เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 169: ร่างทรงแห่งเทพธิดา (The Goddess Medium)

            และทางด้านภูติพิทักษ์ประจำกายทั้งสามตนของโมโมทาโร่ต่างก็รีบพากันพุ่งเข้าโจมตีใส่เหล่าอสูรโยไคที่อยู่ตรง หน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีได้แก่ ฮิฮิ-เอ็นโก ภูติพิทักษ์วานรราชสีห์แห่งเหมันต์ บาซัน ภูติพิทักษ์ไก่ฟ้าพญาหงส์แห่งเตโช ไรจู ภูติพิทักษ์หมาป่าแห่งอัสนี

            โดยฮิฮิ-เอ็นโก ภูติพิทักษ์วานรราชสีห์แห่งเหมันต์นั้นจะจัดการกับเหล่าอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าด้วยดาบที่ถือไว้บนมือข้างขวา และอุ้งมือกรงเล็บอันแหลมคมที่อยู่ข้างซ้าย ซึ่งสามารถยืดหดไปมาได้ดั่งที่ต้องการ

            บาซัน ภูติพิทักษ์ไก่ฟ้าพญาหงส์แห่งเตโชจะทำการพ่นไฟอันร้อนระอุออกมาจากปากเพื่อโจมตีใส่พวกมัน และไรจู ภูติพิทักษ์หมาป่าแห่งอัสนีจะพุ่งเข้าโจมตีใส่พวกมันด้วยกรงเล็บอันแหลมคม พร้อมกับปล่อยกระแสไฟฟ้า 1 ล้านโวลต์ออก มาเพื่อโจมตีใส่พวกมันด้วย

            พรรคพวกของฝ่ายอันจินต่างก็ร่วมมือกันกับเหล่าพวกพ้องทั้ง 3 สาวอย่างโทโมเอะ อินะฮิเมะ และโอคัทสึ กับภูติพิ ทักษ์จิ้งจอกเพลิงอัคนีอย่างคิทสึเนบิอีกหนึ่งตัวในการจัดการกับเหล่าอสูรโยไคชนิดต่างๆ ที่อยู่ตรงหน้าให้สิ้นซาก ในขณะเดียวกัน ก็ได้มีเหล่าภูติพิทักษ์ประจำกายของแต่ละคนเข้ามาช่วยจัดการกับพวกมันด้วย

            หลังจากที่คอยจัดการกับเหล่าอสูรโยไคมาได้สักระยะ อันจินกับโทโมเอะ และเหล่าพวกพ้องทั้งหมดต่างก็เริ่มรู้สึกอ่อนล้าขึ้นมาในทันที เพราะฝั่งของพวกมันนั้นก็เริ่มมีจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นจนเกินเหตุ

            “พี่โทโมเอะ ขืนพวกเรายังสู้อยู่ต่อไปแบบนี้ไม่จบไม่สิ้นแน่ แล้วพวกเราก็จะเสร็จพวกมันกันหมด ใช้พลังนั่นเลยไหม” คิทสึเนบิเอ่ยถามความเห็นจากโทโมเอะ ผู้เป็นเสมือนพี่สาวของเธอ

            “พลังที่ท่านอินาริได้มอบให้พวกเราอย่างงั้นหล่ะสินะ...”

            โทโมเอะเอ่ยถามคิทสึเนบิในทางอ้อม ในขณะที่เธอนั้นกำลังจัดการกับเหล่าอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าด้วยกระบี่คันศรที่มาจากดาบโชโทเร็นกับดาบไดโทเร็น

            “เข้าใจแล้ว” หลังจากที่กล่าวจบ โทโมเอะกับคิทสึเนบิก็ได้ทำการรวมร่างเข้าด้วยกัน เพื่อกลายสู่ร่างมิโกะ-โอกามิชินเซย์โดยทันที

            “ในนามของมิโกะแห่งแสง ผู้เป็นอดีตนักรบอิสตรีที่เคยฝ่าแดนสมรภูมิไปทั่วสารทิศ / ในนามแห่งจิ้งจอกผู้รอดพ้นจากวายชนม์ที่เคยผ่านการผจญกับความมืดและความสิ้นหวัง...ข้าขอให้พวกเราทั้งสองจงรวมกันเป็นหนึ่งบัดเดี้ยวนี้”

            หลังจากที่กล่าวจบ โทโมเอะกับคิทสึเนบิก็ได้รวมร่างเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งในทันที สีผมของโทโมเอะได้กลายมาเป็นสีขาว ดวงตาคู่งามของเธอได้กลายมาเป็นสีน้ำเงินอมม่วง ริมฝีปากคู่งามของเธอได้กลายมาเป็นสีแดงสด เธออยู่ในชุดมิโกะที่ได้รับการแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างครบครัน ดั่งมิโกะร่างทรงแห่งเทพธิดาชั้นสูงที่ได้รับเลือกจากเหล่าบรรดาเทพเจ้า ผสม ผสานกับชุดนางฟ้าบนสวรรค์ได้อย่างลงตัว

            ดาบเคนเมียวเร็นของคิทสึเนบิได้มารวมเข้าด้วยกับกระบี่คันศรของโทโมเอะที่มาจากดาบโชโทเร็นและดาบไดโทเร็น จนกลายมาเป็นมหาศาสตราวุธที่มีนามว่าไดซันเมียว โนะ เคน สุดยอดกระบี่คันศรที่จะประกอบไปด้วยดาบเคนเมียวเร็นที่เป็นส่วนล่างของสุดยอดกระบี่คันศร ซึ่งมันจะชี้ปลายดาบลงมายังพื้น และดาบไดโทเร็นกับดาบโชโทเร็นที่เป็นส่วนบนของสุดยอดกระบี่คันศร ซึ่งมันจะชี้ปลายดาบขึ้นไปยังท้องฟ้า และแยกออกเป็นรูปตัว V

            มือเรียวงามข้างซ้ายของเธอนั้นได้กลายมาเป็นอุ้งมือของปีศาจจิ้งจอกที่มีกรงเล็บอันแหลมคมงอกออกมาจากนิ้วเรียวยาวทั้ง 5 ของเธอ ใบหน้างามของเธอได้กลายมาเป็นใบหน้าที่สุขุมลุ่มลึกและเย็นชาอย่างสุดๆ ราวกับเป็นหญิงสาวที่ได้บรรลุนิติภาวะของความเป็นผู้ใหญ่อย่างแท้จริง ที่สำคัญ มีลูกไฟอันร้อนระอุที่มีขนาดย่อมทั้ง 5 ลูกลอยไปมาอยู่ล้อมรอบตัวเธอด้วย

            ทันทีที่โทโมเอะได้ยกอุ้งมือเรียวยาวขึ้นแล้วแบออก ภาพเนรมิตของคิทสึเนบิ ภูติพิทักษ์จิ้งจอกเพลิงอัคนีของเธอนั้นก็ได้ปรากฏขึ้น และทำการพ่นลูกไฟอันร้อนระอุออกมาโจมตีใส่เหล่าอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้พวกมันนั้นได้พากันดับสลายหายไปเป็นจำนวนมากภายในระยะเวลาอันสั้น

            โทโมเอะที่อยู่ในร่างมิโกะ-โอกามิชินเซย์นั้นก็ได้ทำการควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของดาบโชโทเร็นกับดาบไดโทเร็นให้ลอยพุ่งเข้าไปฟันใส่พวกอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน เธอก็ได้ทำการเสกพลังธาตุทั้ง 7 ลงบนคมดาบทั้งสองเล่มนั้นด้วย อันได้แก่ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ธาตุสายฟ้า ธาตุน้ำแข็ง และธาตุแสง เพื่อใช้ในการจัดการกับพวกมันด้วย

            จากนั้น โทโมเอะก็รีบยิงธนูเวทย์ออกมาในรูปแบบต่างๆ ที่มีอานุภาพในการทำลายล้างสูง เพื่อจัดการกับเหล่าอสูรโยไคชนิดต่างๆ ที่อยู่ตรงหน้า ด้วยพลังอำนาจที่เปี่ยมล้นของร่างมิโกะ-โอกามิชินเซย์ จึงทำให้เธอนั้นสามารถจัดการกวาดล้างพวกมันได้อย่างง่ายดาย ร่างของพวกมันนั้นก็ได้ค่อยๆ ทยอยพากันดับสลายหายไปจนหมดสิ้น

            หลังจากที่โทโมเอะสามารถจัดการกวาดล้างพวกอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าจนหมดสิ้น เหล่าขุนศึกทั้ง 5 คนที่มาจากฝ่ายของมิทสึนาริก็ได้ปรากฎตัวขึ้นที่ตรงหน้าพวกเขา ซึ่งได้แก่ ชิมาสึ โยชิฮิโระ, ซานาดะ ยูคิมูระ, มาเอดะ เคย์อิจิ, ชิมะ ซาคอน และโคนิชิ ยูคินากะ ซึ่งพวกเขาทั้งหมดจะใช้หอกเป็นอาวุธประจำกาย ยกเว้นเคย์จิอิที่ใช้ขวานยักษ์เป็นอาวุธ กับยูคินากะที่ใช้ดาบยาวเป็นอาวุธ

            “มิน่าหล่ะ ทำไมเหล่าอสูรอายาคาชิที่ท่านมิทสึนาริได้สร้างขึ้นถึงได้ค่อยๆ ลดลงอย่างผิดสังเกต ที่แท้ก็เป็นฝีมือของพวกเจ้านี่เอง” มาเอดะ เคย์อิจิกล่าวกับอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสบอารมณ์มากสักเท่าไหรนัก

            “ยกโทษให้ไม่ได้ มันผู้ใดก็ตามที่คิดจะบังอาจมาขัดขวางเส้นทางของท่านมิทสึนาริ จะต้องพบกับจุดจบ”

            ซานาดะ ยูคิมูระกล่าวกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่ขุ่นเคือง

            “ข้าไม่สนหรอกนะ ว่าพวกเจ้าแต่ละคนจะเป็นใครมาจากไหน ถ้าหากคิดจะเป็นศัตรูกับท่านมิทสึนาริ ก็ถือว่าพวกเจ้าเป็นศัตรูกับพวกข้า” โคนิชิ ยูคินากะกล่าวกับอีกฝ่าย

            “การที่พวกเจ้าหยามเกียรติท่านมิทสึนาริ ก็ถือว่าพวกเจ้าหยามเกียรติพวกข้าด้วยเช่นกัน ดังนั้น พวกข้าจะปล่อยพวกเจ้าไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด” หลังจากที่ชิมะ ซาคอนได้กล่าวจนจบ เหล่าขุนศึกทั้ง 4 ที่อยู่ตรงหน้าก็ได้อัญเชิญภูติพิทักษ์ประจำกายของแต่ละคนออกมา และทำการรวมร่างเข้าด้วยกันเพื่อที่จะกลายสู่ร่างโอกามิ-มุฉะ แล้วเข้าเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายโดยทันที

            โดยภูติพิทักษ์ประจำกายของชิมาสึ โยชิฮิโระนั้นจะเป็นภูติพิทักษ์แรดแห่งปฐวีที่มีนามว่าชิไซ ภูติพิทักษ์ประจำกายของซานาดะ ยูคิมูระนั้นจะเป็นภูติพิทักษ์กระเบนสายฟ้าที่มีนามว่าคามินาริ-เอย์ ภูติพิทักษ์ประจำกายของมาเอดะ เคย์อิจินั้นจะเป็นภูติพิทักษ์ช้างน้ำแห่งอาโปที่มีนามว่ามิซุกาบะ

            ภูติพิทักษ์ประจำกายของชิมะ ซาคอนนั้นจะเป็นภูติพิทักษ์ตัวนิ่มแห่งธารน้ำแข็งที่มีนามว่าโคริฮิโคโมคุ และภูติพิทักษ์ประจำกายของโคนิชิ ยูคินากะนั้นจะเป็นภูติพิทักษ์ตุ่นปากเป็ดแห่งวายุที่มีนามว่าคาเซะโมโนฮาชิ

            ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังจะเข้ามาเผชิญหน้ากันอยู่นั้น ก็ได้มีเหล่าขุนศึกจากฝ่ายโทกุกาว่าอีก 5 คนปรากฏตัวขึ้นที่ตรงหน้าพวกเขา ซึ่งได้แก่ ดาเตะ มาซามุเนะ ผู้ได้รับสมญานามว่าเป็นมังกรตาเดียว ซึ่งตัวเขานั้นจะใช้ดาบยาวเป็นอาวุธประ จำกาย กับเหล่า 4 จตุรเทพแห่งโทกุกาว่า ซึ่งจะประกอบไปด้วย ฮอนดะ ทาดาคัทสึ, อี นาโอมาสะ, ซาคากิบาระ ยาสุมาสะ และซากาอิ ทาดาสึกุ ซึ่งพวกเขาทั้ง 4 นั้นจะใช้หอกเป็นอาวุธประจำกายทั้งหมด

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน