บทที่ 31
ของที่นำมาให้
ยามราตรีที่กำลังมืดบริเวณถ้ำข้างข้างลำธาร มีเพียงสายลมที่ส่งเสียงกระทบพร้อมกับสายน้ำที่ไหลเชี่ยวที่พอจะได้ยินเสียงบ้าง
ภายในบริเวณนี้ถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบแสงไฟอันริบหรี่ที่สว่างไสวขึ้นจากกองเพลิงสว่างเพียงแค่ภายในถ้ำแห่งนี้เท่านั้น
จางหมิงกำลังนั่งอยู่บริเวณด้านหน้าของพื้นบริเวณข้างซ้ายและข้างขวาของตนเองก็มีสัตว์อสูรที่อยู่ภายในพันธสัญญานั่งอยู่
เป็นเพราะว่าได้รับคำพูดจากอี้หลงเซียนว่าให้กลับมารอที่ถ้ำแห่งนี้แล้วจะนำเอาบางอย่างมาให้
ในตอนนี้กลับมานั่งรอภายในถ้ำอยู่สักพักใหญ่ใหญ่ก็ยังเห็นว่านางยังไม่เคยเดินทางกลับมา
ตอนนี้รู้สึกสงสัยอยู่ภายในใจว่าสิ่งที่นางนั้นจะนำมามอบให้มันคืออะไรกันแน่
หลังจากที่นั่งรอมาหลายหลายชั่วยามในตอนนี้เขาค่อยค่อยลุกขึ้นอย่างช้าๆแล้วก็กวาดสายตาไปมองบริเวณรอบรอบ
จางหมิงบิดร่างกายของตนเองไปมาเพื่อขับไล่ความขี้เกียจยามสายลมหนาวยามราตรีพัดผ่านเข้ามาบริเวณปากถ้ำภูผามันก็ถึงปรากฏร่างกายของอี้หลงเซียนขึ้นบริเวณด้านหน้า
นางนั้นปรากฏกายออกมาพร้อมกับกลิ่นหอมที่ลอยฟุ้งตลบอบอวลอยู่ทั่วทั้งร่างกาย
แม้ว่านางนั้นจะเป็นสตรีและก็พยายามปลอมแปลงเป็นบุรุษถึงว่าจะรู้อยู่แล้วว่าผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้านั้นเป็นสตรีแต่ในขณะที่นางกำลังปกปิดตนเองเช่นนี้เขาก็ไม่มีสิทธิ์จะพูดออกไป
เพราะแบบนั้นเมื่อนางนั้นอยากหลอมแปลงเป็นบุรุษก็ให้นางนั้นเป็นบุรุษไปเช่นนี้
นางปรากฏกายออกมาบริเวณด้านหน้าด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความเรียบเฉย
อย่างแรกที่เขาจ้องมองก็คือร่างกายของนางในตอนนี้เมื่อใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองพบเห็นว่าทั่วทั้งร่างกายนั้นไม่ได้ถืออะไรกลับมาเลยรู้สึกสงสัย
ดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยความสงสัยจ้องมองไปที่นางพร้อมกับถามขึ้น “ แล้วของที่บอกว่าจะนำมามอบให้?”
ในขณะที่ทำการเอ่ยถามออกไปเช่นนั้นนางยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะนำบางอย่างออกมาจากภายในเสื้อ
สิ่งที่นำออกมาจากภายในเสื้อมันเป็นสิ่งที่คล้ายครึ่งกับแผ่นป้ายบางอย่าง
มันเป็นแผ่นป้ายเหล็กที่มีสีเงางามและมีลวดลายที่แตกต่างจากแผ่นป้ายธรรมดาทั่วไปมองดูก็รู้ได้ในทันทีว่ามันไม่ใช่ของธรรมดา
แต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่สามารถสัมผัสได้จากแผ่นป้ายนั้นก็คือลมปราณ
ผู้ที่รู้เรื่องราวหลายหลายอย่างอย่างขางหมิงมองเห็นเจ้าแผ่นป้ายที่อยู่เบื้องหน้ารู้ได้ในทันทีว่ามันคืออันใด
พูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ ป้ายมิติ ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นนางแสดงใบหน้าประหลาดใจพร้อมกับใช้ดวงตาจ้องมองแผ่นป้ายภายในมือของตนเองแล้วก็พูดขึ้นมา “ ไม่คิดว่าขนาดของเช่นนี้เจ้าจะรู้ด้วย”
ตอนนี้ปฎิเสธไม่ได้เลยว่านางยิ่งมีความประหลาดใจแก่ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้ามากขึ้นไปอีก
โดยเจ้าสิ่งที่อยู่ภายในมือของนางในตอนนี้มันคือป้ายมิติเจ้าสิ่งที่เรียกว่าป้ายมิติมันเป็นเหมือนกับของวิเศษภายใต้หล้าแห่งนี้
โดยคุณสมบัติของมันมีหน้าที่คล้ายคลึงกับกระเป๋าสามารถเปิดห้องนิติที่ถูกสร้างขึ้นมาได้แล้วก็สามารถนำของเข้าไปเก็บไว้ในนั้นได้อย่างสะดวกสบาย
แต่ว่าเจ้าของเช่นนี้มิใช่ว่าผู้ใดก็จะมีครอบครองได้ง่ายง่าย
เป็นเพราะว่ามันเป็นของที่หายากเป็นอย่างมากเพราะความพิเศษของมันทำให้ผู้คนภายในใต้หล้าผู้ที่ครอบครองมันล้วนมีฐานะที่สูงส่ง
โดยเจ้าสิ่งที่เรียกว่าป้ายมิติภายในป้ายมันถูกสร้างขึ้นมาเป็นห่วงมิติที่สามารถเก็บของต่างๆได้แต่ว่าขนาดของมันที่สามารถบรรจุภายในนั้นก็ไม่ได้ใหญ่โตมากนัก
ในตอนนี้การที่ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้านำของเจ้าเช่นนี้ออกมาก็ทำให้รู้อยู่แก่ใจว่าคนผู้นี้ย่อมมีฐานะไม่ธรรมดา
อี้หลงเซียนเมื่อนำไปนั้นออกมานางค่อยค่อยถ่ายทอดลมปราณของตนเองเข้าไปภายในป้ายจากนั้นก็ปรากฏบางอย่างออกมา
ป้ายเหล็กส่องแสงสว่างไสวก่อนที่มันจะถูกปกคลุมไปด้วยลมปราณเปิดช่องว่างมิติเล็กๆออกมา
หลังจากนั้นสิ่งที่นางได้นำออกมาจากใต้มิตินั้นมันคือแก่นวิญญาณของสัตว์อสูรจำนวนมาก
ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างขึ้นเจ้าแก่นของสัตว์อสูรที่มันถูกนำออกมาเป็นแก่นของสัตว์อสูรที่มีจำนวนมากมาย
จากในตอนนี้เห็นวัตถุที่คล้ายคลึงลูกแก้วสีดำจำนวนมากวางอยู่เบื้องหน้าลองนับดูสายตาคร่าวๆเห็นทีว่าจะมีไม่ต่ำกว่า20 อัน
“ เจ้าพวกนี้มันแก่นวิญญาณของสัตว์อสูรเหตุใดถึงมีเยอะขนาดนี้” ในตอนนี้เมื่อมองเห็นเจ้าสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าก็รู้ได้ในทันทีว่าจำนวนของพวกมันเยอะเป็นอย่างมาก
โดยทั่วไปแล้วจะที่ล่าสัตว์อสูรและจะได้แก่นวิญญาณของอสูรกลับมาด้วยย่อมต้องใช้การล่าที่ต้องล่าสัตว์บางส่วนที่มีระดับสี่ดาวขึ้นไป
และการที่เห็นว่าลูกแก้วพวกนี้มีจำนวนมากขนาดนี้ก็ทำให้ล่วงรู้ได้ว่าการล่าสัตว์อสูรพวกนี้ต้องล่าพวกสัตว์อสูรสี่ดาวมากกว่า20 ตัวอย่างแน่นอน
อี้หลงเซียนพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ ข้าไปล่าพวกมันมาในเมื่อตอนนี้เจ้าเองก็ยังไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องความสามารถนั้นข้าเองก็อยากจะทดลองดูลองดูดกลืนพวกนี้เข้าไปให้หมด”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็สามารถระบุได้แล้วว่าผู้ที่อยู่แถวหน้าเป็นคนล่ามันมาจริงๆ
การล่าสัตว์อสูรเช่นนี้เมื่อเขาลองใช้ดวงตามองดูบนร่างกายของนางไม่มีบาดแผลกลับมาเลยแม้แต่น้อย
“ จะบอกว่าเจ้าล่าสัตว์อสูรพวกนี้กลับมาเพื่อที่จะให้ข้านั้นทำการนำพวกมันหลอมรวมเข้ากับสัตย์อสูรของข้าอย่างนั้นรึ?”
นางทำการพยักหน้าตอบรับกลับมาอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่นางตอบกลับเช่นนั้นจางหมิงถามขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความสงสัย “ ข้าไม่เข้าใจว่าเหตุใดเจ้าถึงทำเช่นนี้ทั้งที่ตัวเจ้าไม่ได้ประโยชน์อันใดเลย?”
ในตอนนี้การดูดซับแก่นวิญญาณของพวกอสูรชิ้นนี้เข้าไปคนที่ได้ประโยชน์อย่างชัดเจนก็คือเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
เพราะว่าการดูดซับเข้าไปแน่นอนว่ามันทำให้สัตว์อสูรของเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แต่ว่าผู้ที่อยู่ด้านหน้าไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยในหลายชั่วยามที่ผ่านมาเหตุใดถึงลงแรงไปล่าสัตว์อสูรออกมามากมายขนาดนี้
เพราะแบบนั้นก็พูดได้เลยว่าตอนนี้เขาเต็มไปด้วยความสงสัยว่าผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าต้องการอะไรกันแน่
การที่มีคนมายืนผลประโยชน์ให้กับตนเองโดยที่ไม่ได้ต้องการอันใดย่อมจำเป็นจะต้องสงสัยเอาไว้
อี้หลงเซียนตอบกลับ “ ข้าบอกแล้วอย่างไรถ้าเพียงแค่สนใจในพลังของเจ้าเท่านั้นตอนนี้มันก็ยิ่งทำให้รู้สึกสนใจมากขึ้นไปอีก”
ภายในใจของอี้หลงเซียนนางไม่ได้ต้องการอย่างใดเพียงแต่ว่านางนั้นเป็นคนที่ค่อนข้างชื่นชอบเรื่องที่น่าสนใจ
เพราะแบบนั้นในครั้งนี้เองก็เช่นเดียวกันนางรู้สึกสนใจในพลังนั้นแล้วก็อยากจะทดลองและอยากรู้ขึ้นมา
สำหรับตัวของนางแล้วการพบเจอเรื่องใหม่ใหม่ที่น่าสนใจถือว่าเป็นความสุขหนึ่งของชีวิต
ในครั้งนี้เองก็เป็นเหมือนครั้งนั้นจางหมิงเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมรับแก่นวิญญาณเหล่านี้ไปแน่นอนว่าปล่อยให้มันอยู่ไปเช่นก็สูญเปล่า
จางหมิงย่อกายร่างกายของตนเองแล้วค่อยค่อยหยิบมันขึ้นมาทีละอันหลังจากนั้นก็เริ่มทำการล้อมรวมมันเข้ากับสัตว์อสูรอย่างรวดเร็ว
“ มอบแก่นวิญญาณให้กับหมาป่าโลหิต”
“ มอบแก่นวิญญาณให้กับปีศาจเถาวัลย์”
“ มอบแก่นวิญญาณให้กับแมลงล่องหน”
“ มอบแก่นวิญญาณให้กับหมาป่าโลหิต”
“ มอบแก่นวิญญาณให้กับปีศาจเถาวัลย์”
“ มอบแก่นวิญญาณให้กันแมลงล่องหน”
“ มอบแก่นวิญญาณให้กับหมาป่าโลหิต”
“ มอบแก่นวิญญาณให้กับปีศาจเถาวัลย์”
“ มอบแก่นวิญญาณให้กับแมลงล่องหน”
เขาใช้เวลาอยู่พักใหญ่ใหญ่ในการนำเอาแก่นวิญญาณมากมายเหล่านั้นซึมซับเข้าไปภายในร่างกายของสัตว์อสูรทั้งสามที่อยู่ภายในพันธสัญญา
แล้วในที่สุดหลังจากความพยายามมานานเขาเองก็สามารถทำมันได้สำเร็จ
จางหมิงมองเห็นสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าอย่างประหลาดใจ
ในตอนนี้ภาพที่ปรากฏอยู่บริเวณด้านหน้าของเขาตัวอักษรที่มันลอยแสดงขึ้นมาให้เห็นถึงความแตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่ทำการดูดซับเข้าไปอย่างชัดเจนทำให้เขาตกตะลึง
ความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรทั้งสามที่อยู่ภายในพันธสัญญาใหม่เพิ่มพูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เขากำลังจ้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่กระพริบตาอี้เซียนหลง ทางเองก็รู้สึกตกตะลึงเช่นเดียวกัน
ในขณะที่กำลังยืนมองเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้นางมองเห็นความสามารถของสัตว์อสูรทั้งสามที่เพิ่มพูนขึ้นได้จากดวงตาที่สามารถสังเกตเห็น
“ พลังแบบนี้นี่มันอันใดกันน่าสนใจจริงๆ” อี้หลงเซียนพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสนอกสนใจกับสิ่งที่ปรากฏอยู่ด้านหน้าในยามนี้
จบบท