เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    ตอนที่ 97 เข้าสู่ส่วนลึกพระราชวัง

      จางเฉินพาคนบาดเจ็บไปที่ห้องลับแห่งหนึ่งในเส้นทางวงกตของพระราชวังปล่อยให้สหายทั้งสามดูแลคนเจ็บแล้วออกมาแอบสังเกตการณ์ในจัตุรัส


         “องค์ชายแปดข้าว่าเจ้าต่างหากที่ร่วมมือกับคนอาณาจักรหลิงวูเพื่อเอาหินวิญญาณไปเจ้าก็ต้องส่งแหวนมิติมาให้พวกข้าตรวจสอบด้วย”จ้าวเว่ยชี้หน้าองค์ชายแปดอย่างไม่พอใจ


        แหวนมิตินั้นถือเป็นสมบัติส่วนตัวที่สำคัญใครบ้างจะอยากให้คนอื่นมองเห็นการคุกคามนี้มากเกินไป แต่ถ้าหากแลกเปลี่ยนกันเพื่อดู ยังพอที่จะรับได้


         “จะดูแหวนมิติข้าเหรอเจ้าไม่สามารถ” องค์ชายแปดมองแหวนมิติตัวเองเขาแอบตกใจเมื่อเห็นหินวิญญาณระดับสูงกับหินวิญญาณระดับกลางจำนวนมากทั้งดีใจและว้าวุ่น ถ้าฝ่ายตรงข้ามเห็นย่อมหมายถึงเขาเป็นคนผิดซึ่งเขาจะไม่ยอมรับมันเด็ดขาด การจะคิดหาคำอธิบายว่ามันมาโดยไม่รู้ก็เป็นไปไม่ได้


          “ฆ่า”องค์ชายแปดออกคำสั่งทันที  ราชาปราณและนักรบปราณของอาณาจักรหลิงวูมีความกังวลเล็กน้อยไม่ขยับตัวทันทีแต่เมื่อเป็นคำสั่งองค์ชายมันย่อมไม่กล้าขัด


         บูมมมม


        การจู่โจมร่วมกันของคนจำนวนมากพุ่งเข้าหากันเกิดความผันผวนอย่างรุนแรงในพื้นที่จัตุรัส จางเฉินแอบมองอยู่ห่างๆนั้นเหมือนเห็นสายฝนพลังปราณจำนวนมากสาดกันไปมา


       ต่างฝ่ายต่างมีคนเกือบหนึ่งร้อยคน ราชาปราณทั้งสองนั้นต่อสู้กันเองเหล่าองค์ชายทั้งสองอาณาจักรและนักรบปราณก็พุ่งเข้าหากันอย่างดุเดือด


        บูม


       เสียงการปะทะกันของราชาปราณนั้นดังสนั่น และมีแรงกระแทกที่แข็งแกร่งก่อให้เกิดลมพายุพัดไปรอบๆ นักรบปราณที่ต่อสู้กันเริ่มกระจายตัวไปรอบๆ จัตุรัสการต่อสู้บางส่วนนั้นทำให้กำแพงพังลงจึงกระจายสนามรบออกเป็นจุดๆการต่อสู้กันของราชาปราณนั้นรุนแรงเกินไปนักรบปราณและเหล่าองค์ชายหลังจากมีกำแพงพังทลายจำนวนมากก็หลบหลีกมาต่อสู้ในพื้นที่รอบ


        ราชาปราณทั้งสองนั้นผลัดกันโจมตีอย่างรวดเร็วจางเฉินแอบถอนหายใจเมื่อเห็นพลังปราณที่เป็นกรงเล็กของราชาปราณคนหนึ่งพลาดไปชนกับกำแพงเป็นรูขนาดใหญ่ถ้าเป็นตัวเขาเองคงต้องตายด้วยกระบวนท่านี้ในทีเดียวแน่นอนดูเหมือนว่าราชวงหลิงวูจะมีกำลังมากกว่า นักรบปราณของอาณาจักรชิงหลงเริ่มหลบหนีออกจากพื้นที่และมีการติดตามกันอย่างต่อเนื่อง


       “เจ้ากล้าสังหารคนของราชวงศ์ชิงหลงเจ้ารู้ใช่ไหมว่ามันจะเป็นสงครามของสองอาณาจักรถ้าพวกข้าออกไปได้”จ้าวเว่ยกล่าวกับองค์ชายแปดขณะกำลังต่อสู้กัน


        “ถ้าเจ้าออกไปได้”องค์ชายแปดยิ้มเยาะ เขาจะฆ่าปิดปากคนทั้งหมดเพื่อจบเรื่องวันนี้


        องค์ชายแปดนั้นเอาป้ายตราประทับสีทองรูปมังกรขนาดฝ่ามือออกมาแล้วฉีดพลังปราณเข้าไป โยนเข้าหาจ้าวเว่ยป้ายสีทองขยายขนาดใหญ่ขึ้นจนขนาดเท่าบ้านหลังหนึ่ง กระแทกไปที่จ้าวเว่ยอย่างรุนแรง


        ตูมม


        มีเพียงจ้าวเว่ยเท่านั้นที่สามารถหลบได้คนอื่นๆ นั้นสภาพแหลกแหลวตายเนื่องจากการกดทับตราประทับสีทองรูปมังกรนั้นทันที


        “อาวุธวิญญาณ” จางเฉินตาโตตราประทับสีทองรูปมังกร นี้มีการใช้งานคล้ายกับหม้อเก้ามังกรของเขาที่สามารถขยายขนาดเพื่อโจมตีและป้องกันได้และดูเหมือนจะแข็งแรงมาก


         ก่อนเข้าดินแดนลับหนึ่งเดือนองค์ชายแปดนั้นรับตราสีทองประจำตระกูลนี้จากคลังสมบัติใช้เวลาเกือบทั้งเดือนเพื่อที่จะปลดข้อจำกัดด้วยความช่วยเหลือของราชาปราณหลายคนเพื่อใช้รับประกันความปลอดภัยของตัวเขาเองเนื่องจากองค์ชายแปดนั้นเป็นอัจฉริยะคนสำคัญของราชวงศ์และอนาคตองค์ราชาของอาณาจักร


        องค์ชายแปดหยิบแหวนมิติจากศพทันที แล้วเรียกตราประทับสีทองรูปมังกรเพื่อโจมตีจ้าวเว่ยต่อไป


        จัตุรัสนั้นเหลือเพียงราชาปราณสองคน จางเฉินเหงื่อไหลการย้ายน้ำพุเซียนขนาดกลางนั้นต้องใช้พลังวิญญาณแทบทั้งหมดของตัวเขา แล้วยังต้องระวังราชาปราณทั้งสองคนนี้อีกจางเฉินเข้าสู่มิติเปลี่ยนชุดเกราะที่เคยทำไว้แล้วออกมาอีกครั้ง


        “องค์ชายแปดกำลังจะฆ่าองค์ชายจ้าวเว่ยแล้ว”จางเฉินตะโกนไปที่จัตุรัสด้วยเสียงอันดังผ่านหมวกเกราะที่เขาทำไว้เป็นแบบดัดเสียงและกระจายเสียง


           ราชาปราณทั้งสองหยุดต่อสู้กันชั่วคราวมองหาต้นเสียงเมื่อไม่เห็นต้นเสียงเพราะเสียงก้องกังวานเหมือนมาจากทั่วทิศทางจึงมองหาองค์ชายของตนเอง ทั้งสององค์ชายนั้นเป็นอนาคตองค์ราชาของอาณาจักรชีวิตของทั้งสองนั้นย่อมมาเป็นอันดับหนึ่ง


          ราชาปราณต่างพุ่งออกจากจัตุรัสไปในทิศทางของทั้งสององค์ชายทันทีคนหนึ่งรีบเร่งไปช่วยองค์ชายจ้าวเว่ย ส่วนอีกคนหนึ่งตามไปโจมตีด้านหลังอย่างรุนแรง


           “เจ้าจะหนีการต่อสู้?อย่าหวังจะช่วยองค์ชายเจ้าได้”


          พลังกรงเล็บสีดำขนาดใหญ่โจมตีเข้าหาราชาปราณนั้นอย่างรุนแรงแต่ก็สามารถหลบได้และเร่งรีบไปหาองค์ชายของเขา


            จางเฉินถอนหายใจรีบมาที่น้ำพุเซียน โยนธงก่อตัวและหินวิญญาณจำนวนมากเพื่อสร้างอาเรย์ลวงตาไม่ให้มีคนมองเห็นจากภายนอก เรียกโสมน้อยทั้งหลายมาช่วยกันวางการก่อตัวเพื่อย้ายน้ำพุเซียน


         บูมมม


        จางเฉินเทพลังวิญญาณจำนวนมากเพื่อเปิดประตูมิติเอาน้ำพุเซียนเข้าไปเขาเกือบจะเป็นลมล้มตรงนั้นทันทีหาพื้นที่มุมห้องที่เป็นจุดอับแห่งหนึ่งแล้วหลบหนีเข้าสู่มิติ


         จางเฉินเหนื่อยล้ามาก สำหรับผู้ฝึกตนนั้นแม้ไม่ได้นอนหนึ่งเดือนที่เปิดดินแดนลับนี้ก็สามารถทำได้แต่จางเฉินใช้พลังวิญญาณไปอย่างมากเขาจึงต้องพักผ่อนหลังจากวางน้ำพุเซ๊ยนแล้วก็เข้าสู่ห้องของเขาเองในมิติแล้วหลับไป


        เมื่อตื่นมาจางเฉินก็นำหินวิญญาณระดับสูงเพื่อดูดซับเพิ่มการบ่มเพาะพลังปราณเป็นระดับเจ็ดแล้วหยุด อันที่จริงเขาสามารถทะลุผ่านระดับอย่างต่อเนื่องได้ทันที มีสมุนไพรมากมายและหินวิญญาณจำนวนมาก แต่มันจะเป็นปัญหาหากพื้นฐานไม่เพียงพอจะต้องมีประสบการณ์ต่อสู้ การฝึก เพื่อกลั่นตัวให้ร่างกายมั่นคง


       ออกจากมิติมีหลุมขนาดใหญ่ที่จางเฉินขุดน้ำพุเซียนออกไปอาเรย์ที่วางไว้ยังคงทำงานอยู่ จางเฉินออกจากจัตุรัสเพื่อกลับไปหาสหายของเขาอย่างระมัดระวังระหว่างทางพบศพมากมายของนักรบปราณสองอาณาจักรพระราชวังนั้นเปลี่ยนไปมากกลายเป็นเศษซากพักทลายจางเฉินไปที่เดิมที่ทิ้งสหายและคนบาดเจ็บไว้แต่ไม่พบใครเลย  แต่มีรองรอยทิศทางดูเหมือนจะออกจาก


       "หวังพาสหายข้าจะปลอดภัยไม่รู้พวกราชาปราณกับองค์ชายทั้งสองนั้นตายหรือยัง”


       จางเฉินแอบคาดหวังจะได้เจอกับองค์ชายแปดอีกครั้ง แต่ก็ไม่อยากเจอราชาปราณมันยากเกินไปเขาอยากได้ตราประทับรูปมังกรทองนั้น เขารู้สึกว่ามันมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก


       จางเฉินอยู่ในมิติพักผ่อนและบ่มเพาะราวๆ 10 ชั่วยาม ซึ่งไม่ถึง 1ชั่วยามด้านนอก คนเหล่านี้ไม่น่าไปไหนใกล จางเฉินตัดสินใจเปิดแผนที่เพื่อเดินทางสู่จุดสีทองอีกจุดหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะสำคัญมากตามแผนที่


        ระหว่างทางจางเฉินได้ยินเสียงการต่อสู้อยู่ไม่ไกลแต่เขาหลบเลี่ยงแทน เพราะจากสัมผัสพลังที่ส่งผ่านการสั่นสะเทือนแต่ไกลคิดว่าเป็นราชาปราณทั้งสองคนของสองอาณาจักร อาจมีโอกาสได้เจอองค์ชายแปดแต่จางเฉินจะยังไม่เสี่ยง


       ทางเดินสู่จุดสีทองใหญ่นี้มีการซ่อนเร้น และป้องกันแน่นหนามากนอกจากจางเฉินคาดว่าคงไม่มีใครเดินทางมาถึงได้ ผ่านไประยะหนึ่งห้องโถงทางเดินก็กลายเป็นต้องเดินเข้าอุโมงค์


        จางเฉินมองไปที่ความมืดในอุโมงค์ มันให้ความรู้สึกเหมือนจะมีความมืดไร้ที่สุ้นสุดคิ้วของจางเฉินย้นเล็กน้อย แล้วเดินเข้าอุโมงค์ไปเขารู้สึกถึงอันตรายของอุโมงค์นี้จึงระมัดระวังเป็นอย่างมาก


        จางเฉินสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อลดความตื่นเต้นและวิตกกังวลเพราะไม่ว่าอย่างไรก็ตามเขาก็ต้องเขาไปเพราะเขาอยากรู้ว่าจะมีสมบัติอะไรอยู่ในส่วนลึกของพระราชวัง

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God) ที่คุณอ่าน