ตอนที่ 8 : คืนดับไฟในทรวง
สายลมเหนือแม่น้ำโขงเริ่มแรงขึ้นเล็กน้อยใบกันเกราตรงลานสั่นไหวเบา ๆ แสงแดดสายกลายเป็แดดบ่ายอ่อน ๆแบบที่คนแก่เริ่มรู้สึกเมื่อยเอวถ้านั่งนานเกินไป
ชัยยศขยับท่านั่ง หยิบแก้วกาแฟที่ตอนนี้เหลือแต่ก้นแก้วขึ้นมามองก่อนหัวเราะหึ ๆ กับตัวเอง
“ตอนนั้น…ฟ้ามันสว่าง แต่ในใจฉันดับสนิทเลยว่ะ ยศเอ๊ย”
เขาพึมพำเบา ๆ ให้ตัวเองได้ยินคนเดียวแล้วปล่อยให้สายลมพากลับไปยังวันหนึ่งในกรุงเทพฯ
วันที่ปีใหม่บอกเขา…ว่าเธอ “ไปแน่”
และคืนก่อนเธอจะเดินขึ้นเครื่องบิน
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
ปลายภาค…ต้นปิดเทอมใหญ่
บรรยากาศมหาวิทยาลัยที่เคยคึกคักเริ่มโล่งเหมือนลานกว้างหลังงานวัด คนทยอยกลับบ้าน ต่างจังหวัดกันไปทีละกลุ่ม
หน้าตึกคณะสังคมศาสตร์ เงียบผิดปกติ
ชัยยศนั่งคอยอยู่บนม้านั่งหินอ่อน มองนาฬิกาข้อมือเก่า ๆของตัวเองแล้วถอนหายใจครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้
ปีใหม่บอกเขาว่า “มีเื่จะคุยด้วย”
ไม่ต้องเดา ก็รู้ว่าคำตอบเื่เมืองนอกคงชัดแล้ว
เสียงรองเท้าส้นเตี้ยกระทบพื้นดังแ่ ๆ จากทางเดินด้านหลังเขาหันไปมองโดยอัตโนมัติ
ปีใหม่เดินมาคนเดียว ไม่มีหนังสือ ไม่มีแฟ้มงาน มีแค่กระเป๋าสะพายใบเล็กๆ ใบหนึ่ง
ชุดนักศึกษาที่เธอใส่วันนี้เรียบร้อยเป๊ะกว่าปกติผูกผมหางม้าเรียบ สีหน้าไม่แต่งจนจัด แต่ตาคมเหมือนเดิม
เขาอดคิดไม่ได้ว่า…นี่คงเป็ “ภาพจำ” ที่จะติดหัวไปนาน
“รอนานไหม”
เธอถามเหมือนทุกครั้ง
“ไม่นานครับ” เขาตอบเหมือนทุกที ทั้งที่จริง ๆมานั่งรอเป็ชั่วโมงแล้ว
ปีใหม่ทรุดนั่งลงข้าง ๆ เว้นระยะไม่ไกลไม่ใกล้เกินไป
ลมร้อนพัดผ่าน ทำให้เส้นผมด้านข้างแก้มเธอปลิวเล็กน้อย
เธอเอ่ยขึ้นก่อนโดยไม่อ้อมค้อม
“พี่ตัดสินใจแล้ว”
หัวใจเขาเต้นเหมือนตีกลองดังตูมในอก
“พี่…จะไปเมืองนอกใช่ไหมครับ”
“อือ” เธอตอบสั้น ๆ “พ่อแม่ดีใจใหญ่เลยบอกว่ากลับมาจะได้มีทางเลือกมากขึ้น”
เขาพยักหน้าช้า ๆ
จะให้พูดว่า “ดีแล้ว” ก็พูดได้
แต่คำนี้ฟังดูปลอมเกินไปในหัวของเขาเอง
“ไป…กี่เดือนนะครับ”
“สามเดือน”
“ไปเมื่อไหร่”
“อาทิตย์หน้า”
คำว่า “อาทิตย์หน้า” ทำให้โลกเหมือนหมุนเร็วขึ้นทันที
เวลาที่เคยนึกว่ามีเหลือ
จริง ๆ แล้ว…เกือบหมดแล้ว
“แล้ว…” เขาสูดหายใจเข้าลึก “พี่อยากให้ผม…ทำตัวยังไง”
ปีใหม่หัวเราะเบา ๆ
“คำถามโคตรผู้ใหญ่เลยนะยศ”
“ผมพูดไม่เก่งครับ” เขายิ้มเหยียดตัวเอง “เลยถามตรง ๆ ดีกว่า”
เธอลดรอยยิ้มลงเล็กน้อย ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“พี่ไม่อยากให้ยศ ‘รอ’ เพราะคำพูดสวย ๆ หรอก”
เขาหลุบตาลง
“สามเดือน…มันไม่นานก็จริง แต่สำหรับคนวัยแบบเราสามเดือนมันเปลี่ยนอะไรได้เยอะมาก”
“ผมรู้ครับ”
“ในเวลาที่พี่ไม่อยู่ ยศจะทำอะไรก็ได้” เธอพูดตรง “จะอ่านหนังสือทั้งเทอมจะลงกิจกรรม จะไปนั่งร้านเหล้า จะคุยกับใคร…ก็เื่ของยศ”
เขาเงยหน้าขึ้น
“แต่ถ้า…สักวันหนึ่งยศรู้สึกว่าอยากหยุดทุกความสัมพันธ์ที่ไม่เคลียร์แล้วเดินไปเลือกใครสักคนอย่างจริงจัง” เธอหยุดนิดหนึ่ง“พี่ก็อยากให้ยศเลือกสิ่งที่ทำให้ตัวเองไม่รู้สึกผิดในวันข้างหน้า”
ประโยคนั้น…เหมือนโบยตัวเขากลางอากาศ
ไม่ใช่การขอให้รอ
ไม่ใช่การบอกให้ตัดขาด
แต่เป็การวางเขาไว้ในที่ของ “คนมีสิทธิ์เลือกเอง”
ทั้งที่จริง ๆ ในใจเขา…รู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีสิทธิ์อะไรเลย
“แล้วพี่ล่ะครับ” เขาเผลอถาม “พี่จะ…ลืมผมไหม”
ปีใหม่มองเขานานกว่าปกติ
“คนแบบยศ…พี่ไม่ลืมง่าย ๆ หรอก”
“เพราะอะไรครับ”
“เพราะยศเป็คนที่อยู่กับพี่ ในโลกที่หลายคนเข้าไม่ถึง”เธอยิ้มบาง ๆ
“ต่อให้วันหนึ่ง เราไม่ได้คุยกันแบบนี้แล้วแต่่เวลาที่เราเคยนั่งกินข้าวร้านนั้น ไปผับร้านนี้นอนคอนโดห้องนั้นด้วยกัน…มันก็ยังอยู่ในหัวพี่อยู่ดี”
คำว่า “นอนคอนโด” กลายเป็เหมือนภาพซ้อนในหัวทันที
เขาใจเต้นแรงขึ้น รู้ดีว่าเธอกำลังชี้ไปถึงสิ่งไหน
“งั้น…” เขากลืนน้ำลาย “ก่อนพี่ไป ผม…ขอเห็นหน้าให้เต็ม ๆหน่อยได้ไหม”
ปีใหม่เลิกคิ้ว
“นี่เห็นไม่เต็มเหรอ”
“เห็นอยู่…แต่รู้สึกเหมือนพรุ่งนี้จะตื่นมาแล้วพี่หายไปทั้งคน”เขาหัวเราะกลบตื่นเต้น “เลยอยากเก็บไปให้ละเอียดกว่านี้หน่อย”
เธอมองเขาสักพัก แล้วลุกขึ้นยืน
“เย็นนี้…ไปคอนโดพี่นะ”
เขาชะงัก
“แค่สองคน” เธอพูดชัด “ไม่มีเล็คเชอร์ ไม่มีการบ้านไม่มีงานกลุ่ม”
หัวใจเขาเต้นแรงจนชาไปทั้งหน้าอก
“ครับ”
คำเดียว…หลุดจากปากออกมาง่ายกว่าที่คิด
แต่ข้างในใจ เขารู้ดีว่า
คืนนี้…จะไม่ใช่คืนเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
คอนโดห้องเดิม
ประตูบานเดิม
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นเดิม
แต่บรรยากาศไม่เหมือนเดิม
คืนนี้ไม่มีหนังสือวางกองอยู่บนโต๊ะ
ไม่มีเล็คเชอร์
ไม่มีปากกาไฮไลต์
มีแค่ไฟห้องนั่งเล่นที่หรี่ลงเหลือเพียงสลัว ๆกับม่านที่รูดปิดกันแสงด้านนอก
ปีใหม่ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวผ้าบางสีอ่อนกางเกงผ้านิ่มที่ทำให้เธอดูผ่อนคลายกว่าวันเรียน ผมปล่อยยาวลงมาเต็มแผ่นหลัง
เธอเดินไปหยิบน้ำเปล่าสองแก้วมาวางบนโต๊ะ
“ดื่มไว้ก่อนกันตาย คืนนั้นเราดื่มเหล้าไปแล้วส่วนคืนนี้…ขอให้เหลือสติชัด ๆ หน่อย”
เขารับแก้วมา ยกขึ้นจิบทั้งที่คอแห้งแต่ไม่กระหายน้ำ
ใจเขาเต้นรัวเกินกว่าจะรู้รสอะไรแล้ว
“พี่ปีใหม่…” เขาเรียก
“หืม”
“พรุ่งนี้ พี่…จะไปสนามบินกี่โมงครับ”
“เช้า” เธอตอบสั้น ๆ “เลยอยากขอใช้คืนนี้ให้คุ้มหน่อย”
คำว่า “ให้คุ้ม” ทำให้เขาเผลอหลบสายตา
ปีใหม่เห็นท่าทีเขา เลยหัวเราะในคอ
“ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นหรอกยศ” เธอเดินเข้ามาใกล้ทีละนิด “คืนนี้พี่ไม่ได้เมา…สักหยด”
เธอยืนหยุดตรงหน้าชัยยศ ระยะห่างแค่หนึ่ง่แขน
“ทุกอย่างที่พี่จะทำ…พี่รู้ดีว่ากำลังทำอะไร”
เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ
ในดวงตาคู่นั้น ไม่มีความลังเลแม้แต่นิดเดียว
ปีใหม่ยกมือขึ้นแตะใบหน้าด้านข้างของเขานิ้วโป้งลากผ่านกรามที่เริ่มขึ้นเคราน้อย ๆ
“ตอนเข้ามาปีหนึ่งใหม่ ๆ ยศดูเด็กกว่านี้เยอะ” เธอว่าเบา ๆ
“แล้วตอนนี้ล่ะครับ”
“ตอนนี้…ดูเหมือนผู้ชายมากขึ้น”
เธอเอียงหน้านิดเดียว แล้วโน้มเข้ามา
ริมฝีปากของเธอแตะลงบนริมฝีปากของเขาช้า ๆ ไม่รีบ ไม่เร่งมีเวลาพอให้หัวใจเขาเต้นทัน
มันไม่ใช่จูบแบบงง ๆ แบบคืนแรกในผับ
ไม่ใช่จูบที่เกิดจากเมา หรือไหลตามบรรยากาศ
แต่เป็จูบที่ตั้งใจ…คนสองคนรู้ดีว่ากำลังบอกลาผ่านัั
มือเขายกขึ้นอย่างเก้ ๆ กัง ๆก่อนจะกล้าวางลงบนเอวเธออย่างเบาที่สุดเหมือนกลัวเธอแตกหัก
ปีใหม่ขยับเข้าใกล้อีกนิด ริมฝีปากที่แนบอยู่เริ่มขยับชวนให้เขาตอบสนอง
เขาหลับตา ปล่อยให้ทุกอย่างเดินไปตามสัญชาตญาณของคนรักกัน
ลมหายใจเริ่มถี่ขึ้น
หัวใจเต้นแรงจนแทบกลบเสียงแอร์
มือที่เคยจับปากกาในห้องเรียน
ตอนนี้กำลังจับไหล่ของผู้หญิงคนหนึ่งแน่นเป็ครั้งหนึ่งในชีวิตที่เขาอยากดึงเธอไว้ให้ใกล้ที่สุด
ปีใหม่ผละริมฝีปากออกเล็กน้อยแต่ใบหน้ายังใกล้จนลมหายใจประสานกัน
“ยศ…” เธอเรียกเขาเบา ๆ ราวกระซิบ
“ครับ…”
“คืนนี้…อย่าคิดว่าเราแค่กำลัง ‘ทำผิด’ อะไรนะ”
เขาชะงักนิดหนึ่ง
“ให้คิดว่า…เรากำลังเก็บคืนหนึ่งไว้ให้เต็มที่สุดในฐานะของคนสองคน ที่ไม่รู้ว่าพอพรุ่งนี้แล้ว ชีวิตมันจะโยนเราไปอยู่มุมไหนของโลก”
เธอพูดไป มือก็เลื่อนจากแก้มเขาลงมาจับมือเขาแทน
“ขอให้คืนนี้…เป็ของเราจริง ๆ สักครั้ง แบบที่ไม่ต้องห่วงพ่อแม่ไม่ต้องห่วงคำว่า ‘ฐานะ’ ไม่ต้องห่วงว่าใครจะมองว่าเราถูกหรือผิด”
เสียงเธอสั่นนิด ๆ ตอนท้าย
ชัยยศรู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างในอกพังลง
เขาพยักหน้า
“ครับ…คืนนี้เป็ของเรา”
เขาพูดทั้งที่คอแน่นไปหมด
ปีใหม่ถอยไปครึ่งก้าว ดึงมือเขาเบา ๆ
“ไปสิ”
เสียงเรียบ ๆ แต่เต็มไปด้วยการชวนให้ก้าวข้ามเส้นเดิมอีกครั้ง
เขาปล่อยให้ตัวเองถูกพาเข้าไปในห้องนอนเล็ก ๆ
ไฟในห้องถูกหรี่ลงอีก เหลือเพียงแสงสลัวที่พอมองเห็นรูปหน้ารูปร่างของกันและกันชัดพอจะจำไปได้อีกหลายสิบปี
ััหลังจากนั้น…ไม่ใช่แค่ความเร่าร้อนแบบวัยหนุ่มที่คิดถึงแต่ร่างกาย
แต่เต็มไปด้วยความรีบเก็บ
ความกลัวว่าจะขาดหาย
ความพยายามจะจดจำ ทั้งกลิ่น ลมหายใจ น้ำหนักมือน้ำเสียงกระซิบของอีกฝ่าย
ทุกจูบ…เหมือนบอกว่า “ขอโทษ” กับ “ขอบคุณ” ไปพร้อมกัน
ทุกโอบกอด…เหมือนถามว่า “เราจะยังมีวันแบบนี้อีกไหม”
แต่ไม่มีใครถามออกมาเป็คำพูด
เพราะรู้ดีว่า…ไม่มีคำตอบที่สบายใจสำหรับคำถามแบบนั้น
เวลาผ่านไปนานแค่ไหน เขาไม่รู้ รู้แค่ว่า เมื่อทุกอย่างค่อย ๆสงบลง ร่างสองร่างที่ไม่อาภรณ์ใด ๆ มาขวางกั้นลำตัวเบียดแนบชิดราวกับจะหลอมรวมเป็ร่างเดียวกันอยู่บนเตียง ริมฝีปากประกบกันแน่นลิ้นควานเข้ากระหวัดพันกันราวกับกระหายมานาน มือของยศเกาะกุมอยู่บนดอกบัวคู่งามส่วนมือของปีใหม่ก็เกาะกุมแก่นกายของยศเอาไว้เหมือนกลัวว่ามันจะลอยหลุดมือไปยศผละริมฝีปากออกมาแล้วก็ตรงเข้างับยอดดอกบัวที่ชูชันรอการดอมดมพร้อมตวัดลิ้นโลมเลียยอดบัวจนหญิงสาวถึงกับแอ่นอกขึ้นสู้แล้วมือของยศก็ค่อยเลื่อนลงไปลูบไล้หน้าท้องของหญิงสาวและค่อย ๆเลื่อนต่ำลงไปถึงท้องน้อย เลยลงไปถึงร่องหลืบที่ปิดสนิทของหญิงสาวที่บัดนี้เปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำนิ้วมือของเขาวนไปมารอบ ๆ และบางครั้งก็คลึงเบา ๆ ที่เนินปุ่มกระสันของหญิงสาว
“ซี๊ดดดดดดด...เสียววววว...ยศรังแกพี่แบบนี้แทบขาดใจ...พี่ต้องเอาคืนมั่งแล้ว” สิ้นเสียงสั่นเครือของหญิงสาวเธอก็ผลักตัวของยศให้ลงไปนอนจากนั้นปากบางเรียวของเธอก็เลื่อนลงไปบรรจงจูบแก่นกายของชายหนุ่มพร้อมนำมันเข้าไปในปากโจมตีด้วยการรัวลิ้นลงบนยอดแก่นสลับกับดูดกลืนเข้าออกจนแท่งแก่นเต็มไปด้วยความมันเยิ้มเธอดูดดื่มกับมันราวกับได้โลมเลียไอศกรีมที่รสชาติแสนอร่อย
“อูยยยยย...ดีจังเลยครับ” พูดจบเขาก็พลิกตัวหญิงสาวให้กลับลงไปนอนบนเตียงอีกครั้งหนึ่งแล้วแยกขาเธอเล็กน้อยพร้อมกับฝังใบหน้าลงไปบนร่องหลีบของหญิงสาว ลิ้นของเขาฉกลากขึ้นลงระหว่างกลางร่องหลืบจนถึงเม็ดอัญมณีที่ฝังตัวอยู่้าจนทำให้หญิงสาวถึงกับสะดุ้งเฮือก ความเสียวกระสันแล่นขึ้นมาจับใจจนต้องแอ่นสะโพกขึ้นตามจังหวะของลิ้นที่ละเลงไปบนร่องหลืบของเธอ“โอยยยยย...เสียวสุด ๆ พี่ใจจะขาดอยู่แล้ว”
ชายหนุ่มไม่สนใจคำพูดของหญิงสาว เขาก้มหน้าก้มหน้าดอมดมดูดดื่มกับร่องกลีบอันหอมหวานนั้นอย่างเมามันจนก้นของหญิงลอยขึ้นจากพื้นที่นอนใบหน้าที่สะบัดไปมาอย่างเร่าร้อนยิ่งทำให้ชายหนุ่มพึงพอใจ
แต่ยังไม่ทันไร หญิงสาวก็พลิกตัวชายหนุ่มให้ลงไปนอนด้านล่างอีกครั้งพร้อมส่งแท่งแก่นของเขาเข้าไปในปาก แต่ที่ต่างจากเมื่อสักครู่นี้คือเธอหันหน้าไปทางปลายเท้าของชายหนุ่มทำให้ร่องหลืบของเธอลอยเด่นอยู่ตรงหน้าของเขา
ชายหนุ่มรับลูกทันควัน เขาฝังใบหน้าขึ้นไปหาร่องกลีบที่หยาดเยิ้มพร้อมทั้งดูดทั้งรัวลิ้นลงไปอย่างรู้งาน
ภาพชายหญิงไร้ซึ่งสิ่งปกปิดกำลังกลับหัวกลับหางดื่มด่ำสัญลักษณ์ที่แยกความเป็ชายหญิงของกันและกันผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่าจนหญิงสาวถึงกับตัวกระตุกเกร็งไปแล้วสองครั้งก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลง จนกระทั่งสัญญาณการเสร็จสมครั้งที่สามของหญิงสาวใกล้จะมาถึงเธอจึงลุกขึ้นลงจากตัวชายหนุ่มแล้วลงไปคลานคุกเข่าหันก้นยกขึ้นเล็กน้อยไปอยู่ตรงหน้าชายหนุ่ม
เห็นดังนั้นเขาก็เข้าใจทันที จึงเข้าไปประกบด้านหลังของเธอพร้อมส่งแท่งกายค่อย ๆ สอดใส่เข้าไปในร่องหลืบที่หยาดเยิ้มทางด้านหลังจนจมมิดแท่งจากนั้นค่อย ๆ สาวเข้าออกเดี๋ยวกระชั้นเดี๋ยวเนิบนาบสร้างความกระสันแก่หญิงสาวจนอดทนต่อไปไม่ไหว
“เร็ว ๆ กระแทกแรง ๆ เร็ว ๆ เลยยศ...พี่จะเสร็จแล้ว”
“ได้ครับพี่...เราเสร็จพร้อมกันนะ” พูดจบก็เร่งสาวแท่งแก่นกระแทกเข้าร่องแบบเน้นๆ และหนักหน่วง
หญิงสาวได้แต่พยักหน้าตอบ หลังจากโดนกระแทกไปสิบกว่าครั้งเธอก็ฟุบหน้าลงบนเตียงพร้อมร่างกายที่กระตุกเกร็ง
ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงเร่งสาวแก่นเข้าออกอย่างถี่ยิบจนในที่สุดทำนบก็พังทลาย น้ำไหลบ่าเข้าสู่ร่องหลืบมากมายจนล้นทะลักเรี่ยวแรงเกือบไม่เหลือ ทำได้เพียงฟุบตัวลงบนหลังของหญิงสาวในขณะที่ยังฝังแก่นไว้ในตัวเธอ
ผ่านไปครู่หนึ่งเมื่อทั้งสองคลายความเหนื่อยล้าลงชายหนุ่มถอนตัวออกจากหญิงสาว ประคองเธอไปนอนหนุนหมอนและล้มตัวลงนอนข้างกายโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม
เวลาผ่านไป เขาถึงได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดขึ้นอีกครั้ง
ทั้งสองคนนอนนิ่งอยู่บนเตียงเดียวกัน
ผ้าห่มผืนบางคลุมครึ่งตัว
ห้องมีเพียงเสียงแอร์กับเสียงหายใจสองคนสลับกันไป
ปีใหม่เป็คนทำลายความเงียบก่อน
“ถ้าวันหนึ่ง…ยศไปอยู่กับใครสักคนอย่างจริงจัง” เธอพูดเบา ๆอยู่ข้างหูเขา “อย่าบอกเขาเลยนะว่าคืนนี้มันเป็ยังไง”
เขาหันไปมองเธอ
เธอมองเพดาน ไม่มองหน้าเขา
“ทำไมครับ”
“เพราะคนที่อยู่กับยศในวันนั้น…เขาไม่ได้ทำผิดอะไรเลย” เธอว่า“ไม่ควรต้องมานั่งรับภาพในหัวจากอดีตของยศ”
เขารู้สึกเหมือนโดนตบเข้าเต็มแก้มด้วยประโยคเดียว
ทั้งที่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่น้ำหนักมันแรง
“แล้วพี่ล่ะครับ” เขาถามกลับ “ถ้าวันหนึ่ง…พี่แต่งงานกับคนที่พ่อแม่เลือกให้พี่จะบอกเขาไหมว่า…เคยมีคืนแบบนี้กับผม”
ปีใหม่หัวเราะในลำคอ คล้ายขม
“ไม่หรอกยศ”
“เพราะอะไรครับ”
“เพราะพี่อยากให้เขารักพี่…ในแบบที่เขาเห็นตรงหน้าไม่ใช่ในแบบที่มีเงาคนอื่นแอบอยู่ในความทรงจำ”
เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนพูดชัด
“และพี่เอง…ก็จะเก็บยศไว้เป็ ‘ความลับของหัวใจ’มากกว่าจะเอาไปวางบนโต๊ะอาหารแล้วให้ใครมาชั่งน้ำหนักว่าถูกหรือผิด”
คำว่า “ความลับของหัวใจ” ทำให้คอเขาตีบจนพูดอะไรเกือบไม่ออก
เขาเอื้อมมือไปกุมมือเธอแน่นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
“พี่ปีใหม่…ผม…ขอบคุณนะครับ ที่เลือกให้ผมอยู่ในโลกใบนี้ของพี่”
ปีใหม่หันมามองเขา คราวนี้ตาเธอแดงนิด ๆ
“เราแค่…เจอกันในเวลาที่มันซับซ้อนไปหน่อยแค่นั้นเองยศ”
เธอพูดเหมือนจะปลอบทั้งเขา และตัวเอง
จากนั้นก็โน้มตัวเข้ามากอดเขาแน่นอีกครั้ง
ไม่ใช่กอดแบบเรียกร้องัั
แต่เป็กอดแบบจะจำว่าครั้งหนึ่งเราเคยอยู่ใกล้กันที่สุดเท่านี้แล้วจริง ๆ
คืนนั้น…ไม่มีใครพูดคำว่า “รัก” ออกมาจนจบ
แต่ทุกอย่างที่พวกเขาทำ
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า—
มันคือคืนที่ทั้งเร่าร้อน
ทั้งเ็ป
ทั้งอ่อนโยน
ผสมปนกันจนแยกไม่ออก
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
เช้าวันถัดมา
แสงแดดลอดเข้ามาจากขอบม่าน
เตียงข้าง ๆ ว่างเปล่า
มีเพียงกระดาษแผ่นเล็ก ๆ วางอยู่บนหมอน
ตัวหนังสือลายหวัดคุ้นตาเขียนเพียงไม่กี่คำ
“ไปแล้วนะ น้องรหัส
ถ้าวันไหนคิดถึงกันมากไป ให้เปิดหน้าหนังสือเรียนที่พี่วงไว้บ่อยที่สุดแล้วอ่านให้จบ
เพราะสักวันหนึ่ง…ชีวิตจริงมันก็สอบเหมือนกัน
— ปีใหม่”
ชัยยศนั่งนิ่งอยู่บนเตียง
กระดาษในมือสั่นน้อย ๆ
เขาอยากวิ่งออกไปสนามบิน
อยากโทรหาเธอ
อยากพูดอะไรสักอย่างที่ต่างจากคำเมื่อคืน
แต่สุดท้าย เขาก็ทำเหมือนที่ทำมาตลอดชีวิตใน่วัยนั้น
คือ…ยอมรับการตัดสินใจของคนอื่นเงียบ ๆ
แล้วบอกตัวเองว่า “มึงไม่มีสิทธิ์ขออะไรนี่นา”
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
กลับมาที่ริมโขงในวันนี้
ชัยยศหัวเราะแห้ง ๆ น้ำเสียงปนเหนื่อย
“อีตอนทำ ก็ทำเต็มที่ ตอนจะรักษาไว้ กลับไม่กล้าพูดแม้แต่คำเดียว…”
เขาพึมพำกับลำน้ำที่ไหลผ่าน
เหมือนจะสารภาพกับทั้งตัวเอง
ทั้งผู้หญิงคนนั้น
ทั้งผู้หญิงอีกคนที่กำลังต้มน้ำชารออยู่ที่บ้านเช่าไม่ไกลจากลานนี้
นิ่ม…
คนที่ได้เขาไปในบั้นปลาย
หลังจากผ่านทุกดงรัก ทั้งถูก ทั้งผิด ทั้งขาว ทั้งเทา
เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลงช้า ๆ
ภาพปีใหม่ในคืนสุดท้าย
กับภาพนิ่มในวันที่เขาขอเธอแต่งงาน
สองภาพนั้นซ้อนทับกันในหัวอย่างแปลกประหลาด
ไม่ใช่เพราะเขาเลือกใครคนใดคนหนึ่งดีกว่าอีกคน
แต่เพราะเขารู้แล้วว่า—
ไม่ว่ามันจะถูกหรือผิดแค่ไหน
ผู้หญิงทุกคนที่เคยผ่าน “ดงรัก” ของเขา
ล้วนทิ้งรอยบางอย่างไว้ในหัวใจ
ที่แม้ฟ้าจะสางกี่ครั้ง
ก็ไม่มีวันจางหาย…
— จบตอนที่ 8 —