ในห้องโถงใหญ่ของตระกูลถังทางตะวันตกของเมืองนู่ลั่ง คนสำคัญ ๆ ของตระกูลถังมารวมตัวกันหมดแล้ว บรรยากาศที่นี่น่าหดหู่และอึดอัดยิ่ง
ถังจ้าวและถังหงนั่งอยู่ที่ประตู แม้ว่าอาการของพวกเขาจะดีขึ้นบ้าง แต่ใบหน้าของทั้งคู่ยังคงบวมและมีรอยฟกช้ำโดยเฉพาะอย่างยิ่งถังจ้าวเขานั่งก้มหน้าต่ำและยังคงนิ่งเงียบความพ่ายแพ้อันน่าสยดสยองที่โรงตีเหล็กทำให้เด็กหนุ่มที่ปกติมีชีวิตชีวาเต็มไปด้วยความหดหู่
ถังหงกำลังจ้องมองผู้คนในห้องโถง เขาแทบหายใจไม่ออกเมื่อใดก็ตามที่เขาดูศพที่ตั้งกลางห้องโถง ถังหงก็เย็นรู้สึกหนาวเย็นจับขั้วหัวใจเขาคิดว่าถังเทียนหลงและถังเทียนฮ่าวร่วมมือกัน พวกเขาจะจับถังฮวนกลับมาได้ในไม่ช้ามีวิธีมากมายที่จะทรมานถังฮวน
ใครคาดคิดว่า ทั้งสองยามไปไปเป็นคู่ แต่ขากลับ ถังเทียนหลงจะแบกร่างไร้วิญญาณของถังเทียนฮ่าวกลับมา
ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่านั้นคือ ถังเทียนฮ่าวที่เป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับสี่ กลับถูกฟาดตายด้วยฝ่ามือเดียว โดยน้ำมือของผู้เฒ่าผอมแห้งอย่างกับไม้เสียบผีแห่งเฉินปิง!
ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ท่านมู่หยุนเป็นหนึ่งในบรรดาบุคคลที่ทรงอำนาจที่สุดในเมืองนู่ลั่ง เขาเป็นถึงนักหลอมระดับสูงของศาลาเฉินปิง
“จะรังแกกันเกินไปแล้ว!”
ในที่สุดเสียงโกรธแค้นก็ทำลายความเงียบในห้องโถง ผู้กล่าวเป็นชายกลางคนผิวขาว ดูสง่างามหล่อเหลาเขาคือ ถังเทียนฉี ซึ่งเป็นพ่อของสองพี่น้องถังจ้าวและถังหงนั่นเอง ตอนนี้เขาดูหม่นหมองยิ่งนัก
ในยามนี้คนของตระกูลถังได้รับบาดเจ็บถึงสามคน และสองคนที่ได้รับบาดเจ็บเป็นลูกชายของตนถังหงมีเพียงบาดแผลทางผิวหนัง ส่วนถังจ้าวไม่เพียงแต่เส้นเลือดตามแขนของเขาที่ถูกแผดเผาด้วยอัคคีพิสุทธิ์แต่ยังรวมถึงอวัยวะภายในด้วย เป็นอาการบาดเจ็บที่น่าตกตะลึงยิ่ง ไม่สามารถฟื้นตัวได้ภายในสองหรือสามเดือนแน่ด้วยเหตุนี้ ถังเทียนฉี จึงโกรธมากขึ้นเรื่อยๆ
“เบื้องหลังคนที่ทำร้ายคนของตระกูลเราคือ ‘ศาลาเฉินปิง’ ตระกูลถังของเราไม่สามารถตอบโต้ได้”เสียงถอนหายใจดังขึ้นทันที ก่อนผู้เฒ่าในตระกูลผู้หนึ่งจะกล่าวออกมา
“ถ้าข้าไม่ยอมรับเล่า?” ถังเทียนฉีหันไปเผชิญหน้ากับผังเทียชิง
“งั้นเจ้าจะทำเช่นไร?” ผู้เฒ่าถามด้วยเสียงนุ่มลึก
“ข้า....”ถังเทียนฉี โกรธมาก ถ้าเขามีหนทาง เขาจะมานั่งระบายความโกรธอยู่ที่นี่หรือ
“เถียงกันไปก็ไม่ได้อะไร จะแก้ปัญหาอย่างไรข้าจะฟังความเห็นจากพี่ใหญ่”
ชายกำยำใบหน้าดำคล้ำ ตบฉาดลงบนที่เท้าแขนจนสั่นสะเทือน
ชายผู้ห้าวหาญคนนี้คือ ถังเทียนเฟิง น้องชายคนที่สามของ ถังเทียนฉีเมื่อได้ยินที่เขาพูดทุกคนจึงพร้อมใจกันหันไปหาชายวัยกลางคนที่มีบุคลิกสูงส่ง ซึ่งนั่งอยู่บนตำแหน่งสูงสุด
เขาก็คือ ถังเทียนเหริน เจ้าบ้านคนปัจจุบันของตระกูลถัง
“ข้าไม่คาดคิดเลยว่า ความอ่อนโยนและความปราณี ในตอนนั้นจะนำความหายนะมาสู่ตระกูลถัง”
ถังเทียนเหริน ขมวดคิ้ว เขาดูเคร่งเครียด
"เพราะเจ้าคนต่ำต้อยนั่นผ่านการทดสอบ จนกลายเป็นนักหลอมระดับต่ำที่ได้รับการยอมรับจากศาลาเฉินปิง ทั้งยังได้รับการปกป้องจากที่นั่นอีก”
‘ปฏิกิริยาของคนอื่นนั้น....น้องชายสองคน หนึ่งนิ่งสงบ อีกหนึ่งที่ดูกระสับกระส่ายเป็นกังวลกับเรื่องนี้
พวกเราควรส่งใครบางคนไปติดตามความเคลื่อนไหวของศัตรูอย่างใกล้ชิด เพื่อเฝ้าดูว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง โอกาสลงมือย่อมมีเสมอ’
-โปรดติดตามตอนต่อไป-