รวิสายังคงไม่กล้าขยับตัวปล่อยให้ตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของภาคินอย่างจนปัญญา เนื่องจากขาที่เป็ตะคริวตอนนี้เธอทำได้เพียงจ้องหน้าชายหนุ่มอย่างแค้นเคือง
“ไม่ต้องมาจ้องหน้าผมแบบนั้นเลยนะผมขอโทษที่ดำน้ำมาชนคุณ แต่คุณเองก็ไม่น่าจะทำร้ายผมจนตัวเองต้องเจ็บตัวอีกอย่างคุณคงเล่นน้ำนานเกินไปละสิ ถึงได้ตะคริวกินแบบนี้” ภาคินดุคนในอ้อมแขนตอนนี้เขานึกออกแล้วว่าหญิงสาวตรงหน้าคือใคร เธอคือรวิสาลูกสาวคนเดียวของคุณขจรหุ้นส่วนทางธุรกิจเหมืองแร่ของครอบครัวเขานั่นเองครอบครัวของภาคินเพิ่งจะมารู้จักสนิทสนมกับครอบครัวของรวิสาได้ไม่นานหลังจากที่รวิสาไปเรียนต่อที่ต่างประเทศตอนนั้นคุณขจรพ่อของรวิสาได้รับการชักชวนให้ซื้อหุ้นของบริษัทเหมืองแร่แห่งหนึ่งจากเพื่อนสนิทของเขาซึ่งมีหุ้นอยู่ก่อนแล้วคุณขจรเห็นว่าธุรกิจเหมืองแร่เป็ธุรกิจที่น่าสนใจในขณะนั้นและครอบครัวของภาคินเองก็กำลัง้าคนมาร่วมทุนเพื่อขยายธุรกิจจึงเปิดให้มีการซื้อขายหุ้นขึ้นหลังจากนั้นครอบครัวของเขาก็ได้รู้จักสนิทสนมกับคุณขจรเป็อย่างดีโดยเฉพาะตัวภาคินเอง คุณขจรให้ความเอ็นดูภาคินซึ่งขณะนั้นเพิ่งเรียนจบกลับมาจากต่างประเทศและกำลังศึกษางานในกิจการต่างๆของครอบครัว ภาคินได้ติดต่อและเรียนรู้งานมากมายจากคุณขจรพ่อของรวิสาจนสนิทสนมไปมาหาสู่กันตลอด ไม่ว่าจะเป็บ้านที่ภูเก็ตหรือที่กรุงเทพฯคุณขจรเล่าเื่ของรวิสาให้เขาฟังบ่อยๆ ทั้งยังเอารูปของเธอมาให้เขาดูด้วยตอนนั้นเขาได้ดูแต่รูปของรวิสาก่อนที่เธอจะไปศึกษาต่อต่างประเทศทำให้เขาเพียงคุ้นหน้าเมื่อแรกเห็นหญิงสาวตามคำบอกเล่าของคุณขจร‘นี่เธอคงเรียนจบกลับมาทำงานเป็นักข่าวสินะนี่ก็ผ่านมาสองปีแล้วนับั้แ่คุณลุงขจรเสียชีวิตไป น่าเสียดายที่ไม่ได้รู้จักกันอย่างเป็ทางการ’ภาคินคิดพลางมองหน้าหญิงสาวด้วยความรู้สึกคุ้นเคยคงเป็เพราะตลอดเวลาที่เขาสนิทสนมกับครอบครัวของคุณขจรเขาก็ทำหน้าที่เสมือนบุตรชายที่คุณขจรและคุณพราวพรรณรักและเอ็นดูคอยดูแลเอาใจใส่ท่านทั้งสองรวมทั้งรับฟังเื่ราวต่างๆ โดยเฉพาะเื่เกี่ยวกับหญิงสาวที่คุณขจรและคุณพราวพรรณพร่ำพูดให้ฟังด้วยความคิดถึงอยู่บ่อยๆสำหรับเขาแล้วหญิงสาวไม่ใช่คนแปลกหน้าแต่กลับเป็คนที่รู้สึกคุ้นเคยเหมือนรู้จักกันมานานแสนนานแต่เขาคงลืมคิดไปว่าสำหรับรวิสาแล้วเขาเองเป็ผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ที่ไม่เคยรู้จักคุ้นเคยกันมาก่อน
ภาคินนึกถึงเื่ราวในอดีตจนลืมคิดถึงสภาพตัวเองในปัจจุบันชั่วคราวจนกระทั่งหญิงสาวในอ้อมกอดออกอาการประท้วงขึ้นอีกครั้งแต่ไม่รุนแรงเท่าครั้งก่อนเพราะรู้แล้วว่าตอนนี้ตัวเองจำเป็ต้องพึ่งพาผู้ชายตัวโตแปลกหน้าคนนี้รวิสาใช้ กำปั้นทุบเบาๆ ลงไปบนอกของชายหนุ่ม
“นี่คุณ ฉันเหนื่อยแล้วอยากขึ้นฝั่ง คุณช่วยพาฉันขึ้นไปหน่อยสิ” รวิสาพูดอย่างนอบน้อมประมาณคนเข้าใจสถานการณ์ แต่กลับฟังขัดหูสำหรับชายหนุ่มภาคินรู้สึกขัดใจไม่น้อยที่หญิงสาวในอ้อมกอดไม่มีโอกาสได้รู้จักเขาก่อนหน้านี้ตอนนี้เลยอยากแกล้งเธอแก้อาการหงุดหงิดที่ไม่รู้สาเหตุซะงั้น
“นี่คุณตอนนี้ผมเองก็เหนื่อยแล้ว ทำไมผมต้องลากคุณขึ้นไปให้เป็ภาระด้วยละ”ภาคินพูดจากวนโมโหรวิสา
“โอ้ยยยคุณนี่ถ้าไม่คิดจะช่วยกันก็ตามยามชายฝั่งมาให้หน่อยสิ”รวิสาที่เดิมหงุดหงิดอยู่แล้วยิ่งรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก
“ทำไมผมต้องตามให้ด้วยล่ะมีปากก็ะโเรียกเองสิครับแค่ผมช่วยทำตัวเป็ขอนไม้ให้คุณเกาะพักอาศัยชั่วคราวนี่ก็ดีเท่าไหร่แล้ว”
“ตาบ้านี่”รวิสาแอบกัดฟันด่าเบาๆ
“อะไรนะครับ”
“เปล๊า งั้นคุณขอนไม้คุณช่วยลอยไปใกล้ชายฝั่งกว่านี้หน่อยได้ไหมคะดิฉันจะได้ะโเรียกยามชายฝั่งให้มาช่วยได้ แล้วคุณจะได้ลอยไปเกยตื้นที่อื่นยังไงละคะ”
‘แหม แสบใช่ย่อยเหมือนกับที่คุณลุงขจรเคยเล่าให้ฟังเปี๊ยบ’ภาคินคิดถึงวีรกรรมมากมายที่คุณขจรกับคุณพราวพรรณช่วยกันเล่าให้ฟังเกี่ยวกับรวิสาทั้งเื่ท้าต่อยกับเด็กผู้ชายสมัยประถมจนคุณครูต้องเรียกผู้ปกครองไปพบทั้งเื่แอบไปเที่ยวสวนผลไม้ของคนอื่นกับบรรดาเด็กๆแถวบ้านจนโดนสุนัขไล่กัดกลับมาบ้านแทบไม่ทันหรือกระทั่งปีนขึ้นไปอยู่บนต้นมะยมหนีไม้เรียวจนคุณลุงขจรขำสุดท้ายจึงยกเลิกการทำโทษไปโดยปริยายนี่เป็วีรกรรมเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่เขาได้ฟังมา แต่พิสูจน์แล้วว่าคุณลุงขจรไม่ได้พูดเกินจริงไปเลยสักนิดตอนแรกเขาก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กผู้หญิงอะไรจะซนได้ขนาดนี้ซนยิ่งกว่าเขาที่เป็ผู้ชายแท้ๆ ซะอีก แต่พอผ่านเหตุการณ์เมื่อครู่จนกระทั่งตอนนี้ไม่ผิดตัวแน่ ยัยตัวแสบของคุณลุงขจรล้านเปอร์เซ็นต์
“คุณครับถ้าจะขอความช่วยเหลือจากใครช่วยกรุณาพูดให้มันเพราะๆ หน่อยได้ไหมครับ”ภาคินพูดอย่างใจเย็น
“อ้าวก็คุณบอกเองนี่คะว่าตอนนี้คุณเป็ขอนไม้อยู่ที่ฉันยอมทำตัวเป็คนบ้าพูดกับขอนไม้นี่ก็แปลกแล้วนะ”
“นี่คุณ ดูๆไปผมว่าคุณคงอายุน้อยกว่าผมหลายปีเลยนะครับ เพราะฉะนั้นกรุณาพูดจาให้มันอ่อนน้อมลงสักนิดผมว่ามันคงไม่หนักหนาอะไรนักหรอกครับ”
“โอ๊ะโอนี่ฉันเจอไม้ผุๆ เข้าเหรอเนี่ย แย่จัง” รวิสายังไม่วายปากไวอีกตามเคยจนทำให้คนตรงหน้าแทบจะอดใจไม่ไหว อยากยกตัวเธอขึ้นมาหวดให้ก้นลายไปเลย
“พูดแบบนี้เปลี่ยนใจจะนอนลอยตัวในน้ำต่อก็ไม่ว่ากันนะครับเดี๋ยวผมจัดให้ จะวางลงเนียนๆ ให้กลมกลืนไปกับผิวน้ำเลย เอ๊ะหรือคิดๆดูคุณอยากจะจมก่อนแล้วค่อยลอยขึ้นมาเอง”พูดพลางภาคินก็ก้มลงมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างหมายมาด
“พอๆ หยุดเลยคุณฉันจะพูดดีๆ ก็ได้ ถ้าคุณจะทำตัวมีมารยาทไม่รัดฉันแน่นซะขนาดนี้ จะขาดใจตายอยู่แล้ว”รวิสาทำท่าจะขาดอากาศหายใจขึ้นมาจริงๆ เพราะชายหนุ่มคนนี้แรงเยอะเหลือเกินกอดเธอซะจนกระดูกจะแหลกอยู่แล้ว ไม่รู้ชาติก่อนเป็งูเหลือมรึไง
“โอ๊ะโทษทีผมลืมไปนึกว่ากำลังเล่นกระดานโต้คลื่นอยู่”
“อีตาบ้าพูดแบบนี้หมายความว่าไงยะ” รวิสาพูดพลางเหลือบลงไปมองที่หน้าอกตัวเองซึ่งว่าไปตามจริงแล้วก็ไม่ได้ราบเรียบแบบกระดานโต้คลื่นออกจะกลมกลึงพอเหมาะพอดีกับรูปร่างสมส่วนของเธอด้วยซ้ำเมื่อรวิสาเหลือบไปมองแบบนั้นภาคินก็เผลอมองตามไปด้วยทำให้เขาแทบจะเผลอปล่อยตัวหญิงสาวหลุดมือไป เพราะเพิ่งจะสังเกตว่าหญิงสาวตรงหน้านอกจากจะมีหน้าตาดีจนจัดว่าสวยแล้วเธอยังมีรูปร่างที่สมบูรณ์แบบงดงามโดยเฉพาะตอนนี้ที่มีแค่บิกินี่สองชิ้นบนร่างและอยู่ในอ้อมกอดของเขายิ่งทำให้ภาคินรู้แจ้งเลยว่าหญิงสาวไม่ใช่กระดานโต้คลื่นแน่ๆ
“มองอะไรนะ ตาบ้าลามกถ้าไม่คิดจะช่วยกันก็ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะฉันยอมจมน้ำซะยังจะดีกว่าโดนนายลวนลามแบบนี้”รวิสาเริ่มดิ้นอีกครั้งเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ายังไม่ขยับเขยื้อนสักนิด
“โอ้ยพอเลยคุณไม่รู้รึไงว่ายิ่งดิ้นน่ะจะยิ่งเจอปัญหา ทางที่ดีคุณหยุดดิ้นซะดีกว่า” ภาคินรีบบอกเพราะยิ่งหญิงสาวดิ้นแรงเท่าไหร่เนื้อตัวของเขาและเธอก็ยิ่งแนบชิดกันมากขึ้นเท่านั้น
“ปัญหาอะไรของนาย”รวิสาไม่เข้าใจที่ภาคินเตือน แต่เธอก็ยอมหยุดดิ้นเพราะถือหลักว่าปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าเธอยังไม่อยากงานเข้าเพิ่มตอนที่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แบบนี้
“ก็ปัญหานี้ไงคุณนะมันตัวปัญหาตัวจริงเลยล่ะ ไป ขึ้นฝั่งสักทีก็ดีเหมือนกันผมเมื่อยจะแย่อยู่แล้ว”พูดจบภาคินก็ช้อนตัวหญิงสาวอุ้มขึ้นมาทันที จากนั้นก็พาเธอกลับขึ้นมาบนชายหาดภาคินค่อยๆ วางรวิสาลงบนเตียงผ้าใบที่หญิงสาววางสัมภาระทิ้งไว้ตามที่เธอบอก
“นี่คุณจะทำอะไรน่ะ”รวิสาถามอย่างใเมื่อชายหนุ่มยกขาของเธอขึ้นมาวางบนตักและเริ่มบีบนวดเบาๆโดยเริ่มั้แ่ฝ่าเท้า
“อยู่นิ่งๆ เถอะคุณผมแค่จะช่วยนวดให้เท่านั้นเอง” ภาคินพูดจบก็ก้มหน้าก้มตาบีบนวดให้หญิงสาวคลายจากอาการปวดจนหญิงสาวรู้สึกว่าอาการที่ขาของเธอเริ่มดีขึ้น จึงค่อยๆขยับขาข้างนั้นออกมาจากฝ่ามือใหญ่ที่เริ่มส่งกระแสอุ่นจนรู้สึกร้อนขึ้นมาซะแล้ว
“พอแล้วนี่นายฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งฉันรึเปล่าเนี่ย” รวิสาหาเื่ชายหนุ่มแก้อาการใจตุ้มๆต่อมๆ ที่เกิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“นี่น้อยๆ หน่อยคุณผมก็แค่ช่วยเหลือคุณแลกกับการที่ทำคุณาเ็เท่านั้นแหละอย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย อย่างคุณนะไม่ใช่สเป็คผมหรอก”พูดจบภาคินก็มองไปที่หญิงสาวด้วยสายตาล้อเลียนจากนั้นก็ยกมือขึ้นลูบขาเตียงผ้าใบที่หญิงสาวนั่งอยู่พลางพูดว่า
“ลูบขาเตียงผ้าใบเรียบๆยังรู้สึกดีกว่าจับขาคุณตั้งเยอะ”
“ไอ้บ้า ทุเรศพอกันทีหวังว่าฉันคงไม่ต้องเจอนายอีกนะ ลาทีลาขาด” พูดจบรวิสาก็เก็บข้าวของเดินหนีชายหนุ่มไปทันทีทั้งๆ ที่ตอนแรกเธอตั้งใจว่าเล่นน้ำเสร็จแล้วจะขึ้นมานอนอ่านหนังสือเล่นรับลมเย็นๆ สบายๆ ซะหน่อย
“โหผู้หญิงอะไรคนเขาช่วยขนาดนี้แล้วยังไม่ขอบคุณสักคำ เดินหนีเฉยเลย”
“เฮ้ยยไอ้ภาค มายืนบ่นอะไรอยู่แถวนี้วะ”นายอิฐหรือฐากูร สืบถาวรเพื่อนสนิทของภาคินซึ่งเป็เ้าของสำนักงานนักสืบและถูกว่าจ้างให้มาตามสืบข่าวของนายชรัสนักค้าพลอยที่เพิ่งตายไปพอรู้ข่าวว่าภาคินจะลงมากระบี่เพื่อทำงานจึงรีบนัดเพื่อนสนิททันที
“ไม่ได้บ่นเว้ยแค่เจอยัยตัวแสบที่ทำให้หงุดหงิดนิดหน่อย”
“ใครวะยัยตัวแสบ”
“เออ ช่างมันเถอะว่าแต่แกเหอะสืบข่าวเมียหลวงเมียน้อยถึงไหนแล้ว”
“จะถึงไหนละเป้าหมายดันมาตายซะก่อน ยังไม่ทันจะจับได้เลยว่าใครเป็เมียน้อย คิดๆ ไปก็ขนลุกวะงานนี้ฉันว่าเมียน้อยมีเอี่ยวในการตายของเป้าหมายเต็มๆ” ฐากูรสุดเซ็งเมื่อเป้าหมายที่เมียหลวงให้มาตามสืบหาคู่ขาและเก็บภาพไปใช้ในคดีฟ้องหย่ากลับมาเสียชีวิตไปซะก่อนที่สำคัญระหว่างสืบเื่เมียน้อยเมียหลวงกลับต้องไปเจอคดีร้ายแรงอย่างคดีฆาตกรรมเข้าให้
“อย่าบอกนะว่าคดีฆาตกรรมที่แกไปรับรู้เข้านี่เป็คดีเดียวกับคดีที่เพิ่งเกิดขึ้นในโรงแรมนี้”ภาคินถาม เพราะเขาก็ได้รับรู้เื่นี้เข้าโดยบังเอิญเช่นกันเนื่องจากห้องที่เขาเข้าพักอยู่ติดกับห้องที่เกิดเหตุการณ์ร้ายเข้าพอดีเขาจึงจำเป็ต้องให้ปากคำกับตำรวจหลังจากนั้นผู้จัดการโรงแรมก็จัดการย้ายห้องให้เขาไปในอยู่ส่วนอื่น โดยอัพเกรดห้องให้ดีขึ้นกว่าห้องเดิมโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการเข้าพักใดๆทั้งสิ้นเพื่อแสดงการขอโทษที่ทำให้เกิดเื่วุ่นวายและให้ความร่วมมือในการปิดข่าว
“เฮ้ยยนี่แกรู้ได้ยังไงวะ เขาปิดกันแทบแย่นี่ถ้าคนที่ตายไม่ใช่เป้าหมายฉันมาก่อนฉันก็ไม่มีวันรู้หรอกนะเว้ย”
“เออๆๆก็แค่เื่บังเอิญน่ะบังเอิญว่าห้องฉันอยู่ติดกับห้องเขาวะเพื่อนว่าแต่ตอนนี้ฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนละ ไปดำน้ำมาเหนียวตัวชะมัด นั่งเล่นรอไปก่อนนะเดี๋ยวมา”
“เชิญเหอะฉันขอนั่งดื่มเบียร์เย็นๆ แก้เซ็งไปก่อนละกัน”
ทางด้านรวิสาที่เพิ่งกลับมาถึงห้องพักทำให้วิมลอดแปลกใจไม่ได้เลยเอ่ยปากถามออกไปเพราะปกติถ้าเจอทะเลและได้เล่นน้ำแบบนี้ เธอไม่มีทางกลับมาเร็วแบบนี้แน่
“อ้าวยัยสาเล่นน้ำเสร็จแล้วเหรอจ๊ะพี่คิดว่าเราจะไปนานกว่านี้ซะอีก” วิมลทักด้วยความเป็ห่วงเพราะเพิ่งสังเกตเห็นสีหน้าหงุดหงิดของหญิงสาว
“พอดีไปเจอขอนไม้ลอยมาชนเข้านะคะพี่มลเลยเซ็งหมดอารมณ์เล่นน้ำต่อ”รวิสาเอ่ยอย่างหงุดหงิดเมื่อนึกถึงขอนไม้พูดได้แถมยังกวนโมโหอีกต่างหาก
“อ้าววแล้วเป็ยังไงบ้างละเนี่ย เจ็บตรงไหนรึเปล่า” วิมลรีบเข้ามาสำรวจรวิสาทันที
“ไม่เป็ไรแล้วละคะพี่มลเดี๋ยวสาขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะแล้วเราไปเดินเล่นกัน”
“จ้าาลองพูดแบบนี้พี่ก็เบาใจหน่อยแล้วละ รีบไปอาบน้ำซะไป”
หลังจากอาบน้ำเสร็จวิมลกับรวิสาก็พากันออกมาเดินเล่นรับลมทะเลยามเย็นพร้อมมองบรรยากาศรอบตัวที่งดงามสมกับเป็แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอีกที่หนึ่ง
“อากาศที่นี่ดีจริงๆนะยัยสา เสียดายพี่ได้อยู่ต่ออีกแค่สองวันเอง” วิมลแอบบ่น เพราะมีธุระสำคัญต้องรีบกลับไปจัดการ เลยอยู่เที่ยวต่อกับหญิงสาวไม่ได้
“เอาเถอะค่ะพี่มลในเมื่อมีเวลาแค่สองวัน ก็ต้องเที่ยวกันให้เต็มที่ ไปค่ะเดี๋ยวสาพาทัวร์เองติดต่อรถเช่าไว้แล้ว ลุยกันเลยนะคะ”
“นี่เราไปเตรียมไว้เมื่อไหร่กันเนี่ยยัยสาไวจริงเชียวแต่ก็ดีนะ ขอเที่ยวให้เต็มที่เลยแล้วกัน”
พอพูดจบสองสาวก็พากันตระเวนไปทั่วกระบี่แม้ว่าวันนี้พวกเธอเพิ่งจะมาถึงแถมยังต้องทำงานไปครึ่งค่อนวัน แต่ราตรีนี้ยังอีกยาวไกลนี่นะ
“หิวข้าวแล้วอ่ะพี่มลเดี๋ยวสาพาไปทานอาหารอร่อยๆ ดีกว่า แต่เราต้องนั่งเรือไปกลางทะเลนะคะเพราะร้านอร่อยร้านนี้เป็แพกลางทะเลมีกระชังปลา ปู หอยแมลงภู่ หอยนางรมสดๆไว้บริการลูกค้า รสชาติอาหารแซ่บได้ใจเลยละคะ สารับรองว่าถ้าพี่มลได้ทานต้องติดใจแน่นอน”
“แค่ฟังก็หิวแล้วยัยสารีบไปกันเถอะ” แล้วสองสาวก็ขับรถพากันไปจนถึงท่าเรือเล็กๆเพื่อรอขึ้นเรือไปยังร้านอาหารเรือนแพซึ่งสร้างเป็เรือนแพหลังใหญ่อยู่ไม่ไกลจากชายฝั่งนัก
“ลุงคะต้องรอให้เรือเต็มก่อนเหรอคะ ถึงจะไปกระชังได้” รวิสาถามขึ้น
“ปกติก็ไม่ต้องรอหรอกครับคุณแต่พอดีวันนี้มีลูกค้าประจำนัดจองไว้ให้มารับเวลานี้พอดีผมเลยต้องรอพวกเขาก่อนนะครับ”ลุงคนขับเรือซึ่งทำหน้าที่รับส่งลูกค้าของทางร้านอธิบายให้รวิสาฟังในเมื่อเธอเองก็ไม่ได้จองไว้ก่อนก็สมควรจะรอลูกค้าที่เขานัดไว้ตามเวลาละนะ
“มากันพอดีเลยครับ คุณณรงค์เชิญทางนี้ครับ”รวิสาหันไปทางกลุ่มคนที่ลุงคนขับเรือร้องทักทาย
“อ้าวววนั่นคุณณรงค์ผู้จัดการโรงแรมนี่ยัยขวัญ” วิมลบอกเมื่อเห็นณรงค์เดินนำมาที่เรือในขณะเดียวกันก็มีชายหนุ่มอีกสองคนเดินตามมาด้วยซึ่งหนึ่งในนั้นเธอรู้สึกคุ้นหน้านักแต่ยังมองเห็นไม่ค่อยถนัด
“เอ๊ะนั่นผู้ชายที่เราเจอตอนออกมาจากลิฟต์เมื่อเช้านิยัยสา”วิมลจำภาคินได้เพราะเขายืนขวางลิฟต์และจ้องมองรวิสาอยู่นานเชียวละจนวิมลอดแซวหญิงสาวไม่ได้ว่าชายหนุ่มรูปหล่อคนนี้คงถูกใจรวิสาเข้าให้แล้ว
“ลิฟต์ไหนอ้ะพี่มล”รวิสาที่กำลังถ่ายรูปอย่างเพลิดเพลินตามนิสัยช่างภาพกำลังมองวิวทิวทัศน์และวิถีชีวิตชาวประมงแถวนั้นอยู่โดยไม่ได้หันมามองกลุ่มคนมาใหม่ซึ่งมาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆแล้ว
“อ้าวคุณมล คุณสามาทานอาหารที่กระชังเหมือนกันเหรอครับ”ณรงค์ซึ่งมองเห็นหญิงสาวสองคนถนัดตาแล้วยิ้มทักทายตอนแรกเขากะจะชวนสองสาวมาทานมื้อค่ำด้วยกันอยู่แล้วแต่พนักงานรายงานว่าทั้งสองสาวออกไปข้างนอกนานแล้ว เลยไม่ได้ติดใจอะไร
“ใช่ค่ะร้านอร่อยประจำถิ่นแบบนี้มีโอกาสสาเลยพาพี่มลมาลองชิมนะคะ” รวิสาตอบกลับไป
“คุณสานี่เก่งจังนะครับรู้จักร้านอาหารท้องถิ่นแบบนี้ด้วย”
“สาก็พอจะรู้จักบ้างนะคะเมื่อก่อนตอนอยู่ที่ภูเก็ตก็ได้มาเที่ยวตามจังหวัดใกล้ๆ กับครอบครัวแล้วก็เพื่อนๆบ่อยเลยค่ะ กระบี่นี่ก็หนึ่งในสถานที่โปรดของสานะคะ ร้านกระชังนี่ก็เหมือนกันไม่ได้มาทานนานแล้ว ไม่รู้ว่ารสชาติจะยังเหมือนเดิมรึเปล่า”
“รสชาติก่อนหน้าเป็ยังไงไม่รู้ละครับแต่ผมคนกรุงเทพฯ ที่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ติดใจจนจัดมาเป็ร้านประจำเลยละครับจริงๆ ผมก็กะจะชวนคุณสองคนพามาเลี้ยงอาหารค่ำที่นี่เหมือนกันแต่พนักงานบอกว่าพวกคุณออกมาเที่ยวกันนานแล้วเลยว่าจะชวนมาอีกทีวันหลังโชคดีจังนะครับที่ได้เจอ ถ้างั้นผมขอเป็เ้ามือวันนี้เลยก็แล้วกันนะครับ”ณรงค์รีบเชื้อเชิญทั้งสองสาว
“แหมถ้าอย่างงั้นสาไม่เกรงใจละนะคะมีคุณณรงค์เป็เ้ามือแบบนี้จัดหนักแน่นอนเลยค่ะ”
“ได้เลยครับงั้นเชิญคุณสากับคุณมลเลยนะครับอ้อลืมแนะนำไปผมมีแขกอีกสองคนมาร่วมทานด้วยขอแนะนำก่อนเลยนะครับ คุณภาคคุณอิฐครับนี่เพื่อนรุ่นน้องของผมชื่อคุณวิมล และคุณรวิสาครับทั้งสองคนเพิ่งมาจากรุงเทพฯวันนี้เหมือนกันผมขอถือโอกาสเชิญทั้งสองคนมาทานอาหารกับเราเลยนะครับ”ณรงค์แนะนำสองสาวโดยไม่ได้บอกถึงหน้าที่การงานและภารกิจที่เพื่อนรุ่นน้องส่งสองสาวให้มาทำจริงๆเพราะคดีที่หญิงสาวมาทำข่าวเป็คดีร้ายแรงซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในตอนนี้แม้แต่กับภาคินที่รู้เื่ดีก็ตาม
“ด้วยความยินดีครับยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณมล คุณสา ผมชื่อฐากูร ชื่อเล่นชื่ออิฐสะดวกให้เรียกอิฐมากๆ เพราะฟังดูสนิทกันดีครับ” อิฐพูดทักทายส่วนภาคินที่เห็นแล้วว่าหญิงสาวสองคนที่จะร่วมทานอาหารด้วยกันวันนี้เป็ใครก็หันมาเผชิญหน้ากับสองสาวแล้วก็แนะนำตัวทันทีเช่นกัน
“สวัสดีครับคุณวิมล คุณรวิสาผมภาคินเรียกสั้นๆว่าภาคก็ได้ครับ” ภาคินยิ้มทักทายวิมลและหันมาทำหน้าตาเ้าเล่ห์ ส่งยิ้มกวนๆให้กับหญิงสาวอีกคน