนี้เขากำลังนอนหนุนตักมินมินโดยสองมือของเธอกำลังลูบผมของเขาอยู่ ส่วนขาของเขาก็พาดอยู่บนตักของนีน่าที่กำลังบีบนวดขาให้เขาขึ้นลงไปเรื่อยๆ จนถึงต้นขาด้านใน ทำให้น็อกถึงกับรู้สึกเสียงซ่านไปทั่วทั้งร่างราวกับมีใครกำลังมาคุกคามพื้นที่ต้องห้ามของเขา
    "ตื่นแล้วหรอ รอบนี้เร็วกว่าทุกครั้งเลยนะ!!?"
    "อะ..อ่า..อืม..ขะ..ขอฉันลุกขึ้นก่อนได้ไหม!!" น็อกถึงกับพูดติดๆขัดๆ ด้วยความเขินอาย
    มินมินมองที่น็อกด้วยสายตาแปลกออกไป ก่อนจะยิ้มขึ้นจนน็อกอดรู้สึกเสียวสันหลังวาบไม่ได้ แต่ก่อนแต่ไรมานั้นมินมินคิดแต่เพียงว่าน็อกอาจจะไม่ได้ชมชอบผู้หญิง ถึงได้ไม่มีปฏิกริยาตอบสนองเมื่อตอนที่เห็นเธอแก้ผ้า หรือที่นอนร่วมเตียงกัน จนเมื่อเห็นอาการของน็อกในวันนี้ก็รู้ได้ทันทีว่า ไม่ใช่ว่าน็อกไม่ชอบผู้หญิงแต่เขาแค่เก็บอาการไว้อย่างดีเยี่ยมก็เท่านั้น มันจึงทำให้เธออดรู้สึกดีใจไม่ได้ จึงเริ่มลงมือแกล้งต่อทันที
    "ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่นา นายก็นอนตักฉันจนชินแล้วไม่ใช่หรอจะคิดมากไปทำไม!!"
    "บรื้อออ!!?" น็อกเริ่มรู้สึกเสียวซาบซ่านอีกครั้งเมื่อมือของนีน่าเริ่มนวดขึ้นมาถึงโคนขาด้านในอีกครั้ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงกระอักกระอ่วน "นีน่าจ๊ะลูกไปพักก่อนเถอะ พ่อดีขึ้นแล้ว!!?"
    นีน่ามองไปที่พ่อของเธอด้วยแววตาของเด็กไร้เดียงสา ทว่าบุคลิกและท่าทางของเด็กสาวมันช่างดูขัดกันเหลือเกิน ถ้านับตามเวลาเกิดของนีน่าแล้วเธอยังอายุไม่ถึงสามขวบเลยด้วยซ้ำ แต่ไม่รู้เพราะอะไรร่างจำแลงของนางถึงกลายเป็นเด็กสาวที่ดูมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับน็อกก็ไม่ทราบ มันจึงทำให้น็อกอดที่จะหวาดหวั่นในใจไม่ได้
    มินมินใช้มือเรียวบางของเธอลูบไล้ไปตามใบหน้าของน็อก สายตาของเธอจับจ้องไปที่เขาด้วยความรู้สึกอ่อนโยนชวนให้หลงใหล
    เมื่อน็อกจับจ้องมองไปที่ดวงตาของมินมินพลันในใจก็รู้สึกถึงบางสิ่งที่ชวนให้คิดถึง ใช่แล้วมันคือความรู้สึกที่เขาโหยหามากในชีวิตก่อนนั่นก็คือความรัก แต่หลินผู้หญิงคนสุดท้ายที่เขาเปิดใจและหลงรัก กลับเป็นคนที่ทำหน้าที่ในการชี้ตัวเป้าหมายเพื่อให้เขาถูกฆ่า
    พอเขาได้รู้ความจริงในเรื่องนี้และกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง จึงเลือกที่จะปิดใจตนเองเพื่อไม่ให้หลงรักใครอีก ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มินมินกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขา แต่ที่รู้ก็คือเธอกลายเป็นคนที่เขาขาดไม่ได้
    ขณะนั้นเองความรู้สึกของน็อกก็พลุ่งพล่าน เขาค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นอย่างช้าๆ และพยายามยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้กับมินมิน กลิ่นหอมจากกายของเธอช่างหอมหวนเย้ายวนใจเป็นอย่างมาก ริมฝีปากที่อวบอิ่ม น็อกขยับริมฝีปากของตนเข้าไปหมายจะจุมพิตเธอโดยที่เธอเองก็ไม่ได้ขัดขืนใดใด ซ้ำยังมีใบหน้าที่ขึ้นสีเล็กน้อย ก่อนจะหลับตาพริ้มรอรับการจุมพิตจากคู่หมายที่เธอรัก ทว่าในเวลาเดียวกันนั้นเอง..........
    "อะแฮ่ม!! ไม่ทราบว่าพวกลูกๆ ลืมไปหรือเปล่าว่าตอนนี้อยู่กันที่ไหน!!?" เสียงแม่ของน็อกก็ดังขัดขึ้น
    เมื่อน็อกได้ยินเสียงของแม่เขาถึงกับดีดตัวออกทันที จนกลิ้งตกโซฟาที่เขานอนหนุนตักมินมินในช่วงที่สลบไป ส่วนมินมินถึงกับเอามือขึ้นมาปิดบังใบหน้าด้วยความอับอายอย่างที่สุด ท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างตลกขบขัน ของทุกคนภายในบ้าน ยกเว้นก็แต่ฮันน่าที่มองทั้งสองด้วยความเศร้าหมองและปวดใจ
    น็อกที่กลิ้งตกโซฟารีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบหันไปถามพ่อกับแม่ของเขาทันที "พ่อครับ แม่ครับ ผมสลบไปนานแค่ไหนครับ!!?"
    "ก็ราวๆ 5 นาทีได้มั้ง แต่ฉากเมื่อครู่ก็กินเวลาหลายนาทีพอๆ กันนั่นแหละ" แม่ของน็อกตอบอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับเอ่ยแซวเล็กๆ น้อยๆ
    "ถ้างั้นพวกเรามาคุยเรื่องงานกันต่อเลยดีกว่าครับ!!" น็อกพยายามที่จะเปลี่ยนเรื่องพูดอย่างรวดเร็วพร้อมกับใบหน้าที่ขึ้นสีเล็กน้อย
    "ก็ดีนะ!! เริ่มจากลูกไปเจออะไรมางั้นหรือ ถึงได้รีบอยากจะมีหลานให้พ่อกันล่ะ!!?" พ่อของน็อกเอ่ยตอบอย่างขบขัน
    น็อกถึงกับอึ้งจนพูดอะไรแทบไม่ออก เพราะไม่ว่าเขาจะเบี่ยงเบียนไปทางประเด็นไหนก็แล้วแต่ จะถูกดึงกลับมาที่เรื่องน่าอายเมื่อครู่ตลอด แล้วมหกรรมการโดนล้อของเขาก็ดำเนินไปราวๆ 10 นาที แต่สำหรับตัวของน็อกแล้วนั้น มันช่างเป็นเวลาที่แสนยาวนานเหลือเกิน
    ส่วนมินมินยิ่งแล้วใหญ่เธอถึงกับใบ้กินไปเลย ในตอนแรกเธอแค่ต้องการแกล้งน็อกเท่านั้น และเพื่อที่จะดูว่าเขานั้นรักเธอบ้างหรือเปล่า แต่ยิ่งแกล้งกลับยิ่งถลำลึกและกลายเป็นอารมณ์ของเธอที่เริ่มหวั่นไหวซะเอง จนเผลอใจไปชั่วครู่ ทำให้ลืมคิดไปว่าเธอและน็อกนั้นอยู่ในห้องรับแขกกลางบ้าน ที่มีคนในครอบครัวเฝ้าดูอาการของน็อกด้วยความเป็นห่วงอยู่เพียบ
    ผ่านไปพักใหญ่ครอบครัวของน็อกก็เริ่มเข้าเรื่องสำคัญต่อทันที แต่คราวนี้ใบหน้าของน็อกกลับเปลี่ยนไปไม่ได้มีความเย็นชาเหมือนแต่ก่อน
    "ก่อนอื่นเลย หลินดวงเนตรที่เธอครอบครองอยู่นั้นมันคือดวงเนตรอสูร 1 ใน 4 พลังของจักรพรรดิอสูรแห่งการทำลายล้าง ความสามารถของมันยังไม่เป็นที่รู้แน่ชัดหากมันตื่นขึ้นเต็มตัว ในตอนนี้มันได้ถูกฉันสยบไว้และกลายมาเป็นของฉันแล้ว ที่ฉันอยากจะรู้ก็คือเธอต้องการดวงเนตรอสูรนี้คืนหรือไม่ ถ้าหากเธอต้องการฉันสามารถคืนให้ได้ทันที แต่มีข้อแม้เพียงเรื่องเดียวก็คือยามที่ต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดิอสูรแห่งการทำลายล้างเธอต้องเข้าร่วมด้วย"
    สิ้นเสียงของน็อกหลินแทบจะไม่ต้องคิดให้เวลาเลยด้วยซ้ำ เพราะดวงเนตรนี้ถึงจะทำให้เธอรอดชีวิตมาได้หลายต่อหลายครั้ง แต่ในทางกลับกันมันก็ทำให้จิตวิญญาณของเธอทุกข์ทรมาณอย่างแสนสาหัส ทุกครั้งที่ดวงเนตรอสูรนี้ทำงาน เธอจึงกล่าวปฏิเสธไปในทันที ก่อนที่น็อกจะมองไปที่หลินด้วยความห่วงใยเพราะรู้ถึงผลกระทบที่เธอได้รับตลอดชีวิตที่ผ่านมา และเอ่ยขึ้น
    "ในเมื่อเป็นอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจว่าเธอต้องเจออะไรมาบ้าง"
    "ขอบคุณค่ะ คุณชาย"
    "ส่วนงานด้านอื่นๆ จัดการตามเดิมนะครับคุณพ่อคุณแม่ ทางผมจะรออีริคกลับมาถึงก็จะเริ่มทำการไล่ล่าในทันที อย่างน้อยก็เพื่อไม่ให้โลกได้รับผลกระทบมากไปกว่านี้ แต่ที่สำคัญ...." จู่ๆ น็อกก็หยุดพูดกระทันหันก่อนจะปรากฏแท่งน้ำแข็งในมือ และปาไปยังมุมนึงของบ้าน "เจ้าพวกไม่มีมารยาทเที่ยวมาแอบฟังชาวบ้านเขาคุยกัน"
    "ตู้ม!!"
    เสียงระเบิดดังกังวาลไปทั่วทั้งบ้าน จนเกิดฝุ่นควันคละคลุ้งไปทั่ว โชคยังดีที่เหล่าเมดทั้งหลายยังไม่ได้คลายม่านพลัง แต่เพราะเหตุการณ์ในครั้งนี้ถึงกับทำให้ทุกคนตื่นตัวกันอย่างถึงขีดสุด เพราะคงไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีคนเล็ดลอดผ่านม่านพลังเข้ามาภายในบ้านได้อย่างง่ายดายเช่นนี้
    ในตอนนี้ทุกคนในบ้านเรียกอาวุธออกมากันแทบทุกคน ยกเว้นก็แต่น็อกกับมินมิน เพราะทั้งสองสัมผัสได้ว่าผู้มาใหม่มิได้คิดร้าย เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริงน็อกคงไม่แค่ทักทายเบาๆ เช่นนี้เป็นแน่
    "แหม!! มนุษย์มีวิธีต้อนรับแขกผู้มาเยือนเช่นนี้หรือ!?" น้ำเสียงของหญิงสาวที่ไพเราะประดุจเทพเซียน ชวนให้ผู้คนที่ได้ยินหลงใหลเป็นอย่างมาก
    เมื่อฝุ่นควันจางลงปรากฏร่างของหญิงสาวที่ดูสวยสดงดงาม ราวกับเทพธิดาและที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือ ด้านหลังของนางมีปีกสีขาวบริสุทธิ์ผุดผ่องงอกออกมา ทำให้ดูสูงส่งสง่างามเป็นอย่างมาก ครอบครัวของน็อกจับจ้องไปที่นางอย่างไม่วางตา
    "เหอะ!! หากผู้มาเยือนเคาะประตูบ้านเข้ามาอย่างถูกต้อง พวกเราก็ยินดีต้อนรับ แต่การแอบแฝงทะลวงผ่านม่านพลังเข้ามาเพื่อแอบฟังมันผิดวิสัยของเหล่าทวยเทพกระมัง!?" สิ้นเสียงของน็อกทุกคนในบ้านถึงกับตกตะลึง
    พวกเขาที่เป็นผู้ฝึกตนย่อมรู้ดีออยู่แล้วว่า ภายในมิติแห่งการต่อสู้นั้นนอกจากจะมีผู้คนบางส่วนอาศัยอยู่ ยังเป็นที่อาศัยของเหล่าทวยเทพ ทัพมาร เผ่ามังกร และแดนนรก แต่ทว่าพวกเขาต่างจำกัดพื้นที่อาณาเขตของกันและกัน ไม่เคยก้าวล้ำออกนอกเส้นมาก่อน แล้วเพราะเหตุใดกันที่ทำให้เทพองค์นี้มาเยือนบ้านของพวกเขาได้ ในขณะที่แต่ละคนกำลังครุ่นคิดนั้น ก็พลันสะดุ้งขึ้นจากเสียงของหญิงสาวผู้มาใหม่
    "ถ้าเช่นนั้นเราต้องขออภัยท่านด้วย เรามีนามว่า อาเธน่า ท่านพ่อของเราให้มานำตัวท่านไป เพื่อตรวจสอบความผิดปกติ ท่านจะยอมไปกับเราแต่โดยดีหรือไม่"
    "โทษทีนะ ข้าไม่ว่าง" น็อกตอบอย่างไม่แยแส
    "ถ้าเช่นนั้นเราคงต้องล่วงเกินแล้ว" สิ้นเสียงของอาเธน่านางตวัดมืออย่างอ่อนช้อยงดงาม ก็ปรากฏกรงแสงสีทองกักขังตัวของน็อกทันที
    น็อกชำเลืองมองกรงแสงสีทองด้วยหางตา ก่อนจะส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย และสะบัดมือเบาๆ กรงแสงก็สลายไปในพริบตา ท่ามกลางความตกตะลึงของอาเธน่า ก่อนที่จู่ๆ ร่างของน็อกจะพลันหายไป
    "พรึ่บ!!?"
    "อ๊ะ!! นี่เจ้า....." อาเธน่าถึงกับพูดอะไรไม่ออก
    เมื่อจู่ๆ ร่างของเด็กหนุ่มตรงหน้าหายไปจากสายตาของนาง โดยที่นางไม่อาจมองตามได้ทัน ทั้งยังมายืนอยู่ข้างๆ กับเธอและใช้มือซ้ายโอบคอราวกับเพื่อนสนิท เมื่อรู้สึกตัวเธอจึงรีบผละตัวออกมาก่อนจะเรียกพลังออกมาหมายสังหารเด็กหนุ่มตรงหน้าในความอวดดี จองหอง และบังอาจแตะเนื้อเนื้อต้องตัวของเธอ ทว่าพลังในร่างของเธอกลับมิสามารถเรียกออกมาใช้ได้ ก่อนจะทรุดลงไปนั่งกับพื้นโดยที่ปีกของนางเริ่มค่อยๆ สลายหายไปท่ามกลางความมึนงง
    "เห้อ!!! คงต้องรบกวนเทพีอาเธน่าอยู่บ้านข้าสักระยะนึงแล้วล่ะ!!!" น็อกพูดอย่างอารมณ์ดี ในชั่วเสี้ยวพริบตานั้น เขาได้ลงอักขระผนึกพลังอย่างรวดเร็วลงบนตัวของอาเธน่า ทำให้เธอสูญเสียพลังวิญญาณโดยสมบูรณ์
    อย่างน้อยที่สุดเขาก็จำได้อย่างแม่นยำว่าจิตวิญญาณในอนาคตของเขา เตือนเรื่องเหล่าทวยเทพ ทัพมาร เผ่ามังกร และแดนนรก ใครจะคาดคิดว่าเหล่าทวยเทพจะเป็นผู้ริเริ่มขึ้นโดยจะมาจับกุมตัวเขาก่อน หากไม่ใช่เพราะเขาต้องไล่ล่าหาตัวคนที่ได้รับเศษเสี้ยวพลังของจักรพรรดิอสูรแห่งการทำลายล้างแล้วล่ะก็ คงไม่พ้นได้ไปทักทายเหล่าทวยเทพเป็นแน่
    แต่กระนั้นเองอาเธน่าเทพีที่มีใบหน้างดงามพูดจาสุภาพเรียบร้อย จู่ๆ ก็สบถคำด่าหยาบคายใส่น็อกมาเป็นชุด ชนิดที่ว่าด่าไฟแลบจนน็อกและครอบครัวจับจ้องมองมาอย่างประหลาดใจ ว่าเทพีองค์นี้ไปเรียนรู้วิธีการด่าทอมาจากที่ไหนกันนะ จนกระทั่ง.....

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ กับครอบครัว ที่แสน [จะ] ธรรมดา [มั้ง] ที่คุณอ่าน