เกิดใหม่มาแก้ไขชะตาชีวิต

    บทที่ 19 การหมุนเวียนลมปราณ

    บทที่ 19 การหมุนเวียนลมปราณ


            ลั่วโหวมีเงินแล้ว จึงพาพี่สาวและน้องสาวไปเดินเล่นข้างนอก ซื้อเสื้อผ้าและอุปกรณ์การเรียนใหม่ ๆ ให้น้องสาวมากมาย จนทำให้เธอดีใจไม่หยุด ลั่วโหวจึงหัวเราะพลางพูดว่า “ชอบพี่ลั่วโหวไหม?”


            สาวน้อยวัย 8 ขวบ ลั่วซินหัวเราะแล้วตอบว่า “ชอบค่ะ!”


            ลั่วโหวแกล้งน้องสาวด้วยท่าทางเหมือนคนวัย 40 ปี


            แน่นอนว่าเขาไม่ลืมจ่ายเงินให้พี่สาวซื้อเสื้อผ้าและขนมขบเคี้ยวด้วย


            พี่สาวที่อายุเพียง 17 ปี ก็เป็๲คนชอบทานขนมเช่นกัน


            คืนนั้น ป้ารองถอนหายใจพลางพูดว่า “ในอนาคตคงไม่ได้เลื่อนขั้นแล้ว ต้องลาออกจากราชการแน่ ๆ”


            แน่นอนว่าเธอพูดถึงลุงสองซึ่งเป็๲ทหาร ส่วนตัวเธอเป็๲แพทย์ทหารหญิง แม้ต้องลาออกก็ไม่ต้องกังวลเ๱ื่๵๹งาน


            ป้ารองตั้งใจจะไปพักโรงแรมข้างนอก แต่เมื่อถูกผู้หญิงหลายคนร้องขอ จึงพาลูกสาวมาพักอยู่ที่นี่ ใน๰่๥๹วันนี้ เธอและน้าเล็กพักอยู่ในห้อง ส่วนลั่วโหว พี่สาว และลั่วซินนอนพื้นในห้องนั่งเล่น โชคดีที่บ้านนี้มีเครื่องปรับอากาศหลายตัวแล้ว


            ขณะนั้น น้าเล็กจึงพูดว่า “มีเงินแล้ว ถ้ายอมให้ของขวัญก็จะได้เลื่อนขั้นแน่นอน หึ ๆ”


            ป้ารองถามน้าเล็กว่าได้เรียนรู้ ‘ปรัชญาชีวิต’ จากที่ไหน


            น้าเล็กบอกว่าเรียนรู้จากลั่วโหว อีกทั้งพี่ชายก็เชื่อฟังและปฏิบัติตาม


            จริงอยู่ เนื่องจากพ่อของลั่วโหวยอมให้ของขวัญ เมื่อบ้านหลังที่มีราคาเก้าแสนเริ่มวางรากฐาน เขาจึงได้รับบ้านหลังใหม่ราคาหนึ่งล้านสองแสนอีกหลัง


            ดูเหมือนท่านประธานจงในปัจจุบันจะรู้สึกว่า ‘ลั่วโหวน้อย’ สมควรได้รับการ ‘ส่งเสริม’ เพราะคิดว่าเขาเป็๲คน ‘ฉลาด’ และ ‘รู้จักทำงาน’  


            อีกทั้งในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีพนักงานราวยี่สิบคน ส่วนใหญ่ต่างบอกว่า ‘ผู้จัดการลั่ว’ เป็๲คนดี


            ความจริงแล้ว การที่พ่อลั่วยอมให้ของขวัญ เพราะไม่มีความกังวลอะไรแล้ว เนื่องจากตอนนี้ลูกชายก็สามารถหาเงินได้ด้วยตัวเอง และยังหาเงินได้เร็วกว่าเขาด้วยซ้ำ


            ตอนเย็น ในห้องนั่งเล่นเปิดเครื่องปรับอากาศ มีพรมปูอยู่บนพื้น ลั่วโหวกำลังสอนน้องสาวทำท่าการหมุนเวียนลมปราณบางท่า และพูดกับเธอว่า “อย่าดูถูกท่านี้นะ ถ้าฝึกอย่างจริงจัง สักพักลั่วซินจะมีร่างกายแข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ ศิษย์ของฉันอู๋เหยียนเป่าตอนนี้ ผู้ใหญ่สิบกว่าคนยังเข้าไปใกล้ไม่ได้เลย”


            ลั่วโหวให้น้องสาวฝึกอยู่สักพัก ก่อนจะให้พักและถามความรู้สึกว่าเป็๲อย่างไร ลั่วซินตอบว่า “ร้อน ๆ ในร่างกาย แต่รู้สึกสบายมาก”


            “ลั่วโหว ฝึกการหมุนเวียนลมปราณจะเสี่ยงต่อการเสียสติหรือเปล่า?” น้าเล็กถาม


            “ไม่เสี่ยงหรอก อย่างน้อยระดับแรกไม่เสี่ยง!” ลั่วโหวตอบ


            “น้องชาย นายรู้จักการหมุนเวียนลมปราณได้ยังไง ในบ้านเรามีตำราลับการหมุนเวียนลมปราณหรือเปล่า?” ลั่วเสวียนถาม ก่อนจะหันไปมองพ่อด้วยความสงสัย


            พ่อลั่วตอบว่า “พ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน!”


            ลั่วโหวหัวเราะพลางพูดว่า “อาจารย์ของผมคือลุงคนนั้นนั่นแหละ!”


            ลั่วเสวียน๻๠ใ๽มาก “เป็๲เขาเองเหรอ?”


            ลั่วโหวพยักหน้า “ใช่แล้ว เขาไม่เพียงรู้การหมุนเวียนลมปราณเท่านั้น ยังรู้แพทย์แผนจีน และรู้อีกมากมาย สำคัญที่สุดคือ เขาถ่ายทอดสิ่งเ๮๣่า๲ั้๲ให้ผมด้วยวิธีการก้วนติ่ง*[1] รู้จักก้วนติ่งไหม?”


            ท่ามกลางความสงสัยของทุกคน ลั่วโหวยื่นมือวางบนหัวน้องสาว แล้วพูดยิ้ม ๆ ว่า “ก็แบบนี้แหละ เขาก้วนติ่งให้ผมทั้งคืน ไม่งั้นผมจะเปลี่ยนแปลงขนาดนี้ได้ยังไง”


            นอกจากลั่วเสวียนและลั่วซินแล้ว คนอื่นไม่มีใครเชื่อ แต่ลั่วเสวียนเชื่อเพราะรู้สึกว่าลุงคนนั้นดูไม่ธรรมดา ส่วนลั่วซินเชื่อเพราะยังเด็กไม่มีวิจารณญาณ


            “จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ ถ้าผมฝึกการหมุนเวียนลมปราณได้ดีพอ สามารถปีนเขาได้อย่างง่ายดาย แม้แต่เดินบนยอดหญ้า หรือบินขึ้นฟ้าก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ยาก แถมยังอายุยืนยาวขึ้นมากด้วย ดังนั้นผมจะไปเปิดสำนักสอนศิลปะการต่อสู้ที่อเมริกา ถ้าอยู่ในประเทศจีนอาจถูกปิดกั้น เมื่อมีกำลังพลมากพอ ก็จะมีอำนาจและร่ำรวยได้” ลั่วโหวพูดยิ้ม ๆ


            น้าเล็กเหลือกตาเป็๲เชิงเย้ย “ว้าว ยังมีการก้วนติ่งด้วยเหรอ ลั่วโหว เมื่อเธอฝึกได้ดีพอแล้ว ช่วยก้วนติ่งให้ฉันบ้างนะ”


            ลั่วโหวพูดอย่างเหนื่อยหน่าย “การก้วนติ่งได้มาเป็๲เพียงความรู้ทฤษฎี ผมต้องฝึกปฏิบัติการหมุนเวียนลมปราณด้วยตนเอง น้าคิดว่ามันง่ายเหมือนในนิยายไหม ที่จะก้วนติ่งพลังภายในให้น้าได้เลยทันที ไหนจะมีเ๱ื่๵๹ดี ๆ แบบนั้นบนโลกนี้”


            ทันใดนั้น เขาก็พูดต่อว่า “ใช่แล้ว ผมเป็๲หมอจีนด้วยนะ มาสิ ผมจะตรวจร่างกายให้ทุกคน!”


            ก่อนอื่นเขาจับชีพจรของน้องสาว เมื่อตรวจเสร็จแล้วจึงพูดว่า “เสี่ยวซินร่างกายแข็งแรงดีนะ!”


            ……


            เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงปลายเดือนกรกฎาคม ลั่วโหวพาน้าเล็กและพี่สาวไปนั่งอยู่ในห้องลูกค้าวีไอพีของบริษัทหลักทรัพย์ทั้งวัน มองดูการร่วงหนักของตัวเลขที่น่า๻๠ใ๽นั้น พวกเขาต่างก็ถอนหายใจด้วยความเศร้าโศก


            ในวันสุดท้ายของเดือนกรกฎาคม ลั่วโหวรู้ว่าโอกาสกำลังจะมาถึง หากไม่ซื้อในตอนนี้ แล้วรอซื้อในวันพรุ่งนี้ก็จะสายไป


            ทำไมล่ะ? เพราะในเวลานั้นหุ้นไม่มีการจำกัดราคาสูงสุด! หากมีข่าวดีในวันพรุ่งนี้ บางหุ้นสามารถพุ่งขึ้นได้ถึง หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ในวันเดียว จะซื้อได้ยังไง?


            ลั่วโหวใช้เงินทั้งหมดเกือบห้าแสนหยวน ลงทุนในหุ้นสิบตัวที่เลือกไว้แล้ว


            พนักงานสวมเสื้อกั๊กสีเหลืองของบริษัทหลักทรัพย์ถึงกับต้องถอนหายใจอย่างไม่เชื่อสายตา!


            ห้าแสนหยวนในปีนั้น เมื่อเทียบกับสิบห้าล้านหยวนในอีกยี่สิบปีข้างหน้า ก็ไม่ต่างกันเท่าไร


            คิดให้ดีนะ ในปีนั้นบ้านเดี่ยวในทำเลดีของเมืองจินหนิงมีราคาเพียงหนึ่งพันห้าร้อยหยวนต่อตารางเมตร แต่ยี่สิบปีให้หลัง ราคาก็เพิ่มเป็๲สี่หมื่นหยวนต่อตารางเมตร ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบสามสิบเท่า!


            คืนวันนั้น น้าเล็กตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ จึงขอให้ลั่วโหวออกมาคุยด้วย ในขณะที่ลั่วโหวกำลังจะหลับไปแล้ว เขาก็พึมพำว่า “น้ากลัวอะไร? ถ้าน้าขาดทุน ผมจะชดใช้ให้ น้ายังแย่กว่าพี่สาวด้วยซ้ำ!”


            น้าเล็กหัวเราะพลางพูดว่า “เธอไม่ได้ลงทุนเลย จึงไม่ต้องกังวล แต่ฉันลงทุนเงินออมบ้านไปสองหมื่นหยวนเลยนะ”


            สองหมื่นหยวน สำหรับครูมัธยมอย่างเธอ ถือเป็๲รายได้ของเกือบสองปี


            แต่น้าเล็กไม่ได้เติบโตมาในครอบครัวร่ำรวย ย่าลั่วก็ใช้ชีวิตอย่างประหยัดมาก เวลาน้าเล็กเรียนมัธยม ย่าลั่วจะเตรียมขวดผักดองไว้ให้หลายขวด ที่โรงเรียนเธอมักจะกินข้าวกับผักดองเ๮๣่า๲ั้๲เป็๲ประจำ


            ซึ่งต่างจากอาหารการกินที่ดีของลั่วโหวและลั่วเสวียนใน๰่๥๹ปีที่ผ่านมา


            น้าเล็กเพิ่งได้เงินสองหมื่นหยวนมาได้ไม่นาน ลั่วโหวก็ชักชวนให้นำออกมาใช้แล้ว


            แน่นอน วันรุ่งขึ้นมาตรการช่วยตลาดก็ออกมา ราคาหุ้นหลายตัวพุ่งทันที บางตัวเปิดตลาดมา ราคาหุ้นก็พุ่งขึ้นเกินกว่าหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว!


            น้าเล็กและลั่วเสวียนมองดูกำไรสุทธิบนบัญชีที่เกินแปดสิบเปอร์เซ็นต์ หัวใจก็พองโตและเต้นระรัว


            เขาเห็นพี่สาวข้าง ๆ ลุกลี้ลุกลนจ้องมองด้วยดวงตาดำขลับ ลั่วโหวจึงหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดว่า “พี่สาว ผมบอกไว้แล้วนะ ตามผมมากินของอร่อย ๆ ด้วยล่ะ”


            เมื่อเทียบกับน้าเล็กและแม่ลั่วที่รู้สึกใจคอไม่ดีทุกวัน ลั่วโหวดูสบายใจกว่ามาก ไม่ต้องพูดถึง ครั้งนี้เป็๲การลงทุนที่ไม่มีทางเสียเงินแน่นอน แต่แม้จะขาดทุนหมด ในความทรงจำของลั่วโหว ยังมีวิธีการอีกมากมาย เพียงแต่ ‘วิธีการ’ เ๮๣่า๲ั้๲ยังไม่ควรนำออกมาใช้ในตอนนี้


            พ่อลั่วพูดไม่ระวังปาก อาจจะอยากอวดบ้าง จึงพูดกับคุณจงว่า ลั่วโหวเล่นหุ้น๰่๥๹นี้ มีกำไรในบัญชีเกินหนึ่งล้านหยวนแล้ว


            ผู้พูดไม่ได้ตั้งใจ แต่ผู้ฟังรับรู้ คุณจงจึงมาที่หน้างานวันรุ่งขึ้น บอกว่าจะเลี้ยงอาหารพ่อลั่ว และอยากพบลูกสาวลูกชายคนเก่งของเขา


            พ่อลั่วรู้สึกภูมิใจในพี่น้องสองคนมาก จึงเรียกน้าเล็กมาด้วยในตอนรับประทานอาหาร  


            ในห้องวีไอพี เมื่อรับประทานอาหารเกือบเสร็จ คุณจงก็ถามถึงเ๱ื่๵๹เล่นหุ้น ลั่วโหวจึงพูดว่า “ท่านประธานจงครับ ตลาดเดือนสิงหาคมยังไม่ผ่านไปครึ่งเดือน ถ้าท่านเข้ามาตอนนี้ ยังมีโอกาสได้กำไรอีก”


            คุณจงไม่เคยเล่นหุ้นมาก่อน จึงหัวเราะพูดให้ลั่วโหวสอน ลั่วโหวพูดว่า “ตามกฎการรับค่านายหน้าของกองทุนส่วนตัว ผู้จัดตั้งกองทุนจะได้รับค่านายหน้ายี่สิบถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ของกำไรสุทธิ แต่เนื่องจากเป็๲ท่านประธานจง ผมจะรับแค่สิบเปอร์เซ็นต์ ครั้งนี้ผมรับประกันว่าท่านจะได้กำไร”


            คุณจงกลับไปศึกษาข้อมูล และวันรุ่งขึ้นก็มาหาพ่อลั่วที่หน้างานอีก บอกว่าอยากคุยกับลั่วโหวอีกสักหน่อย


            หลังจากคุยกัน ก็มีผลลัพธ์เบื้องต้นออกมาว่า คุณจงนำเงินห้าแสนหยวนมาให้ลั่วโหวช่วยบริหารจัดการ โดยลั่วโหวจะได้รับค่านายหน้าสิบเปอร์เซ็นต์ของกำไรสุทธิ


            นี่ถือเป็๲เ๱ื่๵๹ดี ลั่วโหวจึงยินดีรับ หากครั้งนี้ช่วยให้คุณจงได้กำไรหลักแสนหยวน ในอนาคตคุณจงคงจะให้การสนับสนุนพ่อลั่วอย่างแน่นอน



            [1] ก้วนติ่ง เป็๲วิธีถ่ายทอดพลังรูปแบบหนึ่งเพื่อเปิด 7 จักระหรือแหล่งพลังงานอันละเอียดอ่อนภายในร่างกาย 7 แห่งที่โดยทั่วไปจะไม่สามารถ๼ั๬๶ั๼ได้ ช่วยเพิ่มพลังปราณและบำบัดโรค